<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 จังหวัดชายแดนใต้ตื่นตัวหยุดโควิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฝ้าระวัง 3 ตำบลใน 3 ชายแดนภาคใต้ สตูล ยะลา นราธิวาส ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน นำทีมเสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 ทุกคนรู้จักโควิดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรอบที่ 3 นราธิวาสจัดทีมสวอฟเป็นของ รพ. ดักผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง นายก อบต.ขอฉีดเป็นคนสุดท้าย เปิดทางให้กลุ่มเสี่ยงฉีดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; ชุมชนท้องถิ่นมีแนวทางในการปรับตัวเพื่อสู้กับการระบาดโควิดรอบ 3 ในครั้งนี้อย่างไร? ผู้ร่วมเสวนารายการ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รักษาการ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน เป็นผู้ซักประเด็น จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า รับฟังประกาศจากรัฐบาลโดยตลอด ประชุม 4 เสาหลักเฝ้าระวัง หารือกับผู้นำชุมชนในท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทางศาสนา ภาคเอกชน วางแผนรับมือด้วยข้อตกลงการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเฝ้าระวัง เตือนให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม พกเจลแอลกอฮอล์ หมั่นล้างมือบ่อยๆ อย่าออกไปชุมนุมกันนอกบ้าน กระตุ้นให้ใช้มาตรการเข้มงวด อย่างการระบาดของโควิดในรอบแรก ในช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างยากเพราะเขารู้สึกว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว แต่ตอนหลังโควิดระบาดหนักมาก ชาวบ้านก็ให้ความสนใจและร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการประกอบอาชีพ การทำมาหากินภายในชุมชนมีการปรับตัว ชาวสวนยางพาราไม่กระทบ แต่ร้านค้า การค้าขายมีผลกระทบ เราเข้าไปเคาะประตูร้านค้าสาขาในชุมชนให้คนซื้อและคนขายใส่หน้ากากอนามัย ขอความร่วมมือให้ขายอาหารไม่เกิน 3 ทุ่มในพื้นที่ ร้านน้ำชาให้ปิดเวลา 5 ทุ่ม ข้าราชการเข้ามาทำงานในตัวอำเภอ ครูเข้ามาในพื้นที่โรงเรียน กลุ่มเฝ้าระวังขอความร่วมมือทำความเข้าใจให้ปฏิบัติตามอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้ อสม.ฉีดวัคซีนในรอบแรกไปแล้ว สาธารณสุขอำเภอให้ความสมัครใจในการฉีดวัคซีนด้วยการไปลงทะเบียนล่วงหน้าที่อำเภอ เมื่อฉีดแล้วก็มีอาการปกติ ยังไม่มีใครแพ้ยาแต่อย่างใด ผมยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์ อสม.ฉีดก่อน ผมขอฉีดเป็นคนสุดท้าย ขอจัดให้ชาวบ้านก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การทำงานประชาสัมพันธ์ด้วยหอกระจายข่าวท้องถิ่น ผู้บริหาร อบต.เชิญเครือข่ายเข้ามาให้ความรู้ สมาชิก พนักงาน นายก อบต.ท้องที่ สภาสันติสุขกระจายความรู้ไปถึงมัสยิด โดยเฉพาะทุกวันศุกร์ นายกฯ จะไปละหมาดต่างมัสยิด ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก อบต. ขณะนี้มีเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทช่วยทำให้มาตรการป้องกันโควิดเป็นจริง ด้วยการเป็นแบบอย่าง รณรงค์พูดคุยเผยแพร่ความรู้ เด็กเป็นตัวหลักที่ทำเป็นตัวอย่างในโรงเรียนและกลับมาทำเป็นตัวอย่างที่บ้าน ถึงวันนี้น่าจะไม่มีใครไม่รู้จักโควิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เล่าว่า มีคนไทยที่ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย กลับมาจากมาเลย์เราต้องรับเขากลับมาแต่มีเงื่อนไขต้องกักตัว 15 วัน ให้เขาตัดสินใจว่าจะกักตัวที่ไหน จะกักตัวที่สุไหงโก-ลกแล้วกลับเข้าบ้าน ยังมีคนไทยที่ไปทำงานอยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน กลับเข้ามาด้วย ก็ใช้มาตรการกักตัวเช่นเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมาคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศก็กลับเมืองไทยมาอยู่ที่บ้านกันหมด ถ้าไม่ยอมกักตัวจะถูกปรับ 800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในรอบที่ 3 นี้ เจ้าหน้าที่ อสม.มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น มีการออกป้ายประชาสัมพันธ์ใช้งบประมาณจากกองทุน สปสช. ผลิตหน้ากากอนามัยให้กับผู้สูงอายุทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ก็จ้างคนในพื้นที่เย็บหน้ากากอนามัยด้วยผ้า เพื่อจะได้ซักล้างนำกลับมาใช้ใหม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องการฉีดวัคซีน นายก อบต.ก็ยังไม่ได้ฉีดแต่อย่างใด ขณะนี้เริ่มมีการลงทะเบียนเพื่อจะเตรียมฉีดวัคซีนในตัวอำเภอกันบ้างแล้ว มีทั้งคนที่อยากฉีดวัคซีนและบางคนไม่อยากฉีดวัคซีนปะปนกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่องทางป้องกันโควิดด้วยระบบสื่อสารสัปดาห์ละครั้ง เป็นการทำเฉพาะเรื่องเร่งด่วน ใช้หอกระจายเสียงตามสายเข้าไปทุกหมู่บ้าน ทั้งตำบล เชิญอนามัย รพ.สุขภาพตำบล สาธารณสุขเข้ามาให้ความรู้กับเยาวชน คนในหมู่บ้าน กลุ่มสันติสุข ผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำท้องที่ อสม. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ขณะนี้กลุ่มเยาวชนมีบทบาทจัดอบรมให้ความรู้ เยาวชนที่นี่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์มั่วสุมรวมตัวกัน ไม่ออกนอกพื้นที่ ทำงานเป็นจิตอาสาในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นที่สังเกตว่า ในช่วงที่คนกลับมาอยู่บ้านจะมีการเปิดร้านค้าเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน ขับรถขายของ ใครที่มีความรู้ทำขนมก็ทำขนมไปฝากขาย หรือขายหน้าบ้านของตัวเอง มีการลงทะเบียนวางแผนเพื่อจัดการเรื่องอาชีพต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากนราธิวาสอยู่แนวเขตชายแดน จึงต้องเข้มข้นและเข้มงวดในการตรวจคนเข้าออกตามแนวชายแดนมีเส้นทางธรรมชาติ 7 ตร.