<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขต ธาราเขต&#039;พาทัวร์&#039;สตรีทอาร์ต&#039;แห่งใหม่ที่เมืองนนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตะลุยทัวร์ขึ้นเหนือลงใต้ไปทั่วประเทศ สำหรับรายการ คุณนายจ่ายตลาด ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 13.40 น. ทาง ช่อง อมรินทร์ทีวี HD 34 โดยอาทิตย์นี้พิธีกรสุดหล่อ เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส&amp;nbsp; จะพาเที่ยวพากันที่ จ.นนทบุรี พร้อมพาชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและแลนมาร์คแห่งใหม่ของเมืองนนท์ ที่บอกเลยว่าต้องมาเช็คอิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนนั้นไปจ่ายตลาดกันต่อที่ ตลาดเจ้าพระยา แล้วมาเข้าครัวทำเมนูแตงโมปลาเจียว ซึ่งได้แขกรับเชิญ แพทย์หญิงสุวรรณา ไชยชุมศักดิ์ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนนทบุรี เป็นไกด์ เรียกได้ว่าจัดเต็มความสนุกพร้อมมาเสิร์ฟกันถึงที่หน้าจอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย เขต ธาราเขต &amp;nbsp;เผยถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;วันนี้ผมจะมาเที่ยวจังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ พร้อมพาไปกราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งว่ากันว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ปี โดยสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้ของชาวจังหวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ องค์เจ้าพ่อหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าแม่ทับทิมและเจ้าพ่อแสงมณี นอกจากนั้นจะพาไปรู้จักแลนมาร์คแห่งใหม่ของนนทบุรีแล้ว นั่นก็คือใต้สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ ตรงบริเวณนี้จะเต็มไปด้วย ภาพวาด งานศิลปะสวยๆ เต็มเลย ตอนนี้ที่นี่คือ สตรีทอาร์ต (Street Art) เมืองนนท์เป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ผมว่าใครที่ชอบงานศิลปะต้องไม่พลาดนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86044</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณนายจ่ายตลาด, สตรีทอาร์ต, เขต ธาราเขต, เมืองนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201205/image_big_5fcb57de239ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิสิทธิ์&#039;ปลื้ม&#039;น้องปราง&#039;โชว์วาดภาพ&#039;สตรีทอาร์ต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 63 &amp;ndash; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพตัวเองถ่ายคู่กับน.ส.ปราง เวชชาชีวะ บุตรสาว โดยด้านหลังเป็นภาพวาดสีสันสวยงามฝีมือของน้องปราง พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;ชมผลงานลูกสาว ภาพวาดบนกำแพงในโครงการ &amp;quot;Colour of Charoenkrung&amp;rdquo; โดย TCDC และ CEA ที่เจริญกรุง 24 (ซอยโรงน้ำแข็ง) ครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราง, มาร์ค, สตรีทอาร์ต, อภิสิทธิ์, เจริญกรุง24</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01c2a1b69ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพิธภัณฑ์มีชีวิตบึงกาฬ สร้าง 100 ผลงานกราฟฟิตี้ ”พญานาค”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปั่นจักรยานชมกราฟฟิตี้พญานาคตามผนังบ้านรอบหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ แม้เปิดไม่ถึงหนึ่งปี แต่เป็นพิพิธภัณฑ์น้องใหม่มาแรงสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอีสานที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงนักอนุรักษ์ ด้วยแนวคิดของ สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังเลือดอีสาน