<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบ 3 คลัสเตอร์ใหม่ในกทม. เร่งตรวจเชิงรุกคอนโดสมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,759 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,447 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,374 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,073 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,294 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อชาวฟิลิปปินส์ซึ่งมาจากเรือขุดเจาะน้ำมันของอินโดนีเซีย โดยผู้ติดเชื้อดังกล่าวได้ทำการรักษาอยู่บนเรือในน่านน้ำสงขลา ไม่ได้ขึ้นมาบนบกแต่อย่างใด ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 144,976 ราย หายป่วยสะสม 97,872 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,044 ราย อยู่ระหว่างรักษา 46,150 ราย อาการหนัก 1,226 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 405 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 34 ราย เป็นชาย 18 ราย หญิง 16 ราย อยู่ใน กทม. 24 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในเรือนจำ 1 ราย สมุทรปราการ 3 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ชลบุรี นครราชสีมา ตาก นครสวรรค์ ร้อยเอ็ด จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นผู้ติดเตียง 1 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย และมีถึง 8 ราย เสียชีวิตในสัปดาห์เดียวหลังจากทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 954 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 169,623,481 ราย เสียชีวิตสะสม 3,525,023 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้วิเคราะห์ลักษณะผู้เสียชีวิตจากการระบาด 3 ระลอกที่ผ่านมา โดยรอบแรก ม.ค.-14 ธ.ค.63 อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1.42% ระลอกที่สอง 15 ธ.ค.63 &amp;ndash; มี.ค.64 อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 0.14% และระลอกที่สาม 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1.23% ขณะที่ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่พบเชื้อและเข้ารับการรักษา ระลอกแรก 6 วัน ระลอกที่สอง 4 วัน และระลอกที่สาม 1.6 วัน ส่วนระยะเวลาตั้งแต่พบเชื้อถึงเสียชีวิต ระลอกแรก 15 วัน ระลอกที่สอง 12 วัน และระลอกที่สาม 12 วัน อย่างไรก็ตาม ระลอกล่าสุดพบผู้เสียชีวิตในวันแรกถึง 54 ราย ปัจจัยหลักยังเป็นผู้มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยติดเตียง ที่ญาติอาจไม่ได้สังเกตอาการเพราะเห็นว่าเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่แล้ว เมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลงจึงสังเกตยาก กรมควบคุมโรคจึงแนะนำว่าต้องสังเกตระบบทางเดินหายใจ ซึมลง รับประทานอาการได้น้อย เหนื่อยหอบมากขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลและเข้ารับการตรวจโควิด-19 แม้จะไม่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อก็ตาม และขอให้มีอุปกรณ์ตรวจวัดออกซิเจนเพื่อนำมาคอยตรวจด้วย ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ที่ไม่ได้สัมผัสเชื้อโดยตรง เมื่อมีอาการจึงหายารับประทานเอง เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็อาการหนักแล้ว จึงแนะนำว่าหากใครมีอาการทางเดินหายใจขอให้ตรวจโควิด-19 ทุกรายแม้ไม่เสี่ยงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวอีกว่า ในส่วนข้อมูลผู้ลักลอบเข้าเมืองในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลดลงเหลือ 54 ราย แต่แม้ตัวเลขจะน้อย แต่เราไม่อยากให้มีการลักลอบเลย อย่างไรก็ตาม สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดวันที่ 28 พ.ค. ได้แก่ กทม. 973 ราย เพชรบุรี 658 ราย สมุทรปราการ 221 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 55 ราย และวันเดียวกัน มีจังหวัดที่ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 29 จังหวัด มีจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 ราย 30 จังหวัด ซึ่ง จ.เชียงใหม่จากเดิมที่มีรายงานผู้ติดเชื้อจำนวนมากก่อนหน้านี้ ปัจจุบันได้ขยับมาเป็นสีเขียวแล้ว ขณะที่สถานการณ์ กทม. กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังลอยสูง และพบ 3 คลัสเตอร์ใหม่คือ ตลาดมีน เขตทุ่งครุ พบติดเชื้อ 36 ราย บริษัทเอกชน เขตบางแค พบติดเชื้อ 89 ราย และสถานเอกอัครราชทูต เขตวัฒนา 5 ราย ทั้งหมดสำนักงานเขตได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคแล้ว ครอบคลุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายสูง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กทม.ยังคงเฝ้าระวังสูงสุด 30 คลัสเตอร์ โดยมี 4 คลัสเตอร์ที่ควบคุมได้ดีพอสมควร คือ สวนหลวง ทวีวัฒนา สาทร จตุจักร ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดปริมณฑล มีการรายงานว่า สถานการณ์แพร่ระบาดยังเป็นลักษณะเดิมๆ คือ พื้นที่ที่มีความแออัด หนาแน่น เป็นชุมชน ตลาด จึงขอเน้นย้ำให้ลดการเคลื่อนย้ายทั้งข้ามจังหวัดและระหว่างอำเภอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มีการปิดตลาดพระประแดง ตลาดสำโรง เพื่อความสะอาด 3 วัน และลงพื้นที่ค้นหาเชิงรุกพร้อมทั้งเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามระดับสีเขียว 2 แห่ง ขณะที่คอนโด 2 แห่งที่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ จะดำเนินการค้นหาเชิงรุกในตึกใกล้เคียง 9 ตึก มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 8,000 ราย ตั้งเป้าค้นหาเชิงรุกวันละ 1,500 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104485</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;สวนกลับนักวิจารณ์สถานการณ์โควิด&#039;คำพูดของลื้อมันมีแต่ heat ไม่มี light&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 พ.ค.64 -นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้
คำพูดของลื้อมันมีแต่ heat ไม่มี light
.
