<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองคอนป่วยสะสมเตะ500รายผวาคลัสเตอร์&#039;หมอวี&#039;คลินิกเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 31 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 500 ราย รักษาหายแล้ว 93 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 403 ราย เสียชีวิต 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลัสเตอร์ที่น่าเป็นห่วงกรณีมีการเปิดคลินิคหมอวี ซึ่งเป็นคลีนิคเถื่อนใกล้วงัดโคกโพธิ์สถิตย์ หมู่ 2 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช รับรักษาคนไข้ จนล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาตรวจพบว่าภรรยาของหมอวี หมอเถื่อนติดเชื้อโควิดและมีอาการรุนแรง ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอำเภอลานสกาได้ประกาศให้ผู้ที่ไปใช้บริการที่คลีนิคหมอวี และผู้ที่สัมผัสกับผู้ไปใช้บริการในคลีนิคดังกล่าว ระหว่างวันที่ 16 เม.ย.-3 พ.ค.2564 &amp;nbsp;ให้ไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่วัดโคกโพธิ์สถิตย์ในวันที่ 4 พ.ค. 2564 ระหว่างเวลา 13.30-16.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ไปรายงานตัวจำนวนหนึ่ง แต่คาดว่ายังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ไปแสดงตัวหรือรายงานตัว จึงขอให้สังเกตอาการของตัวเอง หากพบว่ามีอาการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ไข้สุง ไอแห้ง ๆ อ่อนเพลีย หายใจติดขัด เจ็บคอ ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดข้อ หนาวสั่น วิงเวียน อาเจียน ขอให้ไปพบแพทย์ทันที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101831</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, จังหวัดนครศรีธรรมราช, สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, หมอเถื่อน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_609237f08b124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระราชินี&#039;ทรงออกแบบถุงผ้าไทยใส่เจลแอลกอฮอลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่มีในประเทศไทย &amp;nbsp;โอกาสนี้ ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2559 -2560 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่มาเฝ้ารับเสด็จบริเวณอาคารอเนกประสงค์ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ทรงคล้องเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือที่ทรงออกแบบถุงสำหรับใส่เจลแอลกอฮอลล์เป็นผ้าลายไทยด้วยพระองค์เองไว้ที่ข้อพระกรตลอดเวลา อันแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการป้องกันและดูแลพระองค์เองขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังทรงสนับสนุนการนำผ้าไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศมาออกแบบให้มีความนำสมัยและสามารถใช้ได้ในหลายโอกาส
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ้าไทย, สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd071bad60d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเคอร์ฟิว24ชม. 1สัปดาห์หากติดเชื้อยังพุ่ง/วธ.แนะใช้ออนไลน์ทำกิจกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 103 ราย ยอดสะสม 1,978 ตายเพิ่ม 4 รวม 19 ศพ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงยิบข้อกำหนดเคอร์ฟิว เตือนฝ่าฝืนคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ตจว.ให้ยึดมาตรการที่เข้มกว่าเชื่อลดแพร่เชื้อได้ โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ไม่อยากใช้ยาแรงถ้า ปชช.ให้ความร่วมมือ ประเมินมาตรการทุกวันจนครบ 1 สัปดาห์ หากตัวเลขผู้ป่วยยังพุ่งอาจเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ผบ.สสส.ออกประกาศห้ามชุมนุมทำกิจกรรมมั่วสุม &amp;quot;ตำรวจ-ทหาร&amp;quot; เตรียมพร้อมส่งชุดตรวจสกัดคนฝ่าฝืน เตือนศาลไม่รอการลงโทษ วธ.ประกาศงดกิจกรรมเทศกาลรวมคนหมู่มาก งาน &amp;quot;เช็งเม้ง-สงกรานต์&amp;quot; ใช้สื่อสารทางออนไลน์แทน ครม.อนุมัติหลักการบรรจุ ขรก.สธ 45,684 ตำแหน่ง บัตร 30 บาทรักษาติดเชื้อโควิดฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก เป็นวันแรกที่ทะลุ 1 ล้านคน โดยมีผู้ติดเชื้อ 1,014,296 ราย เสียชีวิต 52,298 คน ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยหายป่วย 581 ราย ซึ่งมีคำถามว่าตัวเลขผู้หายป่วยเป็นตัวเลขจริงหรือไม่เมื่อเทียบกับผู้ป่วยสะสม 1,978 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เรากำลังจัดระบบกันอยู่ คาดว่าในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นกำลังสำคัญในการรักษาน่าจะมีตัวเลขผู้หายป่วยมากกว่านี้ สำหรับวันนี้ (3 เม.ย.63) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 103 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 19 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 16 เป็นชายอายุ 59 ปี เป็นพนักงานการรถไฟ ป่วยวันที่ 16 มี.ค.ด้วยอาการไข้ วันที่ 21 มี.ค.เข้ารับการรักษาและกลับไปทำงานปกติ การรักษาตอนนั้นดูเหมือนอาการน้อยมาก แต่ปรากฏว่าในวันที่ 31 มี.ค.มีอาการหนัก เหนื่อยหอบมากขึ้น จึงเข้ารักษาในโรงพยาบาลอีกครั้งและเสียชีวิตวันที่ 2 เม.ย. รายที่ 17 เป็นชายไทย 72 ปี มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ป่วยที่ไปดูมวย โดยมีโรคประจำตัวคือโรคไต เริ่มป่วยวันที่ 16 มี.