<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดเชื้อโควิดเพิ่ม21ราย! มาจาก8ประเทศอยู่ในสถานกักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศประจำวัน ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 21 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และทุกรายเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ประกอบด้วย เมียนมา 9 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย สิงคโปร์ 2 ราย เอสโตเนีย 1 ราย อินเดีย 1 ราย เยอรมนี 1 ราย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 4,107 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,457 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 1,650 ราย และผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 1,125 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 15 ราย รวมเป็น 3,868 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 179 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 60 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย เป็นคนไทย 15 ราย สัญชาติอเมริกัน 2 ราย เอสโตเนีย 1 ราย อินเดีย 1 ราย เยอรมัน 1 ราย ไนจีเรีย 1 ราย โดยเดินทางมาจากต่างประเทศ จากเมียนมา 9 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย สิงคโปร์ 2 ราย เอสโตเนีย 1 ราย อินเดีย 1 ราย เยอรมนี 1 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 67,386,262 ราย อาการรุนแรง 106,139 ราย รักษาหายแล้ว 46,580,133 ราย เสียชีวิต 1,541,641 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 15,159,529 ราย 2. อินเดีย จำนวน 9,676,801 ราย 3. บราซิล จำนวน 6,603,540 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 2,460,770 ราย 5. ฝรั่งเศส จำนวน 2,292,497 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 151 จำนวน 4,107 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86166</URL_LINK>
                <HASHTAG>21ราย, ติดเชื้อเพิ่ม, ศบค., สถานกักกัน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdb19c6a842.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศกระทรวงยุติธรรม กำหนดอาณาเขตสถานกักขังจังหวัดนราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงยุติธรรมเรื่อง กำหนดอาณาเขตสถานกักขังจังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคำสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ ๔๓/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๙ กำหนดอาณาเขตสถานกักขังจังหวัดนราธิวาส ขึ้นที่ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เนื้อที่ ๑ ไร่๑ งาน ๕๐ ตารางวา เพื่อควบคุมผู้ต้องโทษกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา นั้นเนื่องจากกรมราชทัณฑ์ได้รับงบประมาณก่อสร้างเรือนจ าจังหวัดนราธิวาสแห่งใหม่ ในที่ดินเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ ตำบลล าภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จึงจำเป็นต้องย้ายสถานที่กักขังไปกำหนด ณ สถานที่แห่งใหม่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๖ จึงให้กำหนดอาณาเขตสถานกักขังขึ้นใหม่ ที่ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เนื้อที่ ๔๕ ตารางวา โดยเรียกชื่อว่า&amp;ldquo;สถานกักขังจังหวัดนราธิวาส&amp;rdquo; มีอาณาเขตตามแผนที่แนบท้ายประกาศนี้ เพื่อควบคุมผู้ต้องโทษกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานกักขังจังหวัดนราธิวาสตามค าสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ ๔๓/๒๕๔๙ ลงวันที่๑๖ มกราคม ๒๕๔๙ ให้มีฐานะเป็นสถานกักขังต่อไปจนกว่าจะมีประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
สมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, นราธิวาส, ราชกิจจา, สถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed272f656f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกกลาโหม&#039; ลั่นลากคอ &#039;ไอ้โม่ง&#039; ชักใยนายหน้างาบหัวคิวเลือกสถานกักกันของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ความคืบหน้ากรณี การติดตามกลุ่มคนเกี่ยวข้องเรียกเก็บค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ของรัฐ (State Quarantine) จ.ชลบุรี ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นทีภาคตะวันออกที่จัดเป็น state quarantine เมื่อที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล รายชื่อ ไลน์ที่ได้พูดคุยในการเรียกรับเปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขต่างๆ จึงได้ส่งไปให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หมดแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายทั้ง 3 ส่วน คือ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้รับค่าห้องพักเต็มราคา ผู้กักตัวอาจถูกตัดปริมาณอาหาร หรือไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่ และ รัฐที่ได้รับความสูญเสียในเรื่องงบประมาณ และภาพลักษณ์ในการจัดหาพื้นที่ State Quarantine จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลในภาพรวมต้องค้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ และตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าพบว่า ทหาร ตำรวจ หรือคนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้จัดการให้หมด ผมบอกผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 2 และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องเปิดเผยเลยว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่ เบอร์ใหญ่ขนาดไหนก็ต้องเปิดออกมา เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคลที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่องค์กร และ รัฐ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในเรื่องโควิด -19&amp;rdquo;โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังที่กระทรวงกลาโหม ได้ส่งมอบหลักฐานและรายชื่อ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับค่าหัวคิวจากโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ทาง สตช. มอบให้ ตำรวจภูธรภาค2 ไปดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้ตั้งพนักงานสอบสวน มีรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา รวมถึงชุดพนักงานสอบสวน ร่วมหาข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้น มีผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย เป็นเซลล์ติดกับผู้ประกอบการโรงแรมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนในการเลือก State Quarantine ในเดือนเมษายน เริ่มจาก 1.กระทวงสาธารณสุข (สธ.) จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนเอกชน ผู้ประกอบการ โรงแรมที่พัก พร้อมแจ้งคุณสมบัติ และ ความต้องการ รวมถึงราคาห้องพักไปทางช่องทางต่างๆ 2. ผู้ประกอบการเสนอตัวเข้ามาทางเว็บไซต์ว่ามีคุณสมบัติตามกรอบที่กำหนด 3. สธ. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสเปค ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ 4.ชุดของ ทหาร ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ สธ. จะลงพื้นที่ไปดูเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการ 5.รอการแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งเที่ยวบินและจำนวนคนที่จะส่งไปโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่โรงแรมที่เสนอตัวเข้ามา พบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ สธ.กำหนด เพราะไม่มีใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ทำให้หาโรงแรมได้ไม่เพียงพอ อีกทั้ง มีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศลงทะเบียนขอกลับประเทศเป็นจำนวนมาก พบว่าจนถึงกลางเดือน มิ.ย มียอดผู้ลงทะเบียนถึง 1.5-2 หมื่นคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปริมาณห้องพักในการรองรับผู้เดินทางกลับมีแค่วันละ 200 คน รัฐจึงอยากขยายการหาห้องพักให้ได้วันละ 400 คน ดังนั้นจึงต้องเร่งหาโรงแรมเอกชนเพิ่ม ทำให้ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการพูดกันแบบปากต่อปากอย่างไม่เป็นทางการว่า ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันหา ใครรู้จักโรงแรมไหนก็ให้เสนอมา ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ให้เครือข่าย โดยเฉพาะนายหน้า หรือ เซลล์ ซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่มาติดต่อและรับไปประสานงานกับผู้ประกอบการ และเรียกรับหัวคิว&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67186</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, สถานกักกัน, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc90cf780f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษก ศบค.