<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในท้องที่ 1.จังหวัดนราธิวาส ยกเว้น อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุคิริน 2.จังหวัดยะลา ยกเว้น อำเภอเบตง และอำเภอกาบัง 3.จังหวัดปัตตานี ยกเว้น อำเภอไม้แก่น และอำเภอแม่ลาน ออกไปอีก 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน &amp;ndash; 19 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116682</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, สถานการณ์ฉุกเฉิน, สามจังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a0c35cbb69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; อุบโครงสร้างหน่วยงานแทน &#039;ศบค.&#039; รอดูร่างกฎหมายโรคติดต่อ แย้มคืนอำนาจให้สธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;12.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากไม่มีการขยายประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วมีการยุบศบค. หน่วยงานที่จะตั้งขึ้นมาแทนจะมีโครงสร้างอย่างไรว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่กำลังแก้ไข ก็พูดอะไรยาก อธิบายไปก็ไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าเราจะมีกฎหมายใหม่ ซึ่งมีหมวดที่พูดถึงสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเฉพาะ แยกออกมาจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อแยกออกมาแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับกฎหมายดังกล่าว เมื่อไม่ยุ่งกับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศบค.ก็อยู่ไม่ได้ แต่จะมีหน่วยงานใหม่เป็น ศ. อะไรก็ช่างเขา ตนไม่รู้และยังไม่ถึงเวลาที่จะจัดตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการมอบอำนาจให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดการเรื่องโควิด-19&amp;nbsp;เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเวลาไม่มีอะไรและเวลาที่มีโรคติดต่อธรรมดาเกิดขึ้นก็จะมี รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน แต่เมื่อมีโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข นายกฯจะต้องเข้ามาเป็นประธานแทน รมว.สาธารณสุข และรมว.สาธารณสุขอาจไปเป็นรองประธาน อย่างไรก็ตาม นายกฯจะเข้าประชุมหรือไม่ประชุมก็ได้แล้วจะต้องบูรณาการการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เราเรียนรู้มาตลอดหนึ่งปีเศษว่าเมื่อเปิดโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง เช่น โควิด-19&amp;nbsp;ขึ้นมา จะมีความเป็นเชิงวิชาการ ขัดแย้งแตกต่างกัน นี่เป็นเหตุผลที่ ศบค.จะต้องใช้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) การที่สภาฯบอกว่าไปเอานักการทหาร นักความมั่นคงเข้ามาแต่ไม่ใช้หมอ เป็นเพราะใช้หมอไม่ได้ หมอทะเลาะกันหมด ระหว่างแพทย์มหาวิทยาลัย แพทย์กระทรวงสาธารณสุขก็มีความเห็นคนละอย่างกัน ระหว่างแพทย์ของรัฐกับแพทย์ของเอกชน ระหว่างกทม.กับกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างจังหวัดหนึ่งกับอีกจังหวัดหนึ่ง เพราะมีผู้ว่าฯคนละคนกัน จึงใช้คนละมาตรฐานกัน แล้วเวลาที่เกิดโรคระบาดร้ายแรงจำเป็นต้องใช้กำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร ต้องใช้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องใช้ ผบ.ตร. ไม่เช่นนั้นใครจะมาตั้งด่าน ถึงเวลาทุกคนหนีหมด ใส่ชุดพีพีอีหมด ตรงนี้เพราะหมอไหนๆ ก็ไม่มีปัญญาที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเคยขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นเลขานุการศบค. ท่านก็ไม่รับ เพราะจะต้องไปนั่งทำงาน หากมาเป็นเลขาฯศบค.ตอนเช้าอาจต้องคุยกับผู้ว่าฯ กทม. คณบดีแพทย์ศิริราช หรือกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องทำมาหากินอย่างอื่นแล้ว เพราะหน้าที่ปลัดกระทรวงคือการไปตรวจงานต่างจังหวัดและโรงพยาบาล แต่เลขาธิการ สมช.มาทำสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะมีประสบการณ์ในการยกหูโทรศัพท์ขอเฮลิคอปเตอร์ ขออะไรต่ออะไร และต้องประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเพียงนิดเดียวกระทบความสัมพันธไมตรีได้ ฉะนั้น เมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขต้องจัดระบบใหม่หมด จะเรียกว่าคืนอำนาจให้กระทรวงสาธารณสุขก็คืนได้ส่วนหนึ่ง แต่นายกฯก็จะเข้าไปมีส่วนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกฯจะไปนั่งเป็นประธานใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ท่านเป็นประธานแต่จะนั่งหรือไม่ หรือมอบรองนายกฯก็ได้ เมื่อถามว่า จะมีการเร่งรัดออกกฎหมายใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องรอฟังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดูว่ามีกี่มาตรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116173</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พรบ.โรคติดต่อ, วิษณุ เครืองาม, ศบค., สถานการณ์ฉุกเฉิน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139c568156ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศในราชกิจจาฯ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร(คราวที่ ๑๓)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ ๑๒ ออกไปจนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้นในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019อย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน ทั้งการค้นหาและการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ การเร่งเสริมสร้างศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโดยการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม การจัดระบบการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อที่แยกกักตัวที่บ้านและแยกกักตัวในชุมชน การเร่งจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วย เร่งรัดจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนได้กว้างขวางมากที่สุดเพื่อป้องกันโรคและลดอาการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต รวมถึงเร่งรัดผลิตยารักษาโรคขึ้นภายในประเทศ และจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางของบุคคล เพื่อสกัดกั้นการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด และอยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้กลายพันธุ์และสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ส่งผลให้จำนวน ผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคหลายจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในลักษณะการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ กรณีจึงจำเป็นที่จะต้องคงไว้ซึ่งมาตรการที่เข้มข้นในการเฝ้าระวังและสอบสวนโรค รวมทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเพื่อความมั่นคงปลอดภัยด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชน และสาธารณสุขของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๖๔ จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, สถานการณ์ฉุกเฉิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 23:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 23:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; กำชับจนท.เลี่ยงใช้ความรุนแรง ลั่นจะทำให้สังคมกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ประชาชนทุกกลุ่ม และผู้ชุมนุมที่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐในการยุติการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวาน (15 ต.ค.) ที่รัฐบาลได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อความสงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีการชุมนุมเมื่อช่วงหัวค่ำ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อบังคับใช้กฎหมายด้วยความเหมาะสม ในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ ได้ดำเนินการโดยใช้อุปกรณ์และขั้นตอนตามหลักสากลทุกประการ โดยขั้นแรกเป็นการประกาศขอความร่วมมือมวลชนให้ยุติการชุมนุมและถอยออกจากพื้นที่ แต่หลังจากที่ไม่เป็นผลสำเร็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการฉีดน้ำผสมสีที่ไม่เป็นอันตราย (เพื่อยืนยันตัวตนของกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างหนักแน่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการปฎิบัติหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมในทุกกรณี&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีขอย้ำ รัฐบาลพร้อมที่จะทำให้สังคมกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และนำความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศ และเดินหน้าแก้ปัญหาที่เป็นทางออกของทุกฝ่ายร่วมกันภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย และขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80809</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบคณะราษฎร, สถานการณ์ฉุกเฉิน, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d9fdab07b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ23หัวโจกเข้าคุก รัฐบาลงัดพรก.