ที่ตั้งใจพัฒนาบ้านเกิดและชุมชนที่ตนเองผูกพัน อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่นที่มีแนวโน้มจะสูญหายไปให้คืนกลับมา และเปิดพื้นที่ให้คนนอกเข้าไปรู้จักมรดกวัฒนธรรมที่งดงามมีคุณค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ตนได้น้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาด้านเกษตรชุมชนและท่องเที่ยวของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ และปรับปรุงบ้านให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของไทย ห่างไกลจากกรุงเทพฯ กว่า 800 กิโลเมตร หากจะเปิดพื้นที่และทำให้เรื่องราวของชุมชนชาวโซ่พิสัยเป็นที่รับรู้จะต้องสร้างปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่น่าสนใจ ผมใช้วิถีถิ่นกับวิถีเท่ผสมผสานกันเพื่อสร้างจุดขาย สร้างแลนมาร์คให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ปรับบ้านเรือนไม้ของตนเองซึ่งเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมอีสานเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต นำเรื่องดีไซน์ศิลปะและวิถีชุมชนมาสื่อสารในแต่ละห้อง แต่ละมุม ทั้งยังใช้ทรัพยากรจากท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างความร่วมมือกับชาวบ้าน ทำให้เกิดการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;rdquo; สุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สานกระเป๋าเก๋ไก๋-สานกระติ๊บข้าวเหนียว สินค้าชุมชนขึ้นชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความคิดความเชื่อเรื่องพญานาคของชาวอีสานไม่ได้หยุดแค่ตำนาน แต่สุทธิพงษ์นำอัตลักษณ์นี้มาต่อยอดรังสรรค์ศิลปะร่วมสมัย ภาพวาดกราฟฟิตี้บนผนังบ้าน วัด ร้านค้า และจุดต่างๆ ในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ถือเป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญมากเกี่ยวพันการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยนักอนุรักษ์ผู้นี้ปักธงให้เป็นที่ที่มีกราฟฟิตี้พญานาคมากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิพงษ์ ลูกอีสานที่มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเกิด เล่าที่มากราฟฟิตี้พญานาคว่า นำเรื่องงานป๊อปอาร์ตร่วมสมัยมาสร้างจุดเด่น ก่อนทำได้เดินทางไปดูต้นแบบภาพวาดสตรีทอาร์ตที่เมืองจอร์จทาวน์ ปีนัง รวมถึงสตรีทอาร์ตที่มาเก๊า มีภาพวาดซุกซ่อนตามกำแพงและผนัง ใครไปก็จะไม่พลาดไปถ่ายรูปสวยๆ ได้ซึมซับและใช้เป็นแนวทางพัฒนาชุมชน ขณะนี้มีภาพวาดพญานาค 80 ภาพกระจายรอบหมู่บ้าน อยู่ที่ฝาบ้านด้านหน้าบ้าง ด้านข้างบ้าง แล้วยังมีป้ายริมรั้ว มีเหล่าจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศไทยมาช่วยวาด ตั้งเป้าจะครบ 100 ภาพวันออกพรรษานี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ภาพกราฟฟิตี้พญานาค 100 ภาพรอบหมู่บ้านจะแบ่งเป็น 50 ภาพแรก สื่อเรื่องราวพญานาคกับปัจจัยสี่ ทั้งอาหารท้องถิ่น อาชีพ ความเชื่อ สินค้าขึ้นชื่อของชุมชน อย่างปลาร้าบอง กระติ๊บข้าวเหนียว ยาหม่อง ตะไคร้หอม ลูกประคบ ส่วน 50 ภาพที่เหลือแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เป็นพญานาคที่มีความงาม มีรสนิยม นี่เป็นอีกอัตลักษณ์ของชุมชน มีหนึ่งเดียวที่บึงกาฬ ซึ่งนักท่องเที่ยวสนใจมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มาเดินเที่ยวถ่ายภาพสวยๆ โพสต์และแชร์ลงโซเชียล สร้างการรับรู้และบอกต่อกัน แล้วยังมีกลุ่มคนขับรถคลาสสิก กลุ่มนักปั่นจักรยานเข้ามา เทรนด์การท่องเที่ยวคนโหยหาวิถีถิ่นที่เท่ๆ ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์จะมีมัคคุเทศก์น้อยพาชมสตรีทอาร์ตพญานาคด้วย&amp;rdquo; สุทธิพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สตรีทอาร์ตเท่ๆ จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเช็กอิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเติมเต็มกราฟฟิตี้ แสดงเอกลักษณ์และศิลปะอันงดงามอีก 20 ผลงานที่เหลือ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบงบประมาณสนับสนุนให้พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้พัฒนาชุมชนผ่านโครงการบริการวิชาการเชิงบูรณาการสู่ชุมชน: พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ หรือเรียกสั้นๆ โครงการ &amp;ldquo;วาดบ้านแปลงเมือง&amp;rdquo; โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมต่อเนื่องสิงหาคมนี้จะมีอาจารย์ที่มีความรู้ด้านศิลปะศึกษา เข้ามาวาดภาพพญานาคบนผนังอาคารและจุดต่างๆ ในชุมชน เพื่อสร้างจุดแข็งให้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้แว่วว่า อาจารย์ขาบ สุทธิพงษ์ เล็งจะทาบทามศิลปินกราฟฟิตี้ไทยชื่อดังมาร่วมสร้างผลงานพญานาคขนาดยักษ์สุดปังในพื้นที่เพื่อเป็นแลนด์มาร์คด้วย ต้องติดตามกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ่ายภาพสวยๆ กับสตรีทอาร์ตบ้านขี้เหล็กใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตกราฟฟิตี้พญานาคแล้ว รอบพิพิธัณฑ์เป็นธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง เป็นชุมชนอีสานที่เรียบง่าย มีทั้งหมด 45 หลังคาเรือน ตามบ้านเรือนยังสานกระติ๊บข้าวเหนียว ทำอาหารถิ่น ทำหมากเบ็งใช้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บูชาพระจากดอกพุดที่ปลูกหน้าบ้าน ด้านหลังพิพิธภัณฑ์คือทุ่งนาและสวนยางพาราเขียวขจี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิพงษ์กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนต่อไปว่า จะเพิ่มมิติการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชวนคนมาเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นเกษตรนวัตกรรมและเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตการเกษตรของชุมชน รวมถึงฟื้นฟูพืชพรรณที่หายไปให้กลับคืนมา นอกจากนี้มีแนวคิดจะทำหอศิลป์อีสาน เชื้อเชิญศิลปินไทยและลาวมาใช้พื้นที่ ทั้งวาดภาพ ปั้น และศิลปะการแสดง อยากให้พื้นที่นี้มีวัฒนธรรมคงอยู่ในรูปแบบที่ร่วมสมัย ทุกสิ่งที่ทำตนรู้สึกมีความสุข ทำให้คนในชุมชนและคนนอกเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางสร้างความสมานสามัคคี สร้างรอยยิ้มให้คนในชุมชน และส่งมอบความสุขให้นักท่องเที่ยว ใครไปเยือนบึงกาฬต้องปักหมุดมาเยี่ยมชม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิตี้พญานาค, นสพ.ไทยโพสต์, บ้านขี้เหล็กใหญ่, พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ, สตรีทอาร์ต, สศร., สุทธิพงษ์ สุริยะ, อำเภอโซ่พิสัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47fc92e21b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบสุดยอดศิลปินกราฟฟิตี้ “UFO907”  ต้นฉบับ“นิวยอร์กสตรีทอาร์ต”ที่สยามดิสคัฟเวอรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม จัดงาน &amp;ldquo;สยามดิสคัฟเวอรี่ : ดิสคัฟเวอร์ สตรีท คัลเจอร์&amp;rdquo; (Siam Discovery : Discover Street Culture) เทศกาลสตรีทคัลเจอร์แห่งปี ทุกวัฒนธรรมแห่งสตรีทสไตล์ไว้ที่นี่! ที่เดียว! เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจข้ามขีดจำกัดสู่เป้าหมายที่ไกลเกินคาด ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ตั้งแต่วันนี้-27 มีนาคม ศกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ภาพผลงานโดย UFO907 จัดแสดง ณ สยามดิสคัฟเวอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุสรา ยงปิยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม เป็น Lifestyle Lab เปรียบเสมือนสนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์และจับตามองทุกกระแส