วันนี้พอมีเวลาได้นั่งอ่านความคิดของนักวิจารณ์สถานการณ์โควิด
อ่านแล้วนึกถึงคำสอนอาจารย์ธาดาที่เคยกล่าวไว้
การวิพากษ์วิจารณ์ควรมี light ไม่ใช่ heat
คำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ควรเป็นคำวิจารณ์ที่ &amp;ldquo;ชี้ทางสว่าง&amp;rdquo; - light
ไม่ใช่เป็นเพียงคำวิจารณ์ที่แค่ &amp;ldquo;เอามัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;สะใจ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สร้างความสับสน&amp;rdquo; - ความร้อนรน - heat
.
มันก็คงมีเหตุจูงใจที่ทำให้นักวิจารณ์สถานการณ์โควิดนำเสนอแต่ heat
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรกก็คือมันทำแล้วดัง มีสำนักข่าวต่างๆ เอาไปตัดแปะ แถมยังเชิญให้มาออกทีวีอีกต่างหาก ยิ่งร้อนแรงยิ่งดูน่ากลัวยิ่งมีถ้อยคำเสียดสียิ่งมีการตั้งชื่อเรียกแปลกๆ - ยิ่งดังมาก ยิ่งสร้างความสับสนก็ยิ่งได้รับความสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองคือมันง่าย บอกแค่ว่ามันมีปัญหาตรงไหน ใครเป็นคนผิด แล้วขยี้แต่งแต้มเติมสีสันลงไป นักวิจารณ์บางคนไม่รับผิดชอบแม้แต่การตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับมา มันถูกต้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด ก็คือ การชี้ทางสว่าง หรือการชี้แนะทางออกที่เป็นไปได้ มันยากครับ ต้องสืบค้นและเข้าถึงข่าวสารที่ถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารหลากหลายมิติที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) ซึ่งงานอย่างนี้ต้องการคนที่มี &amp;ldquo;มันสมอง&amp;rdquo; มาทำงาน
.