ฉุกเฉินไล่บี้‘ไมค์’นำม็อบราชประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คณะราษฎร 2563 ล้อมทำเนียบรัฐบาลนอนยังไม่เต็มตื่นเจอ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสลายการชุมนุมตั้งแต่ช่วงตี 4 ก่อนแกนนำและผู้ชุมนุมรวม 23 คน &amp;ldquo;รุ้ง&amp;rdquo; ลั่นเดินหน้าชุมนุมราชประสงค์ก่อนถูกจับรายสุดท้าย ศาลค้านประกันตัว &amp;ldquo;เพนกวิน-รุ้ง-ณัฐชนน&amp;rdquo; นอนเรือนจำธัญบุรี ส่วน &amp;ldquo;อานนท์-เจมส์&amp;rdquo; ถูกนำขึ้น ฮ.นอกคุกเชียงใหม่ &amp;ldquo;เอกชัย-บุญเกื้อหนุน&amp;rdquo; อ่วมโดนหมายจับข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี &amp;ldquo;ไมค์ ระยอง&amp;rdquo; สวมบทแกนนำรุ่น 2 ประกาศสู้แบบหมาจนตรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร 2563 ที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางขบวนเสด็จฯ และผู้ที่กระทำอื่นใดในลักษณะที่เป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น เพราะถือว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ บ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความห่วงใยผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม โดยเฉพาะเยาวชนและนักศึกษา จึงขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้เรียกลูกหลานกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่เวทีทำเนียบฯ นายอานนท์ นำภา ให้สัมภาษณ์ในเวลา 01.00 น. ว่าจะพักค้างแรมที่นี่ และจะยุติเวทีที่หน้าทำเนียบฯ ในช่วงเช้า และให้มวลชนกลับไปพักผ่อน ก่อนนัดชุมนุมอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สร้างผลกระทบมากกว่า เพราะเป็นสิ่งที่รัฐกลัวที่สุด ถือเป็นการชุมนุมแบบฮ่องกงโมเดล ซึ่งเป็นการชุมนุมตามแนวรถไฟฟ้า เป็นการชุมนุมที่สะดวก และมีพลังกดดันมากที่สุด และในเวลา&amp;nbsp; 03.20 น. เวทีด้านหน้าเวทีทำเนียบฯ ถ.พิษณุโลก คณะราษฎรได้รื้อเวทีและยุติการปราศรัย โดยให้กลุ่มมวลชนที่ปักหลักพักค้างได้นอนหลับพักผ่อนเตรียมสลายตัวในตอน 06.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 04.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งประกาศและข้อกำหนดอีก 3 ฉบับ ประกอบด้วย คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;nbsp;
เริ่มสลายการชุมนุม
ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นายอานนท์ได้ประกาศให้มวลชนเดินทางกลับ โดยใช้เส้นทางนางเลิ้งทำให้มวลชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับ โดยระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมเหลืออยู่บางตาแล้ว และในเวลา 04.45 น. บริเวณแยกมิสกวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (ตร.คฝ.) หลายกองร้อยเข้ากระชับพื้นที่ โดยมีกลุ่มมวลชนตั้งแนวขวางหลังรั้วเหล็กเจรจาให้ตำรวจขยับถอยออกไป แต่ ตร.คฝ.ยังคงเดินหน้าขยับเข้ากระชับพื้นที่เป็นไปตามลำดับทีละ 5 ก้าว ทำให้กลุ่มมวลชนไม่พอใจนำสิ่งของปาใส่ และเริ่มมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 05.00 น. ตร.คฝ.กระชับพื้นที่เดินหน้ามาทาง ถ.พิษณุโลกเรื่อยๆ และได้จัดแถวเข้ามาล้อมพื้นที่จับกุมตัวกลุ่มมวลชนที่ชุมนุมในพื้นที่บริเวณหน้าทำเนียบฯ โดยมีรายงานว่านายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ถูกจับกุมตัวขณะอยู่บนรถยนต์ที่เตรียมออกนอกพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงค่อยๆ เข้ากระชับพื้นที่ไปเรื่อยๆ โดยมีกลุ่มการ์ดยังคงขัดขืนและต่อสู้ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปหลายสิบราย ซึ่งระหว่างเข้าขอคืนพื้นที่นั้น ตำรวจได้ประกาศตลอดเวลาว่าขอความร่วมมือให้มวลชนออกจากพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่ง เวลา 05.03 น. นายอานนท์ถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับศาลที่เชียงใหม่ จากนั้น เวลา 05.30 น. ตร.