<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลตรวจกระสุนปืนคนร้ายยิงรถสินค้าที่สายบุรีดับ 3 ศพ โยงกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่กว่า 5 คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืบหน้าเหตุยิง-เผารถขนส่งสินค้าที่สายบุรี จ.ปัตตานี&amp;nbsp;จนมีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ล่าสุดผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ ชี้ชัดเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พบใช้ก่อเหตุมาแล้วกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คดี ขณะที่กลุ่มแนวร่วมขบวนการออกมาปฏิเสธ บิดเบือนใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ หวังสร้างความแตกแยกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - พันเอกเกียรคิศักดิ์&amp;nbsp;ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และมีการประณามพฤติการณ์ของกลุ่มร้ายที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนขยายผล โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน โดยใช้รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน กำลังขยายผลติดตามตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระบอกในการก่อเหตุ ประกอบด้วย อาวุธสงคราม ปืน&amp;nbsp;AK 102 , M 16&amp;nbsp;และ ปืนสั้นขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก ใช้กระสุนรวมกันถึง&amp;nbsp;52&amp;nbsp;นัด โดยเฉพาะ ปืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;AK 102&amp;nbsp;ที่มีประวัติใช้ก่อเหตุมาแล้ว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คดี ที่สำคัญประกอบด้วย คดีกราดยิงสถานียุทธศาสตร์มะนังดำลำ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.พ.61,&amp;nbsp;คดียิงนาย คอเดร์ มะแดเสียชีวิตในร้านน้ำชาที่ ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คดียิงรถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้อ ส่งสินค้าเหตุเกิดในพื้นที่ ตงละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;และยิงทหารพรานได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;ส่วน ปืนสั้น อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก ใช้ก่อเหตุรวมกัน 8&amp;nbsp;คดี เป็นเหตุการณ์ความมั่นคง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คดี ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ที่ได้ปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่ จากกรณียิงปะทะกลุ่มคนร้ายที่ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลูโบะบายะ ในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จนคนร้ายเสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน และถูกจับได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน เมื่อช่วงค่ำของวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝั่งแนวร่วมขบวนการ ได้ออกมาปฏิเสธการกระทำดังกล่าวทันที โดยได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า กลุ่ม&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;เพิ่งสูญเสียทหารในการปฏิบัติการที่ผ่านมา และอยู่ในช่วงไว้อาลัยให้ครบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน และมีคำสั่งให้หน่วยกำลังหยุดปฏิบัติการในห้วงเวลาดังกล่าว พร้อมได้บิดเบือนให้เข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ เพื่อหวังใส่ร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความแตกแยกในสังคมระหว่างไทยพุทธและมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ขว้างใส่ จุดบริการประชาชน ทำให้ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย และ ได้รับบาดเจ็บอีก จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ได้สวนทางกับที่เผยแพร่ ทางเพจเฟสบุ๊คของ&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;ที่ออกมาระบุว่าจะหยุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันเพื่อไว้อาลัยให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน. จึงขอให้พี่น้องประชาชนโปรดได้ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสาร ในขณะนี้ด้วยการวิเคราะห์ และประมวลผลจากช่องทางที่มีความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อจากการปฏิบัติการข่าวสารจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและแนวร่วมที่มุ่งหวังสร้างความเข้าใจผิดและความแตกแยกให้เกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;ประกอบกับในห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก เป็นช่วงเวลาแห่งการทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวง แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับมุ่งที่จะสร้างสถานการณ์ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยความโหดเหี้ยม อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับหลักคำสอนของศาสนาอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100829</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปัตตานี, สถานการณ์ความไม่สงบ, เหตุรุนแรงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086c631198b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเกาะติดสถานการณ์เมียนมา &#039;บิ๊กตู่&#039;ยันไม่หนุนใช้ความรุนแรงกับปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เมียนมา ในส่วนของไทยมีนโยบายการดูแลผู้อพยพอย่างไร ว่า วันนี้เราทราบถึงปัญหาในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งได้มีการพิจารณาในเรื่องเหล่านี้อยู่ อย่างไรก็ตามขอให้เป็นเรื่องภายในของเราไปก่อน ซึ่งเราไม่อยากให้มีการอพยพเข้ามาในพื้นที่ของเรา ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ต่างๆเหล่านี้ด้วย อันนี้ขอให้ระมัดระวังนิดนึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการส่งตัวแทนร่วมงานวันกองทัพเมียนมาของไทย ขณะกองทัพนานาชาติ 12 ชาติมหาอำนาจ ประณามกองทัพเมียนมานั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นช่องทางทางการทหารที่เราจำเป็นต้องติดตาม เราต้องหากลไกต่างๆ ที่จะสามารถติดตามในเรื่องพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาและความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เราเป็นประเทศที่มีดินแดนติดกันย่อมมีผลกระทบด้วยกันทั้งหมด เมื่อมีการสู้รบก็ต้องมีการอพยพ เราก็ต้องเตรียมแก้ปัญหาตรงนี้ แต่จะตรงไหนอย่างไร เป็นเรื่องที่เราจะพิจารณาในชั้นต้นของเราก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องค่อยว่ากันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รัฐบาลคาดการณ์ตัวเลขของผู้อพยพไว้ที่เท่าไหร่ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ และต้องเตรียมการรองรับ จัดพื้นที่พักพิง สำหรับผู้อพยพอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เราเตรียมพื้นที่ไว้ สำหรับการที่จะเข้ามาจะอยู่ตรงไหน จะมากน้อยค่อยว่ากันอีกที อย่าเพิ่งพูดไปถึงการจัดสถานที่พักพิงหรือศูนย์อพยพ เรายังไม่พูดตรงนั้น วันนี้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องจัดเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเมืองในเมียนมาที่เริ่มทวีความรุนแรง ทางการไทยจะกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างไร ในการทำงานตามแนวชายแดนให้รอบคอบ เพราะหลายกรณีถูกเชื่อมโยงว่าไทยสนับสนุนทหารเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลทราบดีและติดตามอยู่ทุกวัน กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานมาโดยตลอด ฝ่ายความมั่นคงก็รายงานขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไทยสนับสนุนทหารเมียนมาตรงไหน ผมไม่เข้าใจ คงไม่มีใครที่จะไปสนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน&amp;quot; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในฐานะที่ไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดเมียนมา นายกฯ ยังย้ำในจุดยืนเดิมหรือไม่ คือวินๆ ทั้งเศรษฐกิจและประชาชน และในทางปฏิบัติมีทางออกอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ยังมีการค้าขายกันอยู่ตามปกติ ซึ่งเราต้องดูคนที่อยู่ในวงจรเหล่านี้ด้วย และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนคนไทยและเมียนมา ซึ่งต้องอยู่ต้องกิน สินค้าเขายังมีความต้องการอยู่ ฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการอาเซียน หรือประชาคมอื่นๆ ซึ่งต้องระมัดระวังอย่างที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97643</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, สถานการณ์ความไม่สงบ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061631cc673c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
