<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนอุบลรัตน์แล้งหนักสุดในรอบ 53 ปี ไม่มีน้ำทำเกษตรแถมยังเจอฝนทิ้งช่วง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - ที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำที่อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เหนือเขื่อนในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรงและยาวนาน ทำให้น้ำฝนส่วนใหญ่ซึมลงดิน จึงมีน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ในปริมาณที่น้อย ซึ่งจนถึงขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำเก็บกักภายในเขื่อนอยู่ที่ 316 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของความจุอ่าง โดยมีปริมาณน้ำใช้ได้จริง ติดลบร้อยละ 11 ของความจุอ่าง น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีน้ำเก็บกักอยู่ที่ร้อยละ 25 จึงถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 53 ปีตั้งแต่ก่อสร้างเขื่อนอุบลรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้มีการนำน้ำสำรองก้นอ่างใช้ไปแล้ว 265 ล้าน ลบ.ม. โดยต้องระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ของลำน้ำพอง และเพื่อการอุปโภค บริโภค ของพื้นที่ท้ายเขื่อนเฉลี่ยวันละ 300,000 &amp;nbsp;ลบ.ม. อย่างไรก็ดีตั้งแต่เข้าสู่ฤดูฝนเกษตรกรจำนวนมากก็ได้เริ่มลงมือทำไร่ทำนา โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปี และล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า อาจจะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ปลายเดือนนี้ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม จึงขอเตือนเกษตรกรควรวางแผนในการใช้น้ำทำการเกษตรให้ดี เพื่อป้องกันพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายจากการขาดน้ำ เนื่องจากขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ ไม่สามารถระบายน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สถานการณ์ภัยแล้ง, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef475eca3e3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำยมแห้งขอด! ทหารช่วยขุดหลุมขนมครกเก็บน้ำบรรเทาภัยแล้งจังหวัดพิจิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดพิจิตรยังคงรุนแรงและต่อเนื่อง แม่น้ำยมแห้งขอด ลำคลองต่างๆก็เหือดแห้งด้วยเช่นกัน นาข้าวหลายแสนไร่ถึงวันนี้ยังไม่มีน้ำทำนา ล่าสุด ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนานำกำลังพลและเครื่องจักรกลขุดบ่อในลำคลองให้เป็นหลุมขนมครกเพื่อรับน้ำใต้ดินและเมื่อถึงฤดูฝนจะได้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำช่วยภัยแล้งแก้น้ำท่วมได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.63 - ที่บริเวณคลองข้าวตอก หมู่ 1 ต.วังหว้า อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่รับน้ำมาจากแม่น้ำพิจิตรและจากคลองชลประทาน แต่ปรากฏว่าในคลองข้าวตอกที่บริเวณดังกล่าวกลับมีสภาพแห้งขอดชาวนา ชาวสวน และกลุ่มเกษตรกร ที่เคยได้น้ำและได้ใช้น้ำจากคลองดังกล่าวต่างเดือดร้อนกันทั่วหน้าในหลายพื้นที่ ทุกวันนี้ยังมีชาวนาไม่สามารถปลูกข้าวนาปีได้คิดเป็นพื้นที่หลายแสนไร่ ซึ่งพื้นที่การปลูกข้าวนาปี ข้อมูลจาก ปี 62/63 พิจิตรมีเกษตรกรปลูกข้าวนาปี ประมาณ 1.7 ล้านไร่ แต่ถึงทุกวันนี้มีน้ำให้ทำนาได้ยังไม่ถึงครึ่งของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีดังกล่าว โดยถ้าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้เกษตรกรก็คงไม่มีรายได้ &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องส่งผลให้รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือเยียวยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางไปที่บริเวณคลองข้าวตอก เพื่อทำพิธีรับมอบหลุมขนมครกหรือการขุดบ่อในคลอง โดยมี &amp;nbsp;พันเอก ณรงค์ชัย ไชยชนะ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วยกำลังพลและส่วนราชการและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำพิธีกลางลำคลองข้าวตอกที่มีสภาพแห้งขอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการมอบหลุมขนมครก หรือ การขุดบ่อในคลองครั้งนี้ ทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้รับทราบความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรที่ กอ.รมน.