กม. มีหน่วยทีมสวอฟเป็นของโรงพยาบาล แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการ &amp;ldquo;ผมก็มีชุดอวกาศอยู่ในรถ เตรียมพร้อมเสมอเมื่อจำเป็นต้องใช้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้าย&amp;nbsp;แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจมากที่ละงูยังไม่มีใครติดโควิด ทั้งๆ ที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกฝ่าย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ผู้นำศาสนาต่างให้ความสำคัญและให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโควิดได้เป็นอย่างดี คนที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม 92% ไทยพุทธ 8%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรามีประชากรในตำบลมากเป็นพันคนก็จริง แต่เราเตรียมพร้อมมาตลอด คนของเราไปทำงานต่างประเทศ ต่างจังหวัด แต่เราเฝ้าระวังไม่ให้ติดโควิดแม้แต่คนเดียว ด้วยการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกองค์กร จ.สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้ายของแผ่นดินไทยที่ติดโควิด แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด เรื่องนี้ผู้นำศาสนาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เราสนับสนุนงบประมาณในการใช้เครื่องมือวัดไข้ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์พร้อม ปกติอิสลามจะประกอบพิธีศาสนกิจ ละหมาด 5 เวลา ก่อนละหมาดจะต้องทำความสะอาดร่างกายเพื่อฆ่าเชื้อโรค เราใช้สื่อสาธารณะ ใช้ Line Facebook กลุ่มองค์กรสนับสนุนให้ความรู้ รวมถึงการบรรยายด้านสาธารณสุขถึงมัสยิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดการนอกพื้นที่ จ.สตูล ในตัวเมือง เป็นจังหวัดเล็กๆ ประชากรไม่มากนัก มีทางเข้าออกไม่มาก เส้นทางหนึ่งเข้ามาจาก จ.ตรัง อีกเส้นทางหนึ่งเข้ามาทาง จ.สงขลา อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติ เดินทางลำบากมากเพราะต้องผ่านภูเขาสูง มีชายฝั่งติดกับมาเลย์ มีด่านตรวจมีชายฝั่งทางทะเลอันดามัน การกักตัวส่วนใหญ่ก็กักตัวกันที่บ้าน มีภาคีเครือข่ายคอยสังเกตการณ์ตลอดเวลา การให้ความรู้อย่าให้เกิดโควิดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขบวนรถให้ความรู้ป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ ต.ละงู เป็นพื้นที่กว้างขวาง ยังมีความเป็นชนบทอยู่สูง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำประมง อยู่กันอย่างไม่แออัด ทำนาทำสวนทำประมง ต่างคนต่างอยู่ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในช่วงเทศกาลศีลอด ในช่วงบ่ายๆ ประชาชนจะออกไปจ่ายตลาดพร้อมๆ กันเพื่อเตรียมทำกับข้าวเป็นอาหารมื้อเย็นหลังจากละศีลอดแล้ว ขอให้ระมัดระวัง เว้นระยะห่างในการจับจ่ายซื้อของ มีหอกระจายข่าว แจ้งข่าวผ่านทาง Line Facebook ทุกเช้า-เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้ยังไม่มีโควิดที่ละงู แต่ถ้าจะมีก็เป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราต้องป้องกันอย่างดีไว้ก่อน เราต้องรับมือให้ดีและสร้างความภาคภูมิใจที่เราไม่มีโควิดที่นี่ เราต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ ให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเอง เราต้องสร้างความพร้อมให้ความร่วมมือ ที่นี่ไม่ค่อยมีการจัดงานสงกรานต์ ปีนี้จัดสรงน้ำพระ มี Time Line คนส่วนใหญ่รู้จักกันทั้งหมด เนื่องจากจังหวัดสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนๆ ก็จะตามมาพักอยู่ด้วย ยิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่มีโควิด ใครๆ ก็อยากมาเที่ยว ก็ต้องระมัดระวังด้วย กลัวไข่แดงจะแตกเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ เพราะส่วนใหญ่ไม่พักที่โรงแรมหรือรีสอร์ต จะเข้ามาพักที่บ้าน เราเป็นห่วง ให้มีการกักตัว ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เข้มงวดโดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุดป้องกันโควิดในระหว่างการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การระบาดโควิดรอบ 3 มีความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้น ในชุมชนยังไม่มีใครฉีดวัคซีน มีการวางแผนไว้ว่าถ้ามีการฉีดวัคซีนจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงก่อน คนที่ขับรถไปรับเจ้าหน้าที่เข้าออกในตัวจังหวัดเป็นประจำ เพื่อให้เขาปลอดภัย &amp;ldquo;ในตำบลใครเข้าออกจะรู้หมด ต้องแจ้งชื่อกับผู้ใหญ่บ้านทั้ง 18 หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแจ้ง อสม.มาตรวจคัดกรองทุกราย ถ้าหากบ้านมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ก็ให้มาอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ มีระบบคัดกรองที่จัดเตรียมพร้อม มีม้าเร็วจัดการในพื้นที่ เราเข้มงวดมาก ทุกบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีรายงานผ่านทางไลน์ โทรศัพท์ติดต่อกันโดยตลอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสื่อสารหลักนั้นพี่น้องประชาชนเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติตาม มีการกระจายเสียงตามสายตามมัสยิด 22 แห่งที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ครอบคลุมทั้งตำบล หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีรถแห่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยกันประชาสัมพันธ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้าง แต่ขอรับบริจาคช่วยเป็นค่าน้ำมัน ป้ายโฆษณาเขาก็ทำกันเอง รถที่ใช้ก็เป็นรถส่วนตัวของชาวบ้านที่ใช้ทำงาน หลังเลิกงานก็นำมาใช้ในการแห่ไปตลาดย่านชุมชนเพื่อให้ความรู้ ปรากฏว่าได้ผลดีเพราะทุกคนจะได้ยินและนำไปปฏิบัติ &amp;ldquo;รถแห่เป็นการบังคับให้ฟัง ยังไงก็ได้ยินตลอด กลายเป็นช่องทางหลักอีกทางหนึ่งด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องหยุดการเรียนการสอน แม้จะยังไม่มีคำสั่งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราเปิดศูนย์เมื่อเกิดอะไรขึ้นน่ายกฯ จะต้องรับผิดชอบทุกปัญหา ดังนั้นเราต้องป้องกันไว้ก่อน ที่ผ่านมาศูนย์เด็กเล็กเป็นช่องทางที่ช่วยดูแลเด็ก พ่อแม่ไปทำงานได้ แต่ในช่วงที่ปิดศูนย์ฯ ครูยังต้องมาทำงานตามปกติ จัดเตรียมเอกสารการสอน งานทางด้านธุรการต่างๆ อบต.ออกไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.มี 3 ทีม ประสานงานกับ รพ.สต.โดยไม่ต้องว่าจ้าง ด้วยการใช้คนงานรถขนขยะทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม-ตี 4 เราดึงคนงานมาทำงานในช่วงเที่ยงเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ขณะเดียวกันครูยังต้องจัดเตรียมอาหารกลางวันให้นักเรียนแม้จะปิดศูนย์เด็กเล็ก โดยมีแม่บ้านคอยดูแล ให้ผู้ปกครองมารับอาหารกลางวันไปให้เด็ก หรือในบางรายไม่สะดวกมารับเอง ทางครูก็ดำเนินการให้ ศูนย์เด็กเล็กบางแห่งมีเด็กมากถึงกว่าร้อยคน แต่บางแห่งก็ไม่ถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102134</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ชายแดนภาคใต้, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, จำรัส ฮ่องสาย, ชาวสวนยางพารา, ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19, ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9, ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ, ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, นราธิวาส, บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว, ยะลา, สตูล, สสส., สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน, อาซัน สือนิล, โควิดรอบ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6095360134254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังสตรีที่สตูล : สร้างอาชีพจากภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน เย็บกระเป๋าส่งขายเศรษฐีดูไบสร้างรายได้เดือนละ 2 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตูล /&amp;nbsp; กลุ่มสตรีในอำเภอควนโดน จ.สตูล&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันสร้างอาชีพจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;rsquo; นำสมุนไพรในท้องถิ่นมาทำลูกประคบ&amp;nbsp; ยาหม่อง&amp;nbsp; ขี้ผึ้ง&amp;nbsp; น้ำมันไพล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า สร้างรายได้ให้สมาชิก&amp;nbsp; ขณะที่กลุ่ม &amp;lsquo;ดาหลาปาเต๊ะ&amp;rsquo; รับออร์เดอร์ผลิตกระเป๋าผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ-ผ้าปาเต๊ะส่งไปขายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เดือนละ 1,500 ชุด&amp;nbsp; ทำรายได้กว่า&amp;nbsp; 2 ล้านบาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลควนสตอ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; จ.สตูล&amp;nbsp; อยู่ห่างจากตัวจังหวัดมาทางทิศเหนือประมาณ 23&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 31 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp; มี 10 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 8,300 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ประกอบอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; ปลูกข้าวเอาไว้กินในครอบครัว&amp;nbsp; พืชเศรษฐกิจคือยางพารา&amp;nbsp; ทำสวนผลไม้&amp;nbsp; ปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp; และเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วัว&amp;nbsp; แพะ แกะ&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ใบหนาด-ไมยราบ&amp;rsquo; ภูมิปัญญาจากบ้านทุ่งพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มารีหยา&amp;nbsp; อุสนุน &amp;nbsp;ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนสตอ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; จ.สตูล&amp;nbsp; ในฐานะผู้นำกลุ่ม &amp;lsquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;rsquo; หมู่ที่ 10 เล่าว่า&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพนวดแผนไทยเริ่มก่อตั้งในปี 2549 &amp;nbsp;เพราะเห็นว่าเมื่อเสร็จจากงานประจำวันในครอบครัวแล้วแม่บ้านจะมีเวลาว่าง&amp;nbsp; ตนจึงชักชวนแม่บ้านประมาณ 7-8&amp;nbsp; คนไปอบรมการนวดแผนไทยจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอควนโดน&amp;nbsp; รวมทั้งอบรมเรื่องการใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาทำลูกประคบแก้ปวดเมื่อยร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำยาหม่อง&amp;nbsp; ขี้ผึ้งไพล&amp;nbsp; น้ำมันไพร&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้ว&amp;nbsp; เราจึงเริ่มทำเป็นอาชีพ&amp;nbsp; โดยเปิดนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า&amp;nbsp; ให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้านก่อน&amp;nbsp; หลังจากนั้นเราจึงเริ่มนำสมุนไพรมาทำเป็นลูกประคบ&amp;nbsp; และทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการลงหุ้นจากสมาชิกคนละ 100 