<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>STARK อวดกำไรนิวไฮ 260.93 ลบ.ไตรมาส 1/63 โตกระฉูด 109 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด &amp;nbsp; (STARK) &amp;nbsp; รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2563 &amp;nbsp; มีกำไรสุทธิ 260. 93 ล้านบาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 136.36 ล้านบาท หรือ 109.46 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 124.57 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดของบริษัทฯ &amp;nbsp; และมีรายได้ 3,023.7 ล้านบาท เติบโต 3,624.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 81.20 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นมาจากการเข้าตลาดทางอ้อม( Backdoor &amp;nbsp;Listing) &amp;nbsp;และ การขยายตลาดสายไฟในต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสายไฟฟ้าในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ยังมิได้รวมผลประกอบการของบริษัทสายไฟที่ประเทศเวียดนาม จำนวน 2 บริษัท &amp;nbsp;และบริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล ( TCI) &amp;nbsp; ที่ปิดดีลปลายเดือนมี.ค.และต้นเม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ( STARK ) กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 &amp;nbsp;ยังมีทิศทางที่เติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าดีกว่าไตรมาส 1 &amp;nbsp;จากการรับรู้รายได้การซื้อกิจการสายไฟฟ้าเวียดนาม และ TCI รวมทั้งรับรู้รายได้มูลค่า 4,330 ล้านบาท ของบริษัท อดิสร ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ &amp;nbsp;STARK ยังเดินหน้าซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อขยายธุรกิจของ STARK ให้แข็งแกร่ง โดยเล็งเห็นว่า ช่วงเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นโอกาสของผู้ซื้อ &amp;nbsp;สามารถเลือกซื้อของดี ราคาเหมาะสมได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ธุรกิจที่ STARK สนใจและพุ่งเป้าคือ ธุรกิจสายไฟในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึง ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสายไฟ อาทิ หม้อแปลงและ แบตเตอรี่ &amp;nbsp;(energy storage ) &amp;nbsp;รวมถึงธุรกิจโครงข่ายสายไฟฟ้า ( electric grid) &amp;nbsp;ในประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ เนื่องจากเล็งเห็นว่า ประเทศดังกล่าว จำเป็นต้องขยายโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาประเทศ และ สายไฟฟ้าก็เป็นต้นทุนหลักในการขยายดังกล่าว &amp;nbsp;และมีแผนเข้าซื้อธุรกิจขนส่ง ที่ส่งเสริมการขยายธุรกิจของอดิสรเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ เย็นสุดใจ, สตาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8d37c7a6ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