พิจิตร &amp;nbsp;ได้รายงานและขอความช่วยเหลือ จึงได้ดำเนินการส่งเครื่องจักรมาทำการขุดเป็นหลุมขนมครก หรือ ขุดบ่อในคลอง จำนวน 34 บ่อ ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 3 เมตร กระจายไปในหลายจุดของคลองข้าวตอกตลอดความยาว 10 กิโลเมตร โดยมุ่งหวังว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้ขุดลึกแล้วลงไปถึงระดับน้ำใต้ดินทำให้เกิดน้ำซับ น้ำซึม ในหลุมขนมครกดังกล่าวเพื่อน้ำเหล่านี้จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์ภัยแล้งช่วงนี้ อีกทั้งถ้ามีฝนตกลงมาบ่อหรือหลุมขนมครกในคลองก็จะเป็นแก้มลิงและเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้งไปได้ควบคู่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้ง จังหวัดพิจิตรได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ประกอบด้วยการแจกจ่ายน้ำให้กับราษฎร การขุดลอกหน้าสถานีสูบน้ำบริเวณแม่น้ำยม และการขุดหลุมขนมครกในท้องคลองข้าวตอก &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในปีนี้ให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง &amp;nbsp;แต่ขณะนี้สภาพภัยแล้งในพื้นที่ทำการเกษตรของจังหวัดพิจิตรยังมีพื้นที่อีกหลายแสนไร่ที่เกษตรกรยังไม่สามารถลงมือปลูกข้าวได้ทั้งนี้เกิดจากสถานการณ์วิกฤตภัยแล้งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68332</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34, สถานการณ์ภัยแล้ง, หลุมขนมครก, แม่น้ำยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0ace42032d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; สั่งเร่งรัดวางแผนบริหารจัดการน้ำพื้นที่เสี่ยง เผยเดือนเม.ย.ค่าเฉลี่ยฝนตกน้อยกว่าปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เดือนเมษายนนี้ ประเทศไทยตอนบน มีฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ แม้ในบางพื้นที่จะเกิดพายุฤดูร้อน และฝนตกแต่หลายพื้นที่ แหล่งน้ำต่าง ๆ ยังคงปริมาณน้ำใช้การได้น้อย และจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไป อีกระยะหนึ่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้สำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พบว่ามี 59 จังหวัด จำนวน 28,303 หมู่บ้าน โดยภาครัฐได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำแล้ว 44 จังหวัด จำนวน 7,191 หมู่บ้าน ยังคงเหลือพื้นที่เสี่ยงอีก 57 จังหวัด จำนวน 21,412 หมู่บ้าน&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่นๆที่เหลือ และวางแผนการบริหารจัดการน้ำ ในแหล่งกักเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย เพื่อช่วยเหลือน้ำด้านอุปโภคบริโภค เป็นลำดับแรก เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำ ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสม จ้างแรงงานภาคเกษตร เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ในช่วงฤดูแล้งนี้ รวมทั้งรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63286</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พายุฤดูร้อน, สถานการณ์ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e2024dbbbf05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทสจ.พิษณุโลก เร่งขุดเจาะน้ำบาดาล บรรเทาภัยแล้งพื้นที่ อ.วัดโบสถ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ตามมติ ครม.7 มกราคม 2563 ได้อนุมัติงบกลาง เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ปี 62ไปพลางก่อน สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการโครงการปฎิบัติการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63&amp;nbsp;โครงการสำรวจและพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเสริมแหล่งน้ำดิบ ภายใต้โครงการปฏิบัติการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63 &amp;nbsp;ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จำนวน 704 โครงการ งบประมาณ 832,000,000 ล้านบาท ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.)จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม นายกอบต.คันโช้ง พร้อมคณะจนท.ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เดินทางไปตรวจดูการขุดเจาะน้ำบาดาล ที่หมู่ 3 บ้านห้วยเจียง ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ พิษณุโลก ซึ่งเป็น 1 ใน 13 แห่ง ที่ทรัพยากรน้ำบาดาลของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.)จังหวัดพิษณุโลก ได้รับงบประมาณมาขุดเจาะ หลังจากนั้นจะติดตามดูการขุดเจาะบาดาลต่อไปที่ อ.บางระกำ จำนวน 4 แห่ง อ.พรหมพิราม จำนวน 4 แห่ง อ.บางกระทุ่ม อ.เนินมะปราง อ.นครไทย อย่างละ 1 แห่ง และยังมีขุดเจาะที่บ้านห้วยสัก ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ 1 แห่ง กระทั่งครบทั้ง 13 แห่งของพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.ทสจ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า มาติดตามการขุดเจาะบ่อบาดาลแก้ปัญหาภัยแล้งร่วมกับ อบต.คันโช้ง เพราะหลังขุดเจาะก็จะสร้างหอสูง(บอลลูน)เพื่อส่งมอบให้ อบต.คันโช้ง เป็นผู้บริหารจัดการต่อไป บริเวณนี้ขุดเจาะน้ำระดับความลึก 90 เมตร พบน้ำไหลด้วยปริมาตร 5 ลูกบาศก์เมตร ต่อ 1 ชั่วโมง ถือว่า มากพอ ที่ใช้อุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอในหมู่บ้านผ่านช่วงฤดูแล้งนี้แน่นอน ทราบว่าชาวบ้านหมู่ 3 พอใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจะเร่งเคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปขุดเจาะน้ำบาดาลที่บ้านห้วยสัก ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์อีกจุด เพื่อรับมือภัยแล้งต่อไป เพราะคนจะขาดน้ำไม่ได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดเจาะน้ำบาดาล, จังหวัดพิษณุโลก, สถานการณ์ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e9ae7e7472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ.ทุุ่มงบ 1.5 พันล้านแก้แล้ง-สู้ภัยโควิด รณรงค์ใช้น้ำอย่างมีสติ ประหยัด รู้คุณค่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กปภ.ทุ่มงบ 1.5 พันล้านบาท แก้แล้งทั้งระบบ รองผู้ว่าฯกปภ. ยืนยันทั่วไทยมีน้ำประปาใช้ทั้งปี วอนคนอีสานใช้น้ำอย่างประหยัดเพราะระยะนี้น้ำประปาใช้เยอะแต่น้ำต้นทุนมีจำกัด ทั้งการอุปโภค-บริโภค และใช้ในการสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.63 - ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคเขต 6 จ.ขอนแก่น นายมงคล วัลยะเสวี รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์การใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อรณรงค์ประสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนกลางได้ใช้น้ำอย่างประหยัดและร่วมกันสู้วิกฤติภัยแล้งที่มีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล กล่าวว่า น้ำต้นทุนที่มีอยู่ขณะนี้นั้นยอมรับว่าจะมีน้ำสำหรับการผลิตน้ำประไปจนถึงต้นเดือน ก.ค.ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งในการบริหารจัดการน้ำประปาในปีนี้นั้น การประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 1,500 ล้านบาท ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคเขต 6 ที่รับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนกลางนั้นได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมกว่า 170 ล้านบาท สำหรับการทำทุกวิถีทางในการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะกับการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล การจัดหาน้ำต้นทุน การปรับปรุงและซ่อมแซมระบบการผลิตและส่งจ่ายน้ำ ระบบแรงดัน เพื่อให้ทุกพื้นที่นั้นมีน้ำประปาใช้อย่างสม่ำเสมอและกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การบริการจัดการน้ำต้นทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ บางพื้นที่เรามีการต่อท่อส่งน้ำเพื่อผันน้ำต้นทุนเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปาที่มีระยะทางยาวกว่า 60 กม. เพื่อให้พื้นที่การส่งจ่ายน้ำนั้นมีน้ำประปาใช้ไปจนถึงช่วงฤดูฝนปีนี้ ขณะเดียวกันหากพื้นที่ใดพบว่าผิดปกติในการส่งจ่ายน้ำ ขอให้มีการประสานงานมายังสายด่วน 1662 เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบความผิดปกติทั้งในเรื่องของระบบแรงดันน้ำ การชำรุดหรือเหตุผิดปกติที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้น้ำประปาในทุกพื้นที่ยังคงสภาพการให้บริการอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด อีกทั้งในระยะนี้ความต้องการในการใช้น้ำมีมากขึ้นเพื่อการชำระล้างและการทำความสะอาด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้นการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเป็นสิ่งที่เราจะต้องก้าวผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล กล่าวต่ออีกว่า ขบวนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ใช้น้ำอย่างประหยัดนี้นั้นจะดำเนินการครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ&amp;nbsp;ทั้งยังคงมีการเปิดปฎิบัติการผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้ผู้ใช้น้ำนั้นร่วมกันแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า โดยการติดแฮชแท็ก#แล้งนี้ต้องรอด เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ใช้น้ำใช้น้ำอย่างมีสติ ใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60176</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปภ., การประปาส่วนภูมิภาค, จังหวัดขอนแก่น, สถานการณ์ภัยแล้ง, แล้งนี้ต้องรอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71e17e60a72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประปาบุรีรัมย์แจงเก็บเงินค่าแจกน้ำโอ่งละ 40 บาท เหตุน้ำดิบเหลือน้อยต้องยื้อให้ถึงกลางปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศบาลตำบลบ้านบัว จ.บุรีรัมย์ รุดชี้แจงแนวทางการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ชาวบ้านหนองค่าย ที่ร้องขอความช่วยเหลือหลังสระกลางหมู่บ้านแห้งขอดไม่มีน้ำผลิตประปาต่อเนื่องมา 2 ปี แต่เมื่อเทศบาลนำน้ำมาแจกจ่ายกลับเก็บเงินโอ่งละ 40 บาท ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ จำเป็นงดให้บริการน้ำฟรี หลังน้ำดิบผลิตน้ำประปาเหลือน้อย เพื่อให้มีน้ำใช้ได้ถึงสิ้นเดือน พ.