บาท&amp;nbsp; เพื่อเอามาซื้อสมุนไพรและอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อมีงานออกร้านในจังหวัดหรือในอำเภอ&amp;nbsp; เราก็จะไปออกบูธเปิดนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า&amp;nbsp; รวมทั้งเอาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไปขายด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; มารีหยาบอกความเป็นมาของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สมุนไพรต่างๆ ที่นำมาทำลูกประคบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสมุนไพรที่ใช้นั้น&amp;nbsp; มารีหยาบอกว่า&amp;nbsp; จะซื้อสมุนไพรที่สมาชิกปลูกหรือคนเฒ่าคนแก่ที่ไม่มีรายได้ใช้พื้นที่ว่างรอบๆ บ้านปลูกสมุนไพรแล้วเอามาขายให้กลุ่ม&amp;nbsp; เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ไพล&amp;nbsp; รับซื้อหัวสดกิโลกรัมละ 50 บาท&amp;nbsp; มีสรรพคุณ&amp;nbsp; บรรเทาปวดกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; เส้นเอ็น&amp;nbsp; ช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย&amp;nbsp; ขมิ้นชัน&amp;nbsp; รับซื้อกิโลฯ ละ 25&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; มีสรรพคุณมากมาย&amp;nbsp; หากนำมาใช้ทำลูกประคบจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; ลดการบวมช้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนสินค้าเด่นของกลุ่ม&amp;nbsp; คือลูกประคบไพล&amp;nbsp; และยาหม่องไพล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกประคบไพล&amp;nbsp;มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรสดหั่นหยาบ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.หัวไพล&amp;nbsp; 500 กรัม&amp;nbsp; 2.ขมิ้นชัน&amp;nbsp; 100 กรัม&amp;nbsp;3.ตะไคร้ 200 กรัม&amp;nbsp; 4.ใบมะขาม 100 กรัม&amp;nbsp; 5.ส้มป่อย 50 กรัม&amp;nbsp; 6.ใบหนาด 50 กรัม&amp;nbsp; ผสมพิมเสนและการบูร&amp;nbsp; คลุกเคล้าให้เข้ากัน&amp;nbsp;แล้วนำผ้าดิบมามัดให้เป็นลูกประคบ&amp;nbsp; ขนาดลูกละ 200 กรัม&amp;nbsp; ราคาจำหน่ายลูกละ 80 บาท&amp;nbsp; สามารถใช้ประคบได้ทั้งแบบสดและประคบแห้ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากประคบสดให้นำลูกประคบมานึ่งให้ร้อนจนสมุนไพรมีกลิ่นหอมระเหยออกมา&amp;nbsp; จากนั้นจึงนำลูกประคบมานวดเบาๆ บริเวณที่เจ็บปวดกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; เส้นเอ็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; บวมช้ำ&amp;nbsp; หรือบริเวณที่ปวดเมื่อยร่างกาย&amp;nbsp; ทำให้ลดอาการเจ็บปวดต่างๆ&amp;nbsp; เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น&amp;nbsp; แบบประคบแห้ง&amp;nbsp; คือนำสมุนไพรที่หั่นแล้วไปตากแดดให้แห้ง&amp;nbsp; แล้วนำมาบรรจุถุงผ้า&amp;nbsp; สามารถเก็บได้นานหลายเดือน&amp;nbsp; เมื่อจะใช้จึงนำมานึ่งให้ร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;มารีหยา (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มารีหยาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;nbsp; ยังนำสมุนไพรในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วไม่ต้องซื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใบหนาด (ชาวบ้านมีความเชื่อว่าใช้ป้องกันภูติผีได้) นำมาเป็นส่วนผสมของลูกประคบ&amp;nbsp; เพื่อช่วยบำรุงผิว&amp;nbsp; แก้ผดผื่นคัน&amp;nbsp; ฟกช้ำ แก้ปวดหลัง&amp;nbsp; เอว&amp;nbsp; ข้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนตำราแพทย์แผนไทย&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ใบหนาด &amp;nbsp;มีกลิ่นหอมฉุน &amp;nbsp;มีรสเมาร้อน &amp;nbsp;แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ &amp;nbsp;เป็นยาห้ามเลือด &amp;nbsp;ยาเจริญอาหาร &amp;nbsp;แก้โรคไขข้ออักเสบ&amp;nbsp; แก้ไข้ &amp;nbsp;ลดความดันโลหิต &amp;nbsp;ขับพยาธิ &amp;nbsp;ระงับประสาท &amp;nbsp;ขับลม &amp;nbsp;แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง &amp;nbsp;ขับเหงื่อ &amp;nbsp;ใช้ภายนอกบดเป็นผงใส่บาดแผล &amp;nbsp;แก้แผลอักเสบ &amp;nbsp;แก้กลากเกลื้อน &amp;nbsp;และแผลฟกช้ำ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมยราบ&amp;nbsp; (ชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;หนามงับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพราะลำต้นมีหนาม&amp;nbsp; เมื่อเอานิ้วไปแหย่ใบจะหุบหรืองับนิ้ว)&amp;nbsp; ทางกลุ่มนำมาตากแห้งทำเป็น&amp;nbsp; &amp;lsquo;ชาไมยราบ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ชงน้ำดื่ม&amp;nbsp; มีสรรพช่วยลดน้ำตาลในเลือด&amp;nbsp; แก้เบาหวาน&amp;nbsp; แก้ปวดเมื่อย&amp;nbsp; อ่อนเพลีย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 10 คน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียนประมาณ 60,000 บาท&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะมาช่วยกันผลิตสมุนไพรและลูกประคบเพื่อขายออนไลน์และเอาไปออกร้านทั้งในอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดย อบจ.