<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 06:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯยังไม่ใช้ยาแรงล็อกดาวน์เพิ่ม เสียใจกับคนที่สูญเสีย พร้อมแก้อุปสรรคที่มีมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น.วันที่29ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ 12 ก.ค. และจะครบ 14 วัน ในวันที่ 2 ส.ค. ที่พบว่าตัวเลขผู้ป่วยยังไม่ลดลงจะเพิ่มการล็อกดาวน์หรือยกระดับมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่ ว่า ทั้งหมดต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของแพทย์สาธารณสุข หน่วย งานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีการประชุมร่วมกันของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ชุดเล็กอยู่ทุกวัน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ประชุมทุกวัน ส่วนจะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น ขณะนี้คณะแพทย์ และทีมสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลงมีหลายประการ หากเราปฏิบัติการตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือความร่วมมือในการปฏิบัติ หากยังมีการทำในสิ่งที่ห้ามก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ หากเราพิจารณาการแพร่ระบาดของเราอาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน แต่อยากให้สนใจตัวเลขต่างๆของเพื่อนบ้าน ของต่างประเทศบ้าง ทั่วโลกได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง อันดับต้นๆมีหลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ของเรา เราตั้งใจว่าไม่อยากให้มีการเสียชีวิต หากทำตามมาตรการที่กำหนดออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้ก่อน ป้องกันครอบครัวได้ก่อน ตัวเองไม่ไปติดเชื้อจากข้างนอก ไม่เอาเชื้อไปแพร่ให้คนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขสีแดงที่ขึ้นทุกวันตนรู้ว่าประชาชนให้ความสนใจ แต่ก็อยากให้สนใจว่าต่างชาติเขาเกิดอะไรขึ้น และเขาทำอะไรอย่างไร มาตรการที่ผ่านมามีทั้งล็อกดาวน์เต็มอำนาจ ไม่ล็อกดาวน์ มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนกันเขาก็ยังระงับไม่อยู่ หากไม่ร่วมมือกันทั้งหมด ปัญหาในระบบมันต้องมีเพราะคนจำนวนมาก เราใช้บุคคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด เจ้าหน้าที่เลเรือน ตำรวจ ทหาร เพื่อดูแลคนเกือบ 70 ล้านคน ตนคิดว่าระบบที่เรามีอยู่มไม่มีปัญหา ที่มีปัญหาคือความเพียงพอของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปดูแลมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยอาสาสมัครลงไปในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากความเห็นทางสาธารณสุขและทางการแพทย์ มาตรการเดิมที่เราออกไปยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และต้องพิจารณาต่อไปตามห้วงระยะเวลา เราอาจเห็นตัวเลขมันแดง ขณะนี้มันยังขึ้นอยู่ ก็มีขึ้นมีลง แต่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายก็สูงขึ้น ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญ ส่วนนอกระบบเท่าที่ทราบก็มีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่เขาเองก็มีผู้หายป่วยไปอีกเยอะ ดังนั้นขอให้ความสำคัญกับเรื่องของมาตรการขั้นต้นของตัวเอง และตามมาตรการที่รัฐกำหนด มันต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ทุกประเทศได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่ใช่ไม่มีผลกระทบอะไรเลยมันเป็นไปไม่ได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มีการปรับแนวทางการรักษาได้นำ Antigen Test Kit (ATK) เข้ามาช่วยตรวจหาเชื้อ ซึ่งทางแพทย์บอกว่าตรวจครั้งเดียวอาจจะไม่ได้ผล 100% อาจจะต้องรอ 7 วันตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่การตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีอยากจะพูดหรือสื่อสารอะไรกับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า&amp;quot;ผมเพียงแต่พูดว่า ผมเห็นใจ ผมเสียใจ และผมก็พยายามแก้ปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย นายกรัฐมนตรีก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องมีความร่วมมือระหว่างกันด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ตรงกันถึงจะแก้ปัญหาได้ นายกฯทำงานไม่เคยทิ้งสักงาน คงไม่ใช่โควิดอย่างเดียว โควิดเป็นเรื่องหลักที่ประชาชนเดือดร้อน แต่มีเรื่องอย่างอื่นตามมาด้วย ทั้งคุณภาพชีวิต การต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การลงทุน การค้า การเพิ่มรายได้ประเทศ ก็ต้องทำทุกเรื่อง แต่นายกฯไม่เคยท้อ เพียงแต่เสียใจกับคนที่สูญเสีย และให้กำลังใจกับคนที่ทำงาน อย่าท้อแท้ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องที่เป็นกังวลอีกเรื่อง คือผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก็เข้าใจเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่ได้เข้าออก เพื่อนบ้านไม่ทราบ นอกจากนั้นยังได้แก้ปัญหาเรื่องสายโทรศัพท์ ที่ได้ปลดล็อกเรื่องเปิดช่องทางให้มากขึ้นให้บริการฟรี โดยให้ กสทช. ช่วยดูแลตรงนี้ อย่างไรก็ตามต้องขออภัยเรื่องนี้ด้วย และได้พยายามแก้ปัญหาแล้ว ส่วนเรื่องการรักษาตัวที่บ้านก็มีชุดแพทย์ลงไป เราอาจจะไปเคาะประตูทุกบ้านไม่ได้ บางบ้านก็ไม่เปิดทำนองนี้หากเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงหน้าบ้านหากมีอะไรก็พบเขา บอกเขา และประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการได้ทุกที่ ทั้งนี้ตนไม่อยากให้มีการป่วย เจ็บ ตายอยู่ในบ้านหรือนอกบ้านอะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน หากพบก็แจ้งไปหน่วยต่างๆ ขณะที่ทหาร ตำรวจ ได้ปรับหลายพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม มีหลายสิบแห่ง ซึ่งตนให้ทุกค่ายทหาร ทหารทุกหน่วย ดูแลประชาชน เราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร เราเอาตัวรอดไม่ได้หรอกคือสิ่งที่ตนย้ำเสมอ ก็อาจจะมีคนไม่ดีอยู่บ้างก็ขอให้แจ้งมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถึงเวลานี้ยังมั่นใจว่า ศบค.ยังบริหารจัดการสถานการณ์ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนคิดว่าเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะ ศบค.ตั้งขึ้นมาเพื่อบูรณาการกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกมา ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานต่างๆเหล่านี้ได้ไปทำตามกฎหมายของตัวเอง ตามเป้าหมายหรือมาตรการที่กำหนดออกไปได้ ต้องเข้าใจนายกฯรับผิดชอบด้วยการบริหาร ด้วยการให้ข้อสังเกตลงไป ให้แนวคิดแนวปฏิบัติลงไป นายกฯก็มีการประเมินสถานการณ์ทุกวันจากข้อมูลที่ข้างล่างส่งมา นายกฯเก็บข้อมูลทุกอัน หากเขาเสนอมาครบแล้ว นายกฯก็ไม่ต้องห่วงอะไร ก็อนุมัติดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมเรื่องโรงพยาบาลบุษราคัม เรื่องศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ รวมถึงประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 12 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จึงมีความคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้างความเข้าใจให้ได้ว่า หากเราประกาศตัวเลขแต่ตัวแดงทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมดเป็นจังหวัด ดูน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า จึงให้ไปดูเรื่องชุมชนสีฟ้า ซึ่งสีฟ้าคือชุมชนหรือหมู่บ้านที่ประชาชนร่วมมือกัน ปกป้องตัวเองไม่ให้เป็น ซึ่งวันนี้มีหลายชุมชนหลายหมู่บ้าน