พบว่าเทรนด์โลกแห่งปี 2019 เบนเข็มสู่วัฒนธรรมสตรีทสไตล์ สยามดิสคัฟเวอรี่จึงมุ่งมั่นคัดสรรกิจกรรมในธีม come Play With Us! ที่มีตั้งแต่วันนี้-27 มีนาคม ศกนี้ เราได้คัดสรรค์วัฒนธรรมที่มาแรง ที่สุดครอบคลุมทุกกระแสเทรนด์สตรีทจากทั่วทุกมุมโลก อัดแน่นเต็มพื้นที่มัลติโลเคชั่นสุดล้ำกลางกรุงอย่างน่ามหัศจรรย์ ในงาน &amp;ldquo;Siam Discovery : Discover Street Culture&amp;rdquo; เทศกาลสตรีทคัลเจอร์อย่างเต็มรูปแปบบครั้งแรกในเมืองไทย ที่ดึงทุกกระแสศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ มาบรรจบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ภาพผลงานโดย UFO907 จัดแสดง ณ สยามดิสคัฟเวอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเปิดตัวด้วย Street Art Exhibition จัดแสดงสุดยอดผลงานของ UFO907 ครั้งแรกในไทย! โดยร่วมกับ Chin&amp;rsquo;s Gallery เออร์แบนคอนเทมโพรารีอาร์ตชื่อดังของเมืองไทย นำเข้ามาศิลปะมาสเตอร์พีซแนวสตรีทระดับโลกให้ชมอย่างใกล้ชิด ในนิทรรศการ &amp;ldquo;Zero to Hero&amp;rdquo; (ซีโร ทู ฮีโร่) โดยศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อก้องโลกแห่งกรุงนิวยอร์ก &amp;ldquo;UFO 907&amp;rdquo; ผู้เชี่ยวชาญศิลปะภาพวาดฝาผนังแบบกราฟฟิตี้ที่มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มก่อตั้งในช่วงกลางของยุค 90&amp;rsquo;s ผู้ทำการปฏิวัติสตรีทอาร์ตด้วยสัญลักษณ์ยานอวกาศเอเลี่ยน ซึ่งเป็นที่จดจำของชาวนิวยอร์กมากว่า 20 ปี ผ่านผลงานภาพวาดผนังกำแพงแบบกราฟฟิตี้ ทั้งผนังกำแพงสาธารณะ ตึกในพื้นที่รกร้าง หลังค้าบ้านเรือน หรือแม้กระทั่งบนรถขนส่งในมหานครนิวยอร์ก จนก้าวสู่หนึ่งในผู้นำด้านศิลปะภาพวาดบนฝาผนังแบบกราฟฟิตี้ ที่มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนิทรรศการจะนำเสนอประติมากรรมกราฟฟิตี้ในแบบฉบับ New York Street Art เปิดตัวผลงานภาพวาดและประติมากรรม Sculpture เทคนิคผสมผสานทั้งการเพนต์และศิลปะการปั้นไปในตัว ด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Mixed Media) ถ่ายทอดก้าวย่างในวงการศิลปะของพวกเขาตั้งแต่งานสนุกขี้เล่นตามท้องถนนไป จนถึงจัดแสดงมาแล้วสตูดิโอชื่อดังทั่วโลก อาทิ &amp;ldquo;907 Bottles of Beer on the Wall&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Mind Detergent&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Trouble with Fill In&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Zero to Hero&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Fashion Victim&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Play with Me&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Too many Humans&amp;rdquo; โดยเฉพาะ &amp;ldquo;Mini Fiberglass Sculpture&amp;rdquo; มีการผลิตเพียง 69 ชิ้นเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผลงานจัดแสดงตั้งแต่วันนี้-20 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ณ ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทีม Chin&amp;rsquo;s Gallery นำโดย ฐิติพล รามสูต, อรศิรี ชินกำธรวงศ์ และเจริญ เพ็งสถาพร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทีม Chin&amp;rsquo;s Gallery นำโดย ฐิติพล รามสูต, อรศิรี ชินกำธรวงศ์ และเจริญ เพ็งสถาพร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสายแฟชั่น&amp;nbsp; เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์สุดฮิปแห่งแรกในเมืองไทย Rip N Dip (ริป เอ็น ดิป) แบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังจากลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ชาวสตรีทสายสเกตบอร์ดไม่ควรพลาด โดยคราวนี้มาพร้อม &amp;ldquo;Lord