<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักจิตบำบัดไขรหัสนักการเมืองผู้เคียดแค้นบิดาสู่การขับเคลื่อนทำลายชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
บุรุษผู้เคียดแค้นบิดา สู่การทำลายชาติ?
เมื่อนักจิตบำบัดไขรหัสผู้อาสาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่
เหตุใดถึงนำความเคียดแค้นบิดาตนเองมาขับเคลื่อนความทะเยอทะยานสู่การเป็นใหญ่ แต่กลับพาครอบครัวดิ่งลงหนทางสู่นรกทั้งเป็น
.
อ่านบทวิเคราะห์นี้อย่างเปิดใจ และป้องกันอย่าให้โศกนาฏกรรมนี้เกิดกับลูกหลานเรา
.
หรือใครถนัดฟัง ก็มีคลิปเสียงให้ฟังเพลินๆ แต่ได้ประโยชน์ ทางนี้ครับ https://vimeo.com/531743273
.
เป็นที่รู้กันว่า ความโกรธเกลียดเคียดแค้น ไม่เคยทำให้ใครเจริญ
แต่รู้ไหมว่า ความเคียดแค้นแบบใดที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุด?
.
จากประสบการณ์มากมายในการบำบัดชีวิตของผู้คน ตอบได้เลยว่า
.
&amp;ldquo;ความเคียดแค้นที่มีต่อบุพการีตัวเอง&amp;rdquo;
.
ในยุคที่การหย่าร้างมีมากขึ้น เด็กไม่ได้เติบโตกับพ่อแม่ เด็กบางคนอาจเคยอยู่ในบ้านที่มีการทำร้ายกันด้วยคำพูดหรือการกระทำ หรือถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง จนเกิดความไม่เข้าใจ น้อยเนื้อต่ำใจ จนอาจพาลกลายเป็นการโกรธเกลียดเคียดแค้นพ่อแม่ได้
.
ในฐานะนักบำบัด เราได้เห็นคนจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อถามย้อนกลับไปมักมีสภาวะของความโกรธ น้อยใจเคียดแค้นต่อบุพการีตัวเองเป็นจำนวนมาก (ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นซึมเศร้าจะต้องโกรธพ่อแม่นะ แต่คนที่โกรธพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องซึมเศร้าและที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือมะเร็ง เพราะความโกรธเกลียด คือตัวการทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลรวน ซึ่งนำไปสู่โรคร้ายอย่างมะเร็ง)
.
อยากเห็นชัดๆ ให้ดูพฤติกรรมของคนสองคนนี้
.
(หนึ่ง) คือ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ซึ่งถูกทิ้งตั้งแต่เด็กและถูกย้ายให้ไปอยู่ตามบ้านเด็กกำพร้าและมีพ่อแม่อุปการะ สตีฟ จ็อบส์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สำหรับเขาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นเพียงธนาคารสเปิร์ม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และถึงแม้เขาจะมีพ่อแม่บุญธรรมที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี แต่คำพูดนั้นก็เป็นนัยยะที่สำคัญว่ามันมีความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ในบุพการีแท้ๆ ของตัวเอง
.
ความโกรธพวกนี้จะซ่อนอยู่อย่างละเอียดในจิตใจ แม้ปากจะพูดว่าฉันไม่ได้โกรธ
ซึ่งว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าใจเราไม่ได้โกรธ เราจะพูดได้อย่างเต็มปากว่า ขอขอบคุณบุพการีที่ให้กำเนิดให้โอกาสชีวิตนี้ได้เกิดมา ไม่ฆ่าทิ้งทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็ไม่พร้อม กลับให้กำเนิดและให้เราได้มาเจอพ่อแม่ใหม่ มีชีวิตที่ดี สร้างสิ่งที่ดีให้ตัวเองได้
.
แม้จ็อบส์จะยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ความโกรธนี้มันจะแอบแฝงแสดงออกมาในคำพูดและการกระทำของเขาเสมอ อย่างที่เราเคยได้ยินว่าคนที่ร่วมงานกับสตีฟ จ็อบส์ หลายคนทนไม่ไหวจากการใช้คำพูดของเขา
.
(สอง) คือ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรผิวสีที่ถูกญาติข่มขืน พ่อทิ้ง แม่ทำร้าย แต่เธอเลือกที่จะให้อภัยด้วยความเข้าใจว่าพ่อแม่ของเธอก็มีต้นทุนทางความคิดมาไม่เท่ากัน เธอดูแลพ่อแม่ของเธออย่างดี เธอเปลี่ยนพลังความโกรธเป็นพลังความรัก เธอออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนผู้หญิงอีกมากมายที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทำมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส จนวันนี้เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงผิวสีที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาและทรงอิทธิพลต่อโลก
.