และตนได้ยินผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงที่โคราช และอาจจะมีที่อื่นๆอีก ก็บอกพร้อมในการทำตรงนี้ เพราะหลายจังหวัดมีหลายพันหมู่บ้าน บางหมู่บ้านไม่มีการติดเชื้อ เราต้องสร้างความมั่นใจและมีการรักษาแพทย์ทางเลือกลงไป เป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ และจะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่น ตนสนับสนุนทุกจังหวัดทำแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากทุกคนช่วยกันนำพาชุมชน หมู่บ้านของท่านให้เป็นพื้นที่สีฟ้า เป็นพื้นที่ปลอดภัยดูแลซึ่งกันและกัน วันนี้หากเรามองตัวเลขสีแดงอย่างเดียวมันไม่มีอะไรใหม่ๆเลย ต่างประเทศเขาไม่เปิดเผย แต่เราไม่ปกปิด บางประเทศเขาล็อกดาวน์และปลดล็อกแล้วล็อกใหม่ ไม่เห็นมีใครแก้ปัญหาได้สักที มันก็เหมือนกันละมั้ง ผมพบทูตมา 4 ประเทศชมไทยหมด ถึงแม้จะมีตัวเลขเยอะแต่ยังมั่นใจระบบสาธารณสุขของเรา เพราะมีชื่อเสียงมานาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องงบประมาณก็เห็นว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณและบุคลากรทางการแพทย์อะไรบ้าง แต่จริงๆต้นเรื่องมาจากกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เขาต้องดำเนินการเบิกจ่าย หากไม่พอก็บอกมา รัฐบาลก็พร้อมดูแล ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ช้า เบิกจ่ายช้า กลายเป็นว่ารัฐบาลผิดอีก ตนก็ไม่ได้โทษว่าเขาผิด แต่เราก็สั่งเต็มที่ เตรียมอนุมัติให้เร็วที่สุด แต่ต้องระมัดระวังให้สุจริต เพราะเงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ตนก็ต้องระวังตรงนี้ด้วย ไม่ใช่ขี้เหนียวอะไรหรอก แต่ต้องรักษาระบบเอาไว้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ ถ้าวันนี้ไม่ทำกันต่อเนื่องกันไปให้ได้ไม่มีทางสำเร็จหรอก เพราะเราเริ่มต้นมามันก็ต้องมีจังหวะที่ตัวเลขสูงขึ้นและลดลง ซึ่งเวลาที่จำนวนลดลงก็ทำดี พอตัวเลขสูงขึ้นมาก็จะมาดูว่าไม่ดีตรงไหน มีปัญหาตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ช่วยกันก็ขอฝากสื่อด้วย ตนไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสื่อทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111586</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, คลายมาตรการล็อกดาวน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103374c9dc3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เผยหลักฐานชัดแพร่เชื้อโควิดผ่านทางอากาศจี้เบรกฟองสบู่ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุด 21 สิงหาคม 2563
พรุ่งนี้จะทะลุ 23 ล้านคน
เมื่อวานติดเชื้อเพิ่มอีกถึง 269,033 คน ตายเพิ่มอีก 6,408 คน ยอดรวมตอนนี้ 22,791,986 คน
อเมริกา ติดเพิ่ม 46,856 คน รวม 5,739,998 คน ตายเพิ่มเกินพัน
บราซิล ติดเพิ่ม 45,323 คน รวม 3,501,975 คน ตายเพิ่มเกินพัน
อินเดีย ติดเพิ่ม 68,507 คน รวม 2,904,329 คน ตายเพิ่มเกือบพัน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 4,785 คน รวม 942,106 คน ตายหลักร้อย
แอฟริกาใต้ เม็กซิโก เปรู ติดเพิ่มสี่พัน ห้าพัน เก้าพัน ตามลำดับ เปรูดูจะสถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม ยอดติดต่อวันเพิ่มขึ้นมาก
สหราชอาณาจักร เยอรมัน ฝรั่งเศส อิหร่าน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ติดเพิ่มกันหลักพันถึงหลายพัน ส่วนญี่ปุ่นติดเกือบพัน
หลายประเทศในยุโรป รวมทั้งแคนาดา ปากีสถาน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ติดเพิ่มกันหลายร้อย
ส่วนสิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักสิบ
จีน มาเลเซีย และนิวซีแลนด์ ต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในภาพรวม การระบาดทั่วโลกยังไม่ดีขึ้น เพิ่ม 1 ล้านทุก 4 วันเช่นเดิมตั้งแต่กรกฎาคมมาสิงหาคม ไวกว่ามีนาคม 9 เท่า...