เข้ากระชับพื้นที่การชุมนุมพร้อมยึดพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว และเริ่มเปิดการจราจรให้ประชาชนสัญจรไปมาได้ตามปกติ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ กทม.เข้าทำความสะอาด เก็บกวาดขยะที่ทิ้งตามจุดต่างๆจำนวนมาก และในเวลา 07.00 น. ทำเนียบฯ ได้เปิดให้ข้าราชการเข้ามาทำงานตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การสลายการชุมนุมครั้งนี้มีการจับแกนนำและผู้ปราศรัยรวม 3 คนคือ นายพริษฐ์, นายอานนท์ นำภา และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หรือเจมส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร 2563 ซึ่งได้พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมไอบิส ถนนข้าวสาร ได้ไลฟ์สดในเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมอ่านประกาศแถลงการณ์คณะราษฎรต่อการสลายการชุมนุม โดยยืนยันว่าการจับแกนนำเป็นการกระทำไม่ชอบ ในขณะที่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เป็นการกระทำบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตย จึงขอแสดงจุดยืนที่จะชุมนุมต่อไปในวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 16.00 น. ณ แยกราชประสงค์
ต่อมาในเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผู้กำกับการ กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกำลัง นำหมายศาลธัญบุรี ลงวันที่ 14 ส.ค.2563 เข้าจับกุม น.ส.ปนัสยา และนายณัฐชนน ไพโรจน์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแสดงตัวพร้อมอ่านหมายจับพร้อมแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้รับทราบ น.ส.ปนัสยาสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า &amp;quot;มีผู้ติดตามได้หรือไม่&amp;quot; พร้อมฉีกหมายจับและนั่งนิ่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า &amp;quot;น้องอย่าทำอย่างนี้&amp;quot; พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเข้าประกบและเกลี้ยกล่อมให้ยินยอมตามเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่ไปยัง ตชด.ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ นายณัฐชนนสอบถามว่า เป็นสถานที่เดียวกับที่ควบคุมตัว 21 แกนนำรอบแรกใช่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบว่าใช่ ก่อนที่นายณัฐชนนจะยอมขึ้นรถวีลแชร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเข้ามาเชิญตัว น.ส.ปนัสยา ซึ่งได้แสดงอารยะขัดขืนนอนลง จนตำรวจหญิง 4 นายช่วยกันอุ้มขึ้นรถรถวีลแชร์โดย น.ส.ปนัสยาได้ตะโกนว่า &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;quot; ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.ปนัสยามาถึง ตชด.ภ.1 ในเวลาประมาณ 09.40 น.
รวบ23แกนนำ-ผู้ชุมนุม
ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้ชำนาญการและผู้ประสานงานประจำตัว น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาที่หน้า ตชด.ภ.1 เพื่อเตรียมหลักฐานมาช่วยเหลือประกันตัว และในเวลา 11.30 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาที่ ตชด.ภ.1 เพื่อขอเข้าเยี่ยมกลุ่มแกนนำคณะราษฎร โดยนายพิธาระบุว่า ได้ประสานทางทนายความเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุมตัว เข้าใจว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวมีทั้งสิ้น 23 คน เป็นนักศึกษา 7 คน ซึ่งอยู่ที่นี่ 21 คน โดยจะถูกส่งไปจังหวัดเชียงใหม่ 2 คน
มีรายงานว่า ผู้ถูกคุมตัวมีทั้งหมด 23 คน เป็นแกนนำ 5 คน ผู้ร่วมชุมนุม 18 คน โดยนายอานนท์และนายประสิทธิ์ได้ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจส่งตัวไป จ.เชียงใหม่ ขณะที่นายพริษฐ์, น.ส.ปนัสยา และนายณัฐชนน จะถูกนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งมีทีมทนายความจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชนมารอทำเรื่องยื่นประกันตัว แต่ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น. ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งสาม และถูกส่งตัวไปที่เรือนจำธัญบุรีทันที ทั้งนี้ มีคำสั่งว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายครั้ง ในลักษณะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในบ้านเมือง ซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูงหลายข้อหา อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เดินทางมาที่ศาลจังหวัดธัญบุรี กล่าวว่า น.