กลับมาดูที่บ้านเรา เราจะเห็นคนที่ &amp;ldquo;ใช้ความแค้นขับเคลื่อนชีวิต&amp;rdquo; อยู่ไม่น้อย ที่ชัดๆ ขอยกตัวอย่างนักการเมืองท่านหนึ่งที่อาสามาเป็นผู้นำความคิดใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ แต่หากอ่านการใช้ชีวิตของเขาด้วยสายตาของนักบำบัดแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก (อย่าเพิ่งเชื่อ แต่ลองฟังดู) ว่า &amp;lsquo;การขับเคลื่อนของเขาเกิดจากความโกรธแค้นในบิดาของตัวเอง&amp;rsquo;
.
แม้เราจะไม่รู้สาเหตุของการโกรธแค้น แต่เรื่องราวเมื่อช่วงที่พ่อของเขาป่วย ก็เป็นที่เรื่องที่คนในรู้กันว่า เขาหลบเลี่ยงที่จะไปเยี่ยมพ่ออยู่หลายเดือน จนเมื่อเขาได้ไปพบพ่อข้างเตียงคนป่วย พ่อลูกได้สนทนากันร่วมหลายชั่วโมง และพ่อของเขาก็ทรุดหนักในวันต่อมา จนเมื่อพ่อของเขาจากไป ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเขาก็ไม่ค่อยพูดถึงพ่อ ยิ่งน่าสนใจตรงที่บริษัทที่พ่อสร้าง ที่เลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ ร่ำรวยถึงวันนี้ ก็กลับไม่ได้กล่าวถึงพ่ออย่างสมเกียรติในฐานะผู้สร้าง ลองไปดูได้ในประวัติบริษัทของเขาในปัจจุบัน
.
น่าคิดว่า...เขามีปัญหาอะไรกับพ่อ&amp;nbsp; อึดอัดขัดใจอะไรในตัวพ่อตัวเองอย่างนั้นหรือ
.
ถ้าคุณมองดูภายนอกก็จะดูเหมือนว่าเค้าเป็นคนที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ แต่ถ้ามองอย่างนักจิตวิทยาแล้ว เขาคือคนที่เต็มไปด้วย&amp;rdquo;อุดมเกลียด&amp;rdquo; แรงขับเคลื่อนของเขาเป็นแรงของความเกลียดชังซึ่งใจะเห็นได้ทุกแคมเปญ ทุกspeech ของเขา
.
ถ้าเราแกะรอยคำพูดของ &amp;ldquo;นักการเมืองแค้นพ่อ&amp;rdquo; ในมุมของนักจิตวิทยาด้านภาษาศาสตร์ จะชัดเจนว่าคำพูดของเขามันถูกดันออกมาจากความเคียดแค้นทั้งสิ้น เช่น
&amp;ldquo;จงเปลี่ยนความเคียดแค้นให้เป็นพลัง&amp;rdquo; หรือตอนหาเสียง คำที่ใช้พูดติดปากคือคำว่า &amp;ldquo;ฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ในขณะที่นักการเมืองอื่นใช้คำว่าเปลี่ยน ปรับ แก้ไข แต่เขาเลือกที่จะใช้คำว่า&amp;rdquo;ฉีก&amp;rdquo; ซึ่งอันนี้เป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่นักจิตวิทยาด้วยกัน เพราะในเชิงจิตวิทยาแล้ว สิ่งที่ออกมาจากปากคนเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเล็กๆ ที่โผล่พ้นน้ำ แต่ใต้น้ำนั้นซ่อนภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่เราเรียกว่าจิตใต้สำนึกนั่นเอง การใช้คำว่า&amp;rdquo;ฉีก&amp;rdquo; โดยทั่วไปแล้วมาจากจิตใต้สำนึกของความรุนแรง ไม่ใช่ความอ่อนโยน...​จริงไหม?.... ลองเทียบคำสองคำนี้ดู &amp;ldquo;ฉีกกล่องของขวัญ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;แกะกล่องของขวัญ&amp;rdquo; จิตของคุณเห็นภาพแตกต่างกันไหม กิริยาไหนหยาบกว่ากัน อันไหนรุนแรงกว่ากัน
.