ค.และเสียชีวิตวันที่ 1 เม.ย. รายที่ 18 เป็นชายไทยอายุ 84 ปี ทำงานอยู่ที่สนามมวยราชดำเนิน มีโรคประจำตัวคือโรคไต &amp;nbsp;ความดันโลหิตสูง โรคเก๊า และอีกหลายโรค เข้ารับการรักษาวันที่ 26 มี.ค.และเสียชีวิตวันที่ 2 เม.ย. รายที่ 19 เป็นชายไทยอายุ 84 ปี มีประวัติไปสนามมวยราชดำเนิน มีอาการป่วยวันที่ 14 มี.ค. เข้ารับการรักษาวันที่ 21 มี.ค. มีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ รักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.และเสียชีวิตในวันที่ 2 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ 3 ใน 4 รายของผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น และมีโรคประจำตัว ดังนั้นในช่วงสงกรานต์นี้ ลูกหลานถ้าเป็นลูกกตัญญูไม่ควรเข้าใกล้พ่อแม่ ตายาย ผู้สูงอายุ เพราะเขามีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ควรรดน้ำขอพร ถ้าจะมีควรใช้แอลกอฮอล์เจลขอพรท่านน่าจะดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับมาตรการชะลอการเข้าประเทศนั้น กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) &amp;nbsp;รายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการอนุญาตให้คนไทยจากอินโดนีเซีย 100 คน มาเลเซีย 83 คน และนักเรียนเอเอฟเอสจากสหรัฐอเมริกากลับเข้ามาในประเทศ โดยทางการไทยจะเตรียมพื้นที่รองรับและต้องอยู่ในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อใน กทม.และต่างจังหวัดยังไม่น่าไว้วางใจ แม้จะลดน้อยลงแต่ตัวเลขยังแตะหลักร้อย ต้องจัดการโดยเร็ว นายกฯ ยังไม่พอใจ ต้องทำให้ต่ำกว่านี้ให้ได้ ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้ลดลงเหลือ 14 จังหวัด และมี 15 จังหวัดไม่พบผู้ป่วยเลย ส่วนอัตราการเสียชีวิตถือว่าเราทำได้ดี มีอัตราเสียชีวิตเพียง 0.96
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 2 เน้นเรื่องของเคอร์ฟิว แต่จนถึงนาทีนี้ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่ได้ปิดประเทศเพราะสนามบินยังไม่ได้ปิด แต่มีการเคร่งครัดและเข้มงวดมากขึ้น และคนไทยที่อยู่ต่างประเทศยังสามารถกลับมาได้เพราะเป็นสิทธิตามกฎหมาย อีกทั้งการขนส่งสินค้าเข้าออกยังทำได้ปกติ สำหรับคนต่างประเทศที่เข้ามาเราจะเข้มงวดเป็นสองเท่า ทั้งเรื่องการตรวจใบขออนุญาต ใบรับรอง จึงขอร้องว่าให้ชะลอการเข้ามาในประเทศไทยไปก่อนอย่างน้อยจนถึงวันที่ 15 เม.ย.แล้วค่อยว่ากันใหม่ แม้แต่คนไทยก็ต้องกักตัว 14 วันด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประเมินผลแล้วอาจขยายต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ อธิบายว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 2 ที่ห้ามบุคคลทุกคนทั่วราชอาณาจักรออกจากเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น. หรือรวมเวลา 6 ชั่วโมงนั้น ถ้ามาตรการนี้ยังไม่ได้ผลหรือยังมีผู้ฝ่าฝืน หรือดีและป้องกันได้ดีก็จะประเมินเหตุการณ์วันต่อวัน อาจจะขยับเป็น 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงต่อไปก็ได้ ช่วงเวลา 6 ชั่วโมงนี้ไม่ควรมีผู้ใดออกมาเดินเหินตามถนน หรืออยู่ตามร้านต่างๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะนี่คือการห้ามออกจากเคหสถาน โดยจะมีตำรวจทหารคอยตรวจตรา ถ้าพบว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการยกเว้นจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 18 โทษรุนแรงมาก คุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;รัฐบาลตระหนักดีว่าการประกาศเคอร์ฟิวจะเข้มงวดโดยไม่มีข้อยกเว้นเลยไม่ได้ เพราะเป็นความจำเป็นของคนบางประเภท จึงมีข้อยกเว้นให้บุคคลสองประเภท หากจำเป็นต้องออกนอกเคหสถานก็ให้ขออนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะขยายความไปถึงตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปพลางก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีการประเมินแล้วต้องขยายเวลาเคอร์ฟิวจาก 6 ชั่วโมง เป็น 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง &amp;nbsp;หรือมากกว่านั้นก็จะได้ทยอยประกาศแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ส่วนในบางจังหวัดที่ผู้ว่าฯ ได้กำหนดการห้ามออกจากบ้านแตกต่างจากข้อกำหนดของรัฐบาล ก็ให้ยึดมาตรการที่เข้มงวดกว่า และต่อไปเราจะพยายามปรับให้ทุกจังหวัดในเกณฑ์เดียวกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สื่อมวลชนสามารถออกไปทำข่าวในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้เด็ดขาด เพราะช่วง 6 ชั่วโมงไม่น่าจะมีข่าวอะไรให้ทำ ส่วนที่จะไปถ่ายบรรยากาศด่านต่างๆ นั้นก็ให้ขออนุญาตเป็นการเฉพาะราย แต่เราคงไม่เขียนยกเลิกให้เป็นกลุ่ม ส่วนการขนส่งอาหาร เช่น แกร็บ, &amp;nbsp;ไลน์แมน ถือว่าอยู่ในข้อยกเว้นการขนส่งอยู่แล้ว แต่ขอให้มีหนังสือรับรองไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า การเคอร์ฟิวแค่ 6 ชั่วโมงจะนำมาซึ่งการลดจำนวนติดเชื้อได้อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า มันเป็นเชื้อโรค ไวรัส กลางคืนไม่หยุดพัก มันไป 24 ชั่วโมง แต่เราพิจารณาความจำเป็นของประชาชนที่กลางวันไม่สามารถปิดได้ หรือปิดก็คงไม่ฟัง จนกว่าจะรู้สึกสำนึก ตระหนัก รับผิดชอบและสมัครใจได้มากกว่านี้ ซึ่งก่อนจะเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักรมีการทดลองมาแล้ว 5 จังหวัด คิดว่าเป็นการส่งสัญญาณได้ระดับหนึ่ง จึงประกาศทั่วราชอาณาจักร ที่สำคัญพบการว่าการแพร่ระบาดเกิดจากการรวมตัวกันในเวลากลางคืนที่คนพักผ่อน มาทำกิจกรรมร่วมกัน ต่างจากกลางวันที่ทำงานกันส่วนใหญ่ เมื่อคนคุ้นเคยและชินกับมาตรการนี้อาจจะขยายต่อไปได้ เชื่อว่าจะลดเปอร์เซ็นต์การแพร่ระบาดลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ให้ปิดสถานที่ต่างๆ แต่ยังพบว่าประชาชนยังทำกิจกรรมรวมตัวที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 ได้ ซึ่งบางจังหวัดผู้ว่าฯ ได้ใช้อำนาจออกคำสั่งห้ามประชาชนออกจากเคหสถานไปบ้างแล้ว จึงนำมาสู่ในที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ &amp;nbsp;2 เม.