<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดส่งสัญญาณยุบสภา! จ่อเคาะวันถกแก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ปัดส่งสัญญาณลูกพรรคเตรียมพร้อมยุบสภา ลั่นไม่กังวลสถานการณ์การเมือง พปชร.คอนเฟิร์มยกทีมจัดประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น 18 มิ.ย.นี้ &amp;quot;ชวน&amp;quot; หารือ ปธ.วุฒิฯ เคาะวันประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้ รธน.ไปกันใหญ่! &amp;quot;สนธิญา&amp;quot; จ่อร้องอัยการส่งศาล รธน.วินิจฉัย &amp;quot;นกเขา-ไทยไม่ทน&amp;quot; เคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามระบอบ ปชต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10&amp;nbsp; มิถุนายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงกรณีที่มีข่าวว่าส่งสัญญาณกับลูกพรรคให้เตรียมความพร้อมในทางการเมืองที่อาจจะมีการยุบสภาในเวลาอันใกล้นี้ว่า มันครบปีครบเทอมแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ไม่มีอะไรเลย สื่อว่ากันและเขียนกันไปเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า &amp;ldquo;ครบเทอมมันกี่ปี ยืนยันว่ากระแสข่าวที่ออกมาไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงเลย สื่อเขียนข่าวกันเองทั้งนั้น&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ แต่ถ้าครบเทอมเวลามันก็คือ 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม โดยไม่มีการยุบสภาก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สถานการณ์ข้างหน้าผมคิดคนเดียวไม่ได้ ต้องคิดกันหลายๆ พรรค หลายๆ คน ว่ามีความเหมาะสมขนาดไหน และสถานการณ์เป็นอย่างไร และในส่วนของพรรค พปชร. ทุกคนก็เห็นแล้วว่ามีความเข้มแข็งหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการไปดูดใครเข้ามาอยู่กับพรรค สื่อคิดกันไปเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พรรคเตรียมการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรค จะให้ตนมาบอกอะไร เพราะมีคนที่เขาไม่อยากรู้ก็เยอะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคที่จะดำเนินการเอง อย่างไรก็ตาม จะต้องพูดคุยกับสมาชิกพรรคว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของตนเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวการประชุมพรรคในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ที่ จ.ขอนแก่น หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เรื่องการประชุมพรรคเลื่อนมาตั้งนานแล้ว เพราะเกี่ยวข้องในรายละเอียดตามข้อกฎหมายที่ต้องชี้แจงให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบ ในเรื่องของงบดุลประจำปี ซึ่งพรรคเลื่อนประชุมมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ ส.ส.บ้างหรือยังเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดออกมา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลอะไรต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวปฏิเสธว่า &amp;ldquo;ไม่มี เห็นหน้าผมแล้วเป็นอย่างไร มีความกังวลหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐมีมติจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นอนุญาต ภายใต้มาตรการป้องกันโรค และควบคุมโรคติดต่อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า จะหารือว่ามีการยื่นเรื่องดังกล่าวเมื่อไหร่ เบื้องต้นตนหารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ว่า การประชุมร่วมรัฐสภาต้องรีบกำหนด เพราะว่าเวลานี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอค้างไว้อยู่ เพราะฉะนั้นจะบรรจุวันใดต้องมีการหารือกับฝ่ายค้านว่าจะยื่นเมื่อไหร่ เพื่อบรรจุวาระพร้อมกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมที่จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 มิ.ย. หรือวันที่ 14 มิ.ย.นี้ นายชวนกล่าวว่า สมมุติถ้ายื่นเร็วจะสามารถกำหนดวันประชุมได้พร้อมกัน เพราะว่าวันที่กำหนดเอาไว้คร่าวๆ คือ วันที่ 22 มิ.ย. หรือไม่ก็วันที่ 29 มิ.ย. หรือทั้งสองวัน เนื่องจากมีกฎหมายอื่นที่ค้างการพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประชามติ หรือกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือมาตรการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากการประชุมจะมีคนจำนวนมาก จึงต้องมีการหารือกับประธานวุฒิสภาว่า ต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่มีการลงคะแนนบ่อยๆ ก็อาจจะมีปัญหาพอสมควร เช่น กฎหมายประชามติ ที่ต้องลงคะแนนเกือบทุกมาตรา ดังนั้นกำลังหารือว่าจะใช้มาตรการใดเพื่อไม่ประมาท แต่เชื่อว่าสมาชิกทั้งสองสภาไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ ย้ำว่าจะต้องเข้มงวดและป้องกันอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วันที่ 11 มิ.