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าคิดอยู่ตรงที่ว่าพ่อของเขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันอย่างสูง ในขณะที่การกระทำของเขาอยู่บนเส้นทางแห่งการล้มล้างสถาบัน
ในทางจิตวิทยา เป็นไปได้อย่างมาก ที่การกระทำนี้มาจากจิตใต้สำนึกของเขาที่จะพิสูจน์ให้พ่อดูว่าสิ่งที่พ่อเชื่อมั่นศรัทธานั้นผิดเท่านั้นเอง เพราะการทำร้ายที่เจ็บที่สุดคือการทำร้ายสิ่งที่คนๆ นั้นรักและเทิดทูน
.
การจะปลดปล่อยตัวเองจากความแค้นที่มีต่อพ่อได้ดีที่สุด ถึงแม้พ่อจะจากไปแล้ว คือการทำให้ตัวเองได้รู้สึกว่าฉันเป็นคนถูกและสิ่งที่เธอเชื่อมั่น รักและเทิดทูนนั้นเป็นสิ่งที่ผิด
.
หากเราสังเกตดีๆ เขาคนนี้มักจะคิดทำการใหญ่เสมอ ในทีท่าเทียบเคียงกับเบื้องสูง (จะด้วยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) แต่ไม่เคยสำเร็จเลยซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือ อาสาช่วยคนแบบไม่เลือกหน้า ทุกอันจบลงตรงที่ล้มเลิกกลางคัน ให้คนกังขา พร้อมกับเหตุผลหรือข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองดูดี แต่สุดท้ายก็คือเหลวไม่เป็นท่า
.
นั่นก็เพราะว่าแรงแห่งความโกรธนั้น เป็นแรงจุดระเบิดแค่ช่วงต้น ประกอบกับ ที่ทำเพราะอยากสนองความเคียดแค้น การขาดการยอมรับ ไม่ได้ทำด้วยความรักในสิ่งที่ทำจากใจจริง จึงเป็นเหตุให้ล้มเหลวซ้ำซาก ในทุกช่วงของชีวิต
.
ขอให้ระวังให้ดี! เพราะได้ยินคนชอบอ้างคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;นำความเคียดแค้นมาเปลี่ยนเป็นเป้าหมาย&amp;rdquo; อยากจะเตือนว่า พลังเคียดแค้นจะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้แค่ช่วงต้นเท่านั้น หลายคนที่ชำระแค้นได้สำเร็จ ผลสุดท้ายกลับซึมเศร้าเพราะพลังทั้งหมดของชีวิตได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
ลองนึกถึงฮิตเลอร์ที่เคียดแค้นพ่อตัวเอง จนประกาศว่า I never loved my father, I feared him. ความรู้สึกนี้ ทำให้เขาทำอะไรลงไปบ้าง และมีจุดจบอย่างไร
.
คน &amp;ldquo;ลักษณะประเภทฮิตเลอร์&amp;rdquo; นี้จะทำทุกวิธีที่จะพิสูจน์ให้โลกยอมรับและเห็นว่าฉันเป็นคนถูกด้วยการทำลายล้างอีกฝั่ง แม้จะใช้วิธีที่สกปรก ชั่วร้าย เลวทรามเท่าใด ก็จะบอกตัวเองว่าฉันยอม เพื่อแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะไม่เคยมีวิธีชั่วร้ายใดชนะได้จริงบนโลกใบนี้
.
ยังมีนักการเมืองอีกท่านหนึ่งที่เคยเล่าไว้ในประวัติของตัวเองว่า เขามีพ่อที่ไม่เคยชื่นชมเขาเลย ไม่ว่าเขาจะทำได้ดีขนาดไหน ความรู้สึกของลูกชายที่ไม่เคยรู้สึกดีพอ จึงทำให้ใจของเขาไม่รู้จักพอ แล้วต้องแสวงหาไปเรื่อยๆ เพื่อเติมหลุมในใจที่มีรูรั่ว สุดท้ายเขาก็จบชีวิตการเมืองโดยการต้องหนีคุกหนีคดีออกนอกประเทศ ร่อนเร่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดนประณามสาปแช่ง ทั้งๆ ที่น่าจะมีความสุขในบั้นปลายกับครอบครัว &amp;nbsp;
.
สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้ หวังเพียงอยากให้ &amp;ldquo;สาระ&amp;rdquo; นี้ไปถึงนักการเมืองทั้งสอง และรวมไปถึงผู้ติดตามของเขาที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาเกลียดพ่อแม่ของตัวเองว่า คุณกำลังปิดทางแห่งความสุขของชีวิตของคุณ
.
ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนความคิดด้วยความเข้าใจและให้อภัยพ่อแม่ของเรา เข้าใจว่าแต่ละท่านก็เติบโตมาไม่เหมือนกัน ลำบากยากเข็ญในวัยเด็กมาไม่เหมือนกัน ท่านอาจมีคำพูดหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมไม่ถูกใจ ส่งมาถึงคุณบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่ได้รักคุณ ท่านดุด่าหรือทอดทิ้งคุณ สิ่งเหล่านั้นมาจากบาดแผลในชีวิตของท่าน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่ได้รัก หรือทำให้ท่านขาดความเป็นมนุษย์แต่อย่างใด
.
เราเชื่อว่าทั้งคุณคนรุ่นใหม่และคนที่อยู่ต่างประเทศ ในจิตใจลึกๆ ของคุณมีความเป็นคนดีและอ่อนโยนอยู่ในนั้น จงให้อภัยบุพการีของตัวเอง ให้อภัยตัวเองแล้วเริ่มต้นใหม่ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความรักความเมตตา คุณจะเห็นว่าพลังนี้มันยิ่งใหญ่กว่ามาก ดังเช่นมหาตมะ คานธี ได้ใช้หลักอหิงสา นำอินเดียคว้าชัยเหนืออังกฤษ เนลสัน แมนเดลา เลือกที่จะไม่ถือโกรธคนที่ทำให้เขาเข้าไปอยู่ในคุกและสุดท้ายเขาก็กลายเป็นมหาบุรุษของชาวผิวสี หรือแม้กระทั่งมหาบุรุษพระนามว่าภูมิพล ที่คุณคลางแคลงที่จะศรัทธา หากเอาอคติแห่งความเกลียดชังออก คุณก็จะเห็นว่าพระองค์เดินหน้าด้วยความรักและเมตตา ไม่รีบแต่ไม่หยุด ไม่ถูกก็แก้ไข ไม่ใหญ่แต่ต่อเนื่อง เหมือนน้ำที่ใสเย็นอาบชโลมผืนแผ่นดินไทยมายาวนานกว่า 70 ปี ท่ามกลางคนมากมายคอยแทงข้างหลัง&amp;nbsp; ด่าทอ ดูถูก ขวางทาง หรือแม้กระทั่งพยายามโค่นล้ม!! แต่คนพวกนั้นก็หยุดพระองค์ไม่ได้และก็ทำอะไรพระองค์ไม่ได้เลยจนวินาทีสุดท้ายและรวมไปถึงวินาทีที่พระองค์ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินแล้วก็ตาม ดังที่คุณก็ประจักษ์ด้วยตัวคุณเอง
.
ด้วยรัก ด้วยอภัย และปรารถนาดี
ขอให้ความโกรธเกลียดเคียดแค้นบุพการี จงหายไปจากหัวใจของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ตัวแทนคนรุ่นใหม่, นักจิตบำบัด, สตีฟ จ็อบส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666628c5bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โมโนแมกซ์’นำเสนอ 7ภาพยนตร์น้ำดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;MONOMAX&amp;rdquo; (โมโนแมกซ์) ผู้นำดูหนังออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ในเครือ โมโน กรุ๊ป ขอส่งกำลังใจด้วยการนำเสนอ 7 ภาพยนตร์น้ำดีที่ชมแล้วได้กำลังใจและมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนจะมีเรื่องอะไรกันบ้างนั้นไปชมกันได้เลย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแรก &amp;ldquo;Race ต้องกล้าวิ่ง&amp;rdquo; ภาพยนตร์ที่ดูเหมือนจะเฉยๆ แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เกินร้อย กับเรื่องราวตีแผ่เรื่องราวชีวิตของ เจสซี่ โอเวนส์ นักกรีฑาผิวสีผู้สร้างประวัติศาสตร์ในโอลิมปิกที่เบอร์ลิน ปี 1936 ด้วยการคว้าเหรียญสำคัญในการแข่งขันกรีฑาถึง 4 รายการ และที่สำคัญคือเป็นการคว้าชัยต่อหน้า ฮิตเลอร์ ผู้มั่นใจว่าชาติตัวเองนั้น สูงส่งกว่ามนุษย์เผ่าพันธุ์อื่นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สองภาพยนตร์ที่รวมพลคนป่วยแต่หัวใจเกินร้อยพร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนขึ้นมาอีกครั้ง! &amp;ldquo;The Road Within ออกไปซ่าส์ ให้สุดโลก&amp;rdquo; กับเรื่องราวของ วินเซนต์ ชายหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคทูเร็ตต์ ได้พบเพื่อนร่วมห้อง อเล็กซ์ ที่ป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ และหลงรักกับ มาเรีย หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคกลัวอ้วน ตัดสินใจขโมยรถของนายแพทย์ที่รักษาพวกเขา และออกไปผจญภัยกับโลกครั้งใหม่ที่พวกเขาไม่เคยคิดลองมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สาม &amp;ldquo;Jobs สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะเปลี่ยนโลก&amp;rdquo; ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่ทรงพลังและน่าทึ่งขอ&amp;shy;งผู้ชายคนหนึ่ง สตีฟ จ็อบส์ ต้องพบกับแรงบันดาลใจ การค้นพบตัวตน จุดต่ำสุดของชีวิต ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และความพยายามอย่างไม่ลดละในการเปลี่ยนโลกจนสำเร็จและหล่อหลอมให้ สตีฟ จ็อบส์ กลายเป็นไอคอนแห่งวงการไอทีอย่างที่ทุกคน&amp;shy;รู้จัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สี่ &amp;ldquo;Won&amp;#39;t Back Down เพียงเธอหัวใจไม่ยอม&amp;rdquo; ภาพยนตร์ที่ทรงพลังและได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง เกี่ยวกับพ่อแม่ มิตรภาพ ความหวังและความกล้าหาญของ 2 คุณแม่ผู้มุ่งมั่น ที่ไม่ยอมให้อะไรมาหยุดยั้งพวกเธอจากการเปลี่ยนแปลงระบบโรงเรียนที่อ่อนแอของลูกๆ ของพวกเธอ เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับพนักงานรัฐเขี้ยวลากดิน และระบบที่หยั่งรากลึกในแนวคิดแบบดั้งเดิม พวกเธอก็ยอมเสี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับการศึกษาและอนาคตของลูกๆ พวกเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่ห้า &amp;ldquo;American Dreams In China สามซ่า กล้า ท้า ฝัน&amp;rdquo; ภาพยนตร์ที่จะสร้างความฝันและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน กับเรื่องราวกับความฝันที่ค่อนข้างเป็นไปได้ยากในยุค 80 ของประเทศจีนที่ยังไม่เปิดประเทศรับกระแสทุนนิยมอย่างเช่นทุกวันนี้ ของ 3 หนุ่มเพื่อนซี้ เฉิงตงซิง เด็กหนุ่มที่ไม่อยากจบชีวิตเป็นชาวนาเหมือนพ่อ-แม่, เหมิงเสี่ยวจวิน เด็กหนุ่มที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักธุรกิจ และ หวังหยาง หนุ่มนักอุดมการณ์ที่อยากเป็นกวีมีชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่หก &amp;ldquo;Grace of Monaco เกรซ ออฟ โมนาโก&amp;rdquo; ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องราวของนักแสดงฮอลลีวูด เกรซ เคลลี่ ได้อภิเษกสมรสกับ เจ้าชายเรนิเยที่ 3 แห่งประเทศโมนาโก ในปี คศ.1956 หลังจากนั้น 6 ปี ชีวิตของเธอถูกมรสุมการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทำให้เธอเริ่มใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ทำให้เธอต้องเลือกระหว่างชีวิตที่เธอใฝ่ฝันในการเป็นนักแสดงกับชีวิตปัจจุบันที่เป็น &amp;quot;เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่เจ็ด &amp;ldquo;Rush อัดเต็มสปีด&amp;rdquo; ภาพยนตร์เกี่ยวกับการแข่งขันของ 2 นักขับรถฟอร์มูล่าวันในทศวรรษที่ 70 เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาดา ที่ผลัดกันชนะจนมีคะแนนไล่เลี่ยกัน แต่ด้วยความแตกต่างในทัศนคติและแนวคิด ทำให้พวกเขาต้องปะทะกันไม่เพียงแต่ในสนามแข่งรถ แต่ยังรวมถึงชีวิตส่วนตัว ที่ผลักดันพวกเขาไปสู่จุดแตกหักทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ที่นี่ไม่มีเส้นทางลัดสู่ชัยชนะ หรือช่องว่างสำหรับความผิดพลาด และผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดก็มีได้เพียงแค่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถชมภาพยนตร์น้ำดีที่ดูแล้วมีแรงบันดาลใจเกินร้อยผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ดูครบ จบทุกตอน! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.monomax.me&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66719</URL_LINK>
                <HASHTAG>American Dreams In China, Grace of Monaco เกรซ ออฟ โมนาโก, Race, Rush อัดเต็มสปีด, The Road Within, Won&#039;t Back Down, นิกิ เลาดา, ประเทศโมนาโก, สตีฟ จ็อบส์, เกรซ เคลลี่, เจมส์ ฮันท์, เจ้าชายเรนิเยที่3, เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec8e6ec8128f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