ย. ซึ่งนายกฯ เห็นว่าควรจะประกาศสำหรับทั่วราชอาณาจักรเพื่อควบคุมโรคให้ได้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นที่หลักร้อยทุกวัน ซึ่งรัฐบาลไม่อยากใช้ยาแรง แต่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเช่นนี้เพื่อลดการรวมกลุ่มของประชาชน ทั้งนี้จะมีการประเมินข้อกำหนดที่ประกาศล่าสุดนี้ทุกวันตลอด 1 สัปดาห์ หากตัวเลขผู้ป่วยยังเพิ่มก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวตลอด 24 ชั่วโมง แต่หากตัวเลขลดลงอาจจะคงหรือผ่อนคลายมาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ ไม่อยากใช้ยาแรงหากได้รับความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ให้น้อยที่สุด อย่าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น โดยให้ทำงานที่บ้าน และแม้จะอยู่บ้านแล้วก็ต้องเว้นระยะห่าง เพราะนายกฯ ห่วงใยประชาชนอย่างจริงใจ โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ยังไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
ทหาร.-ตร.ส่งทีมสกัดคนฝ่าฝืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ลงนามในประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีรายละเอียดว่า &amp;quot;อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 5 และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3(6) เพื่อเป็นการลดโอกาสการแพร่ระบาดของการติดเชื้อโรคโควิด- 19 มิให้ขยายไปในวงกว้าง จึงกำหนดการห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ใดๆ ทั่วราชอาณาจักร เว้นแต่เป็นการทำกิจกรรมภายในครอบครัวที่อยู่ในเคหสถานของตนเอง หรือกิจกรรมของทางราชการ ซึ่งมีมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลที่ปลอดภัย หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ต้องรับโทษตาม ม.18 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งการว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานเวลา &amp;nbsp;22.00-04.00 น. ขอให้ทุกหน่วยร่วมกันปฏิบัติและปฏิบัติตามขั้นตอน ให้กรมยุทธการทหารบกออกเป็นคำสั่งในการปฏิบัติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแต่ละทัพภาคมีบทบาทในการประสานกับจังหวัดในการออกปฏิบัติงาน ครอบคลุมถึงการจัดทำแผนที่ในห้องวอร์รูม กรมยุทธการทหารบกรับผิดชอบในการมาร์กจุดตรวจต่างๆ ในการแบ่งพื้นที่ใน กทม.จะใช้ทุกหน่วยในพื้นที่ในการปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะหน่วยกำลังรบ การออกตรวจระหว่าง 22.00-04.00 น.อาจจะใช้สายตรวจวันละ 2-3 รอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะทำงานเป็นจุดตรวจและมีสายตรวจแทรกซึมไปทุกจุดในช่วงเวลาเคอร์ฟิว จะออกมาเดินข้างนอกบ้านหรือในหมู่บ้านไม่ได้ ส่วนการคมนาคมนั้นได้มีการปรับเวลาเดินรถให้สอดคล้องแล้ว ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาเดินทางด้วย ถ้ายังพบว่ามีการลักลอบเปิดสถานบริการอยู่สามารถแจ้ง 191 ได้ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งจะผิดมากกว่ากรรมเดียว ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ โดยที่ผ่านมาตำรวจและอัยการได้สั่งฟ้องทุกกรณีและศาลได้ลงโทษโดยไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากเตือนไปยังผู้ที่ยังคงฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยยังรวมกลุ่มมั่วสุม เสพยาเสพติด เล่นการพนัน &amp;nbsp;รวมกลุ่มแข่งรถในทาง ลักลอบเปิดสถานบริการ กักตุนสินค้าบริการ การให้กู้ยืมเงินเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ ถือเป็นความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการให้เป็นเยี่ยงอย่าง จึงขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือเพื่อควบคุม ป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้ได้โดยเร็ว&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ กรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยงดหรือเลื่อนการจัดงานเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ ที่เป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก กรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถงดหรือเลื่อนการจัดงานนั้นๆ ได้ ให้ปฏิบัติโดยไม่ขัดต่อประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนด ได้แก่ ประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมทั้งมาตรการที่รัฐบาล &amp;nbsp;ศบค.