<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันแพร่ไวรัส &#039;สตาร์บัคส์&#039;อเมริกางดรับแก้วส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พักการลดขยะไว้ก่อน สตาร์บัคส์ในอเมริกาเหนือประกาศใช้นโยบายงดรับแก้วส่วนตัวของลูกค้าชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอสแซนน์ วิลเลียมส์ รองประธานฝ่ายบริหารสตาร์บัคส์อเมริกาเหนือ แถลงเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคมว่า สตาร์บัคส์ขอระงับการใช้แก้วส่วนตัวชั่วคราวสำหรับร้านสตาร์บัคส์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แต่สำหรับลูกค้าที่มาร้านแล้วนำแก้วส่วนตัวมาด้วย แม้จะไม่ได้นำมาใช้แต่ทางร้านจะมีส่วนลดให้ 10 เซนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานประจำปีของสตาร์บัคส์เผยว่า ในปี 2561 ลูกค้าในสหรัฐ, แคนาดา, ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกาที่นำแก้วมาเองอยู่ที่ 1.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตาร์บัคส์เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า การตัดสินใจไม่รับแก้วที่นำกลับมาใช้ใหม่ เนื่องจากกังวลในเรื่องสุขภาพและสวัสดิภาพ แต่มองโลกในแง่ดีว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศไม่รับแก้วส่วนตัวของสตาร์บัคส์แสดงให้เห็นว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มต้นจากจีนและระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียมส์เผยด้วยว่า สตาร์บัคส์มีคำสั่งห้ามพนักงานเดินทางด้วยเครื่องบินในเรื่องเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัททั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม และมีการปรับเปลี่ยนหรือเลื่อนการประชุมของสำนักงานในสหรัฐและแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตาร์บัคส์ยังได้เพิ่มการทำความสะอาดและสุขอนามัยร้านสตาร์บัคส์แต่ละแห่ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคทุกชนิด โดยวิลเลียมส์กล่าวว่า สตาร์บัคส์ในสหรัฐและตลาดต่างประเทศ เรียนรู้เรื่องการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากหุ้นส่วนและทีมผู้บริหารของสตาร์บัคส์ในจีน ที่เผชิญการระบาดของไวรัสนี้เป็นประเทศแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59060</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดรับแก้วส่วนตัว, ป้องกันแพร่เชื้อไวรัส, สตาร์บัคส์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e6274c083af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตาร์บัคส์  ประกาศใช้หลอดกระดาษ หรือหลอดรียูส หันหลังหลอดพลาสติก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ม.ค.63- สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) ประกาศ เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมกันลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุพันธกิจทางสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ในการงดใช้หลอดพลาสติกที่ร้านสตาร์บัคส์ทั่วโลกภายในปี 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกัน สตาร์บัคส์มีความภูมิใจที่ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้หลอดพลาสติกให้กับลูกค้าในประเทศไทย และเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการรักษ์โลก จึงขอเชิญชวนให้ลูกค้าทุกท่านหันมาใช้หลอดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันพกแก้วส่วนตัว เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งไปพร้อมกับเรา โดยสตาร์บัคส์ยินดีมอบส่วนลด 20 บาท ทุกวันพุธ ให้กับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสตาร์บัคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลอดกระดาษที่สตาร์บัคส์เปลี่ยนใหม่นี้ ทำมาจากกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รับรองโดย Forest Steward Council&amp;reg; องค์กรที่ทำงานโดยไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศเยอรมนี ที่มุ่งพัฒนาการจัดการป่าทั่วโลก โดยมีสองขนาดให้เลือก คือ ขนาดมาตรฐาน &amp;nbsp;และขนาดใหญ่พิเศษสำหรับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเจลลี่และท็อปปิ้งต่างๆ เพื่อยังคงประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีให้กับลูกค้าเช่นที่ผ่านมา และยังช่วยลดการใช้หลอดพลาสติกได้กว่า 39 ล้านชิ้นต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สตาร์บัคส์ขอเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ เพียงพกแก้วส่วนตัว และเปลี่ยนมาใช้หลอด กระดาษหรือหลอดรียูส เพื่อรื่นรมย์กับกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ จากสตาร์บัคส์ พร้อมช่วยกันลดการใช้ช้อน-ส้อมพลาสติกเพื่อโลกของเรา (โดยบาริสต้าจะแจกช้อน-ส้อม สำหรับใช้รับประทานนอกร้านในกรณีที่ลูกค้าขอเท่านั้น) นอกจากนี้ พิเศษทุกวันพุธ สตาร์บัคส์ยินดีมอบส่วนลด 20 บาท สำหรับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563นี้ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53690</URL_LINK>