สตูลช่วยสนับสนุน&amp;nbsp; มีเก้าอี้สำหรับให้ลูกค้านอนนวด 20 ตัว&amp;nbsp; คิดราคานวดแผนไทยและนวดฝ่าเท้า 45 นาที&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนี้สินค้าขายดีก็คือลูกประคบ&amp;nbsp; ราคาลูกละ 80 บาท&amp;nbsp; จะผลิตครั้งหนึ่งประมาณ 150 ลูก&amp;nbsp; และยาหม่องไพล&amp;nbsp; ใช้ถูทา&amp;nbsp; แก้ปวดเมื่อย&amp;nbsp; ใช้ดมแก้วิงเวียน&amp;nbsp; ผลิตครั้งละ 200 ขวด&amp;nbsp; ราคาขายขวดละ 30 บาทและ 60 บาท&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมเดือนละหลายพันบาท&amp;nbsp; และยังช่วยให้ผู้สูงอายุในตำบลประมาณ 30 คน&amp;nbsp; มีรายได้จากการปลูกสมุนไพรขายด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มารีหยา&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;rsquo; ผลิตกระเป๋าจากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ&amp;nbsp;ส่งขาย &amp;lsquo;ดูไบ&amp;rsquo; เดือนละ 1,500 ชุด&amp;nbsp; ทำรายได้กว่า 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปาเต๊ะ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บาติก&amp;rdquo; (Batik) &amp;nbsp;เป็นภาษาชวา&amp;nbsp; ใช้เรียกผ้าที่มีลวดลายที่เป็นจุด &amp;nbsp;คำว่า &amp;ldquo;ติก&amp;rdquo; มีความหมายว่า เล็กน้อย &amp;nbsp;หรือจุดเล็กๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ้าปาเต๊ะจึงหมายถึงผ้าที่มีลวดลายเป็นจุด ๆ &amp;nbsp;ซึ่งมาจากกรรมวิธีการทำผ้าปาเต๊ะหรือทำผ้าบาติกนั่นเอง&amp;nbsp; ลวดลายของผ้าปาเต๊ะจะเลียนแบบมาจากธรรมชาติ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ต้นไม้ &amp;nbsp;ดอกไม้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รูปเลขาคณิตต่าง ๆ &amp;nbsp;ปัจจุบันนิยมทำลวดลายท้องทะเล&amp;nbsp; คลื่น&amp;nbsp; ปะการัง&amp;nbsp; และสัตว์ทะเลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; เริ่มรวมกลุ่มในปี 2547&amp;nbsp; จากแกนนำที่เป็นครูสอนอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า&amp;nbsp; รวบรวมแม่บ้านให้มาทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าขาย&amp;nbsp; ในช่วงแรกจะเน้นผ้าคลุมศรีษะ&amp;nbsp; ผ้าละหมาด&amp;nbsp; หรือชุดแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2559 &amp;nbsp;มีอาจารย์จากวิทยาลัยชุมชนสตูลมาสอนให้ตัดเย็บกระเป๋าผ้าเพื่อใส่เอกสาร&amp;nbsp; เมื่อเห็นว่ากลุ่มผลิตงานออกมาได้ดี&amp;nbsp; มีคุณภาพ&amp;nbsp; จึงว่าจ้างให้กลุ่มผลิตกระเป๋าเอกสารจำนวนประมาณ 1,600 &amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp; กลุ่มจึงเริ่มขยายตัว&amp;nbsp; เปิดให้ชาวบ้านที่มีฝีมือด้านการตัดเย็บเข้ามารับงานไปทำต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟาติมะ&amp;nbsp; วัฒนา &amp;nbsp;เหรัญญิกกลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้กลุ่มมีสมาชิกประมาณ 40 คน&amp;nbsp; คนที่มีจักรเย็บผ้าของตัวเองก็จะนำงานไปทำที่บ้าน&amp;nbsp; บางส่วนก็จะมาเย็บที่กลุ่ม&amp;nbsp; มีจักรเย็บผ้า 20 ตัว&amp;nbsp; แบ่งงานกันทำตามความถนัด&amp;nbsp; และสมาชิกจะต้องออมเงินเข้ากลุ่มเดือนละ 100 บาทเพื่อเป็นกองทุน&amp;nbsp; นำมาช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; หรือคลอดบุตร (วงเงินแล้วแต่คณะกรรมการ 7 คนจะพิจารณา)&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มมีเงินกองทุนประมาณ 80,000 บาท (เงินออมทรัพย์ 40,000 บาท&amp;nbsp; เงินลงหุ้น 40,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาติมะบอกจุดเด่นของกลุ่มดาหลาปาเต๊ะว่า&amp;nbsp; เสื้อผ้าและของใช้ที่กลุ่มผลิตจะเน้นผ้ามัดย้อมที่มาจากสีธรรมชาติ&amp;nbsp; โดยใช้ต้นไม้ในท้องถิ่นนำมาหมักทำสีมัดย้อมเสื้อผ้า&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ขมิ้น &amp;nbsp;ให้สีเหลืองเข้ม&amp;nbsp; ใบกระท้อน &amp;nbsp;ให้สีไม้โอ๊ค&amp;nbsp; ใบสะตอ&amp;nbsp; ให้สีเขียวแกมเหลือง&amp;nbsp; จำปาดะ&amp;nbsp; ให้สีเหลืองแกมแดง&amp;nbsp; ฯลฯ ส่วนข้อดีของสีธรรมชาติ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้&amp;nbsp; หาได้ง่ายในท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ต้องซื้อเหมือนสีเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ฟาติมะกับสีธรรมชาติที่พร้อมใช้และการย้อมสีผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อัตลักษณ์ของอำเภอควนโดนคือ &amp;lsquo;จำปาดะ&amp;rsquo; กลุ่มดาหลาจึงเอาเปลือกและแก่นของต้นจำปาดะมาทำสีมัดย้อม&amp;nbsp; ให้สีเหลืองแกมแดง&amp;nbsp; โดยเราจะเอาไม้จำปาดะมาสับเป็นชิ้น&amp;nbsp; นำมาต้มเพื่อให้ได้สีออกมา&amp;nbsp; จากนั้นจึงเอาน้ำสีที่ได้มาเก็บใส่ขวด&amp;nbsp; เวลาใช้จะเอาไปต้มในกะละมัง&amp;nbsp; ใส่เกลือเพื่อให้สีคงทน&amp;nbsp; เอาผ้าที่จะย้อมสีลงไปต้มนานประมาณ 15 นาที&amp;nbsp; แล้วเอามาล้างน้ำเย็น&amp;nbsp; 3 น้ำ&amp;nbsp; น้ำสุดท้ายเป็นน้ำด่างสนิมเหล็ก&amp;nbsp; เพื่อให้สีย้อมติดทนทาน&amp;nbsp; สีไม่ลอก&amp;nbsp; ไม่จาง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ฟาติมะบอกเคล็ดลับ&amp;nbsp; และเผยว่า&amp;nbsp; วิธีทำน้ำด่างสนิมจะเอาเศษเหล็ก หรือตะปูที่เป็นสนิมมาแช่น้ำอย่างน้อย 3 เดือน&amp;nbsp; ยิ่งแช่นานก็จะทำให้ผ้าที่ย้อมสีมีความทนทานมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผ้ามัดย้อมที่ได้จากสีของต้นจำปาดะ (คล้ายขนุนแต่เนื้อจะเละกว่า&amp;nbsp; นิยมนำมาชุบแป้งทอด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; ผลิตเสื้อผ้าผู้หญิง&amp;nbsp; ผู้ชาย&amp;nbsp; ผ้าพันคอ&amp;nbsp; กระเป๋าสะพาย&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เงิน&amp;nbsp; รองเท้าผ้า&amp;nbsp; หรือผลิตตามคำสั่งซื้อ&amp;nbsp; ใช้ผ้ามัดย้อมที่ตัดเย็บเอง&amp;nbsp; และผ้าลายปาเต๊ะที่ผลิตมาจากโรงงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 100 - 2,500 บาทต่อชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสมาชิกที่มาช่วยกันตัดเย็บจะได้รับค่าแรงเป็นชิ้น&amp;nbsp; เฉลี่ยต่อเดือนคนหนึ่งจะมีรายได้ตั้งแต่ 4,000 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนถึง 10,000-20,000 บาท&amp;nbsp; ตามความสามารถของฝีมือและจำนวนงานที่ทำ&amp;nbsp; และกลุ่มจะหักกำไรจากการขายจำนวน 10 % เข้ากองทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟาติมะบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนักธุรกิจไทยที่ค้าขายกับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ว่าจ้างให้กลุ่มผลิตกระเป๋าสะพายส่งไปจำหน่ายที่เมืองดูไบซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; โดยผลิตกระเป๋าเป็นเซ็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 1,500 เซ็ตต่อเดือน&amp;nbsp; 1 เซ็ต&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระเป๋าสะพายใบใหญ่&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เงิน&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เศษสตางค์&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง&amp;nbsp; และกระเป๋าใส่พวงกุญแจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตัวอย่างกระเป๋า 1 เซ็ท&amp;nbsp; มี&amp;nbsp; 5 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกลุ่มดาหลาปาเต๊ะคิดค่าผลิตกระเป๋าราคาเซ็ทละ 2,800 บาท&amp;nbsp; หากเป็นผ้ามัดย้อม&amp;nbsp; และราคา 1,500 บาทหากเป็นผ้าปาเต๊ะ&amp;nbsp; ตอนนี้เริ่มทยอยส่งสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว&amp;nbsp; โดยลูกค้าต้องการสินค้าทั้งหมด&amp;nbsp; 6,000&amp;nbsp; เซ็ท&amp;nbsp; และหากผลิตได้ตามเป้าหมายเดือนละ 1,500 เซ็ท&amp;nbsp; จะทำให้กลุ่มมีรายได้อย่างต่ำเดือนละประมาณ&amp;nbsp; 2 ล้านบาท&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิดอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp; และยังกระจายการจ้างงานไปยังกลุ่มแม่บ้านกลุ่มอื่นๆ ที่มีฝีมือทางการตัดเย็บ&amp;nbsp; โดยกลุ่มได้จ้าง QC หรือพนักงานควบคุมคุณภาพมาตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของลูกค้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของพลังสตรีที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp; สร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้เข้าสู่สมาชิกและชุมชน !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;หมายเหตุ : เรื่องและภาพโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97908</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ, กลุ่มสตรีในอำเภอควนโดน, จำปาดะ, ดูไบ, บาติก, บ้านทุ่งพัฒนา, ผ้ามัดย้อม, ฟาติมะ  วัฒนา, มารีหยา  อุสนุน, ลูกประคบไพล, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา, สตูล, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร, ไมยราบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60643eebb071a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซาร่า นลิน&#039;โชว์นุ่งกระโจมอก พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลงเสน่ห์เมืองสตูลเข้าให้แล้ว สำหรับพิธีกรสาวสวยคนเก่ง ซาร่า-นลิน โฮเลอร์ ทำให้รายการคุณนายจ่ายตลาด ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 13.40 น. ทาง อมรินทร์ทีวี HD 34 อาทิตย์นี้ &amp;nbsp;ยังคงอยู่ที่ จังหวัดสตูล โดยคุณนายโนสมา หลีเส็น ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล รับหน้าที่เป็นไกด์อาสาเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ซาร่า นลิน เผยว่า &amp;ldquo;เรียกว่าการได้เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดสตูลครั้งนี้ คุ้มค่ามากๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำ ซึ่งอาทิตย์นี้เราก็ยังอยู่ที่จังหวัดสตูล ความพิเศษคือได้ตื่นเช้ามาเดิน ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล เพื่อตามหากั้งไปทำเป็นเมนู กั้งทอดกระเทียม และที่ฟินสุดๆ คือ ได้มาแช่น้ำพุร้อน ที่ บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย แหล่งบ่อน้ำร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าและก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่นี่ก็ทั้งสงบ สะอาด และธรรมชาติบริสุทธิ์ตรงตามคำขวัญของจังหวัด สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ เลยนะคะ &amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97236</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณนายจ่ายตลาด, ซาร่า-นลิน โฮเลอร์, บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย, สตูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c0e26528ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ซาร่า’พาเที่ยว‘สตูล’ ชิมเมนูท้องถิ่นหากินยาก ‘ขนมกอเดาะ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณนายจ่ายตลาด&amp;rdquo;&amp;nbsp;อาทิตย์นี้( 14 &amp;nbsp;มีนาคม)&amp;nbsp;พิธีกรสาว &amp;ldquo;ซาร่า-นลิน โฮเลอร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;จะพาไปล่องใต้ที่จังหวัดสตูลโดย คุณนายโนสมา หลีเส็น ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูลจะพาไปตลาดบีบีคลองขุดตามหาวัตถุดิบไปทำเมนูขนมกอเดาะ เมนูท้องถิ่นชื่อไม่คุ้นแต่รสชาติอร่อย พร้อมไปชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโตนปาหนันและความสวยงามของสถาปัยกรรมเมืองสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ซาร่า เผยว่า&amp;ldquo;วันนี้ซาร่าจะพามาล่องใต้ที่จังหวัดสตูล ตะลุยตลาดบีบีคลองขุดเพื่อหาวัตถุดิบมาทำขนมกอเดาะชื่ออาจจะฟังยากแต่รับรองว่าอร่อยเพราะเป็นเมนูท้องถิ่นที่หาทานยาก แล้วพาไปเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโตนปาหนันพลาดไม่ได้คือเที่ยวความสวยงามของสถาปัตยกรรมในเมืองสตูลซึ่งสวยงามสตูลเป็นเมืองเล็กๆทางภาคใต้ที่ธรรมชาติยังงดงามและเป็นอีกหนึ่งที่จังหวัดที่ห้ามนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ติดตามชมรายการ &amp;ldquo;คุณนายจ่ายตลาด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ทุกวันอาทิตย์นี้( 14&amp;nbsp;มีนาคม)&amp;nbsp;เวลา13.