นักวิจารณ์แบบเอามันที่สามารถสร้างความสับสนมากๆ มักจะชอบสร้างภาพให้ดูน่าตกใจหรือไม่ก็ใช้ถ้อยคำที่เสียดสี เช่น
* อาจารย์สามแสนห้า-ออกมาบอกว่าถ้าไม่ล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่น สงกรานต์ ๖๓ จะมีผู้ติดเชื้อ ๓๕๐,๐๐๐ แน่ๆ ซึ่งโชคดีมากเลยที่เราไม่เชื่อเขา ไม่ได้ล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่นจริงๆ เพียงแค่ให้ปิดสถานที่เสี่ยงเท่านั้น ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังมีผู้ติดเชื้อรายงานในระบบยังไม่ถึงหนึ่งแสนคนเลย
* อาจารย์สลอธ - ออกมาบอกว่า ช้าแล้ว คุมไม่ได้แล้ว เอาไม่อยู่แล้ว แย่แล้ว ระบาดทั่วประเทศแน่นอน
* อาจารย์มโนฉากทัศน์-ออกมาสร้างฉากทัศน์มากมายพยายามอธิบายภาพอนาคต ทุกฉากทัศน์ &amp;ldquo;เอามัน&amp;rdquo; คือคุมไม่ได้ คุมไม่อยู่ จะระบาดไปทั่วประเทศ
* อาจารย์เทเลทับบี้-ออกมาบอกว่าการระบาดระลอก ๒ ที่สมุทรสาครต้องล็อกดาวน์ (อีกแล้ว) แถมยังบอกอีกว่า ถ้าไม่ล็อกดาวน์ ไม่มีทางที่จะควบคุมโรคได้ วิจารณ์คนทำงานที่ทำงานหนักและทำงานอย่างถูกวิธีว่าใช้ยุทธวิธีเทเลทับบี้ แล้วยังไงครับ การระบาดที่สมุทรสาครเหลือผู้ติดเชื้อหลักเดียวในช่วงต้นเดือนเมษายน
* อาจารย์ระบาดจำเป็น-ออกมาบอกว่าการระบาดสมุทรสาครกับทองหล่อเป็นการระบาดต่อเนื่องกัน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นเชื้อคนละตัวกัน
* อาจารย์วัคซีน - ออกมาวิจารณ์วัคซีนที่ไทยซื้อไม่มีประสิทธิภาพ ทำไมไม่ไปซื้อวัคซีนที่ไทยไม่ได้จอง วัคซีนบริษัทอื่นดีกว่าเยอะ
ฯลฯ
ไปต่อได้เรื่อยๆ ครับ ถ้าอ่านอีก ก็คงจะเจออีก
.
เรื่องพวกนี้ เห็นชัดๆ ครับว่า บางเรื่องไม่ใช่เป็นการบอกเตือนสังคมด้วยใจที่มี &amp;ldquo;ธรรม&amp;rdquo;
คำวิจารณ์พวกนี้แทบไม่ช่วยสถานการณ์เลยครับ
บางครั้งกลับทำให้คนทำงานทำงานยากขึ้นอีก
จริงๆ แล้วเราต้องเปิดใจนะครับ คนทำงานย่อมมีความผิดพลาดได้
ขนาดนักวิจารณ์ยังผิดพลาดเลย บางคนผิดซ้ำผิดซาก ผิดพลาดมากกว่าคนทำงานซะอีก
.
ผมขอเสนอวิธีการเดินไปข้างหน้าดูนะครับ
.
สำหรับคนที่ชอบวิจารณ์สถานการณ์โควิด ผมคิดว่าท่านควร
๑) ตั้งสติ เอาอคติวางไว้าข้างนอกวงก่อนเริ่มวิจารณ์ คิดประเด็นที่ท่านอยากจะให้ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่คิดถึงสิ่งที่ท่านจะติ
๒) วิเคราะห์สถานการณ์ให้รอบด้าน พิจารณาทุกมิติ
๓) ระบุทิศทางหรือเป้าหมายของการจัดการกับปัญหาให้ชัดเจน (หลายครั้งผู้วิจารณ์มักไม่ค่อยบอกว่าเขาอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งการตัดสินใจทำอย่างหนึ่งย่อมมีผลกระทบต่ออีกด้านหนึ่ง)
๔) วิเคราะห์ทางเลือกด้วยใจที่ไร้อคติ ด้วยความเข้าใจว่าคนไทยมี ๖๐ กว่าล้านคน ไม่ได้มีท่านคนเดียว คนอื่นเขาก็ต้องการจะ &amp;ldquo;รอด&amp;rdquo; ด้วยเหมือนกัน
๕) เสนอ &amp;ldquo;ทางสว่าง&amp;rdquo; อย่างสร้างสรรค์ และด้วยใจที่มีเมตตา
.
สำหรับคนอ่าน ท่านควร
๑) ใช้หลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้านะครับ อย่าเชื่อเพียงเพราะได้รับการแชร์ต่อๆ กันมา อย่าเชื่อเพราะคนพูดได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ อย่าเชื่อเพราะคนพูดเป็นถึงรองศาตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ อย่าเชื่อเพราะผู้พูดเป็นคนที่มีชื่อเสียง อย่าเชื่อเพราะผู้พูดมาจากสถานบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ฯลฯ
๒) อ่านเยอะๆ ฟังให้มาก มองหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (scientic evidence) อย่ามองหาแต่ความเห็น
๓) ค่อยๆ รวบรวมหลักฐาน ค่อยๆ คิดด้วยตรรกะพื้นฐานที่เรามี
๔) หากไม่เข้าใจ ก็ควร &amp;ldquo;ถาม&amp;rdquo; ได้คำตอบมาแล้วนำเข้ามาสู่การคิด วิเคราะห์ต่อ
๕) อย่าลืมจดบางประเด็นที่สำคัญไว้ กันลืม
.