กำหนด รวมทั้งประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ วันสำคัญทางศาสนาหรืองานบุญควรงดการเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาสนสถาน โดยให้ใช้ช่องทางสื่อสารออนไลน์แทน เช่น การฟังธรรมะออนไลน์ งดการใช้มือหยิบข้าวใส่บาตรพระภิกษุ &amp;nbsp;สำหรับเทศกาลไหว้บรรพบุรุษ (เช็งเม้ง) ให้งดการเดินทางไปกราบไหว้บรรพบุรุษ ณ สุสาน (ฮวงซุ้ย) &amp;nbsp;โดยให้จัดพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษที่บ้านแทน และงดการรวมญาติ นอกจากนี้เทศกาลประเพณีสงกรานต์ &amp;nbsp;1.งดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ 2.งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา หากต้องการรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือแสดงความกตัญญูกตเวที หรือแสดงความปรารถนาดีต่อกัน ควรใช้การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ หรือช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ 3.งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก หรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยเด็ดขาด และ 4.เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ให้ปฏิบัติเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น อาทิ สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน รดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ที่บ้านโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของญาติผู้ใหญ่ที่สูงอายุ และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
อนุมัติ ขรก.สธ. 4.5 หมื่นตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติรับทราบการดำเนินงานรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม ในประเด็น &amp;quot;การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์&amp;quot; โดยสนับสนุนการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากผลงานวิจัย เช่น หน้ากาก N95 ชุด PPE อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล เครื่องช่วย ห้องตรวจแยกโรคแรงดันลบ การพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 การพัฒนาชุดตรวจ เป็นต้น ในเรื่องค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มางบประมาณดำเนินการประมาณ 3,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติหลักการ เรื่องการขอบรรจุข้าราชการเพิ่มเติมจากที่เป็นพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และลูกจ้าง สธ.ในส่วนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จำนวน 45,684 คน จากจำนวนบุคลากรประเภทนี้ที่อยู่ในสาธารณสุขประมาณ 160,000 คน ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขเสนอ โดยบุคลากรเหล่านี้เป็นบุคลากรวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล &amp;nbsp;เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีทักษะและได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และประเทศควรจะต้องรักษาให้ระบบการสาธารณสุขสามารถคงจำนวนบุคลากรเหล่านี้ให้อยู่ในระบบอย่างยั่งยืน เมื่อมีสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เห็นการเสียสละ ทุ่มเทและความมุ่งมั่นของบุคลากรเหล่านี้ การปรับสถานะให้มีความมั่นคงในอาชีพการงานจะทำให้คุณภาพของงานบริการผู้ป่วยได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน จะทำให้มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพมีความมั่นคงและมีเกียรติยศ และเป็นการเตรียมความพร้อมของระบบการสาธารณสุขของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ สธ.จะหารือกับสำนักงานข้าราชการพลเรือน และสำนักงานพัฒนาระบบราชการ ก่อนเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ของไทยว่ายังคงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสจากคนเดิมในการสอบสวนโรคก่อนหน้านี้ และผู้ป่วยกลุ่มใหม่ ในจำนวนผู้ติดเชื้อถ้าดูจากผู้ป่วยรายใหม่ มีการติดเชื้อจากในประเทศประมาณวันละ 90 คน โดยยอดผู้ป่วยติดเชื้อ 103 คนในวันนี้แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลักตามภูมิภาค &amp;nbsp;เช่น กทม.และปริมณฑล 58 คน จังหวัดภูเก็ต, ชลบุรี 16 คน ชายแดนใต้ 12 คน และจังหวัดอื่นๆ 17 &amp;nbsp;คน ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศอยู่ในภาวะคงที่ ขณะที่การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจยืนยันมีเพียงพอ และจัดสรรให้พื้นที่ต่างจังหวัดอย่างดีที่สุด ส่วนการดำเนินการรักษาผู้ป่วยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น บุคลากรทางการแพทย์พิจารณาการรักษาตามข้อบ่งชี้อาการและความเสี่ยงของคนไข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร อาจารย์แพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ปกติแล้วหน้ากากอนามัยชนิด N95 ทางการแพทย์จะใช้แล้วทิ้ง แต่สถานการณ์ที่คาดการณ์ว่าจะขาดแคลน จึงจำเป็นต้องหาวิธีเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ซึ่งมีหลายวิธี แต่ในครั้งนี้ได้ทำการวิจัย 2 วิธีในการฆ่าเชื้อ การทำความสะอาดด้วยการอบความร้อนจากเครื่องอบจานร้อน &amp;nbsp;อุณหภูมิไม่เกิน 65-75 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที และการทำความสะอาดอบด้วยการฉายแสง UV-C พบว่าการฉายแสงใช้เวลา 20-21 นาทีสามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุหรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 