<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงบศึกชั่วคราว สหรัฐ-จีนตกลงไม่ทำสงครามการค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนเห็นพ้องกันว่าจะไม่ทำสงครามการค้า และจะไม่ใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรตอบโต้กัน โดยจีนรับปากจะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐมากขึ้น แต่ไม่ได้เอ่ยถึงยอดที่สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีน 2 แสนล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ (ซ้าย) และหวังหยาง รองนายกรัฐมนตรีจีน (ขวา) เดินเข้าที่ประชุมอีโคโนมิกไดอะล็อก ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561 อ้างคำกล่าวของหลิวเหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งนำคณะผู้แทนเจรจาของจีนเยือนกรุงวอชิงตัน ว่ารัฐบาลทั้งสองฝ่ายบรรลุฉันทมติกันว่าทั้งสองประเทศจะไม่ทำสงครามการค้า และจะยุติการขึ้นภาษีศุลกากรกับอีกฝ่าย เขากล่าวด้วยว่า การตกลงกันในครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศนั้นจะต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมออกที่กรุงวอชิงตันก่อนหน้านี้ ระบุว่า รัฐบาลจีนตกลงจะซื้อสินค้าอเมริกันเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ แต่คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดเท่าใดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า การคลี่คลายวิกฤติทางการค้าในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดยาวนานหลายเดือน ที่ทำให้ตลาดพากันหวั่นเกรงว่าจะเกิดสงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักแสดงความไม่พอใจจีนอย่างเปิดเผยหลายครั้งต่อความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ โดยเฉพาะการขาดดุลการค้ามหาศาลที่ทรัมป์ระบุว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ และขู่จะเก็บภาษีศุลกากรสินค้าของจีนมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีของจีนมาพบเจรจากับสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐที่กรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยในวันพฤหัสบดี แต่ทั้งสองฝ่ายเคยหารือกันที่กรุงปักกิ่งด้วยก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์การร่วมที่กรุงวอชิงตันกล่าวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการใช้มาตรการที่มีประสิทธิผลในการลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่เกิดจากการซื้อสินค้าของจีน และเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นของประชาชนจีน และความจำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง จีนจะเพิ่มการซื้อสินค้าและบริการของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2561 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงลายเซ็นบนคำสั่งใช้มาตรการลงโทษทางการค้าต่อจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าของจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเร็วในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีน 3.75 แสนล้านดอลลาร์ และมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลของทรัมป์ต้องการลดการค้าดุลการค้าต่อจีนให้ได้อย่างน้อย 2 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563 แต่แถลงการณ์ร่วมไม่ได้บ่งชี้ว่าจีนเห็นพ้องกับเป้าหมายนี้ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซินหัวกล่าวว่า คำแถลงกล่าวเพียงว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะเพิ่มการส่งออกสินค้าภาคเกษตรและพลังงานของสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ และจะขยายความร่วมมือทางการค้าไปยังผลิตภัณฑ์ด้านบริการทางการเกษตร, ไฮเทค และการเงิน ทั้งยังเห็นพ้องว่าจะเพิ่มความร่วมมือกันด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดดุลการค้า, จีน, ทรัมป์, สงครามการค้า, สตีเฟน มนูชิน, สหรัฐ, หลิวเหอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b01905cd5934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