&#039; แย้มนายกฯต้องการผ่อนปรนให้ได้มากที่สุด-ลดเคอร์ฟิวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย​ มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,065 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 14 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 2,945 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 63 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 32 ปี 1 ราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาจากอินเดียเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยไม่มีอาการป่วย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 มี 6 ราย แบ่งเป็นชาย 5 ราย เป็นพนักงานนวด และหญิง 1 ราย เป็นแม่บ้าน เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ซึ่ง 3 ใน 6 ราย มีอาการลิ้นรับรสไม่ได้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ จมูกไม่ได้กลิ่น เจ็บคอ มีเสมะ อีก 3 รายไม่มีอาการ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) มีการวิเคราะห์ถึงกรณีพบเชื้อในกลุ่มพนักงานนวดที่เดินทางกลับมาจำนวนมากว่า ยังไม่อยากให้มีการสรุปว่าพนักงานนวดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับที่อยู่ หรือการเดินทางไปชุมชน เรายังไม่รู้ กระบวนการสอบสวนโรคต้องมีมากกว่าซักถามประวัติ ไม่อยากให้รีบเหมารวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุว่า เหตุในต่างประเทศเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การนวดเพื่อการรักษานั้นไทยมีมาตรการที่ถูกกำหนดไว้สูงอยู่แล้ว ส่วนการนวดผ่อนคลายจะต้องทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่ง สธ.ต้องรีบบอกก่อน เพราะเดี๋ยวจะมีการไปเชื่อมโยงกับกิจการ/กิจกรรมที่กำลังจะเปิดของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 เป็นชายไทย จำนวน 4 ราย ทำงานอยู่ในแคมป์ของบริษัทต่างชาติ เดินทางกลับจากมาจากคูเวตเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พักอยู่ในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ค. มีอาการปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น มีไข้ มีน้ำมูก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.ซึ่งถ้าประชาชนคนใดมีความรู้สึกว่าจมูกไม่ได้กลิ่น และไปสถานที่ชุมชนมา รวมถึงบุคคลที่มีอาการคล้ายไข้หวัด หรือประวัติเคยมีไข้ หากมีความสงสัยสามารถไปขอตรวจได้เลย ยิ่งมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ยิ่งต้องไปตรวจ อย่างไรก็ตาม หลายวันตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ ทั้งนี้ สำหรับตัวเลขผู้ป่วยสะสม 3,065 รายของไทยนั้น แบ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ 621 ราย หรือ 20.26% และติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย หรือ 79.74%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 5,789,843 ราย เสียชีวิต 357,432 ราย ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ พบว่าเกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 79 ราย เป็นยอดที่สูงที่สุดในรอบ 53 วัน เกิดจากศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงโซล ซึ่งล่าสุดมีผู้ติดเชื้อจากกรณีนี้ 69 รายแล้ว ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดโรงเรียนเกือบ 600 แห่งทั่วประเทศออกไปอีกครั้ง รมว.สาธารณสุขของเกาหลีใต้ระบุว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดขึ้น เพราะศูนย์ดังกล่าวไม่ทำตามมาตรการป้องกัน ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ลาหยุดเมื่อป่วย ไม่เว้นระยะห่างในโรงอาหารของศูนย์ นี่คือ บทเรียนที่เราได้ นอกจากนี้ ในวันที่ 28 พ.ค.จะมีคนไทยกลับจากต่างประเทศ 400 คน และในวันที่ 29 พ.ค. 399 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะมีกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และถูกจัดให้อยู่ในระยะที่ 4 จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีกรอบการพิจารณาอย่างไร และสนามมวย ร้านนวด จะเปิดได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จนถึงนาทีนี้ยังไม่มีข้อสรุป จนกว่าจะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 29 พ.