Nermal&amp;rdquo; แมวคาแรคเตอร์กวนประสาท และเพื่อนเอเลี่ยน &amp;ldquo;Lil Mayo&amp;rdquo; ที่ขนเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น ทั้งเสื้อผ้าลายพิเศษ ของเล่นแอคเซสเซอรี่ และไอเทมเด็ดๆ มาแบบจัดเต็ม ณ ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ขณะเดียวกันก็เปิดตัวรูปโฉมใหม่ของ CAZH (แคซซ์) แคชชวลแวร์มัลติแบรนด์สโตร์สำหรับสาวกแฟชั่นตัวจริงที่หลงใหลในวัฒนธรรมสตรีท เป็นแหล่งรวมแบรนด์ชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ การกลับมาครั้งนี้จะเอ็กซ์คลูซีฟกว่าเดิมด้วยกิจกรรมและเวิร์กช็อปพิเศษ เพื่อสายสตรีทที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี ณ ชั้น 1 Street Lab สยามดิสคัฟเวอรี่. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นักท่องเที่ยวร่วมชื่นชมผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ตุล ไวฑูรเกียรติ ร่วมชื่นชมผลงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29476</URL_LINK>
                <HASHTAG>สตรีทอาร์ต, สยามดิสคัฟเวอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bad243d9c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันชายแดนใต้มือสตรีทอาร์ตไทยต่างชาติ สร้างจุดเช็คอิน&#039;สุไหงโก-ลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61- นายเอกรัฐ นาคอนุเคราะห์ ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังพร้อมเพื่อนศิลปินไทยและต่างชาติ ที่มีชาวบราซิล อังกฤษ&amp;nbsp;และมาเลเซีย รวม16 คน ลงพื้นที่มาวาดรูปแนว street art (กราฟฟิตี้) The Color of kolok ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อสร้างจุดเช็คอินที่สร้างสีสันและบรรยากาศการท่องเที่ยวที่อำเภอสุไหงโก-ลก รับเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ณ บริเวณสวนสาธารณะด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ซึ่งทุกคนมาด้วยใจโดยไม่คิดค่าจ้าง ขณะที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก รวมทั้งสมาคมชมรมต่างๆ และผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการสร้างสีสันให้กับเมืองสุไหงโก-ลก
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ศิลปินแต่ละท่านได้ใช้ความถนัดในการเพ้นท์ภาพของตัวเอง ผสมผสานกลิ่นไอของพื้นที่สะท้อนวิถีวัฒนธรรมชายแดนใต้ บนผนังตลอดแนวสวนสาธารณะหน้าด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ และจากอำเภอข้างเคียง รวมทั้งชาวมาเลเซียที่เข้ามาถ่ายภาพและโพสต์ลงสังคมออนไลน์กันอย่างคึกคัก ทั้งนี้ในขณะเพ้นท์ภาพ ได้มีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก มาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกรัฐ นาคอนุเคราะห์ กล่าวว่า ตนเองได้มีโอกาสมาเยือนสุไหงโก-ลก เมื่อช่วงเดือนตุลาคม เพราะเพื่อนสนิทอยู่ที่นี่ และได้เพ้นท์ภาพกราฟฟิตี้ตามจุดเช็คอินต่างๆ และรู้สึกประทับใจน้ำใจของชาวสุไหงโก-ลก อีกทั้งคนในพื้นที่ยังให้ความสนใจงานศิลปะแนวนี้เป็นอย่างมาก จึงตั้งใจกลับไปชักชวนเพื่อนๆมาร่วมสร้างปรากฏการณ์งานศิลปะเพื่อมอบเป็นของขวัญรับปีใหม่สำหรับชาวสุไหงโก-ลก ภายในกิจกรรมThe Color Of &amp;nbsp;Kolok&amp;nbsp;สำหรับศิลปินที่มาร่วมเพ้นท์ภาพในครั้งนี้ เป็นศิลปินวาดภาพแนวStreet Artชื่อดังที่สร้างผลงานโดดเด่น โดยได้รับเชิญให้ไปร่วมโชว์ผลงานในหลายประเทศทั่วโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24929</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, วัฒนธรรมชายแดนใต้, ศิลปินสตรีทอาร์ต, สตรีทอาร์ต, สีสันชายแดนใต้, อ.