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทางอรินทร์ทีวีHD 34&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนมกอเดาะ, ซาร่า นลิน โฮเลอร์, สตูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049f697ad62a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตูลปักหลักเกษตรอินทรีย์ จี้รัฐบาลบิ๊กตู่เลิก3สารพิษแบบไร้เงื่อนไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62 - เครือข่ายเครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ สตูลเป็นจังหวัดเกษตรอินทรีย์ และให้รัฐบาลยกเลิกสารเคมีพิษเกษตร โดยระบุว่า จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 12 (สคร.12) ได้เปิดเผยสถานการณ์การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งพบว่า จังหวัดสตูลเป็น 1 ใน 7 จังหวัดภาคใต้ที่มีการใช้สารเคมีพิษทางการเกษตรมากสุด และส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยจากผลกระทบดังกล่าวเป็นอันดับต้นของภาคใต้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่จังหวัดสตูลได้มีการรณรงค์ ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนแนวคิดจากเกษตรเคมีมาเป็นการเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยหวังจะให้ทันกับกระแสการคุ้มครองผู้บริโภคที่คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงภัยร้ายจากพืชผักผลไม้ที่มีสารเคมีปนเปื้อนเพิ่มมากขึ้น และตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีที่ผ่านมานี้ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์จากทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงกลุ่มองค์กรภาคีต่างๆ และรวมถึงประชาชนทั่วไป ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญต่อเรื่องนี้ และให้แสดงความจริงใจกับประชาชนด้วยการประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีพิษในการเกษตรอย่างน้อย 3 ชนิด คือพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ทั้งนี้ได้มีการยืนยันด้วยข้อมูลทางวิชาการแพทย์แล้วว่าสารเคมีพิษดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อร่างกายมนุษย์ที่นำไปสู่การเป็นโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรงมะเล็ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล จึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า เราต้องการให้พื้นที่การเกษตรจังหวัดเป็นพื้นที่ของเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย และต้องปลอดสารเคมีพิษทางการเกษตรทั่วทั้งจังหวัด ทั้งนี้เพื่อปกป้องการดำรงชีวิตของผู้ผลิตและผู้บริโภคไปพร้อมกัน พร้อมกันนี้เราขอเรียกร้องให้จังหวัดสตูลได้แสดงความกล้าหาญต่อเรื่องนี้โดยประกาศมาตรการเพื่อนำไปสู่เจตนารมณ์ดังกล่าวโดยเร็วที่สุดและในโอกาสเดียวกันนี้เราขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำเนินการยกเลิกการใช้สารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิดนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48508</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสตูล, สตูล, เครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad40457d6b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯ ลงพื้นที่ 10 จังหวัดเป้าหมาย ปั้นสมาร์ทจิวเวลเลอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ ลงพื้นที่ 10 จังหวัดเป้าหมาย ปั้นสมาร์ทจิวเวลเลอร์&amp;nbsp;หวังเสริมแกร่งผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับภูมิภาค และสร้างโอกาสทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าเข้ารับอบรมไม่ต่ำกว่า 500 ราย หลังปีก่อนทำสำเร็จ ช่วยผู้ประกอบการท้องถิ่นเพิ่มยอดขาย บางรายมีต่างชาติจีบร่วมทุนผลิตส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.&amp;nbsp;62- นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า จีไอทีมีแผนที่จะลงพื้นที่เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคให้เป็นสมาร์ท จิวเวลเลอร์ ใน 10 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่&amp;nbsp;ภูเก็ต เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ตาก พังงา สตูล ตราด นครราชสีมา กาญจนบุรี และแพร่&amp;nbsp;เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในภูมิภาค เพิ่มโอกาสการค้า ทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ และช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค โดยตั้งเป้าผู้เข้ารับการอบรมไม่ต่ำกว่า 500 ราย และผลักดันให้มีคอลเล็กชันใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ชิ้นงานที่จะทำตลาดได้จริง ทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้จีไอทีได้เริ่มลงพื้นที่ไปยังจังหวัดต่างๆ แล้ว เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการเป้าหมาย ก่อนนำผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยพัฒนา ทั้งการเพิ่มทักษะเชิงช่าง การออกแบบเครื่องประดับ โดยที่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และสินค้าสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงจะช่วยเพิ่มพูนความรู้การทำธุรกิจและการตลาดในยุคดิจิทัลให้ด้วย&amp;rdquo;นางดวงกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการในปีนี้ เป็นโครงการที่ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ครอบคลุมผู้ประกอบการทั้งหมด จึงได้จัดโครงการต่อเนื่องอีกในปีนี้ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ต่างยืนยันว่าประสบความสำเร็จ ในด้านการพัฒนาสินค้า ที่มีความทันสมัย โดยใจผู้บริโภค มียอดขายสูงขึ้น บางรายสามารถขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศ และบางรายมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาร่วมลงทุนในการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดวงกมลกล่าวว่า สำหรับผลการลงพื้นที่ในปีนี้ ได้ดำเนินการไปแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยจีไอทีได้ประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น พาณิชย์จังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด ผู้แทนสถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการเครื่องเงิน เครื่องประดับเงินในพื้นที่ และได้หารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือดำเนินงานโครงการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในภูมิภาคอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ผลิตท้องถิ่นสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจังหวัดอื่นๆ จีไอทีได้ลงพื้นที่ไปพบปะกับผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่นแล้ว ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตาก พังงา และกำลังลงพื้นที่จังหวัดสตูล ในวันที่ 26 มิ.ย.2562 ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน และผลักดันให้มีสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับชุมชนออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น ส่วนจังหวัดถัดไปที่จะลงพื้นที่ คือ ตราด&amp;nbsp;นครราชสีมา กาญจนบุรี และแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลงานที่จีไอทีเข้าไปให้ความช่วยเหลือในปีนี้ นอกจากจะนำมาจัดแสดงและจำหน่ายที่&amp;nbsp;TEMP Pop-Up Store by GIT&amp;nbsp;บริเวณชั้น 1 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม ยังจะคัดเลือกนำไปจัดแสดงภายในงานแสดงสินค้าบางกอกเจมส์แอนด์จิวเวลรี่แฟร์ ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางในการขยายตลาดสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39513</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ดวงกมล เจียมบุตร, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, พังงา, สตูล, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน), อัญมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งตรงเครือข่ายคุก!บุกรวบอดีตนักโทษซุกยาบ้าอื้อรอบบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62- &amp;nbsp;ร.ต.ท.อำพร &amp;nbsp;นิลบรรพต หน.ชปข.ร้อย ตชด.436 สตูล ,พ.ต.ท.ภุชงค์ &amp;nbsp;สงวนจิตร เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. , ด.ต.เกษม &amp;nbsp;สันเหล็ม ผบ.หมู่ฯ ส.รน.3 กก.9 บก.รน., พ.ต.ภูมิศักดิ์ &amp;nbsp;ศักดิ์เพชร หน.ชป.รส.ร.5, ร.ต.วุฒิชัย &amp;nbsp;จุลวงค์ รอง หน.ชป.รส.ร.5 เข้าตรวจค้นบ้านของนายกอเฉ้ม มันเละ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 9 หมู่ 7 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ภายหลังจากสืบทราบว่า &amp;nbsp;บ้านดังกล่าวข้างต้นมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) ในพื้นที่ อ.ควนโดน และพื้นที่ใกล้เคียงกันอย่างโจ้งแจ้ง ผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)ชนิดเม็ดสีส้ม พิมพ์ตัวอักษร wyซุกซ่อนอยู่รอบบ้านจำนวนมาก เช่นในกระป๋องสีสีดำวางอยู่บนโต๊ะในห้องโถงภายในบ้าน 10 มัด 20,000 เม็ด ,ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์วางอยู่ข้างฝาห้องโถงภายในบ้าน รวม 30,000 เม็ด &amp;nbsp;รวมทั้งซุกซ่อนอยู่ภายในกล่อง BRAND&amp;rsquo;S รังนกแท้วางอยู่บนตู้ลิ้นชักใส่ของภายในห้องนอน รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 56,593 เม็ด นอกจากนี้ยังมีของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงได้จับกุมตัว นายกอเฉ็ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายกอเฉ็ม &amp;nbsp;ให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง และยาบ้าของกลางดังกล่าว เป็นของตนเองจริงได้สั่งซื้อยาบ้ามาจากชาย(ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)ซึ่งเพื่อนที่ติดคุกด้วยกัน ที่เรือนจำเกาะแต้ว ได้แนะนำให้รู้จัก ตนเองไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน แต่มักจะติดต่อประสานงานกันผ่านทางโทรศัพท์เพื่อติดต่อในการสั่งซื้อยาบ้าและทุกครั้งที่สั่งซื้อจะมีคนนำยาบ้ามาวางไว้ตามจุดที่ได้นัดหมายกันแล้วจากนั้นตนเองจะทยอยชำระเงินด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีชายคนดังกล่าว ซึ่งล่าสุดซื้อมาจำนวน 40 มัดจำหน่ายไปแล้วบางส่วนจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;ก่อนที่จะควบคุมตัวส่ง &amp;nbsp;ร.ต.อ.เสกสรร &amp;nbsp; เขียดสังข์ &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สภ.ควนโดน จ.สตูล เพื่อดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31019</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตชด.436สตูล, ยาบ้า, สตูล, สภ.ควนโดน, อดีตนักโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85d266817d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