ย. เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะไปร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้กลุ่มของผู้เคลื่อนไหวทางด้านการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิญาระบุว่า 1.กลุ่มของนายจตุพร พรหมพันธุ์ และคณะไทยไม่ทน 2.กลุ่มของทนายนกเขา หรือนายนิติธร ล้ำเหลือ และคณะกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ที่ได้เคลื่อนไหวทางด้านการเมือง มิได้เป็นไปตามกระบวนการการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 49 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญโปรดพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ยุติการดำเนินการดังกล่าวไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105978</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถานการณ์การเมือง, สัญญาณยุบสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c21b309e094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;วิเคราะห์ไทยกำลังเข้าสู่อนาธิปไตย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence และ Actuarial Science and Risk Management คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า เย็นนี้จะมีการเผาบ้านเผาเมือง ปล้นร้านค้า ที่แยกราชประสงค์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ มีบทเรียนมาแล้วมากมาย คงไม่ปล่อยให้เข้าไปทำอะไรได้ง่ายๆ เหมือนกัน คงมีการยิงปืนสวนออกมาหากมีการบุกรุก เข้าปล้น หรือ คิดจะเผา อันนี้คือคำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะสร้างสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบปลดแอกจะทำอะไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคืนโหมเรียกแขกใน Telegram ห้อง Free Youth กันเต็มที่ ในลักษณะที่ตนเองถูกใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีมวลชนเสื้อเหลืองยิงปืนไล่ และมีการปาระเบิดปิงปอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา พยายามทำให้ออกมาว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ในความเป็นจริงพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานได้รับคำสั่งว่าห้ามใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด เริ่มหมดความอดทน จะให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว โดยที่นายตำรวจผู้ใหญ่ไม่ลงมารับรู้สถานการณ์โดยฝ่ายเดียวคงไม่ได้
มวลชนเสื้อเหลืองเมื่อวานก็เลือดร้อนพอควร และไม่ยอมกลับบ้าน หลังจากเจ้าหน้าที่เจรจากับแกนนำมวลชนเสื้อเหลืองอยู่นาน ถึงได้ยอมออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่นานจะมีแกนนำปลดแอกต้องตาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นไปได้ในการก่อความรุนแรงกับแกนนำล้มเจ้า/แกนนำสนับสนุนสถาบันมีได้หลายทาง ยกตัวอย่างเช่น
1.ต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังม็อบ โดยการสนับสนุนเงินทุน ให้มายกธงอุยกูร์ ซินเจียง ให้ตะโกนว่าฮ่องกง ไต้หวัน และทิเบต เป็นประเทศเอกราช อาจจะลงมือฆ่าแกนนำม็อบล้มเจ้า บางคน โดยเฉพาะแกนนำที่ไม่มีค่าราคาถูก ไร้การศึกษา ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่จะมาโวยวายทีหลัง มีโอกาสถูกฆ่าตายมากที่สุด การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เอาศพมาแห่ และวิธีการเช่นนี้ เคยทำมาแล้วในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แกนนำหรือพรรคการเมืองบางพรรค อาจจะตัดสินใจหักหลังฆ่ากันเอง เพราะการทำม็อบต้องมีผลงานและมีการยกระดับ เมื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ไปจนถึงที่สุดแล้วก็ยังไม่อาจจะเรียกมวลชนได้มากพอ การฆ่ากันเองเอาศพมาแห่จะช่วยยกระดับการชุมนุมให้ใหญ่โตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ม็อบชนม็อบ ขาดสติทั้งสองฝ่าย มีการประชาทัณฑ์ จนมีคนตาย มีการฆ่ากันตาย รุมกระทืบ เพราะอารมณ์อันเกลียดชัง ฮึกเหิมและลงหายในฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายทหารเกษียณนอกราชการ ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงยิ่ง เกิดความบ้าคลั่ง สละชีพเป็นราชพลี เดินเข้าไปในการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก ซ่อมปืนหรือระเบิด อาจจะกราดยิงใส่มวลชน หรืออาจจะฆ่าแกนนำมวลชนจำนวนมาก แล้วฆ่าตัวตาย กรณีนี้อาจจะเป็นอดีตมือปืนหรืออดีตนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นคนลงมือก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แกนนำมวลชนล้มเจ้า ก็อาจจะสั่งยิงหรือถือโอกาสยิงแกนนำมวลชนอีกฝั่งเมื่อเกิดการตะลุมบอน ม็อบชนม็อบเพื่อให้เป็นผลงานของตนเองก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรากำลังจะเข้าสู่ขั้นที่ 4 และ 5 ความรุนแรง การนองเลือด ภาวะรัฐล้มเหลว และอนาธิปไตย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84201</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์การเมือง, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อนาธิปไตย, อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb481e9d30b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ให้กำลังใจ‘ลุงตู่’/ชี้88ปีการเมืองไม่เคยเปลี่ยน รัฐบาลอาจอยู่10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ่อใหญ่จิ๋ว&amp;quot; หอบสังขารทิ้งบอมบ์ รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ เผยสถานการณ์การเมืองวันนี้เหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปรับ ครม.ทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องมีความชัดเจนในการปรับ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีอาจกระทบการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจว่า การปรับ ครม.เพราะมาจากการเมือง ซึ่งเรื่องการปรับ ครม.เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ในขณะนี้ประเทศไทยคนมีหนี้สินจำนวนมาก คนรวยก็มาก และเป็นประเทศเดียวที่มีเป็นร้อยพรรคการเมือง นักการเมืองก็ทะเลาะกันและกล่าวหาทหาร เป็นปัญหามีพรรคการเมืองมาก แต่ประเทศอื่นมีเพียงสองพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่้อข่าวถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลอย่างไรจากปัญหาต่างๆ อดีตนายกฯ ตอบว่า ให้มานานแล้ว ให้มาตั้งแต่มีประชาธิปไตย เท่าอายุตนเองกว่า 88 ปี แต่ว่าสำคัญที่รัฐบาลให้กำลังใจตนบ้างไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อจากนี้ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล และวันนี้พูดแต่เรื่องการเมือง ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ห่วงเรื่องเลือกตั้ง ห่วงเรื่องรัฐธรรมนูญแก้อย่างไร ส่วนตัวไม่มีความจำเป็นต้องห่วงเรื่องแบบนั้น การปกครองทุกรูปแบบ ไม่ว่าเป็นแบบใด ก็ไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้เหมือนที่เรากำลังพูด สิ่งเดียวที่เขาพูดคือจะทำอะไรเพื่อประชาชนได้บ้าง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการปรับ ครม.ไม่สำคัญในการบริหารประเทศใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ ตอบว่า ไม่ใช่ปรับเวลานี้ ทุกอย่างมีการปรับเปลี่ยนแปลงมาตลอด ปรับทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน ก็มีเรื่องอีก เป็นแบบนี้เรื่อยมา ถ้าจะถามว่าสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร ตอบเลยว่าเหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามองการบริหารงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; อย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ทุกรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีที่ดีทุกคนมีความตั้งใจดี ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ให้เป็นนายกฯ เพราะฉะนั้น นายกฯ ต้องรู้จักปรับตัว และรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ทุกวันนี้ก็รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญจะเอาเงินมาจากไหน ทุกวันนี้มีหนี้สิน 8 ล้านล้านบาท จีดีพีติดลบ 8% ถึง 10% จะเป็นปัญหาทั้งสิ้น การจะแก้ไขอย่างไรต้องช่วยกันคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาระหนี้มากมายจะแก้ปัญหากันอย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งทุกคนก็ว่าอย่างนั้น ส่วนข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรใต้ดินตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง มีแร่ธาตุมากมาย มีเหล็ก แมงกานีส ขุดไปทุกที่ตรงไหนก็เจอ ใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขุดขึ้นมาก็ร่ำรวยแล้ว
ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไปรอดหรือไม่ในการแก้ไขเศรษฐกิจ อดีตนายกฯ แนะว่า ขอให้ปรับตัว รู้ว่าจะหาเงินไหนมา&amp;nbsp; เพื่อมาทำประโยชน์ให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้กองทุนต่างชาติหลายแห่ง ต้องถามตัวเองว่าทำไมกองทุนเหล่านี้ให้ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา แต่ไม่ให้ไทยเพราะเหตุใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถึงตอนนี้ยังให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า จำเป็นต้องให้ ไม่ให้แล้วจะให้ใคร และรัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ หรือต้องไปนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรดังทำนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะให้กำลังใจ ข้อแนะนำ พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคมาก่อนอย่างไร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่มีอะไร พล.อ.ประวิตรมีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว ซึ่งการเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องเสียสละ และรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร รู้ปัญหาของชาติตรงไหน อะไรบ้าง การบริหารประเทศทำกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเรื่องการต่อรองของนักการเมืองที่เข้ามาตั้งก๊วนก๊ก เพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์ พล.