สุไหงโก-ลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c204d5d39d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;Unseen เมืองรอง&quot; ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะเก็บภาพสตรีทอาร์ต แลนมาร์คใหม่ ร้อยเอ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถามว่า เรารู้จักจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคามในด้านไหน ก็ต้องบอกว่า คงเป็นชื่อเสียงในเรื่องของข้าว อย่างร้อยเอ็ดก็มีการจัดงานข้าวหอมมะลิโลกทุกๆ ปี ส่วนข้าวมหาสารคามก็โกอินเตอร์ ขายในตลาดออนไลน์อย่างอาลีบาบา ซึ่งการที่สองจังหวัดมีชื่อเสียงเรื่องข้าวก็เพราะเป็น 2 ใน 5 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิของประเทศที่มีชื่อเสียงก้องโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินทางไปร้อยเอ็ดกับมหาสารคามในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นธีมโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งมี ททท.เป็นเจ้าภาพพาไป ซึ่งปีนี้ถึงจะเป็นเดือนพฤศจิกายนแต่ความหนาวยังไม่มาเยือนเต็มที่ อากาศจึงค่อนข้างร้อน แต่ช่วงเช้าพอจะมีลมหนาวอ่อนๆ พัดมาให้ชื่นใจบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สักการะพระพุทธไสยาสน์ วัดบูรพาภิราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้อยเอ็ดทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าเจริญมากๆ ต่างจากอดีตที่เรารู้จัก ซึ่งเมืองไม่มีอะไรเลย แต่ในวันนี้ตัวเมืองนั้นสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิงมากมาย แต่ในนอกเมืองก็ยังมีแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์พื้นบ้านอยู่บ้าง อย่างเช่นที่บ้านกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย เป็นหมู่บ้านที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้วิถีชีวิตหลากหลายมุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะขอพรพระเจ้าใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่วัดบูรพาภิราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนไปบ้านกู่กาสิงห์พวกเราแวะสักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนีแห่งวัดบูรพาภิรามกันก่อน ซึ่งเป็นองค์พระเจ้าใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ประวัติการก่อสร้างระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร ถ้าใครมาร้อยเอ็ดแล้วไม่ได้มาไหว้ถือว่ายังมาไม่ถึง ไม่เพียงแต่องค์พระจะสูงใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดก็มีองค์พระศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ให้ได้กราบไหว้ในคราวเดียวกัน ด้านหนึ่งมีถ้ำขนาดเล็ก มองเข้าไปด้านในถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ อีกมุมหนึ่งมีพระพุทธรูปประมาณ 4-5 องค์กำลังนั่งสมาธิใต้ร่มไม้ องค์หนึ่งหันหลังให้ต้นไม้ โดยมีองค์ที่เหลือหันหน้ารายล้อม เดาว่าน่าจะจำลองเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้านั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ เราไหว้พระครบทุกมุมที่กล่าวมา เสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากวัดบูรพาภิรามใจกลางเมือง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านกู่กาสิงห์ ออกจากตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 1 ชม. อาศัยกูเกิลแมปช่วย มาตามถนนปัทมานนท์ ผ่านอำเภอจตุรพักตรพิมาน มาถึงอำเภอเกษตรวิสัย รวมๆ ระยะทางก็ประมาณ 47 กม. สังเกตป้ายดีๆ แล้วไปตามทางก็จะถึงบ้านกู่กาสิงห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ใส่ชุดไทยๆ ไปถ่ายรูปที่กู่กาสิงห์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บ้านกู่กาสิงห์ เราแอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปย้อนรอยตำนานทุ่งกุลาร้องไห้ในสถานที่จริงๆ ด้วยเวลาที่จำกัด