<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;ไทย&#039;จ่อขยับอันดับยอดติดเชื้อโควิดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 &amp;ndash; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ทั่วโลกตามเวลา 07.25 น. ตามเวลาในประเทศไทย พบว่ามีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 226,584,911 คน เพิ่มขึ้น 485,084 คน เสียชีวิต 4,661,317 คน เพิ่มขึ้น 8,651 คน และรักษาหายแล้ว 203,249,043 คน เพิ่มขึ้น 535,919 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด อันดับแรกยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ติดเชื้อ 42,266,677 คน เพิ่มขึ้น 123,121 คน และเสียชีวิต 682,280 คน &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 1,873 คน ตามมาด้วยอินเดียมีผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;33,315,512 คน เพิ่มขึ้น 27,491 คน และเสียชีวิต 443,528 คน เพิ่มขึ้น 281 คน และอันดับสามคือบราซิลมีผู้ติดเชื้อ 21,019,830 คน เพิ่มขึ้น 13,406 คน และเสียชีวิต 587,847 &amp;nbsp;คน เพิ่มขึ้น 709 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศไทยนั้นยังอยู่ที่อันดับ 29 ของโลก แต่น่าจับตาว่าเร็วๆ นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงและขยับอันดับเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะจากตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดของเมื่อวันที่ 14 ก.ย.จากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งอันดับที่ 28 คือ บังคลาเทศที่มีผู้ติดเชื้อ 1,534,440 คน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเพียง 2,074 คน ในขณะที่ไทยอันดับที่ 29 นั้นมีผู้ติดเชื้อ 1,406,542 คน มีผู้ติดเชื้อถึง 11,786 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116739</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคลาเทศ, ประเทศไทย, สถานการณ์การแพร่ระบาด, โควิด-19, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61413eb54549e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดเกษตรฯหนุนกรมการข้าวเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แก้ปัญหาขาดแคลนในตลาด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความเป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมาก  จึงพยายามแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา&amp;ldquo;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;rdquo; นับเป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อให้เพียงพอตามเป้าหมาย เพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลิตผลมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ นำมาสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ70 ล้านไร่ มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพาะปลูกปีละประมาณ1,364,800 ตัน แต่ปัจจุบันกรมการข้าว สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และภาคเอกชนผลิตเมล็ดพันธุ์ดีรวมกันได้เพียงประมาณ 537,000 ตัน หรือประมาณ 40% ของปริมาณเมล็ดพันธุ์ดีที่ต้องการใช้ในการยกระดับคุณภาพและปริมาณการผลิตข้าวของประเทศไทย  แบ่งการผลิตออกเป็น กรมการข้าว 95,000 ตัน สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 112,000 ตัน และภาคเอกชน 300,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ล่าสุดกรมการข้าวได้รับงบประมาณเพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพการผลิตตลอดจนปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ได้ส่วนหนึ่ง จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 85,000&amp;ndash;95,000 ตัน/ปี เพิ่มเป็น 120,000 ตัน/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้กับพี่น้องชาวนาได้มากยิ่งขึ้น กรมการข้าวได้เตรียมที่จะดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อรองรับเป้าหมายการผลิต จากเดิมผลิตได้ประมาณ 120,000 ตัน/ปี เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 32,000 ตัน/ปี รวมเป็น 152,000 ตัน/ปี ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาชีพผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กรมการข้าว จำนวน 4,400 รายแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นการจ้างแรงงานภาคการเกษตรในชุมชนและสนับสนุนและส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเข้าไปในระบบการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ ยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าวของประเทศอีกด้วย &amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ขณะนี้กรมการข้าวมีแผนที่จะดำเนินการเพิ่มศักยภาพโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โดยการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้งานมานานและประสิทธิภาพการทำงานต่ำไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ปัจจุบัน และจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยการก่อสร้างอาคารโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ปรับอากาศพร้อมครุภัณฑ์ จำนวน 15 แห่ง สำหรับใช้เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวระยะยาวเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเกิดโรคและศัตรูข้าวระบาด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การผันผวนของความต้องการพันธุ์ข้าว ราคาข้าวเปลือก เศรษฐกิจครัวเรือนและสำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของตลาดแล้ว มาตรฐานและคุณภาพก็นับเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งได้กำชับกรมการข้าวเร่งออกระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยผู้ที่ทำเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่ายนั้นจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายจากกรมการข้าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เมื่อเกิดความเสียหายจากเมล็ดพันธุ์ในบรรจุภัณฑ์ จะได้มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนและสามารถควบคุมราคากลาง ให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับจำหน่าย จำเป็นต้องควบคุมการปฏิบัติตั้งแต่ในแปลงนา สถานที่รวบรวม การปรับปรุงคุณภาพและการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวจนถึงการบรรจุเพื่อลดความเสี่ยงของการปนของข้าวพันธุ์อื่น การทำลายของศัตรูพืช และการเสื่อมเสียที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐาน&amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112839</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมการข้าว, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การแก้ปัญหา, ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว, ชาวนา, นายทองเปลว กองจันทร์, ปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ, ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว, ระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์, ศูนย์ข้าวชุมชน, สถานการณ์การแพร่ระบาด, สหกรณ์การเกษตร, เกษตรกร, เกษตรไทย, เพิ่มศักยภาพการผลิต, เมล็ดพันธุ์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112307b805d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุมพรผงะ!สั่งปิดชุมชนแรงงานต่างด้าวหลังพบเป็นคลัสเตอร์ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม &amp;nbsp;1,067 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้วจำนวน 430 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย และยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลและสถานที่ต่างๆ 18 แห่งที่จังหวัดจัดไว้จำนวน 634 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบมากมาจากกลุ่มประกอบการล้งทุเรียน โรงงาน สถานประกอบการ ร้านค้า และชุมชนแรงงานต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบคลัสเตอร์ใหญ่ ในพื้นที่บ้านน้ำใส หมู่ 12 เขตเทศบาลตำบลมาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนานรถไฟ ตรงข้ามที่ทำการเทศบาลตำบลมาบอำมฤต และสถานีตำรวจบ้านมาบอำมฤต เพียง 300 เมตร เป็นชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนอาศัยอยู่มากกว่า 100 คน ได้เข้ามาบ้านเช่าแบบชั้นเดียวปลูกติดกันเป็นห้องกว่า 40 ห้อง ภายในชุมชนดังกล่าวมีชาวต่างด้าวเป็นเจ้าของธุรกิจเปิดเป็นร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ไว้บริการกันเองในกลุ่มแรงงานต่างด้าวด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ทำงานในโรงงานแปรรูปไม้ โรงน้ำแข็งและทำสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงทำการปูพรมเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุกและพบมีแรงงานต่างด้าวผลตรวจเป็นบวกติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันไม่แสดงอาการ 61 ราย ซึ่งเป็นการพบกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดของจังหวัดชุมพร และมีกลุ่มเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศปิดชุมชนดังกล่าว โดยสั่งห้ามแรงงานทั้งหมดออกนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อจะทำการคัดกรองอาการอีกครั้งเพื่อคัดแยกกลุ่มผู้เสี่ยงสูงทั้งหมดไปกักตัวที่สมาคมฟุโจวแห่งประเทศไทยในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการพบผู้ติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมากในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเข้าพรรษาแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ได้จัดงานทำบุญและเลี้ยงสังสรรค์กันในกลุ่มเครือข่ายแรงงานชาวต่างด้าว &amp;nbsp;ซึ่งมักจะจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าวกันอยู่เป็นประจำปีละหลายครั้ง โดยมีแรงงานต่างด้าวจากหลายๆพื้นที่ทั้งใน อ.