<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;เผย 590 วัดทั่วประเทศเผาศพโควิดฟรี สั่งเร่งฉีดวัคซีน พระสงฆ์ สัปเหร่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค. 2564 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่อง และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น จากการตรวจสอบ พบว่าปัจจุบันมีหลายวัดทยอยร่วมเจตนารมณ์ &amp;quot;เผาศพโควิดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;quot; โดยมีวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 62 วัด วัดในจังหวัดปริมณฑล จำนวน 124 วัด วัดในส่วนภูมิภาค จำนวน 407 วัด รวมทั้งสิ้น 593 วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนึ้ ยังมีวัดที่มีศักยภาพและมีพื้นที่เพียงพอให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยใช้พื้นที่วัดจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัวรอดูอาการผู้ติดเชื้อ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัจจุบันพบว่ามีวัดและสถานที่ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศได้ดำเนินการปรับพื้นที่แล้ว จำนวน 118 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมรองรับและสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้สั่งการให้ พศ. ดูแลคณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเต็มที่ โดยให้พิจารณาจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อให้ทางวัด อาทิ ชุด PPE และอุปกรณ์ทำความสะอาด อีกทั้งให้เร่งประสานขอฉีดวัคซีนให้พระสงฆ์ สัปเหร่อและผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, พระสงฆ์, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19, สัปเหร่อ, อนุชา นาคาศัย, เผาศพฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f957586588b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ทำทั่วโลกเสียชีวิต 1,457,399  ติดเชื้อพุ่งทะลุ 62,548,937 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2563 เว็บไซต์ &amp;nbsp;worldometers รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั่วโลกยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.30 &amp;nbsp;น.ของวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้แพร่ระบาดไปแล้ว 218 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 62,548,937 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 1,457,399 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 43,172,476 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกายังคงมาเป็นอันดับ 1 มีผู้เสียชีวิตถึง 1,216 ภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 13,607,974 ราย เพิ่มขึ้น 140,990 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตรวม 272,254 ราย &amp;nbsp;อันดับ 2 อินเดีย มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 9,393, 791 ราย เพิ่มขึ้น 39,567 ราย และมีผู้เสียชีวิต 136,705 รายเพิ่มขึ้น 467 ราย &amp;nbsp;อันดับ 3 บราซิล มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6,290,272 ราย เพิ่มขึ้น 51,922 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิต 172,561 เพิ่มขึ้น 563 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85349</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc2ecfb24dea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19พุ่งทะยานเข้าใกล้43ล้านคนทั่วโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค. 63เว็บไซต์ worldometers.info&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 215 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 42,916,332 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 1,154,301 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 31,659,611 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกายังนำเป็นอันดับ 1 ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในวันเดียว 77,966 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 8,826,449 ราย และเสียชีวิตแล้วกว่า 230,064 ราย อันดับ 2 ยังคงเป็นอินเดีย ยอดผู้ป่วย 7,863,892 ราย เสียชีวิตกว่า 118,567 ราย และอันดับ 3 บราซิล ยอดผู้ป่วยสะสม 5,381,224 ราย เสียชีวิต 156,926 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้ติดเชื้อ, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f94c73b4356f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดสะสมเฉียด 7 ล้านราย คร่าชีวิตคนทั่วโลกทะลุ 4 แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 2563 &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศ worldometers &amp;nbsp;รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ใน 213 ประเทศ &amp;nbsp;โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 7 มิ.ย.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า &amp;nbsp;มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 6,966,482 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 401,607 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 3,404,539 ราย &amp;nbsp;โดยสหรัฐอเมริกา บราซิล และ อินเดียมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10,000 รายต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68010</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edc3583b491f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดทั่วโลก 6.1 ล้านราย สหรัฐ-บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุหลัก 2 หมื่นคนต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 2563 เว็บไซต์ Worldometer &amp;nbsp;รายงานว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง 213 ประเทศทั่วโลก โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.63 ตามวันเวลาในไทย พบมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 6,150,262 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 370,500 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 2,729,955 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสหรัฐอเมริกา ยังมียอดผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ &amp;nbsp;1,816,301 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 23,071 ราย และมีผู้เสียชีวิต 105,551 ราย อันดับ 2 บราซิล ผู้ป่วย &amp;nbsp;498,440 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 30,102 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม &amp;nbsp;28,834 ราย ตามด้วยรัสเชีย &amp;nbsp;ยอดผู้ป่วย &amp;nbsp;396,575 ราย เพิ่มขึ้น 8,952 รายและมีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;4,555 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67404</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed2f79757e54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ป่วย&#039;โควิด-19&#039; ทั่วโลกทะลุ 5,397,884 ราย  สหรัฐ ,บราซิล ,รัสเชีย ,อินเดีย คนติดเชื้อพุ่งพรวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 พ.ค.2563 เว็บไซต์ Worldometer รายงานว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07:39 น.ของวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 213 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 5,397,884 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 343,608ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 2,244,852 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียว 21,929 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมทะลุ 1,666,828 ราย และมีผู้เสียชีวิต รวม 98,683 ราย ที่น่าห่วง บราซิล มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 16,508 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของโลก ด้วยผู้ป่วย 347,398 ราย และมีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;22,013 ราย อันดับ 3 รัสเชีย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในวันเดียว 9,434 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 335,882 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 3,388 ราย และที่น่าห่วง คือ อินเดีย พบผู้ป่วยเพิ่มในวันเดียว 6,629 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 131,423 ราย และมีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;3,868 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66745</URL_LINK>
                <HASHTAG>Worldometer, การระบาดของเชื้อโควิด -19, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5ec9c41b3372c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