ค. ตอนนี้มีการคิดกันอยู่ แต่ถือว่าเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมีความตื่นตัวกันดี ซึ่งเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องเสนอตัวเองขึ้นมาเพื่อให้สังคมได้รับฟังว่าผู้ให้บริการจะมีวิธีการ แนวทาง และมาตรการอย่างไรให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าเมื่อเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงแล้วจะไม่เกิดการระบาดอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสนามมวย ร้านนวด ยังไม่มีข้อสรุป อาจจะเป็นเพียงข่าวแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ที่พอจะบอกได้คือ กลุ่มก้อนกว้างๆ คือ 1.ร้านรวงต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ที่มีระบบดูแลที่ดี 2.กีฬา ซึ่งพยายามจะเปิดให้มากขึ้น โดยเฉพาะการซ้อมของนักกีฬา 3.เคอร์ฟิว มีแนวโน้มที่จะลดเวลาลงแน่ๆ แต่เวลาเท่าไรให้รอที่ประชุม ศบค.วันที่ 29 พ.ค. และ 4.กิจการใดที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 จะต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้บริการก็ต้องเช็กอินและเช็กเอาท์ผ่านแอพฯดังกล่าว เพราะกิจการในระยะที่ 3 นี้มีความเสี่ยงในเกณฑ์ปานกลางถึงสูงทั้งสิ้น ส่วนกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ขึ้นอยู่ที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 29 พ.ค.จะพิจารณา ซึ่ง ผอ.ศบค.บอกว่าจะพยายามเปิดให้มากที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับการติดตามแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันนี้มีแต่ผู้ติดเชื้อในสถานกักตัวของรัฐ แสดงว่าเราสบายใจได้แล้วหรือไม่ว่าไม่มีคนติดเชื้อในประเทศ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เราภูมิใจที่ตัวเลขติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ แต่อย่างที่บอกคือ ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งไม่มีอาการ แต่เราตรวจพบเชื้อ เรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมอีโอซีว่า หากจะทำให้มั่นใจจะต้องเข้าไปตรวจเพิ่มเติม แม้วันนี้จะตรวจไปได้ 3 แสนกว่าตัวอย่าง แต่ยังไม่พอใจ จะต้องมีการเฝ้าระวังโรค และค้นหาการติดเชื้อในประชาชนและสถานที่เสี่ยง จำแนกได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ต้องขังแรกรับ กลุ่มอาชีพที่พบปะผู้คนจำนวนมาก และกลุ่มอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บุคคลในชุมชมแออัด บุคคลในโรงงาน บุคคลที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง เจ้าหน้าที่เรือนจำ บุคคลในร้านอาหารที่จะต้องมีการสุ่มตรวจ บุคคลในโรงเรียน &amp;nbsp;ตั้งเป้าไว้เกือบ 1 แสนตัวอย่างใน 77 จังหวัด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และขอฝากบบุคคลในกลุ่มอื่นๆ ที่ได้ระบุเอาไว้ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรับการตรวจ ซึ่งจะเป็นมาตรการป้องกันโรคที่สามารถให้ความมั่นใจได้สูงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีประชาชนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยมากน้อยแค่ไหน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้เราสามารถรองรับได้ 400 คนต่อวันเฉพาะการเดินทางทางอากาศ โดยระหว่างวันที่ 27 พ.ค.- 30 มิ.ย. มีคนที่ลงทะเบียนประสงค์จะเดินทางกลับจำนวน 10,878 คน ยืนยืนว่าเรามีความพร้อมในการดูแล ส่วนเกณฑ์การจัดลำดับก่อน-หลังนั้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ด่วนที่สุดคือ ผู้ป่วย ผู้ตกค้างสนามบิน วีซ่าหมดอายุ จะได้เข้ามาก่อน 2.กลุ่มด่วนมากคือ พระสงฆ์ นักเรียน นักศึกษา และ3.คนตกงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67176</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ปลดล็อค, ศบค., สถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf30d163b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอหนูชง4พื้นที่ให้บิ๊กตู่เคาะชื่อสถานกักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นส่งทีมแพทย์บินรับคนไทยจากอู่ฮั่นกลับประเทศ 4 ก.พ. วางระบบแยกกักตัวเฝ้าระวังโรค 14 วัน เล็งสถานที่ 3-4 แห่งดูแล รอหารือ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขั้นสุดท้าย &amp;quot;ผบ.ทอ.&amp;quot; พร้อมเปิดค่ายทหารให้ใช้พื้นที่ &amp;quot;สธ.