ค.63 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีตัวแทนชาวบ้านบ้านหนองค่าย ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง สระกลางหมู่บ้านขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 20 ไร่ ที่ใช้ผลิตประปามีสภาพแห้งขอดจนเห็นดินแตกระแหง ไม่สามารถผลิตประปาได้มาต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว ส่วนบ่อบาดาลที่เจาะไว้เพื่อสูบดึงน้ำใต้ดินมาสำรองผลิตประปาก็ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน 355 ครัวเรือน ประชากรกว่า 1,300 คน ได้รับความเดือดร้อน ต้องลงทุนควักเงินซื้อน้ำกินน้ำใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งต่อมา ทางเทศบาลได้นำรถบรรทุกน้ำมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็แจกฟรี แต่พอมาในระยะหลังๆ กลับเก็บเงินค่าน้ำที่นำมาแจก โอ่งละ 40 บาท หรือครัวเรือนไหนมีหลายโอ่งก็ต้องควักเงินจ่ายครั้งละ 100-200 บาท ทั้งที่ไม่มีการชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบก่อนล่วงหน้า แต่ชาวบ้านก็จำใจจะต้องควักเงินจ่าย เพราะหากไม่จ่ายก็ไม่มีน้ำกินน้ำใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายพิสิทธิ์ ธณเตชทัต ปลัดเทศบาลตำบลบ้านบัว &amp;nbsp;พร้อมนางสุภาภรณ์จะนันท์ หัวหน้าสำนักปลัด และนางพิชญากร พยุดรัมย์ กำนันตำบลบ้านบัว ได้ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชน และชาวบ้านบ้านหนองค่าย เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงแนวทางการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านหนองค่าย ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายพิสิทธิ์ ธณเตชทัต ปลัดเทศบาลตำบลบ้านบัว ชี้แจงว่า จังหวัดบุรีรัมย์ได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน(ภัยแล้ง) ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านบัว ทั้ง 18 หมู่บ้าน และการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ ได้แจ้งแนวทางในการแจกจ่ายน้ำช่วยภัยแล้งว่า ในปัจจุบันปริมาณน้ำดิบในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มีไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา ทำให้มีความจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำดิบเพื่อการผลิตประปาให้มีปริมาณน้ำใช้ได้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 จึงได้กำหนดให้หน่วยงานที่ขอรับน้ำฟรีเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง ไปเข้ารับน้ำฟรีที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสตึก หรือการประปาส่วนภูมิภาค สาขาใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เทศบาลตำบลบ้านบัว จึงขอประชาสัมพันธ์แนวทางในการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านบัว ซึ่งเทศบาลได้จัดรถบรรทุกน้ำ จำนวน 2 คัน ขนาด 6,000 ลิตร และ 8,000 ลิตร เพื่อให้บริการแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชนในพื้นที่ตามแผนการแจกจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และกรณีความจำเป็นเร่งด่วน โดยมีแหล่งน้ำดิบจากสระเก็บน้ำสาธารณะประโยชน์ข้างสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านบัว เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และผู้ประสบความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด จัดหาภาชนะในการเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และร่วมกันดูแลแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้รับฟังคำชี้แจงจากทางเทศบาลตำบลบานบัว ต่างก็เข้าใจ และพอใจถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว แต่ก็อยากให้มีการมาสำรวจเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติม พร้อมติดตั้งระบบพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ บรรเทาความเดือดร้อนช่วงหน้าแล้งอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60168</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์, จังหวัดบุรีรัมย์, สถานการณ์ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71d88a873e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; เผยถกโครงการใหญ่เรื่องน้ำ ฝนตกช่วยสถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 1/2563 ว่า จะมีการประชุมกันเรื่องน้ำ โดยเราพยายามกระจายน้ำให้ทั่วถึงทุกจังหวัด เพื่อไม่ให้ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค แต่มีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมี 22 จังหวัดที่ยังประสบภัยแล้งอยู่ ซึ่งเราได้กระจายน้ำให้ทั่วถึงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เพราะเขามีการขุดบ่อน้ำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่ตอบคำถามที่ว่า ได้มีการเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วหรือยัง โดยระบุเพียงว่า ไม่มีอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59539</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบภัยแล้ง, ทำเนียบรัฐบาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถานการณ์ภัยแล้ง, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69b2c63f22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