สำหรับสื่อ ผมเสนอเพิ่มเติมจากการเป็นผู้อ่านที่ดีแล้ว
ควรเข้าใจว่านาทีนี้ประเทศอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติครับ
ท่านควรเลือกเสนอความจริง
ท่านควรเลือกนำเสนอ light ให้มากกว่า heat
นำเสนอข้อคิดที่น่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา
ไม่ใช่เพียงแค่นำเสนอคำวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการนำเสนอคำวิพากษ์วิจารณัฐที่ท่านก็รู้ว่าไมีเป็นความจริง
ถามนักวิจารณ์ให้หนักว่า แล้วถ้าเป็นนักวิจารณ์เอง นักวิจารณ์จะแก้ปัญหาอย่างไร
.
ยามนี้ผมอยากเห็น light มากกว่า heat ในสังคมไทย
อยากเห็นคนใช้สมองมากกว่าใช้อารมณ์
อยากเห็นความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการใช้อคติ
อยากเห็นคนที่มองภาพรวมมากกว่ามองแค่จุดที่ตนสนใจ
.
เวลานี้เป็นเวลาที่ไทยต้องเป็นหนึ่งครับ
เสนอความคิดอย่างสร้างสรรค์ ต่อเติมเสริมสร้างความเข้มแข็ง
Share the light, not the heat นะครับ
.
#เราจะชนะไปด้วยกัน
#พวกเราทีมไทย
#NeverNeverNeverGiveUp
#สำหรับประเทศไทยน้อยกว่านี้ได้ยังไง
#แด่มดงานเพื่อนร่วมอุดมการณ์
#ศิษย์มีวันนี้เพราะมีครู
#TPWork
#TPlife
#I_Love_What_I_Do
#ชีวิตคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101514</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, มาตรการล็อกดาวน์, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด, หลักกาลามสูตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 01:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 01:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุล้านแล้ว! ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ตาย 5 หมื่น &#039;อเมริกา&#039; หนักสุด เยอรมนีแซงจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 3&amp;nbsp;เมษายน เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อทะลุ 1,000,168&amp;nbsp;คนไปแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 51,354&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกา ยังคงนำอันดับที่ 1 พบผู้ติดเชื้อรวม 235,747&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตแล้ว 5,620&amp;nbsp;ราย ตามมาด้วยอิตาลีติดเชื้อ 115,242&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 13,915&amp;nbsp;ราย สเปนพบผู้ป่วย 110,238&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 10,096 ราย เยอรมนีขึ้นแซงหน้าจีนเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 84,264 ราย เสียชีวิต 1,074 ราย&amp;nbsp;และ จีนมีผู้ติดเชื้อ 81,589 ราย มีผู้เสียชีวิต 3,318 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61882</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ติดเชื้อทะลุล้าน, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e862bcb540f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัทลุงพบผู้ติดโควิดเพิ่มอีก 3 รวมเป็น 4 ราย เผยมีกรรมการห้ามมวยรับเชื้อจากเวทีในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุ นพ.จรุง บุญกาญจน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง&amp;nbsp;และนายแพทย์ไพศาล&amp;nbsp;เกื้ออรุณ&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกันแถลงว่า ขณะนี้จังหวัดพัทลุงพบผู้ป่วยด้วยโรคระบาดไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยรายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นกรรมการห้ามมวย วัย&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งติดโรคระบาดดังกล่าวจากสนามมวยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นหญิงวัย&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ติดเชื้อมาจากเซียนมวย ที่อยู่ใกล้ชิดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ป่วยในรายที่&amp;nbsp;2&amp;ndash;3&amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;จ.พัทลุง และรายที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นชายวัย&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่กลับจากประกอบพิธีทางศาสนกิจจากประเทศอินเดีย&amp;nbsp;ซึ่งเพิ่งเดินทางจากประเทศอินเดีย มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางมายังบ้านเกิด อ.ปากพะยูน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;15 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาการของผู้ป่วยรายแรกที่เป็นชายอายุ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ดูแลนักมวลและติดเชื้อมาจากเวทีมวยแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;มีอาการติดเชื้อ และปอดอักเสบ&amp;nbsp;และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของ จ.