ระบุว่า ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 10/1 แห่งข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ.2560 &amp;quot;ข้อ 10/1 สถานบริการที่ให้บริการสาธารณสุขผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) สิทธิในการได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลให้ได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สถานบริการที่ให้บริการผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ก่อนข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุน ตามวรรคหนึ่งด้วย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61973</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประเมินมาตรการทุกวัน, ฝ่าฝืนคุก 2 ปี, ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)., สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว, เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e872ed3874fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดระบบขนส่ง บิ๊กตู่ขู่ถ้าสถานการณ์ยังไมดี่ขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มอีก 127 ราย ทำยอดรวมอยู่ที่ 1,651 ราย &amp;ldquo;กทม.-นนทบุรี&amp;rdquo; มีผู้ป่วยสูงสุด ตามด้วยภาคใต้ ศบค.บอกยังไม่มีล็อกดาวน์เพิ่ม แต่วอนเอกชนคำนึงเรื่องทำงานที่บ้าน-เหลื่อมเวลา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ติดหนวดให้มหาดไทยปิดทุกพื้นที่ พร้อมให้คมนาคมไปส่องเรื่องขนส่งสาธารณะในเมืองกรุงหลังพบยังใช้บริการหนาแน่น จ่อลดเที่ยวก่อนซัตดาวน์บริการหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ปลัด สธ.รับห่วงปัญหาขนส่งอาหาร-วินมอเตอร์ไซค์แพร่เชื้อ กำชับเว้นระยะห่าง หมอสุขุมเปิด 19 จังหวัดปลอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งที่ 2 ตรงนี้ทำให้เห็นภาพว่าท่านเองปรับเปลี่ยนวิธีการ สร้างระยะห่างทางบุคคล เพราะทำเนียบฯ มีคนจำนวนมากต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ โดยนายกฯ ยังขอบคุณประชาชนที่สร้างปรากฏการณ์ปรบมือให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังแถลงถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในไทยว่า มีผู้ป่วยเพิ่ม 127 ราย ซึ่งกลุ่มใหญ่ 62 รายมาจากสนามมวย สถานบันเทิง และสัมผัสผู้ใกล้ชิด รวมทั้งผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 49 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และคนต่างชาติ โดยมีกลุ่มอาชีพเสี่ยง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 3 ราย ซึ่งเกี่ยวโยงกับสัมผัสผู้ป่วย ซึ่ง สธ.จะหามาตรการป้องกันส่วนนี้ และอีก 16 คนรอสอบสวนโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอดผู้ป่วยสะสม 1,651 ราย กระจายใน 61 จังหวัด เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี เป็นนักดนตรีทำงานใน กทม. มีโรคเบาหวานและมะเร็ง เริ่มป่วยตั้งแต่ 20 มี.ค. มีอาการไอ มีไข้ หลังกลับจาก กทม.ไปต่างจังหวัด โดยมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนระบบหายใจล้มเหลว รวมยอดผู้เสียชีวิต 10 ราย ส่วนตัวเลขผู้ป่วยใน กทม.และนนทบุรียังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ 869 ราย ภาคตะวันออกเฉียง 77 ราย ภาคเหนือ 55 ราย ภาคกลาง 172 ราย ภาคใต้ 206 ราย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 วัน หากร่วมมือดี ตัวเลขติดเชื้อใหม่ควรลดลง สำหรับ 3 วันนี้ที่ลดลงต่อเนื่อง นายกฯ พอใจในระดับหนึ่ง แต่ไม่นิ่งนอนใจ ยังไม่สามารถไว้วางใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ ยังต้องติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด และสั่งให้ปลัด สธ.ติดตามตัวเลขและรายงานสม่ำเสมอ โดยการปรับเปลี่ยนมาตรการอะไรจะเป็นไปตามข้อมูลของ สธ. ถ้าประชาชนให้ความร่วมมือ ตัวเลขลดลง จะไม่เพิ่มมาตรการ แต่ถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้นมาตรการก็ต้องเข้มขึ้น เพื่อคุมให้เป็นศูนย์ให้หมด โดยตอนนี้ขอร้องให้งดเว้นไม่ให้มีการร่วมสังสรรค์หรือทำกิจกรรมบันเทิงทั้งสิ้น ส่วนการขอความร่วมมือถ่ายทอดสดมวย แข่งเรือเจ็ตสกี และกองถ่ายละคร เป็นการขอความร่วมมือ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งผู้ว่าฯ กทม. ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ย้ำว่าเป็นการขอความร่วมมือ แต่ถ้าท่านยังทำอยู่ถือว่ามีความเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายงบกลางที่นำมาแก้ไขปัญหาโควิด-19 นั้น นายกฯ ให้ความสำคัญมาก โดยการจัดสรรงบกลางจะเป็นการเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งค่าเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา และการจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย สธ.ได้รับไปดำเนินการในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเตรียมโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ชื่นชมเพจอีเจี๊ยบเลียบด่วน ที่ออกมาโพสต์เตือนล่วงหน้าว่า วันที่ 1 เม.ย. เป็นวัน April Fool&amp;#39;s Day หรือวันโกหก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของฝรั่ง แต่ของไทยอย่ามาโกหกในเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด-19 เพราะจะมีความผิด โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ส่วนกระแสข่าวว่าจะชัตดาวน์หรือล็อกดาวน์ กทม.