<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเตรียมพร้อมระบบสาธารณะรับคนกลับเข้าเมืองกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ค.2563 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าสถานการณ์การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล ระหว่างวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.30 น.) พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 5,570,909 คน-เที่ยว ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล มีปริมาณจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ 7,441,758 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับการเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม 239 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 36 ราย ได้รับบาดเจ็บ 252 ราย โดยเกิดขึ้นบนถนนที่เป็นทางตรงมากที่สุด คิดเป็น 57.81% รถปิคอัพเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คิดเป็น 37.97% สาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากขับรถเร็วเกินกำหนด คิดเป็น 67.78% และ จ.ชลบุรี เกิดอุบัติเหตุสูงสุด จำนวน 17 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติดังกล่าวพบว่า ภาพรวมการเดินทางของทุกระบบมีจำนวนผู้เดินทางสูงกว่าที่ประมาณการ โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ส่งผลให้ถนนสายหลักที่ออกจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดบางช่วงเกิดปัญหาการจราจรติดขัด และคาดว่าวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดจะมีปริมาณเดินทางขากลับสูงกว่าที่ประมาณการไว้ จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้สอดคล้องกับปริมาณการเดินทางกลับของประชาชน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ โดยกรมทางหลวงได้ร่วมกับกองทัพอากาศใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการสำรวจสภาพการจราจรบนเส้นทางบริเวณทางต่างระดับสระบุรี ถนนมิตรภาพ และถนนสายเอเชีย เพื่อควบคุมและสั่งการให้การบริหารจัดการจราจรมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด เน้นสุขลักษณะและความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานให้บริการและผู้โดยสารด้วยมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ทั้งภายในรถโดยสารและที่นั่งคอยภายในสถานีฯ ตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ควบคุมการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ให้ผู้โดยสารลงทะเบียนเช็คอิน - เช็คเอาท์ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ทุกครั้งที่ใช้บริการและที่สถานีฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าางไรก็ตามกรณีที่ไม่สามารถสแกน QR Code ได้ ให้กรอกแบบฟอร์ม ต.8-คค จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทำความสะอาดยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั้งก่อนและหลังการให้บริการเป็นประจำ สำหรับการให้บริการภายในสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า และท่าเรือโดยสารทุกแห่ง ได้เน้นย้ำให้ทำความสะอาดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะจุดที่สัมผัสบ่อยครั้ง รวมทั้งได้ติดตั้งที่กั้นแผ่นใสบริเวณเคาน์เตอร์ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, สถานการณ์การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e884d87abed7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