...ข้อมูลทางการแพทย์ที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค COVID-19 นี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
เดิมเชื่อว่าติดเชื้อกันผ่านทางไอ จาม ไวรัสเกาะมากับละอองฝอยของน้ำลาย เสมหะ หรือสิ่งคัดหลั่งต่างๆ รวมถึงที่เกาะติดกับสิ่งของในสภาพแวดล้อมและไปจับต้องถูกสิ่งของเหล่านั้น นำมาล้วงแคะแกะเกา
แต่ตอนนี้ชัดเจนขึ้นมากว่า มีหลักฐานบ่งชี้ถึงการแพร่ผ่านทางอากาศ หรือ aerosol transmission ได้ เช่น การระบาดหมู่มากใน call center ประเทศเกาหลี, คณะร้องเพลงในโบสถ์ในประเทศอเมริกา, รวมถึงการติดเชื้อในร้านอาหารในประเทศจีน เป็นต้น
ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงควรรับทราบความรู้เหล่านี้ ตามอัพเดตอยู่เสมอ จะได้ระแวดระวัง ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะไม่ติดเชื้อไวรัสโรค COVID-19 นี้
โรคนี้แพร่ไวกว่าไข้หวัดใหญ่ เป็นแล้วตายได้ ไม่ใช่หวัดธรรมดา และยังไม่มียารักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน
ตอนนี้ความเสี่ยงที่จะมีการระบาดซ้ำในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากศึกนอกและศึกใน
เชื่อว่าทางศบค.ได้พยายามเต็มที่ที่จะวางแผนอย่างรัดกุม
การนำเข้าชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศจำเป็นต้องทำเฉพาะที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น และระบบการคัดกรองโรค กักตัว รวมถึงติดตาม ต้องเข้มแข็ง จึงจะลดโอกาสการแพร่ระบาดซ้ำได้
ฟองสบู่ท่องเที่ยวจำเป็นต้องยุติไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน เพราะสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงทั่วโลก ไม่มีที่ใดปลอดภัย
นโยบายรัฐควรใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ยืนบนขาตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ จึงจะมีโอกาสรอดในสงครามนี้ซึ่งคาดว่าจะกินเวลาอีกอย่างน้อย 6-18 เดือนจึงจะซาลง
ขณะที่ภายในประเทศ ก็ขอให้พวกเราทุกคนป้องกันตัวเองเสมอ มีสติในการดำรงชีวิต อดทน อดกลั้น อดออม และพอเพียง
#ใส่หน้ากากเสมอ
#ล้างมือบ่อยๆ
#อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร
#ไม่แชร์ของกินของใช้ร่วมกับคนอื่น
#พูดน้อยลง
#พบคนน้อยลงสั้นลง
#คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว
#หากไม่สบายให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา
ประเทศไทยต้องทำได้
ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ้างอิง
Airborne transmission of covid-19. BMJ 2020;370:m3206&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟองสบู่ท่องเที่ยว, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมให้ทุกคนแสวงหา &#039;สติ-ปัญญา&#039; อย่าให้ความกลัวบั่นทอนจิตใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63 - เพจเฟซบุ๊กสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความว่าเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เป็นกำลังใจในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ความว่า &amp;ldquo;ไม่มีชีวิตใดประสบแต่ความเกษมสุข ปราศจากทุกข์ภัยไปได้ตลอด เมื่อเกิดมาแล้ว จึงจำเป็นต้องขวนขวายสั่งสม &amp;lsquo;สติ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ปัญญา&amp;rsquo; สำหรับเป็นอุปกรณ์บำบัดความทุกข์อยู่ทุกเมื่อ เพื่อให้สมกับที่ดำรงอัตภาพแห่งมนุษย์ผู้มีศักยภาพต่อการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดซึ่งก่อให้เกิดความหวาดหวั่นครั่นคร้ามกันทั่วหน้า ทุกคนมีหน้าที่แสวงหาหนทางเพิ่มพูน &amp;lsquo;สติ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ปัญญา&amp;rsquo; พร้อมทั้งแบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม อย่าปล่อยให้ความกลัวภัยและความหดหู่ท้อถอย คุกคามเข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจ ในอันที่จะอดทน พากเพียร เสียสละ และสามัคคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีธรรมภาษิตบทหนึ่งในพระพุทธศาสนา พึงน้อมนำมาเตือนใจในยามนี้ ว่า &amp;lsquo;เมื่อถึงยามคับขันประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ, เมื่อถึงคราวปรึกษางาน ต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม, ยามมีข้าวน้ำ ต้องการผู้เป็นที่รัก, ยามเกิดปัญหา ต้องการบัณฑิต&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอทุกท่านจงเป็น &amp;lsquo;ผู้กล้าหาญ&amp;rsquo; ที่จะละความดื้อด้านเห็นแก่ตัว ความเคยตัว และความไม่ระมัดระวังตัว ขอจงเป็น &amp;lsquo;ผู้ที่ไม่พูดพล่าม&amp;rsquo; โดยปราศจากสาระ ก่อความร้าวฉานชิงชัง ในยามที่สังคมต้องการสาระ คำปรึกษาหารือ และกำลังใจ แต่จงประพฤติตนเป็น &amp;lsquo;บัณฑิต&amp;rsquo; ผู้รู้รักษากายใจของตัวให้ปลอดจากโรคกายโรคใจ เป็นผู้ฉลาดศึกษา ค้นคว้า วางแผน ชี้แนะ และลงมือทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ถ้าแต่ละคนแม้เพียงตั้งจิตไว้ในธรรมฝ่ายสุจริต ไม่ถลำลงสู่ความคิดชั่ว อันนำไปสู่การพูดชั่วและทำชั่วซ้ำเติม ก็นับว่าได้ช่วยบรรเทาปัญหาของโลกแล้ว และยิ่งหากท่านมีดวงจิตผ่องแผ้วด้วยเมตตาการุณยธรรม นำความปรารถนาดีเผื่อแผ่ไปสู่ทุกชีวิตอย่างเสมอหน้า ความทุกข์ยากที่เราทั้งหลายต่างเผชิญ ย่อมจะคลี่คลายได้ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วโร วรญฺญู วรโท วราหโร
อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ
อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ
เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงรู้ธรรมอันประเสริฐ ประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ เป็นผู้ยอดเยี่ยม ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่าน เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานพระคติธรรม, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก, สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช, โรคไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79a12141785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพลังประชารัฐ เผย&#039;อุตตม&#039;กำชับ ส.ส.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านสู้โควิด-19ไปด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ เลขาธิการพรรค กำชับให้ส.ส.ของพรรคลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะส.ส.อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนสู้วิกฤตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น นอกจากออกมาตรการชุดที่ 1 แล้ว ยังเตรียมออกมาตรการชุดที่ 2 ไว้อีกด้วย รวมทั้งได้สั่งการให้คลังจังหวัดทั่วประเทศรับเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจด้วย นอกจากนี้ นายอุตตมยังสั่งการให้กระทรวงการคลังจัดทำเพจเพื่อรับปัญหาต่างๆจากประชาชน เพื่อเป็นการสื่อสารสองทางสำหรับแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ขอให้หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองไว้ก่อน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็ค่อยว่ากันใหม่ รัฐบาลยินดีรับฟัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60234</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนกร วังบุญคงชนะ, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c245d3200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้ปชช.