อ.ชวลิตย้อนถามว่า ต้องถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจะแก้กันอย่างไร เพราะประเทศไทยมีหลักสำคัญ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีเสาหลัก 5 เสา คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ซึ่ง 5 เสาต้องปกป้องให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่ได้ แต่ถ้าเสาการเมืองไม่รอด เสาอื่นก็อยู่ไม่ได้ เสาอื่นทำไม่ได้ ไม่มีทางทำสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้การเมืองการปกครองทำไม่ถูกต้อง และมีปัญหาการเมือง มีพรรคจำนวนมาก นักการเมืองทะเลาะเบาะแว้งกัน ต่างจากประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย แม้ประเทศใหญ่มีแค่สองพรรค ที่สำคัญไม่พูดเรื่องตำแหน่งทางการเมือง ประเทศไทยเคยมีแล้ว สองพรรคใหญ่ ยกตัวอย่างมีครั้งปี 40-41&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่ไปได้ดี พล.อ.ประยุทธ์จะวางมือทำไม ยังไม่เหนื่อย ก็ต้องทำงานเดินทางไปที่นั่นที่นี่ อีกทั้ง พล.อ.ประวิตรเป็นรุ่นพี่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเกรงใจ แต่อย่าเอาความเกรงใจมาอยู่เหนือความเจริญของประเทศชาติ ส่วนรวม ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะปิดประตู พล.อ.ประวิตรนั่งนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตบอกว่า ไม่ตอบคำถามนี้ ไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหา แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรให้เกิดการปกครองเพื่อประชาชน โดยประชาชน&amp;nbsp; หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตย เรื่องนายกรัฐมนตรี ใครก็เป็นได้ถ้ามีความรู้ความสามารถที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่าพล.อ.ประยุทธ์แล้วใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ เราจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคนดีก็มีอยู่ แต่ยังไม่แสดงฝีมือ
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ต้องมีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงหลักคิดในการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ต้องเปิดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องให้บุคคลที่มีความพร้อม มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ปัจจัยใดที่สร้างความไม่แน่นอนจะต้องรีบแก้ไขทันที ซึ่งนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น เป็นอำนาจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการเดินทางไปพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นการกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด ยื้อการสืบทอดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ว่าในสถานการณ์วิกฤติของประเทศเช่นนี้ มั่นใจว่านายกฯ ไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่ไร้สาระแบบฝ่ายค้าน แต่นายกฯ มุ่งที่จะรับฟังปัญหาและสอบถามถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉกเช่นเดียวกันกับที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินสายพบสื่อมวลชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศเมื่อปี 2557 และก็มีผู้นำรัฐบาลหลายๆ คนก็เดินสายพบสื่อทุกรัฐบาล ไม่เห็นมีปัญหาอะไร กลับเป็นสิ่งที่ดีงาม จะได้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่มีความตั้งใจและความจริงใจ มุ่งมั่น ยิ่งในยามที่ทั่วโลกเจอภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากภัยร้ายไวรัสเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นต้องขอระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ทำไมสติปัญญาของนายอนุสรณ์จึงคิดได้แค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การที่นายอนุสรณ์ระบุว่าการลาออกของ 4 กุมาร นายกฯ ไม่รู้ตัวมาก่อนและยังไม่ลา แต่กลับไปขออนุญาตนายสมคิดแทน สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้กำลังเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหานั้น ตนขอชี้แจงว่าการที่กลุ่ม 4 คนลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และทั้งนี้ทั้ง 4 คนยังทำงานในรัฐบาลปกติ และยังเป็นรัฐมนตรีที่มีภารกิจที่จะต้องทำงานอยู่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรกับการลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะเป็นเรื่องภายในพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้งทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมโฆษกพรรคชุดใหม่ซึ่งประกอบด้วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค, น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ, นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง และ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ รองโฆษกพรรค ซึ่งทุกคนเป็น ส.ส.รุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ ตนรู้จักเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะทีมโฆษกพรรคเป็นด่านหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะนโยบายของพรรค นอกจากนั้นจะต้องคอยป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของพรรค ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการชี้แจงประเด็นทางการเมือง
นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแกรนด์วิวรีสอร์ท เกาะเสม็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีของพรรคว่า งานในวันนี้ได้เตรียมการมานานแล้ว แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องทำงานหนักและต้องลงพื้นที่ จึงไม่มีโอกาสได้พบกันอย่างพร้อมหน้า จึงถือโอกาสนี้เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆ และถือมาชาร์จแบตฯ ร่วมกันด้วย โดยในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในเรื่องทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ค. พรรคจะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การประชุมใหญ่จะเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ แต่ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี พรรคเราก็ได้มีการติดตาม รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกด้วย แม้แต่รัฐมนตรีเองก็ต้องประเมินผลงานตัวเองเหมือนกันว่าที่ผ่านมาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีมีผลต่อภาพรวมของพรรค หากรัฐมนตรีทำงานดีมีผลงาน ก็ส่งผลไปถึงพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อถามที่ว่าพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปเป็นรัฐมนตรีนั้น ขอไม่ตอบ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้ เพราะประชาธิปัตย์มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยจะต้องเป็นความเห็นจากที่ประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงได้จำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีเท่าเดิม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ขอไม่ตอบ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯ จะมีความคิดเห็นที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้ตอนร่วมรัฐบาล ท่านก็จะแจ้งให้ทราบ ถ้าแจ้งให้พรรคทราบแล้วพรรคจะได้มีการประชุมและแจ้งกลับไปยังนายกฯ ว่าประชาธิปัตย์มีความเห็นเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์โดนยึดเก้าอี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องผ่านท่านนายกฯ พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก่อนก็มาเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล โดยมีการเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นที่ยอมรับและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผูกพันกับคนทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องแจ้งให้ประชาธิปัตย์ทราบและเราก็จะกลับไปพิจารณา ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีผลในการเพิ่มหรือลดเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า วันนี้เป็นการให้ ส.ส.เปิดใจถึงวิธีการที่จะทำให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และเป็นการยุติสิ่งต่างๆ ที่เคยปรากฏในหน้าสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสที่ ส.ส.เรียกร้องอยากให้พรรคสำรวจความคิดเห็นคะแนนนิยมของพรรค เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เราจะมีการตั้งคณะทำงานและให้ ส.ส.มีส่วนร่วมในครั้งนี้ด้วยโดยอีก 1-2 เดือนก็จะเห็นผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสัมมนาระหว่าง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค ที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยในช่วงแรกก่อนที่จะให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นได้ถ่ายรูปร่วมกันทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรีด้วย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ โดยกันให้ออกนอกพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่พรรคและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ด้วย เนื่องจากต้องการให้สมาชิกพรรคแต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ถือว่าเป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นว่าเวลานี้เราต้องยอมรับความจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีความนิยมอย่างมากเหมือนในอดีต ทำให้เราต้องมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องอื่นๆ ทั้งการต้องทำตามนโยบายที่พรรคได้ประกาศต่อประชาชน และการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงเรื่องอื่นๆ และสิ่งที่ดีมากในการพูดคุยวันนี้ คือทุกคนยอมรับว่าต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคน ซึ่งนายเฉลิมชัยรับเรื่องและจะไปกำหนดหาวิธีการทำโพลประเมินผลงานดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเราถือว่า ส.