ส.ปนัสยา, นายพริษฐ์ และนายณัฐชนน ศาลไม่ให้ประกันตัวและจะนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำธัญบุรี โดยศาลให้เหตุผลว่า เป็นความผิดที่มีอัตราโทษหลายข้อหา และพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัว ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีการหลบหนี แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า นายณัฐชนนไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน จะมาบอกว่าเป็นผู้ที่กระทำความผิดมาแล้ว อาจมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่สงสัย ซึ่งเมื่อประกันตัวไม่ได้ ต้องพูดคุยกับครอบครัวว่าจะทำอย่างไร เพราะ น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์ยังเป็นนักศึกษา ต้องสอบ ทำรายงานส่งงานให้มหาวิทยาลัย ทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเขา แต่เชื่อว่าทั้ง 3 คนเป็นคนเข้มแข็ง ก่อนมาศาลยังคุยกันที่ ตชด.ภ.1 ทั้ง 3 คนยังหวังว่าการต่อสู้ของพวกเขาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติ ดังนั้นคิดว่าจิตใจคงเข้มแข็ง
สำหรับแกนนำและผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้ง 23 คนนั้น ประกอบด้วย 1.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ 2.นายอานนท์ นำภา 3.นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ 4.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 5.นายณัฐชนน ไพโรจน์ 6.นายชาติชาย แจ่มจันทร์ 7.นายศักดา อุประ 8.นายเจษฎา จอกโคกสูง 9.นายพนธกร พวงบุบผา 10.นายวโรตม์ เทศทอง 11.นายเจษฎา พงษ์วันนา 12.นายวิชัย โรคน้อย 13.นายสัมฤทธิ์ นาคสุทธิ 14.นายโชคชัย โรจนชาญปรีชา 15.นายปารย์พิรัย์ บุญญาธนาภูวเดช 16.นายเริงชัย บังวงศ์ 17.นายสิงหา ดลสุข 18.นายโสภา พรมกสิกร 19.นายเดือน คงยอด 20.นายสมประสงค์ เปาอินทร์ 21.นายวันชัย สิงห์สวัสดิ์ 22.ว่าที่ ร.ต.รุ่งโรจน์ ครองสินไชโย และ 23.นายไชญะภัณฑ์ พันทรศิริมาส
ด้านนายอานนท์ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ตำรวจจะบังคับให้ขึ้น ฮ.ไปเชียงใหม่ โดยไม่ให้ทนายไปด้วย นี่คือการละเมิดสิทธิผม และอันตรายอย่างยิ่ง ล่าสุดมีหน่วยหนุมานกองปราบฯ พร้อมอาวุธมาควบคุมตัว รอขึ้น ฮ. ที่กองบินตำรวจ&amp;rdquo; ซึ่งต่อมาเฟซบุ๊กของนายอานนท์ก็ไม่สามารถเข้าได้
ขณะเดียวกัน ศาลอาญาได้อนุมัติตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ออกหมายจับนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับที่ 1595/2563 และ 1596/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ขณะที่นายเอกชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่าโดนหมายจับจนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของภาครัฐหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มีคำสั่งด่วนเรียกผู้บังคับกองพันทุกกองพันของกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) และกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) เข้ามาประชุมที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์ใน กทม. โดยมอบหมายให้ ร.9 พัน.1 ร.9 พัน.2 และร.9 พัน.3 จัดเจ้าหน้าที่ทหารกองพันละ 1 กองร้อยเข้าดูแลความเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ ส่วนที่เหลือให้เตรียมความพร้อมไว้ในที่ตั้ง หากเกินสถานการณ์ฉุกเฉินให้เข้าสมทบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น เวลา 10.10 น.ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ&amp;nbsp; โดยมีรายงานว่าในวันที่ 16 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเพื่อให้ ครม.เห็นชอบคำสั่ง ข้อกำหนด และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งเป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมด และได้เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าหารือร่วม เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมภายในมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงว่า จะมีการตั้งกองอำนวยการร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) หรือที่ ศปก.ตร.