นั้น ยืนยันว่าเรายังใช้เฉพาะบางจุดตามประกาศเดิม ยังไม่มีข้อสั่งการเพิ่มเติมจากนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เอกชนที่ยังให้ลูกจ้าง พนักงานมาทำงานตามปกติ ทั้งที่บางงานสามารถทำที่บ้านได้นั้น ขอให้ประเมินว่าการนำคนมารวมกันกับการกระจายงานให้ไปทำ อันไหนเสี่ยงกว่ากัน เชื่อว่าผู้บริหารคงเข้าใจตรงนี้ และพิจารณาได้ว่าทำแบบไหนจะมีผลเสียมากกว่ากัน คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะให้ทำงานที่บ้านหรือทำงานเหลื่อมเวลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 13.25 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านไลฟ์สดทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ว่าที่ผ่านมาเป็นเวลา 7 วันแล้วที่คนใน กทม.เดินทางกลับต่างจังหวัด สถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น วันนี้อยากกราบเรียนว่า การที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ก็เป็นมาตรการที่ทำให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่ามีการตรวจสอบคัดกรองมากยิ่งขึ้น ประชาชนที่รู้ว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเข้าพบแพทย์มากขึ้น ทำให้มีโอกาสตรวจพบเชื้อได้มากยิ่งขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจ ใครที่ไม่ได้ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง หรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงที่ดูแลตัวเองดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตรวจ เพราะเรามีความจำเป็นต้องควบคุมการใช้จ่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อให้เพียงพอกับผู้ที่ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการปรับมาตรการต่างๆ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ซึ่งรับผิดชอบตามกฎหมาย ร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอำนาจพิจารณาทั้งเรื่องการห้ามประชาชนเข้า-ออกพื้นที่ในจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น หรือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดก็มีการปิดหลายสถานที่ ห้ามจำหน่ายสุรา ห้ามเล่นกีฬา ในเรื่องของการพนัน มีมาตรการเด็ดขาดต้องถูกลงโทษตามกฎหมายในทุกพื้นที่ โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน ตรวจสอบเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่ ส่วนการเดินทางของประชาชนออกนอกเขต นอกจังหวัด วันนี้หลายคนก็เป็นห่วง อยากให้ปิด อยากให้หยุด อยากให้อะไรต่างๆ เราก็ต้องดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลายอย่างด้วย โดยเฉพาะการจับจ่ายซื้อหาสินค้า ทุกคนต้องระมัดระวังตัวเอง รัฐบาลก็เน้นให้บริการแกร็บ ไลน์แมน มีการตรวจสอบการติดเชื้อของผู้ให้บริการเหล่านี้ด้วย และอย่าไปแออัดในร้านค้าที่รับของไปส่งด้วย เพราะจะนำการแพร่เชื้อไปสู่ผู้บริโภค ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองและผู้อื่นเสมอ&amp;nbsp;
จ่อชัตดาวน์ขนส่งสาธารณะ
&amp;ldquo;การเดินทางได้ให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณา หากยังมีการเคลื่อนย้ายประชาชนเป็นจำนวนมากอยู่ ซึ่งเราก็เข้าใจถึงความสะดวก แต่บางคนก็ใช้โดยไม่จำเป็น จึงได้ให้ไปดูว่าการให้บริการขนส่งต่างๆ ของภาครัฐจะทำอย่างไร จำเป็นต้องลดจำนวนลงหรือไม่ หรือกำหนดให้บริการกี่เที่ยวต่อวัน ในเมื่อให้ทำกันเองแล้วยังไม่เรียบร้อยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ต่อไปต้องเจอสถานการณ์การลดให้บริการทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสาร หรือรถเมล์ ก็จำเป็นต้องลดเที่ยวให้บริการ จนกว่าจะเรียบร้อย ถ้ายังไม่เรียบร้อยอีกก็จะหยุดให้บริการทั้งหมด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการประเมินผลด้านต่างๆ หลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ได้ประเมินผลทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ทั้งในที่ประชุม ครม.และที่ประชุมอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่มีนายกฯ เป็นผู้นำอยู่แล้ว มีการทบทวนทุกสัปดาห์ โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อำนาจตามกฎหมายใช้ได้ 3 เดือน แต่วันนี้ประกาศใช้ 1 เดือนก่อน หากประเมินผลแล้วถ้ายังจำเป็นก็จะประกาศต่อในเดือนที่ 2 และเดือนที่ 3 โดยมาตรการเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เพราะฉะนั้นเวลานี้ยังไม่มีแนวโน้มจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทั้งนี้จะให้หน่วยงานไปพิจารณาเรื่องอะไรที่ทำแล้วได้ผลและดีขึ้น อาจผ่อนผัน แต่ถ้าอันไหนยังไม่ดีขึ้น ก็เข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการควบคุมคนต่างประเทศที่เข้ามาในไทย วันนี้มีเฉพาะที่มีการทำงานในไทยอยู่แล้วเท่านั้น แต่ในส่วนอื่นๆ หากเข้ามาโดยเฉพาะจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วัน ทั้งสถานที่ของรัฐและที่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแล และเมื่อสู่ภูมิลำเนาทุกคนต้องถูก สธ.