&amp;quot; เผยรักษาผู้ป่วยติดเชื้อหายเพิ่มอีก 1 ราย พบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวน 382 ราย คัดกรองให้กลับบ้านแล้ว 71 ราย &amp;quot;สถานทูตจีน&amp;quot; ขอบคุณ &amp;quot;ไทย&amp;quot; ร่วมมือต่อสู้การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 2 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เรียกผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกกรมในสังกัดมาประชุมนัดพิเศษในวันหยุด เพื่อระดมสมองในการรับมือกับสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงความคืบหน้าการไปรับคนไทยที่เมืองอู่ฮั่นกลับมาเมืองไทยในวันที่ 4 ก.พ.ว่า ตอนนี้ชัดแล้วว่าตนไม่ไปเอง จะมีเพียงทีมแพทย์ 8 คน ประกอบด้วย แพทย์ทางด้านฉุกเฉิน แพทย์ทางระบาด จิตแพทย์ ตลอดจนพยาบาล พร้อมกับเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างการเดินทาง เมื่อกลับถึงประเทศไทยแล้วจะแยกตัวไว้ และเฝ้าระวังโรคเป็นระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนสถานที่เบื้องต้นเตรียมไว้ 3-4 แห่ง ซึ่งต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง ส่วนเรื่องการไม่ห้ามคนจีนเดินทางเข้าประเทศไทย ยืนยันอีกครั้งว่าวันนี้คนจีนเข้ามาในประเทศไทยน้อยมากแล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงได้ระดมสรรพกำลังจากทุกกรมในสังกัดเพื่อให้การดูแลประชาชน โดยในสัปดาห์หน้ากรมอนามัยจะเป็นหน่วยงานหลักในการทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ส่วนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพก็ระดมอสม.กว่า 1 ล้านคนในการให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคดังกล่าวให้กับประชาชนได้ทราบ ส่วนอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆ ทั้งหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ท่านรองนายกฯ ได้สั่งองค์การเภสัชกรรมเร่งผลิตเจลล้างมือเพิ่มด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะใช้พื้นที่ทหารกักตัวคนไทยที่จะเดินทางกลับจากอู่ฮั่นประเทศจีนว่า กองทัพอากาศพร้อมให้ความร่วมมือ และไม่มีปัญหา ส่วนจะใช้พื้นที่ใดนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล กองทัพอากาศมีหน้าที่สนับสนุนหากมีการร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลประสานให้เตรียมความพร้อมในทุกเรื่องที่กองทัพอากาศมีทรัพยากรอยู่ ซึ่งเรามีทุกอย่างอยู่ในมือ และมีความพร้อมเพียงแต่รอคำสั่งจากรัฐบาล ส่วนกรณีจัดชุดคัดกรองจากกรมแพทย์ทหารอากาศตรวจสุขภาพคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นนั้น เรื่องนี้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยกรมควบคุมโรคระบาด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะเป็นเจ้าภาพ&amp;quot; ผบ.ทอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ในฐานะผู้บัญชาการของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน แถลงข่าวประจำวันถึงสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าขณะนี้รายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 19 ราย วันนี้รักษาหายเพิ่ม และออกจากโรงพยาบาล 1 ราย รวมเป็นผู้ที่รักษาหายแล้วทั้งหมด 8 ราย ยังอยู่ระหว่างการรักษา 11 ราย ทุกรายมีอาการดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ในส่วนผู้เข้าเกณฑ์ต้องสอบสวนโรคเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พบเพิ่ม 38 ราย รวมเป็นเคสเฝ้าระวังสะสมตั้งแต่ 3 ม.ค.-1 ก.พ. อยู่ที่ 382 ราย แบ่งเป็นคัดกรองจากสนามบิน 40 ราย มาที่โรงพยาบาลเอง 342 ราย ทั้งนี้ อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 71 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงเฝ้าระวังในสถานพยาบาล 311 ราย