ปะทิว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อมาร่วมงานมากกว่า 200 คนมาเข้าร่วมกิจกรรม และต่อมามีแรงงานต่างด้าวเริ่มมีอาการป่วยหลายคนจึงได้เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 64 ผลพบเชื้อโควิดทุกคน ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนโรค จึงทราบที่มาและได้ลงทำการปูพรมตรวจในชุมชนที่อาศัยดังกล่าวพบเชื้อโควิดจำนวน 61 ราย และได้ปิดชุมชนที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าวห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาดจากพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากยังมีกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112156</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, สถานการณ์การแพร่ระบาด, เมียนมา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a08ea65197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คติธรรม ท้ายใบเสร็จ 7-Eleven นำพาชีวิตพ้นภัยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19 ทำให้การดำเนินชีวิตยากลำบาก มีแรงกดดันหลายอย่างถาโถมเข้ามา บางคนตกงาน บางรายสูญเสียคนในครอบครัวแบบกระทันหัน เป็นความท้าทายในการก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน)เป็นภาคเอกชนที่มีนโยบายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นถึงปัจจัยต่างๆที่กระทบต่อจิตใจของคนไทย จึงได้หยิบยกเอาพุทธสุภาษิต คติธรรมต่างๆ มาไว้ท้ายใบเสร็จรับเงินในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับคนในสังคม&amp;nbsp; เพราะเชื่อว่าหากมีข้อคิดดีๆ อยู่ในมือ จะทำให้มีสติ มีกำลังใจ มีพลังกาย ไม่ใช้ชีวิตบนความประมาท ก็จะนำชีวิตให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานพุทธปัญญาชมรม กล่าวว่า ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่ผ่านมาหลายคนอาจจะเคยเห็นคติธรรม พุทธสุภาษิตที่พิมพ์อยู่ท้ายใบเสร็จรับเงิน ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สิ่งเหล่านี้เกิดจากนโยบายของบริษัทในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับสังคมไทยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ ตรงไหนที่พอจะสอดแทรกธรรมะให้สังคมไทยได้บริษัทดำเนินการต่อเนื่อง ยิ่งในห้วงเวลาที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ก็เชื่อว่าข้อคิดธรรมะต่างๆ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายคนนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2564 นี้ ซีพี ออลล์ ได้คัดเลือกคติธรรม พุทธสุภาษิตดีๆ เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมข้อคิดในการดำเนินชีวิต จากพระเถรานุเถระ มาไว้ท้ายใบเสร็จ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว (พุทธสุภาษิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อย่าอาลัยกับสิ่งที่ล่วงแล้ว อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง (พระพุทธพจน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สิ่งล่วงแล้วแล้วไปอย่าใฝ่หา ที่ไม่มาก็อย่าพึงคะนึงหวัง (พุทธทาสภิกขุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ชีวิตที่ดีที่สุดคือ สงบ-เย็น และเป็นประโยชน์ (พุทธทาสภิกขุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. อย่าชื่นใจกับคำชม อย่าโศกตรมกับคำตำหนิ (พระเทพปฏิภาณวาที วัดสุทัศนฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ตาไม่บอดหูไม่หนวกก็บุญแล้ว จะเอาอะไรมากกับชีวิต (สมเด็จมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องคุ้มกันได้ดีมากเท่ากับ &amp;ldquo;สติ&amp;rdquo; (พุทธทาสภิกขุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ชีวิตยังมีสิ่งดีๆ หากเราเปิดใจพร้อมรับรู้ (พระไพศาล วิสาโล) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าได้ข้อคิดในดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็งและมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คติธรรม พุทธสุภาษิตที่พิมพ์อยู่ท้ายใบเสร็จรับเงิน ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมในการส่งเสริมพุทธศาสนา ซึ่งที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้ขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้บริหาร พนักงานและคนในสังคมผ่านกิจกรรมหลากหลาย ที่ได้รับความสนใจมากอันหนึ่งคือโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องยาวนานมาถึง 25 ปี เพื่อ&amp;ldquo;ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ&amp;rdquo; ได้รับการตอบรับจากญาติโยมเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ชีวิตทุกสัปดาห์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากทั่วประเทศมาบรรยายธรรม เพื่อให้พนักงานและประชาชนทั่วไปเข้าฟังธรรมบรรยาย ทำวัตร และสวดมนต์ ทำจิตใจให้ผ่องใสร่วมกัน