พัทลุง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วันแล้ว&amp;nbsp;ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ป่วยในรายที่&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;มีการติดเชื้อแต่ปอดไม่อักเสบและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วันแล้ว&amp;nbsp;ส่วนรายที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งผู้ป่วยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายหลัง ที่พบใหม่อาการได้ดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด&amp;ndash;19)&amp;nbsp;เป็นฉบับที่&amp;nbsp;4 โดยการยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้การเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การป้องกันการแพร่ระบาดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยนำกำลังทหารเข้ามาร่วมบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมก็ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวขึ้นอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ในส่วนชาวพัทลุงที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ&amp;nbsp;และระดับหมู่บ้าน เข้าไปติดตามดูแลและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสนามมวย, จังหวัดพัทลุง, พบผู้ติดเชื้อ, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79ea00dac8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมให้ทุกคนแสวงหา &#039;สติ-ปัญญา&#039; อย่าให้ความกลัวบั่นทอนจิตใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63 - เพจเฟซบุ๊กสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความว่าเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เป็นกำลังใจในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ความว่า &amp;ldquo;ไม่มีชีวิตใดประสบแต่ความเกษมสุข ปราศจากทุกข์ภัยไปได้ตลอด เมื่อเกิดมาแล้ว จึงจำเป็นต้องขวนขวายสั่งสม &amp;lsquo;สติ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ปัญญา&amp;rsquo; สำหรับเป็นอุปกรณ์บำบัดความทุกข์อยู่ทุกเมื่อ เพื่อให้สมกับที่ดำรงอัตภาพแห่งมนุษย์ผู้มีศักยภาพต่อการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดซึ่งก่อให้เกิดความหวาดหวั่นครั่นคร้ามกันทั่วหน้า ทุกคนมีหน้าที่แสวงหาหนทางเพิ่มพูน &amp;lsquo;สติ&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ปัญญา&amp;rsquo; พร้อมทั้งแบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม อย่าปล่อยให้ความกลัวภัยและความหดหู่ท้อถอย คุกคามเข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจ ในอันที่จะอดทน พากเพียร เสียสละ และสามัคคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีธรรมภาษิตบทหนึ่งในพระพุทธศาสนา พึงน้อมนำมาเตือนใจในยามนี้ ว่า &amp;lsquo;เมื่อถึงยามคับขันประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ, เมื่อถึงคราวปรึกษางาน ต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม, ยามมีข้าวน้ำ ต้องการผู้เป็นที่รัก, ยามเกิดปัญหา ต้องการบัณฑิต&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอทุกท่านจงเป็น &amp;lsquo;ผู้กล้าหาญ&amp;rsquo; ที่จะละความดื้อด้านเห็นแก่ตัว ความเคยตัว และความไม่ระมัดระวังตัว ขอจงเป็น &amp;lsquo;ผู้ที่ไม่พูดพล่าม&amp;rsquo; โดยปราศจากสาระ ก่อความร้าวฉานชิงชัง ในยามที่สังคมต้องการสาระ คำปรึกษาหารือ และกำลังใจ แต่จงประพฤติตนเป็น &amp;lsquo;บัณฑิต&amp;rsquo; ผู้รู้รักษากายใจของตัวให้ปลอดจากโรคกายโรคใจ เป็นผู้ฉลาดศึกษา ค้นคว้า วางแผน ชี้แนะ และลงมือทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ถ้าแต่ละคนแม้เพียงตั้งจิตไว้ในธรรมฝ่ายสุจริต ไม่ถลำลงสู่ความคิดชั่ว อันนำไปสู่การพูดชั่วและทำชั่วซ้ำเติม ก็นับว่าได้ช่วยบรรเทาปัญหาของโลกแล้ว และยิ่งหากท่านมีดวงจิตผ่องแผ้วด้วยเมตตาการุณยธรรม นำความปรารถนาดีเผื่อแผ่ไปสู่ทุกชีวิตอย่างเสมอหน้า ความทุกข์ยากที่เราทั้งหลายต่างเผชิญ ย่อมจะคลี่คลายได้ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วโร วรญฺญู วรโท วราหโร
อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ
อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ
เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงรู้ธรรมอันประเสริฐ ประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ เป็นผู้ยอดเยี่ยม ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่าน เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานพระคติธรรม, สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก, สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช, โรคไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79a12141785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
