<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ. เผยยังมี 13 จังหวัด  ระทมสถานการณ์อุทกภัย  โดยอิทธิพลพายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ต.ค.64 เวลา 09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 13 จังหวัด โดยอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 15 &amp;ndash; 17 ต.ค. 64 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก 5 จังหวัด &amp;nbsp;7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด (ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก) ขณะที่อิทธิพลพายุ&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 8 &amp;ndash; 14 ต.ค. 64 &amp;nbsp; ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด (จันทบุรี และตราด) ส่วนอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ทำให้เกิดอุทกภัย รวม 33 จังหวัด รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด (ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา ลพบุรี &amp;nbsp;สุพรรณบุรี &amp;nbsp;สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี) ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความอากาศต่ำ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 15 -17 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด 5 อำเภอ 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน 1,848 ครัวเรือน ดังนี้ ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสระโบสถ์ และอำเภอโคกสำโรง ระดับน้ำลดลง ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอประจันตคาม ระดับน้ำลดลง นครนายก น้ำจากคลองสันทรีย์เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอำเภอปากพลี ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อิทธิพลพายุ &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 8 - 14 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 20 อำเภอ 90 ตำบล &amp;nbsp; 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;7 อำเภอ 23 ตำบล 109 หมู่บ้าน 3,317 ครัวเรือน ดังนี้ จันทบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอแหลมสิงห์ ระดับน้ำลดลง ตราด น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด และอำเภอเขาสมิง ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของผลกระทบจากพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 33 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย (ลพบุรี 11 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด รวม 40 อำเภอ 285 ตำบล 1,570 หมู่บ้าน 83,047 ครัวเรือน ดังนี้ ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอพระยืน อำเภอมัญจาคีรี อำเภอบ้านแฮด อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอเมืองขอนแก่น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง มหาสารคาม มวลน้ำจากจังหวัดขอนแก่นไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ระดับน้ำทรงตัวนครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอคง อำเภอประทาย อำเภอชุมพวง และอำเภอเมืองยาง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สุพรรณบุรี ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประมาณ 15-25 ซม. บางพื้นที่ประชาชนเริ่มกลับเข้าทำความสะอาดที่พักแล้ว อ่างทอง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำลดลง พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอมหาราช อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน และอำเภอบางซ้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง ปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ริมน้ำ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคกปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปภ., สถานการณ์อุทกภัย, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162a5dfcd4b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเส้นทาง!! ทางหลวงชนบทแจ้งน้ำท่วม 3 สายทางสั่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ต.ค.63 - รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสำนักบำรุงทาง รายงานถึงสถานการณ์อุทกภัย วันที่ 16 ต.ค.63 เวลา 08.30 น.ว่ามีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดสตูล และจังหวัดตรังโดยได้รับผลกระทบ จำนวน 3 สายทาง สามารถสัญจรผ่านได้ 2 สายทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่สาย นย.2024 แยก ทล.33 - บ้านอุโมงค์ อ.บ้านนา,องครักษ์ จ.นครนายก สาย ตง.1013 แยก ทล.4 - บ้านฉาง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง และมีสายทางที่สัญจรผ่านไม่ได้ 1 สายทาง เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร สาย สต.3035 แยก ทล.404 &amp;ndash; บ้านนาข่า อ.ละงู จ.สตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทช. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการเตรียมความพร้อม ในการให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตั้งป้ายเตือนให้ประชาชนได้รับทราบและสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว หากมีกรณีต้นไม้หักโค่น ปิดทับ/กีดขวางเส้นทาง จะรีบนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยเร็วที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทช.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะรายงานทราบเป็นระยะ ๆ ประชาชนสามารถสอบถามหรือแจ้งเหตุอุทกภัย ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), น้ำท่วมถนน, สถานการณ์อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f891a13215a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งฟื้นฟูบ้านผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำหลายพื้นที่ลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ รวม 5 ตำบล 23 หมู่บ้าน ส่วนอำเภออื่นๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตรบางพื้นที่ ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัยโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำรถบรรทุกเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังรวมถึงแจกจ่ายอาหารปรุงสุกน้ำดื่ม และถุงยังชีพตามวงรอบอีกทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวอำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของและการเดินทางในพื้นน้ำท่วมขัง อีกทั้งให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมการดูแลสุขภาพและ สภาพจิตใจสำหรับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้จัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้านทั้งการประกอบอาชีพชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯโดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย แยกเป็นเสียหายทั้งหลังและเสียหายบางส่วนตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47489</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุบลราชธานี, น้ำท่วม, ปภ., ฟื้นฟู, สถานการณ์อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7ed7403acd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