ชั้น 20 โดยมีหน่วยร่วมปฏิบัติทั้งทหารและข้าราชการพลเรือน โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการ จึงฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามประกาศงดการชุมนุม งดการเคลื่อนย้ายคน โดยตั้งแต่วันนี้จะตั้งจุดตรวจความมั่นคงเพื่อเป็นไปตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ราชประสงค์ระอุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่สี่แยกราชประสงค์นั้น ตั้งแต่ช่วงเที่ยงยังเป็นปกติ โดยการจราจรยังเคลื่อนตัวได้ โดยเริ่มมวลชนเริ่มทยอยเดินทางมาเพื่อร่วมชุมนุมในช่วงเย็น ขณะที่เวลา 15.00 น. สกายวอล์กข้ามแยกราชประสงค์ที่เชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามและสถานีชิดลม เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูไม่สามารถผ่านได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนและกองร้อยน้ำหวานประจำจุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยมากันอย่างบางตาและกระจายตัว ขณะที่บางคนได้ไปประจำเริ่มปักหลักและชู 3 นิ้วที่แยกราชประสงค์ โดยมีกองทัพสื่อมวลชนเฝ้าจับตาอยู่บริเวณใต้สกายวอล์กแยกราชประสงค์ ฝั่งห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ห้างสรรพสินค้าโดยรอบยังเปิดปกติ แต่ได้นำแผงเหล็กมากั้นไว้ โดยเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์และบิ๊กซี ขณะที่ร้านแมคโดนัลด์สาขาบิ๊กซี ราชดำริ ได้ปิดทำการ
ทั้งนี้ มวลชนทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อชุมนุม โดยได้มีการชู 3 นิ้วพร้อมกับตะโกนว่า &amp;ldquo;ประยุทธ์ออกไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;rdquo; และบางส่วนมีการด่าทอด้วยคำหยาบ ขณะที่การดูรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มทยอยปิดเส้นทางเดินบนสกายวอล์กจากช่วงแยกราชประสงค์ โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนควบคุมดูแลประจำจุดสกายวอล์กอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการการตรึงกำลังบริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์ และมีการสนธิกำลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแต่ละจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยบนสกายวอล์ก หลังเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ประชาชนลงจากสกายวอล์กเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลบนจุดสูง แต่มีประชาชนบางส่วนขัดขืนและไม่ยอม ทำให้เกิดการดันกันไปมา และชู 3 นิ้วตอบโต้ พร้อมโห่ไล่เจ้าหน้าที่ จากนั้นเหตุการณ์จึงสงบลง โดยเวลาประมาณ 15.25 น. กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณกว่าพันคนได้แห่กันลงไปบน ถ.ราชดำริ โดยมีทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงผสมกับคนรุ่นใหม่บ้าง โดยได้ยืนรวมตัวชู 3 นิ้วโห่ร้องไล่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป และเก็บของออกไป 15 นาที เพราะอาจถูกจับในภายหลัง เนื่องจากมีการบันทึกภาพเอาไว้หมดแล้ว&amp;nbsp; และเป็นการฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ที่มีความผิดตามกฎหมาย และขอร้องให้ประชาชนกลับบ้านเพื่อเปิดเส้นทางจราจร และขอให้สื่อขึ้นไปบนฟุตปาธ
ในเวลา 16.30 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ปราศรัยกับมวลชนที่แยกราชประสงค์ ว่ายังไม่ทำอะไรยึดราชประสงค์เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าใครจะโดนจับก็ตาม แต่จะสานต่ออุดมการณ์ให้พี่น้องทุกคน ถ้าวันนี้จะมีการสลายการชุมนุมอีกเจอแน่ เมื่อวานจับเพื่อนเราไป วันนี้เราได้ทำการยึดราชประสงค์ที่เคยมีคนตาย วันนี้จึงต้องมาเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเราออกมา
นายภาณุพงศ์กล่าวว่า ตอน 10 โมงเช้าได้รับรายงานมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปประจำการที่รัฐสภา นี่คือกลิ่นอายของรัฐประหาร มันอาจมีการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามีประชาชนไม่ยอมเด็ดขาด หากมีการรัฐประหารคนที่เซ็นคือคนกบฏ ถ้าตนเป็นเปาบุ้นจิ้น คงต้องสั่งประหารด้วยเครื่องประหารหัวมังกร วันนี้เราไม่ถอยอีกแล้ว โดยพวกเราจะสู้ไปด้วยกัน ถ้าเพื่อนเรายังติดคุก เราจะยอมติดกับเพื่อนเราด้วย ใครหน้าไหนอย่ามาจับให้แต่งตัวเต็มเครื่องแบบให้สมเกียรติด้วย
&amp;quot;สถานการณ์แบบเมื่อคืนจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเราไม่มีที่จะให้ถอยแล้ว เราเป็นหมาจนตรอก คำว่าหมาจนตรอกคือสู้จนตัวตาย&amp;quot; ไมค์ ภาณุพงศ์ กล่าว