เป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 - 13.30 น. ณ ชั้น 11 อาคารซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19 ได้ปรับเปลี่ยนมาจัดในรูปแบบออนไลน์ โดยผู้สนใจสามารถติดตามรับชมได้ทาง facebook fanpage CP ALL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ซีพี ออลล์ ยังมีโครงการหนังสือธรรมะดี ราคาถูก โดยนำข้อคิดธรรมะ คติธรรมจากการบรรยายธรรมในเวทีต่างๆ รวมถึงแนวทางในการดำเนินชีวิตของฆารวาส นำมาตีพิมพ์จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในราคาเพียง 29 บาท เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงธรรมะได้ง่ายๆและทั่วถึง โครงการนี้ก็ได้ดำเนินการต่อเนื่องมากกว่า 10 ปีเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกกิจกรรมที่สำคัญ คือ โครงการสอบธรรมศึกษา ซีพี ออลล์ เป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับฉันทานุมัติจากสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ให้จัดสนามสอบแผนก &amp;ldquo;ธรรมศึกษา&amp;rdquo; สังกัดสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ให้เป็นสนามสอบ ตั้งแต่ปี 2544 เปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทและบุคคลภายนอกร่วมสอบนักธรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดคือบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ธรรมะกับการดำเนินธุรกิจสามารถเดินควบคู่กันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110844</URL_LINK>
                <HASHTAG>7-Eleven, COVID-19, คติธรรม, ท้ายใบเสร็จ, นพุทธปัญญาชมรม, นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล, นำพาชีวิตพ้นภัยโควิด-19, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน), พุทธสุภาษิต, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา, สถานการณ์การแพร่ระบาด, ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม, เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ, โครงการสอบธรรมศึกษา, โครงการหนังสือธรรมะดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa6af25edc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในหลายพื้นที่ เนื่องในโอกาสวันสถาปนา 63 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA มีความห่วงใย และตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ ประกอบกับเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบ 63 ปี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 นี้&amp;nbsp; MEA จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสนับสนุนและช่วยเหลือ วัด ชุมชน หน่วยงาน รวมถึงองค์กร ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2564 นายวิชัย จามาติกุล ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตวัดเลียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนเงินจำนวน 20,000 บาท ให้แก่วัดพระพิเรนทร์ เพื่อเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 และสนับสนุนเงินจำนวน 13,000 บาท ให้แก่โรงเรียนวัดใหม่อมตรส เพื่อเป็นทุนการศึกษา และจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2564 นายทวีศักดิ์ สมานสิน ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตบางเขน ลงพื้นที่มอบเครื่องใช้สำหรับสถานพยาบาล ได้แก่ ชุด PPE ถุงมือทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ผสมแอลกอฮอล์ ให้แก่ศูนย์พักคอยผู้ป่วย COVID-19 ศูนย์กีฬารามอินทราซอย 5 เขตบางเขน ศูนย์พักคอยผู้ป่วย COVID-19 ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ เขตจตุจักร และ มัสยิดตัรกีย่าตุ้สเอี๊ยะห์ชาน ซอยพหลโยธิน 69/7 เขตบางเขน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2564 นายศราวุฒิ วรรธนะพันธุ์ ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตนวลจันทร์ มอบโทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว หน้ากากอนามัย เจลล้างมือแอลกอฮอล์ และ face shield ให้แก่ศูนย์พักคอยผู้ป่วย COVID-19 ซอยโยธินพัฒนา 11 เขตลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA จะดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน และถือเป็นช่วงวันคล้ายวันสถาปนาครบ 63 ปี ของ การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งมั่นตอบสนองเจตนารมณ์ &amp;quot;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;quot; อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110757</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Energize smart living, Energy for city life, MEA, กระทรวงมหาดไทย, การไฟฟ้านครหลวง, กิจกรรมเพื่อสังคม, ชุด PPE, นายทวีศักดิ์ สมานสิน, นายวิชัย จามาติกุล, นายศราวุฒิ วรรธนะพันธุ์, บรรเทาความเดือดร้อน, บำบัดทุกข์ บำรุงสุข, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, รงเรียนวัดใหม่อมตรส, วัดพระพิเรนทร์, วันสถาปนาครบ 63 ปี, ศูนย์พักคอยผู้ป่วย COVID-19, สถานการณ์การแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f95d4f68483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีระดับโลก!ยอดรักษาโควิดรายวันแซงหน้าผู้ติดเชื้อแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564-สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ในเวลา 07.50 น.ตามเวลาในประเทศไทยพบว่า มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 182,559,723 คน เพิ่มขึ้น 367,352 คน และเสียชีวิต 3,953,289 คน เพิ่มขึ้น 7,438 คน และรักษาหายแล้ว 167,161,440 คน เพิ่มขึ้น 404,756 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดนั้น สหรัฐอเมริกายังคงเป็นอันดับหนึ่ง มีผู้ติดเชื้อ 34,526,737 คน เพิ่มขึ้น10,652 คน และเสียชีวิต 619,948 คน เพิ่มขึ้น 275 คน ตามมาด้วยอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 30,361,699 คน เพิ่มขึ้น45,699 คน และเสียชีวิต 398,484 คน เพิ่มขึ้น 816 คน และอันดับสามคือ บราซิลติดเชื้อ 18,513,305 คน เพิ่มขึ้น 64,903 คน และเสียชีวิต 516,119 คน เพิ่มขึ้น 1,917 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108107</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, สถานการณ์การแพร่ระบาด, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbbfd88cdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรีแรงป่วยใหม่110รายผวา!บางละมุงติดเชื้อลามไม่รู้สาเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี - Chonburi PR รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 110 ราย ประกอบด้วย 1.ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน มีประวัติเดินทางไป จ.ระยอง 1 ราย 2.วงสังสรรค์ในจังหวัด 2 ราย 3.อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 3 ราย 4.สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน &amp;nbsp;4.1 จาก Cluster งานศพ 1 ราย 4.2 จากที่ทำงาน 5 ราย 4.3 ในครอบครัว 10 ราย 5. ผู้สัมผัสยืนยัน สถานบันเทิงในจังหวัด 7 ราย 6. ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 30 ราย 7. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 51 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มีการค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมดจำนวน 181 ราย และค้นหาเชิงรุกอีกจำนวน 1,034 ราย (อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ)การค้นหาเชิงรุกรถพระราชทาน อีก 1,135 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เมษายน 2564 จากสถานบันเทิงใน กทม. และแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วในจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งการระบาดสู่สถานบันเทิงในจังหวัดชลบุรี วงสังสรรค์และการเดินทางไปต่างจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วย และแพร่เชื้อไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ แม้การตรวจครั้งแรกจะไม่พบเชื้อ แต่มีหลายๆ รายตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 2 ระหว่างการกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;สำหรับอำเภอบางละมุงมีการนำรถพระราชทานมาออกหน่วยค้นหาเชิงรุก ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งไม่ทราบสาเหตุว่าติดจากที่ใดและมีจำนวนมากขึ้นน่าจะบ่งบอกถึงว่าเชื้อมีการกระจายตัวนอกเหนือจากการติดกันภายในครอบครัว จึงขอให้เคร่งครัดในมาตราการอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสุขอนามัยส่วนบุคคล เชื้อเข้าทางจมูกปากตา ต้องไม่จับหน้าโดยไม่ล้างมืออย่างเด็ดขาด สวมแมสก์ตลอดเวลาพยายามออกจากบ้านให้น้อยลง อยู่ห่างกัน ล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนพฤษภาคมนี้มีวันหยุดหลายวัน ประกอบกับมีการบังคับใช้มาตราการที่เข้มข้นขึ้นขอความร่วมมือ ดังนี้ 1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวง 2.ซื้ออาหารกลับมาทานที่บ้าน ต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วยกัน 3.ป่วยต้องหยุด 4.จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที 5.เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน จังหวัดชลบุรีจะยังคงดำเนินการค้นหาผู้สัมผัส และค้นหาเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อนำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 และนำมารักษาไม่ให้แพร่ระบาดต่อไป #รู้หน้า_ไม่รู้ใจ_ไม่รู้ใครติดโควิดบ้าง #อยู่ห่างกัน_หมั่นล้างมือ_แมสก์ต้องใส่_สแกนไทยชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101785</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางละมุง, สถานการณ์การแพร่ระบาด, เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6091e477671b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