ส.เป็นผู้เลือกคนไปเป็นรัฐมนตรี แต่ส.ส.ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71157</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับคณะรัฐมนตรี, การเมืองวันนี้เหมือนเดิม, ชวลิต ยงใจยุทธ, สถานการณ์การเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09c5a692471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมภาพชุด ช็อตต่อช็อต &#039;พ่อใหญ่จิ๋ว&#039; หอบสังขารในวัย 88 วิเคราะห์การเมืองร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ในวัย 88 ปี นัดสื่อให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง&amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดี เวลา 11.00 น. ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนแรง ก่อนการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71125</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บิ๊กจิ๋ว, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, สถานการณ์การเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f094feba5ba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร่างรธน.คาดไม่ถึง&#039;จุรินทร์&#039;ชี้สถานการณ์การเมืองยังไม่นิ่งอาจมีพลิกผันอีก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ภายหลังจากที่ทั้ง 2 ขั้วการเมือง ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ว่า ตนคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คือ ไม่ปกติทั้งกติกา ทั้งการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อรองรับภารกิจบางอย่าง ดังนั้น การเมืองจากนี้มันยังไม่นิ่ง ทั้งผลการเลือกตั้ง และการเมืองหลังจากประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฏรจะเป็นอย่างไร การเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีใครเข้าแข่งขัน จะเป็นไปอย่างที่คาดการณ์หรือไม่ มันยังมีเงื่อนไขปัจจัยที่จะต้องติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่สะท้อนถึงกลุ่มคนที่ร่างกติกาที่ทำให้เกิดปัญหา ทั้งการร้องค้านผลการเลือกตั้ง หรือการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลที่ส่อจะมีปัญหาหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เงื่อนไขที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะบทเฉพาะกาล เริ่มจะเป็นปัญหาให้เห็น ที่เป็นรูปธรรมที่สุดก็คือ สองขั้วที่แข่งกันจัดตั้งรัฐบาล โดยขั้วหนึ่งถ้ารวมเสียงข้างมากในสภาฯ ได้อาจจะไม่มีเสียงพอที่จะเป็นนายกฯ ได้ แต่อีกขั้วหนึ่งถ้าเป็นนายกฯ ได้ตามรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล ก็ยังมีคำถามว่า สุดท้ายจะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ หรือไม่ ล้วนเป็นผลจากรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร จะต้องรอผลการเลือกตั้งให้นิ่งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่สภาพที่เป็นอยู่คือ ทั้ง 2 ขั้ว ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็มีเสียงปริ่มน้ำ เป็นผลจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มุ่งเน้นแก้กรณีรัฐบาลมีเสถียรภาพมากเกินไป รวมถึงรูปแบบการเลือกตั้งใช้ใบเดียว การออกแบบกติกาเช่นนี้ ถือเป็นคำตอบของประเทศ หรือเป็นระเบิดเวลามากกว่า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนเคยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ตอนที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็คงคาดไม่ถึงว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างนี้ แต่เดิมอาจจะคิดว่าจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่มีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ เช่น ถึงขั้นกำหนดให้ประธานสภาต้องอยู่ฝ่ายรัฐบาล กำหนดให้วุฒิสมาชิกโหวตเลือกนายกฯ ได้ และออกแบบรูปแบบการเลือกตั้งให้เป็นบัตรใบเดียว เพราะคาดหวังว่า ผลการเลือกตั้งจะเป็นเบี้ยหัวแตกและสามารถที่จะทำให้การรวมเสียงตั้งรัฐบาลทำได้ง่าย แต่เอาเข้าจริงมันเป็นผลตรงกันข้าม และเกิดภาวะการแข่งขันของ 2 ขั้วทางการเมืองที่ปริ่มน้ำ ทั้งนี้ ตนไม่อยากเรียกร้องใครให้แสดงความรับผิดชอบ เพราะไม่อยากขยายประเด็นปัญหาให้เพิ่มขึ้น แต่คงจะเป็นบทเรียนให้กับคนร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33698</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ปชป., รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, สถานการณ์การเมือง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f53b8753ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