                <HASHTAG>สตาร์บัคส์, เนตรนภา ศรีสมัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0dafd2bb174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สตาร์บัคส์” มองตลาดกาแฟไปได้อีกไกล เปิดสาขาที่ใหญ่ที่สุดในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สตาร์บัคส์&amp;rdquo; มองตลาดกาแฟเมืองไทยยังไปได้อีก เชื่ออีก 5 ปีขยายสาขาเพิ่มเท่าตัว &amp;nbsp;ล่าสุดเปิด &amp;ldquo;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์&amp;rdquo; ใหญ่สุดในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในอีก 5 ปีนับจากนี้ ต้องการผลักดันให้สาขาเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 335 สาขาทั่วประเทศ โดยมากกว่า 60% เป็นสาขาที่เปิดตามศูนย์การค้า ทั้งยังกระจายตัวด้วยหลากหลายฟอร์แฟต ไม่ว่าจะเป็นสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์ ประมาณ 21 สาขา รวมถึงสาขาที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีก 15 สาขา และสาขาในรถไฟฟ้าใต้ดิน 2 สาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขยายสาขาในปี 2561 นี้ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะเปิดเพิ่มอีก 30-40 สาขา นับว่าอยู่ในระดับที่เทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดใหม่ไปประมาณ 39 สาขา โดยสาขาส่วนมากของสตาร์บัคส์จะตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ มากถึง 70% และอีก 30% เป็นการเปิดให้บริการตามต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ ซึ่งรูปแบบของสาขาจะปรับให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่สตาร์บัคส์มองว่าจะสามารถดับเบิ้ลไซส์สาขาได้นั้น เนื่องจากภาพรวมตลาดร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทยยังอยู่ในระดับไม่มาก หากเปรียบเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย จึงเล็งเห็นศักยภาพดังกล่าว พร้อมกันนี้บริษัทแม่ยังมองว่าประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความสำคัญยิ่ง โดยที่ผ่านมาธุรกิจของไทยติดท็อป 5 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้เปิดร้านสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ 760 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ถึง 230 ที่นั่ง พร้อมห้องเอนกประสงค์ขนาดใหญ่อีก 2 ห้อง เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้บริการทั้งกาแฟคุณภาพเยี่ยมแบบดั้งเดิม และกาแฟหายากจากทั่วทุกมุมโลกอย่างสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ รวมทั้งเครื่องชงแบบต่างๆ เช่น Siphon, Chemex และ Pour-Over มาให้บริการลูกค้าเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าผลจาการขยายสาขาออกไปรอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น ทำให้สตาร์บัคส์สามารถขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม เชื่อว่าจากการคิดค้นฟอร์แมตใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดไทย จะมีผลตอบรับจากผู้บริโภคดีเสมอ จากแต่ละเดือนสตาร์บัคส์มีการชงกาแฟอยู่ที่ 3.5 ล้านแก้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสาขา, ธุรกิจกาแฟ, สตาร์บัคส์, สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย), สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์, เนตรนภา ศรีสมัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20905635770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สตาร์บัคส์&#039; กระอัก ศาลแคลิฟอร์เนียสั่งร้านกาแฟติดป้ายเตือนภัยสารก่อมะเร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สตาร์บัคส์คอร์ป บริษัทขายกาแฟยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ และผู้ขายกาแฟหลายรายในรัฐแคลิฟอร์เนีย เสี่ยงต่อการถูกปรับเงินหลายล้านดอลลาร์ ภายหลังผู้พิพากษาศาลลอสแอลเจลีสมีคำตัดสินให้ผู้ขายกาแฟในมลรัฐนี้ต้องติดป้ายเตือนลูกค้าว่ากาแฟมีสารก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในเว็บไซต์ของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 กล่าวว่า คำตัดสินของผู้พิพากษาเอลิฮู เบิร์ล แห่งศาลลอสแองเจลีสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นการตัดสินตามคำฟ้องร้องของคณะกรรมการเพื่อการศึกษาและวิจัยด้านพิษ (ซีอีอาร์ที) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร ที่ยื่นฟ้องบริษัทค้าปลีกกาแฟราว 90 แห่ง รวมถึงสตาร์บัคส์ ว่าบริษัทเหล่านี้ละเมิดกฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยไม่ได้แจ้งเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับสารเคมีในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาที่อาจก่อโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งคือ อะคริลาไมด์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ ซึ่งพบในระดับสูงในกาแฟชง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอกสารของศาล ผู้พิพากษาเบิร์ลระบุว่า สตาร์บัคส์และบริษัทอื่นๆ ไม่สามารถแสดงให้ศาลเห็นว่า ไม่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญจากสารก่อมะเร็งที่เกิดในกระบวนการคั่วบดกาแฟ และไม่ได้แสดงหลักฐานที่มีน้ำหนักมากกว่าเพื่อบอกว่าการดื่มกาแฟนั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลให้เวลาสตาร์บัคส์และจำเลยรายอื่นๆ ยื่นคัดค้านคำตัดสินได้ภายในวันที่ 10 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสตาร์บัคส์ปฏิเสธจะให้ความคิดเห็นต่อคำถามของผู้สื่อข่าว แต่ได้อ้างถึงแถลงการณ์ของสมาคมกาแฟแห่งชาติ (เอ็นซีเอ) ของสหรัฐว่า อุตสาหกรรมนี้กำลังพิจารณาจะยื่นอุทธรณ์และดำเนินการทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การติดฉลากเตือนมะเร็งไว้ที่กาแฟจะเป็นการชี้นำให้เข้าใจผิด คำแนะนำด้านอาหารของรัฐบาลสหรัฐกล่าวไว้ว่า กาแฟอาจเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการใช้ชีวิตที่แข็งแรงได้&amp;quot; แถลงการณ์ของเอ็นซีเอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของบริษัทอื่นๆ เช่นดังกิ้นโดนัท, แมคโดนัลด์, พีตส์ และผู้ค้ากาแฟรายใหญ่อื่นๆ ยังไม่มีทัศนะเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องที่ซีอีอาร์ทียื่นต่อศาล เรียกร้องให้ปรับเงินจำเลยเป็นจำนวน 2,500 ดอลลาร์ต่อผู้บริโภคทุกๆ ราย ที่ได้รับสารเคมีนี้ จากร้านกาแฟในรัฐแคลิฟอร์เนีย นับตั้งแต่ปี 2555 การลงโทษทางแพ่งซึ่งจะอยู่ในช่วงที่ 3 ของการพิจารณาคดีนั้นอาจนำไปสู่การปรับเงินก้อนโต รัฐนี้มีประชากรมากถึง 40 ล้านคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟ, ก่อมะเร็ง, ติดป้ายเตือน, ศาลลอสแองเจลีส, สตาร์บัคส์, อะคริลาไมด์, แคลิฟอร์เนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abe3a8684ac9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