บันทึกข้อมูลโดยร่วมกับ มท. ผ่านแอปพลิเคชันติดตามตัวควบคุมยังถิ่นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วยที่ขยับหน้ากาก เพราะรู้สึกหน้ากากไม่เข้ากับจมูกเท่าไหร่ ขยับอยู่เรื่อยเวลาพูด ทำให้อาจพูดเสียงดังไปนิด ต้องขอโทษด้วย จะระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด ขอบคุณ ด้วยความรักความห่วงใยจากนายกฯ รัฐบาล ถึงประชาชนทุกคนที่พำนักอาศัยในไทย ขอบคุณ ขอให้ดูแลซึ่งกันและกันให้ดีที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ ได้เดินกลับมายังห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า โดยระหว่างที่เดินไปทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูส่งให้ช่างภาพกับสื่อมวลชน ที่อยู่หน้าห้องทำงานผู้สื่อข่าว 2 ติดกับประตู 1 ทางเข้าทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการให้เฝ้าระวังกิจกรรมที่มีลักษณะการรวมกลุ่มทุกกิจกรรม โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้มงวดในการออกอากาศรายการมวยทางโทรทัศน์ สั่งการให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) เข้มงวดในการควบคุมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ สวมใส่หน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ. พร้อมกำชับแผนการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยต่อวันในช่วง 5 วันนี้เป็นการชั่วคราว จากจำนวนการผลิตหน้ากากอนามัยที่กระทรวงพาณิชย์สามารถจัดหาได้ 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน จากการผลิตทั้ง 11 บริษัท ให้จัดสรรให้ มท. 8 แสนชิ้น และ สธ. 1.5 ล้านชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกเพื่อรับทราบสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยต้องติดสถานการณ์ และสร้างการรับรู้ความเข้าใจ การสื่อสารผ่านทางไลน์ หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) นอกจากนี้รัฐบาลได้ใช้มาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติใช้แผนพิทักษ์มาตุภูมิ โดยใช้แนวทาง จ.ชลบุรี เป็นโมเดล ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและภาคีในพื้นที่ เพื่อระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่ถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล ตำรวจและทหาร ใช้ส่วนรวมในการตรวจคัดกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงภาพรวมการตั้งด่านรอบพื้นที่รอยต่อ กทม.หลังครบสัปดาห์ ว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ประชาชนให้ความร่วมมือ ซึ่ง สตช.พยายามสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจที่ออกปฏิบัติหน้าที่ใช้อย่างเพียงพอ เพราะตำรวจประจำด่านคัดกรองและตามพื้นที่ต่างๆ ต้องสัมผัสกับประชาชนจำนวนมาก ส่วนกระแสข่าวปิด กทม. หรือล็อกดาวน์นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ตำรวจพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะการล็อกดาวน์เป็นอำนาจของรัฐบาล และผู้ว่าฯ เป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้วันนี้มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้สูงเกินความคาดหมาย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 8% ขณะที่ผู้ป่วยรักษาหายดีกลับบ้านได้เกือบ 100 ราย ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้แม้มีปัญหาโควิด-19 แต่คนไทยให้ความร่วมมือเว้นระยะห่างทางสังคมมากถึง 70% แต่ขอให้เพิ่มเป็น 90% ให้ได้ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขเพียงพอรองรับผู้ป่วย โดยกราฟของไทยดูดีกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุม ปิดสถานที่เสี่ยงใน กทม.และต่างจังหวัด แต่ก็ยังวางใจไม่ได้หากเราช่วยกันปรับพฤติกรรมในช่วง 4-5 วัน &amp;nbsp;ไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน อย่าจัดสังสรรค์ปาร์ตี้ เราจะไม่ไปถึงแบบสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้แม้ประชาชนให้ความร่วมมือเว้นระยะห่างทางสังคม แต่ยังมีการออกนอกบ้านอยู่ถึง 50% สธ.กำลังเฝ้าดูเป็นพิเศษ ในกลุ่มคนส่งอาหารถึงบ้าน โดยขอให้ปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่ห่างกันเกิน 2 เมตร ถ้าสถานประกอบการไม่มีการดูแลมาตรฐาน ปล่อยให้ยืนออหน้าร้าน ไม่ดูแลความสะอาด จะถูกควบคุมเพิ่มเติม หรือถูกปิดร้าน ขอให้ออกบัตรคิวให้เรียบร้อย&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว&amp;nbsp;
เปิด 19 จังหวัดปลอดไวรัส
ปลัด สธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในช่วง 7 วัน และ 14 วัน รวม 19 จังหวัด โดยมี 4 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยใน 7 วัน คือ เพชรบูรณ์, ยโสธร, ลพบุรี และสุโขทัย และจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ใน 14 วันล่าสุด คือ กำแพงเพชร, ชัยนาท, ตราด, นครนายก, น่าน, พังงา, พิจิตร, ระนอง, ลำปาง, สกลนคร, บึงกาฬ, สตูล, สมุทรสงคราม, อ่างทอง และสิงห์บุรี &amp;nbsp;โดยบางจังหวัดรักษาจนหายกลับบ้านได้ ส่วนเรื่องหน้ากากอนามัยที่กำลังมีปัญหาคือ N95 ซึ่งขาดแคลน โดยสั่งนำเข้าตั้งแต่เดือน ม.ค. จำนวน 200,000 ชิ้น ขณะนี้ได้รับมาเพียง 12,000 ชิ้น จึงได้สั่งนำเข้าจากรัฐบาลจีน 1 &amp;nbsp;ล้านชิ้น โดย สธ.ได้รับอนุมัติงบกลาง 1,500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการคาดการสถานการณ์ว่า อย่ามองที่ตัวเลขเป็นหลัก เหตุผลที่เราทำค่าประมาณการเพื่อวางแผน เตรียมอุปกรณ์ เตียง หอผู้ป่วย และเวชภัณฑ์ คำนวณโดยนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ภายในสิ้นเดือน เม.