เวลา 17.05 น. บริเวณหน้าศาลท้าวมหาพรหม ได้เกิดความวุ่นวายเมื่อมวลชนพยายามผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คล้องแขนเป็นกำแพงล้อมกรอบกลุ่มมวลชนไว้เพื่อไม่ให้ขยายขอบเขตออกไปด้านนอก ส่วนมวลชนที่อยู่ด้านนอกพยายามเติมเข้ามาในบริเวณภายใน จึงทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันหลายครั้ง และทางแกนนำประกาศให้มวลชนพยายามผลักดันเจ้าหน้าที่ให้ขยายขอบเขตออกไปด้านนอก แล้วนั่งเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อให้เว้นระยะห่างจากเวทีของแกนนำให้มากที่สุด เพื่อป้องกันที่เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการจับกุมตัวแกนนำ จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยออกไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินผู้ร่วมร่วมชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ว่ามีประมาณ 8,000 คน ขณะที่มีตำรวจ 13 กองร้อยคอยดูแลความสงบเรียบร้อย โดยมีรายงานว่าการชุมนุมจะเลิกประมาณ 22.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ เวลา 19.00 น. ที่แยกราชประสงค์ นายภาณุพงศ์ปราศรัยว่า ได้ข่าวว่าวันนี้จะจับตน ก็ลองดู เพราะไม่มีอะไรที่ต้องเสียอีกแล้ว เทหมดหน้าตักแล้ว สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือชัยชนะของคำว่าประชาธิปไตย วันนี้เพื่อนเราทยอยโดนจับเรื่อยๆ ถ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดเราได้ คิดผิด เพราะไม่ว่าแกนนำจะโดนจับกี่ครั้ง มวลชนไม่เคยลดลงสักครั้ง ถ้าวันนี้สลาย ก็จะตั้งทัพใหม่อีกที่แน่นอน แกนนำในภูมิภาคฟังเสียงตนให้ดี นี่คือการนัดหมาย เมื่อไหร่ที่มีการรัฐประหาร ให้ออกมาจัดม็อบทั่วประเทศ ส่วนพวกเราในกรุงเทพฯ หากมีรัฐประหาร เอสซีบีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้ายึดอำนาจเรา เราก็ยึดเงินคุณเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีข่าวว่าตำรวจจะไม่จับผม แต่คนที่จับจะเป็นทหาร หน้าที่ของทหารคือรั้วรักษาประเทศ แต่ถ้ากล้ามาจับก็ลองดู ถ้าวันนี้ตำรวจจับ ก็ฝากสานต่ออุดมการณ์ให้กับผมด้วย ฝากคนเสื้อแดงช่วยดูแลนักเรียนนักศึกษาด้วย ท่านคือผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่มาดูแลพวกเรา ให้รู้กันไปว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันต้องจบที่รุ่นเรา เราจะเอาชัยชนะกลับบ้านไปด้วยกัน&amp;quot; นายภาณุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี, คณะราษฎร 2563, คณะราษฎร 63, ค้านประกันตัว, สถานการณ์ฉุกเฉิน, สลายการชุมนุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f8855b8b031c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด &#039;กอรฉ.&#039; ตั้งด่านมั่นคงห้ามเคลื่อนย้ายมวลชน ย้ำไม่ให้ชุมนุมแยกราชประสงค์หากฝ่าฝืนจับทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงภายหลังจากมีสถานการ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โฮชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ การที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นหัวหน้าฯ โดยข้อหนึ่งระบุมีอำนาจในการสั่งการบังคับบัญชาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และในวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ร้ายแรงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้จะได้มีการตั้งกองอำนวยการร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือ กอรฉ. หรือที่ ศปก.ตร.ชั้น 20 โดยมีหน่วยร่วมปฏิบัติทั้งทหารและข้าราชการพลเรือนซึ่งทั้งหมดจะมีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นผู้ควบคุมสั่งการ ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามประกาศงดการชุมนุม งดการเคลื่อนย้ายคน ตั้งแต่วันนี้จะมีการตั้งจุดตรวจความมั่นคงเพื่อเป็นไปตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งอาจมีผลกระทบด้านจราจรกับประชาชนที่สัญจรบ้างแต่จะให้กระทบน้อยที่สุด ขอขยายความว่า การห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ถ้าเป็นงานประชุม สังสรรค์ ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสังคมสามารถกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.