ส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐแจกหน้ากากอนามัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63-ศ.ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ รศ.ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลการศึกษา เรื่อง ศึกษาความต้องการของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 5&amp;ndash;12 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.6 ติดตามข่าวการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มาก ถึง มากที่สุด ร้อยละ 27.7 ติดตามข่าวปานกลาง และร้อยละ 15.7 ติดตามน้อย ถึง น้อยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;พบว่า ร้อยละ 48.9 ระบุ แหล่งท่องเที่ยว รองลงมาคือร้อยละ 46.1 ระบุห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 39.4 ระบุ โรงพยาบาล ร้อยละ 35.7 ระบุสวนสาธารณะ ร้อยละ 33.9 ระบุ ตลาด ร้อยละ 32.5 ระบุเสี่ยงทุกที่นอกบ้าน ร้อยละ 25.0 ระบุ โรงแรม และร้อยละ 15.0 ระบุ วัด ศาสนสถาน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงประเด็น มีคนใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.2 ระบุ ยังไม่มี ในขณะที่ร้อยละ 0.8 ระบุมีแล้ว นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุ วิธีป้องกันตัวถ้าต้องออกนอกบ้าน คือ ใช้หน้ากากอนามัย รองลงมาคือ ร้อยละ 60.4 ระบุล้างมือบ่อย ๆ ร้อยละ 56.9 ระบุ ใช้เจลแอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อฝ่ามือ ร้อยละ 42.3 ระบุ หลีกเลี่ยงชุมชนแออัด ร้อยละ 31.7 ระบุไม่ใช้มือลูบหน้า แคะจมูก ปาก ตา ร้อยละ 31.3 ระบุไม่สัมผัสสัตว์แหล่งเชื้อ ร้อยละ 27.9 ระบุไม่รับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ร้อยละ 23.7 ทานอาหารครบ 5 หมู่ ร้อยละ 19.9 ออกกำลังกาย และร้อยละ 16.3 กลับจากพื้นที่เสี่ยงให้รับการตรวจวัดคัดกรอง ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง เมื่อไหร่จะไปเที่ยวได้โดยไม่กลัวติดเชื้อ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.2 ระบุ เมื่อป้องกันตัวเองด้วย หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ใช้เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงแหล่งแพร่เชื้อ ก็เที่ยวได้ รองลงมาคือร้อยละ 45.4 ระบุเมื่อทางการประกาศว่าไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ร้อยละ 39.4 ระบุ รอผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้จริงมาบอกข้อมูล สถานการณ์แท้จริง และบอกวิธีป้องกันได้จริง ร้อยละ 24.9 เมื่อเข้าใจว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ ความต้องการของประชาชน เรื่องการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.5 ระบุ แจกหน้ากากอนามัย ร้อยละ 51.2 ระบุ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบข้อมูลที่เชื่อถือได้เป็นจริง ร้อยละ 45.9 ระบุ เปิดวอร์รูม ศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง ตอบคำถาม ช่วยเหลือประชาชน ร้อยละ 45.2 ระบุ แจกเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือ ร้อยละ 41.5 ระบุ มีคลินิกพิเศษ เฉพาะกิจ บริการฟรีประชาชนตามจุดชุมชนต่าง ๆ ตามเมืองใหญ่ แหล่งท่องเที่ยว และบอกให้ประชาชนรู้ด้วย ร้อยละ 38.9 ระบุตรวจสุขภาพฟรีตามจุดชุมชนหนาแน่น จุดเสี่ยง และร้อยละ 34.5 ตรวจวัดไข้ ตามแหล่งคนหนาแน่น เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6de4f3c095c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