สธ.พร้อมรับคนไทยที่อู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ว่าวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับกรมการกงสุล ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมและให้ได้แนวทางที่ดีที่สุด ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะรับผิดชอบดูแลสุขภาพเจ้าหน้าที่ทุกคน และเจ้าหน้าที่สายการบินที่เดินทางไปรับ รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางกลับจากอู่ฮั่น ด้วยมาตรการคัดกรอง ระบบป้องกันควบคุมโรคตามมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนมีความปลอดภัย กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเตรียมพร้อมทีมแพทย์ไทย มีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และการป้องกันควบคุมโรค ให้การดูแลตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน คนไทยที่เดินทางกลับมีความปลอดภัยสูงสุด และประชาชนในประเทศต้องปลอดภัยด้วย&amp;rdquo; นพ.โสภณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงคนขับแท็กซี่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อควรปฏิบัติตัวอย่างไร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าวว่า สำหรับการควบคุมป้องกันโรคในส่วนของคนขับแท็กซี่ ขอให้มีหน้ากากอนามัยติดไว้อย่างน้อย 2 แผ่น 1 แผ่นใช้เอง และอีกแผ่นเพื่อหากพบผู้โดยสารมีอาการไอ จาม และควรเจลล้างมือติดรถไว้ด้วย รวมทั้งขอให้หมั่นทำความสะอาดรถทั้งภายในและภายนอก โดยใช้แอลกอฮอล์ 70% ทำความสะอาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหกรณ์แท็กซี่สามารถใช้ผงคลอรีนละลายน้ำมาใช้ทำความสะอาดรถแท็กซี่ด้วย หากเจอผู้โดยสารไอ จาม ให้เปิดหน้าต่างรถเพื่อระบายอากาศ หรือเวลาที่จอดรถเพื่อทำกิจวัตรอย่างอื่นก็ขอให้เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทิ้งไว้ด้วย ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้สวมหน้ากากอนามัย คนที่ไม่ป่วยให้ใช้แบบผ้าที่สามารถซักใช้ซ้ำได้ ส่วนคนป่วยให้ใส่ชนิดที่เป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ไม่ต้องถึงขั้นใช้หน้ากาก N95 เพราะชนิดนี้เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์&amp;quot; ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณแนะนำให้ประชาชนประเมินความเสี่ยงตนเอง กลุ่มที่เสี่ยงต่ำคือผู้อยู่บ้านไม่ได้เดินทางไปไหน ให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ให้หมั่นล้างมือ กลุ่มที่เสี่ยงปานกลางถึงสูงคือผู้ที่ทำงานสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ปิด เช่น ผู้ขับขี่รถสาธารณะ ต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อย่างเคร่งครัด สอบถามเพิ่มเติมที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับกรณีพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในเมืองหูหนาน ซึ่งมีพื้นที่ใกล้กับเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้เกิดความกังวลว่าจะทำให้สถานการณ์โรครุนแรงขึ้นหรือไม่ ต้องเรียนว่าเชื้อ H1N5 กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นเป็นคนละกลุ่มที่ไม่สามารถผสมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ H5N1 ในจีนยังเป็นการพบในสัตว์ ยังไม่ได้ระบาดมาสู่คน แต่ทางการจีนได้มีการทำลายสัตว์ปีก พร้อมทั้งทำความสะอาดไปแล้ว ทั้งนี้ ในอดีตที่มีการระบาดของไข้หวัดนก ถือว่าเป็นเชื้อที่มีความรุนแรง อัตราการเสียชีวิตในคนอยู่ที่ 60% แต่การแพร่กระจายโรคไม่ง่าย เพราะเป็นแล้วเสียชีวิตก็เผาเลย&amp;quot; นพ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่จังหวัดเชียงใหม่มีการรับผู้ป่วยชาวจีนเข้ารับการรักษาตัว แล้วตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ทางแพทย์จึงให้ออกมาอยู่นอกห้องแยกโรค แต่ผลตรวจภายหลังกลับพบมีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ฯ นพ.ทวีกล่าวว่า กรณีการตรวจไม่พบเชื้อครั้งแรกอาจจะเป็นเพราะ 1.ตอนที่ตรวจคนไข้มา รพ.ด้วยโรคอื่น แล้วเชื้อตัวนี้ยังอยู่ในระยะฟักตัว จึงทำให้ตรวจไม่พบ 2.การเก็บตัวอย่างเชื้อไม่ดีพอ ซึ่งพบปัญหานี้ค่อนข้างบ่อย สิ่งที่เราต้องการคือการเก็บเสมหะในลำคอ หากเก็บไม่ดีจะได้เพียงน้ำมูก อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ป่วยและคนที่สัมผัสอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์ 14 วันแล้ว ยังไม่มีความผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขเคสที่เข้าข่ายสอบสวนโรคของเรา 382 ราย หลังผลตรวจออกมาแล้วพบว่าส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดชนิดอื่น ที่พบว่าเป็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ฯ มี 5%&amp;rdquo; นพ.ทวีกล่าว