เผยต่อว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแกนนำพร้อมผู้ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี จำนวน 22 คน ส่วนแกนนำที่เหลือถ้าใครมีหมายจับก็จะดำเนินการเพิ่มเติม ส่วนที่มีการนัดหมายมาชุมนุมกันที่แยกราชประสงค์เย็นนี้ ไม่สามารถกระทำได้เพราะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถ้ามีการรวมตัวหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งเตือนแล้ว ถ้ายังมีการฝ่าฝืนก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย ระงับยับยั้งไม่ให้เกิดการชุมนุม ถ้าฝ่าฝืนต้องมีการจับกุมตัวดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาทได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามสิทธิมนุษยชน และข้อกำหนดของกฎหมาย ส่วนการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับการประเมิณสถานการณ์ กำลังของเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ณ&amp;nbsp;ที่หมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนการปฏิบัติ และการข่าวเพื่อดำเนินการปฏิบัติ ถ้ามีมวลชนมาโอกาสแรกเราก็ระงับยับยั้งไม่ให้มีการชุมนุม ถ้าเป็นโรคเราก็รักษาตามอาการเพราะเราเป็นหน่วยงานที่มีความชำนาญอยู่กับเรื่องนี้มาเกิน 10 ปี ยาตัวนี้คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นเครื่องมือระงับยับยั้งที่อาจรุนแรงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	บิ๊กตู่&amp;#39;งัดพรก.ฉุกเฉินจ่อส่งทหารจัดการม็อบหลังกระทำมิบังควร
	ม้วนเสื่อ! &amp;#39;อานนท์&amp;#39; ประกาศยุติชุมนุมหน้าทำเนียบแล้ว นัดเจอแยกราชประสงค์ตอนเย็น 15 ต.ค.
	ตร.ยึดพื้นที่ชุมนุม รวบ &amp;#39;อานนท์-เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; หลังประกาศพรก.ฉุกเฉิน
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ขาสั่น!อ้างถูกวางยาตำรวจจงใจพาขบวนเสด็จฯไปเอง
	&amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ซัดพวกไม่มีรากเหง้าวัฒนธรรม กระทำการที่มิบังควร
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; สวนทันควันประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เสมือน &amp;#39;รัฐประหาร&amp;#39; ประเทศถึงทางตันแล้ว
	ไปให้สุด! &amp;#39;กลุ่มคณะราษฎร&amp;#39; แถลงนัดชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ ตอบโต้ พรก.ฉุกเฉิน
	อดีตหัวหน้าศรภ. : จะจัดการอย่างไรกับพวกหนักแผ่นดิน
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; เดือด!ลากไส้ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;
	เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;#39;ศิลปิน3นิ้ว&amp;#39;ลามปาม!
	ฮิวแมนไรต์ฯโผล่ปกป้องม็อบคุกคามสถาบันฯ
	ตลกแหลก &amp;#39;คณะทอน&amp;#39; ยื่นคำขาด!
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; อ่วม! โดน 2 หมายจับ จ่อถูกส่งตัวไปเชียงใหม่
	&amp;#39;ก้าวไกล&amp;#39; เต็มเหนี่ยว!แถลงการณ์ประณามออกพรก.ฉุกเฉิน จี้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80608</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, สถานการณ์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87e56ddad90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ตั้ง &#039;บิ๊กป้อม&#039; คุมสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 นั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตร 7 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหก มาตรา 11และมาตรา 1 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง พนักงานเจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงมีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) บังคับบัญชาและสั่งการส่วนราชการและข้าราชการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ให้ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตลอดจนข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่ออกตามพระราชกำหนดดังกล่าวการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 ให้ผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจรณาความอาญา
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80569</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถานการณ์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5ceb58c500d7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