ที่หมู่บ้านนี้มีปราสาทกู่กาสิงห์ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียงนิยมมาเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ยินมาว่าที่นี่ครึกครื้นเป็นพิเศษ จะมีคนแวะมาเที่ยวเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะชมโบราณสถานร้อยเอ็ด &amp;quot;กู่กาสิงห์&amp;quot;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปราสาทกู่กาสิงห์เป็นโบราณสถานสำคัญของร้อยเอ็ด ทางวัดจัดมัคคุเทศก์ตัวน้อยที่เป็นเด็กผู้หญิงในหมู่บ้านมาเป็นไกด์ทวร์พาชมรอบๆ ปราสาท จากข้อมูลที่ได้จากมัคคุเทศก์น้อยถือว่าน้องๆ เก่งมาก เพราะประวัติยาวเหยียด น้องเล่าว่าโบราณสถานแห่งนี้ซึ่งดูเหมือนจะเป็นซากปรักหักพังมีอายุร่วม 1,500 ปีมาแล้ว เป็นปราสาทหินที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีอาคารมณฑปเป็นใจกลางสำคัญของกู่กาสิงห์ เมื่อเดินเข้ามาด้านในกู่จะเห็นปราสาท 3 หลัง และอาคารอีก 2 หลัง ปราสาททั้ง 3 หลังเรียงกันไปตามแนวทิศเหนือทิศใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มัคคุเทศก์น้อยกำลังเล่าเรื่องหินที่ถูกขีด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนก้อนอิฐก้อนหินบางชิ้นยังมีเรื่องเล่าน่าสนใจ บางก้อนมีรอยขีดขูดคล้ายกับสีหน้าบูดเบี้ยว ทำให้ชาวบ้านคาดเดากันว่าเป็นการแสดงความรู้สึกของคนสร้าง อันนี้ไม่รู้ว่าจริงไหม ขึ้นอยู่ที่จินตนาการคนมอง บางทีอาจจะเป็นรอยขีดที่ไม่ได้ตั้งใจของใครสักคนก็ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ก็มาได้เลย แต่ถ้าอยากมาแบบเป็นกลุ่มชมวิถีชีวิตชาวบ้านก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ผ่าน 0-4363-2125 เขามีฐานเรียนรู้หลายฐานตั้งแต่ชมโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ผ้าไหม แล้วก็สวนเกษตรของชาวบ้านด้วย แอบกระซิบบอกนิดหนึ่งว่า ถ้ามาเป็นกลุ่มจะได้อิ่มมื้อกลางวันกับอาหารอีสานรสแซ่บด้วย ทั้งส้มตำ ต้มไก่บ้าน ปลาแห้งทอด หมูทอด กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ซึ่งเราลองแล้วอร่อยมากๆ ไม่ใช่แค่เราที่บอกอร่อย แต่เพื่อนที่มาด้วยกันดูเหมือนจะติดใจส้มตำเป็นพิเศษ จนต้องขอเพิ่มเป็นจานที่สอง ถ้าขอจานที่สามได้คงทำไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สตรีทอาร์ตฝายน้ำล้นของร้อยเอ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้เวลาเดินชมโบราณสถานกู่กาสิงห์สักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปบ้าง นั่งพักใต้ร่มไม้บ้าง พอแดดร่มลมตก ก็ต้องออกจากกู่กาสิงห์ย้อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปถ่ายรูปกับแลนมาร์คแห่งใหม่ของจังหวัด นั่นก็คือ สตรีทอาร์ตสุดคูล ที่กลุ่มศิลปินรุ่นใหม่หลายชีวิตร่วมกับจังหวัดลงมือวาดเขียนภาพอาร์ตๆ ลงบนกำแพง ได้ยินมาว่ามีถึง 4 จุดเลยทีเดียว แต่เราไปมาแค่ 2 จุด ในจุดแรกนั้น ตอนแรกคาดหวังว่าจะได้เห็นภาพอาร์ตๆ สวยๆ บนกำแพงขนาดใหญ่เหมือนอย่างที่เคยเห็นหลายๆ ที่ แต่ปรากฏว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่ กลับกลายเป็นว่าภาพอยู่ตามแนวผนังของน้ำในคลอง ซึ่งเรียกว่าฝายน้ำล้น หลังวัดบูรพาภิราม เราจึงได้แต่มองภาพอาร์ตๆ จากบนสะพาน พอลงมาด้านล่างมีทางเดินให้ถ่ายรูปกับภาพอาร์ตๆ ทั้งสองฝั่ง ทำให้คลองเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับกลายเป็นมีสีสันสวยงามน่ามอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สตรีทอาร์ตที่ยาวสุดในภาคอีสานกับภาพแสดงวิถีชีวิตชาวนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นเราก็ได้แวะไปจุดที่สอง เป็นภาพสตรีทอาร์ตที่อยู่บนกำแพงจริงๆ แล้ว มีคนบอกว่ายาวที่สุดในภาคอีสาน แต่ยาวเท่าไหร่ไม่รู้เพราะมาถึงก็มัวแต่ตื่นเต้นกับภาพบนกำแพงจนไม่ได้สังเกตความยาว สตรีทอาร์ตแห่งนี้อยู่ข้างคลองบริเวณใกล้สถานีดับเพลิง