ย. เราจะมีผู้ป่วย 20,000-25,000 ราย ซึ่งถ้าทุกคนมีการเว้นระยะห่างทางสังคม 50% จะมีผู้ป่วยเพียง 15,000-17,000 คน และถ้าทุกคนทำได้ 80% จะมีผู้ป่วยเพียง 7,000 คน ซึ่งห่างจากตัวเลขที่บอกว่าถ้าไม่ปิดเมืองไม่ ปิดประเทศ เราจะมีผู้ป่วยติดเชื้อ 350,000 คน ตาย 7,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าความเป็นจริงทุกตัว ตอนนี้ยังไม่ปิดเมือง ปิดแค่สถานที่บางแห่ง ทุกคนยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เราต้องการให้คนออกจากบ้านน้อยลงเพื่อประคับประคองสถานการณ์ ทำให้ผู้ป่วยรายใหม่ลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าการประมาณการตัวเลขให้เยอะเพื่อให้คนตกใจ ดีหรือไม่ ผมมองว่าการขู่ให้คนกลัวโรคภัยไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง พอคนกลัวจะเกิดความวิตกกังวล และจะไม่ปฏิบัติตัวอย่างมีเหตุผล รังเกียจและตีตรากัน เหมือนกรณีบางบอน คนไข้ก็ไม่ยอมเปิดตัว ปกปิดข้อมูล ยิ่งสร้างความกลัวจะเพิ่มโอกาสให้โรคแพร่ระบาด &amp;nbsp;วิธีที่ถูกต้องคือให้ความจริง ทำให้เกิดปัญญา สติและความตระหนักรู้ จะพาเราผ่านวิกฤติไปได้ ไม่ใช่ความกลัว ดังนั้นจึงต้องให้ความจริงมากที่สุด เพื่อเราก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้&amp;quot; นพ.ธนรักษ์กล่าว
ชี้กะเพราไล่โควิดมั่ว
รองธิบดีกรมควบคุมโรคยังถึงกระแสแขวนกะเพราหน้าบ้านป้องกันโควิด ว่าแขวนอะไรก็ไม่ช่วย สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือวิธีปฏิบัติตัว หลีกเลี่ยงการเข้าไปสถานที่แออัด เครื่องรางของขลังอย่าไปหวัง ควรหวังให้เราปลอดภัยจากวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าเชื้อโควิดแพร่ระบาดจากการสวมรองเท้าเข้าบ้านนั้น การรับเชื้อโควิดเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ จากการรับเชื้อโดยตรงจากผู้ไอจาม หรือใช้มือเปื้อนเชื้อไปสัมผัสตา จมูก และปาก แม้การใส่รองเท้าเข้าบ้านอาจเป็นตัวกลางนำเชื้อเข้าบ้าน แต่ถ้าเราล้างมือบ่อยๆ จะหยุดการแพร่ระบาดและการรับเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ สตช. พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้นำอุโมงค์ฆ่าเชื้อโควิด-19 แบบอัตโนมัติมาใช้เป็นวันแรก โดยอุโมงค์นี้ทำงานโดยระบบเซ็นเซอร์ใบหน้า เมื่อเดินเข้าภายในอุโมงค์ระบบจะพ่นละอองน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนที่กล้องอินฟราเรดจะวัดอุณหภูมิ พร้อมแสดงผลที่หน้าจอมอนิเตอร์ หากพบมีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะมีการซักประวัติ และไม่อนุญาตให้เข้าภายในอาคาร ส่วนผู้ที่ผ่านอุโมงค์ฆ่าเชื้อนี้แล้ว และอุณหภูมิไม่เกินกว่าที่กำหนด จะได้รับสติกเกอร์แสดงว่าผ่านการตรวจแล้วก่อนเข้าอาคาร และทุกคนจะต้องติดบัตรแสดงตัวตน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ทดลองใช้อุโมงค์ฆ่าเชื้อด้วยตนเอง และตรวจวัดอุณหภูมิได้ 36.5 องศาเซลเซียส พร้อมกล่าวว่า วันนี้มีการใช้งานอุโมงค์ฆ่าเชื้อเป็นวันแรก ส่วนจะมีการขยายใช้ไปยังอาคารอื่นอีกหรือไม่ ต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวและบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล หลังพบมีบุคลากรสาธารณสุขซึ่งเดินทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นฝ่ายประสาน ศบค.ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนโรคผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวนั้น โดยวันที่ 31 มี.ค. การประชุม ครม.ยังมีตามปกติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง โดยที่ทำเนียบฯ มีเพียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังตรวจพบมีบุคลากร สธ.ประสานงาน ศบค. ติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศบค. ได้สั่งการให้ทำความสะอาดและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่ ศบค. ตึกสันติไมตรีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนฤมลกล่าวว่า ได้มีการขอความร่วมมือไปยังบรรณาธิการข่าวแต่ละสำนักข่าวเพื่อขอความร่วมมือไม่ส่งผู้สื่อข่าวมาทำข่าวที่ทำเนียบฯ เพราะภายในทำเนียบฯ มีการแถลงข่าวหลักๆ คือ ศบค.เท่านั้น ซึ่งสามารถเกี่ยวสัญญาณจากช่อง NBT หรือเพจไทยคู่ฟ้า และทางสำนักโฆษกฯ ก็จะอำนวยความสะดวกในการส่งภาพทาง Google Drive หรือผ่านเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล รวมไปถึงช่องทาง LINE Group ของสื่อทำเนียบรัฐบาล เพื่อความปลอดภัยของสื่อมวลชนและผู้ที่มาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนภายในทำเนียบฯ นั้น ปรากฏว่ามีจำนวนน้อยลง บางสำนักมีมาตรการให้ทำงานที่บ้านและลดจำนวนทีมลง จากปกติที่มีสื่อจำนวนมาก โดยบางส่วนติดตามข่าวผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แทน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ได้จำกัดพื้นที่สื่อมากขึ้นให้อยู่เฉพาะบริเวณหน้าห้องผู้สื่อข่าวให้ติดตามการแถลงข่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊กไลฟ์ไทยคู่ฟ้าและช่องทางต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61636</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขนส่งสาธารณะ, ทำงานที่บ้าน, ปิดระบบขนส่ง, ผู้ติดเชื้อ, ศบค., สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส, สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e834fcdb492e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