จีนขอบคุณดูแลผู้ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการป้องกันและควบคุมโรคตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งประเทศไทยได้รับการยอมรับอยู่ในอันดับ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีหลายเรื่องที่พี่น้องประชาชนอาจจะวิตกกังวล โดยเฉพาะสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นและเมืองต่างๆ ของจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจว่าคนไทยเราเป็นห่วงเพื่อนร่วมชาติของเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ขอให้รู้ไว้เช่นเดียวกันว่านายกรัฐมนตรีห่วงยิ่งกว่า และเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดูแลคนไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ขอย้ำว่าสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนสำคัญที่สุด รวมถึงคนชาติอื่นที่มาอยู่มาเที่ยวไทยด้วย และคนไทยก็มีความเป็นห่วงเช่นกัน&amp;quot; นางนฤมลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการให้เร่งรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่นนั้น รัฐบาลได้พูดคุยกับทางการจีนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดสถานการณ์ แต่ทุกอย่างมีขั้นตอน ไม่ใช่จะทำได้ทันที และในที่สุดเราจะส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยในเร็ววันนี้ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ ได้แก่ ทีมแพทย์สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กรมการกงสุล สอท. กรุงปักกิ่ง ท่าอากาศยานดอนเมือง การท่าอากาศยานไทย สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร และสายการบินแอร์เอเชีย เตรียมความพร้อมในแต่ละส่วนเพื่อรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น โดยนายกรัฐมนตรีกำชับทั้งเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะเดินทางไปรับ และความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท้ายที่สุดขอย้ำว่า รัฐบาลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้มีการแพร่ระบาดในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มแรกผู้ป่วยทุกรายล้วนติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และขณะนี้มีหนึ่งรายที่ติดจากนักท่องเที่ยวจีนในไทย หลายรายได้รับการรักษาจนหายกลับบ้านได้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีการติดเชื้อหรือแพร่ระบาดเกิดขึ้นจริง รัฐบาลก็มีมาตรการรองรับเป็นลำดับขั้นที่สอดคล้องกับสถานการณ์ไว้แล้ว จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น รวมทั้งนายกฯขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงกำลังใจที่ส่งไปให้เพื่อนคนไทยของเราทุกคน และเราจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;จีน-ไทยร่วมมือต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;quot; ระบุว่า ในการรับมือกับโรคระบาดนั้น ฝ่ายจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการประสานงานและร่วมมือกับฝ่ายไทย โดยสถานทูตจีนมีการติดต่อประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานอื่นๆ ของไทยอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคี การแบ่งปันข้อมูลด้านสุขอนามัยและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ การดูแลประชาชนของอีกฝ่ายหนึ่งที่พำนักอยู่ในประเทศของตน ตลอดจนรักษาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระหว่างที่นักท่องเที่ยวจีนมีอาการป่วยและเข้ารักษาในสถานพยาบาลของไทยนั้น ฝ่ายไทยได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจีนเป็นอย่างดี ในการนี้ ขอขอบคุณฝ่ายไทยที่ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกัน ฝ่ายจีนก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องชีวิตและสุขภาพร่างกายของชาวไทยในประเทศจีน โดยมีการติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลไทยตลอดจนสถานทูตและสถานกงสุลไทยประจำประเทศจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนและร่วมกันดูแลชาวไทยในอู่ฮั่นและเมืองอื่นๆ เรามีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้ความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย จีนและไทยจะสามารถเอาชนะการแพร่ระบาดของโรคระบาดนี้ให้ได้อย่างแน่นอน&amp;quot; เพจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบแยกกักตัวเฝ้าระวังโรค, สถานกักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d8c920d5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