มีภาพการ์ตูนหลายภาพ แต่มีภาพหนึ่งที่สะดุดตาเรามากๆ เป็นภาพคนที่อยู่กับควายกลางทุ่ง โดยคนแต่งกายด้วยชุดลำลองเกี่ยวข้าว ในมือถือรวงข้าว บ่งบอกวิถีชีวิตคนร้อยเอ็ดได้เป็นอย่างดีว่ามีความผูกพันกับข้าวและวิถีชาวนามากแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สะพานไม้แกดำ&amp;nbsp;จากฝั่งบ้านหัวขัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเช้าวันใหม่เราเดินทางสู่วัดดาวดึงษ์ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เพื่อมาชมสะพานไม้แกดำ สะพานไม้โบราณเก่าแก่ที่อยู่กลางทุ่ง ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดลูกตากว่า 1 กม. ถามชาวบ้านที่นี่บอกว่าสร้างสะพานขึ้นมาเพื่อใช้ในการไปมาหาสู่กันระหว่างคนสองฟากฝั่งหนองน้ำ ซึ่งก็คือชาวบ้านหัวขัวและบ้านแกดำ เป็นสะพานไม้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ปักเสาลงไปในโคลนใต้น้ำจนถึงชั้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้ที่พอจะหามาได้ แต่ชาวบ้านบอกว่าสะพานนี้ก็ยังคงอยู่มาร้อยปีได้ เราลองเดินบนสะพานไปจากฝั่งบ้านหัวขัว ค่อนข้างหวาดเสียว แรกๆ ที่เดินจากฝั่งบ้านหัวขัวด้านล่างสะพานเป็นบึงดอกบัวและพืชสีเขียว คอยบดบังน้ำที่อยู่ด้านล่าง มองลงไปจึงไม่ค่อยน่าหวาดเสียวเท่าไหร่ แต่พอเดินไปเรื่อยเราเริ่มรู้สึกว่าทำไมไม่ถึงฝั่งเสียที เพราะมาได้ครึ่งทางเริ่มกลัวแล้ว ไม่มีบึงบัวคอยบังแม่น้ำที่อยู่ด้านล่าง บวกกับสะพานที่ค่อนข้างโยกเยก คดโค้ง เดินไปขาสั่นไป &amp;nbsp;แต่สุดท้ายก็ข้ามมาถึงฝั่งจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เรียนรู้การทำเสื่อกกกับชาวบ้านแกดำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินขึ้นฝั่งมาได้ก็เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านแกดำกำลังทำเสื่อกก เพราะชาวมหาสารคามขึ้นชื่อเรื่องการทำเสื่อกก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการทอคล้ายทอผ้าไหม แต่ดูท่าแล้วน่าจะยากกว่าด้วยซ้ำ เพราะต้องนั่งพื้น และใช้เวลา เวลาสานเสื่อก็ต้องงอตัว ทำอย่างนั้นทั้งวันกว่าจะได้เสื่อผืนหนึ่ง เดินผ่านบ้านอีก 2-3 หลังก็เห็นทอเสื่อกกอีกเหมือนกัน คนทอก็มีแต่คนรุ่นย่ายายทั้งนั้น ไม่มีแล้วรุ่นลูกหลาน เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องพูดเรื่องฝีมือและลวดลายของเสื่อกกว่ามีความประณีตสวยงามแค่ไหน ถ้าได้มาที่นี่ชาวบ้านเขาใจดีสอนทำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สาวๆ เลือกกระเป๋าแฟชั่นทำจากเสื่อกก ที่บ้านแพง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกหนึ่งแห่งที่เราอยากแนะนำในมหาสารคามคือ บ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย เป็นแหล่งผลิตเสื่อกกชื่อดังด้วยเช่นกัน แต่มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากเสื่อกกด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่รองแก้ว กระเป๋า กล่องใส่ของทั้งแบบเล็กใหญ่ ถ้าสาวๆ ได้เห็นจะต้องช็อปจนกระเป๋าแฟบแน่ๆ เราได้แวะบ้านแพงก่อนไปขึ้นเครื่องกลับที่ขอนแก่น เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไปด้วยกันช็อปผลิตภัณฑ์ที่บ้านแพงกันไปคนละอย่างสองอย่าง แฮปปี้กันทั้งแม่ค้าและลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งใครสนใจก็ต้องไปแวะช็อปกันได้โดยตรงที่บ้านแพง จากมหาสารคามมาตามถนนสายมหาสารคาม-โกสุม-ขอนแก่น อำเภอห่างจากจังหวัด 27 กม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู่กาสิงห์, ททท., พระพุทธไสยาสน์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, วัดบูรพาภิราม, สตรีทอาร์ต, สะพานไม้แกดำ, เสื่อกก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c125763e6219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
