<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายฝนทิ้งช่วง ชาวนาควักเงินจ่ายค่าสูบแม่น้ำโขงเลี้ยงต้นข้าวกำลังเติบโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - จากการที่จังหวัดหนองคาย เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงติดต่อกันหลายสัปดาห์ ส่งผลให้นาข้าวที่กำลังเจริญเติบโตและต้องการน้ำมากต้องขาดน้ำ เกษตรกรที่ทำนาจึงต้องอาศัยน้ำโขงจากโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ขณะนี้ที่ติดตั้งอยู่ในแม่น้ำโขง จำนวน 50 กว่าสถานี สูบน้ำโขงเข้านาข้าวแทนน้ำฝน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเข้านาข้าวครั้งละหลายร้อยบาท ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนในการทำนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบ้านเนินพะเนาว์-บ้านโนนตาล ตำบลโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ที่มีพื้นที่ทำนากว่า 2 พันไร่ ช่วงนี้ต้องจ่ายค่าสูบน้ำเข้านาข้าวที่สูบโดยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านเนินพระเนาว์ ที่ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองหนองคาย ครั้งละหลายร้อยบาท ซึ่งปกติจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำชั่วโมงละ 80 บาท แต่ละวันสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าฯ จะสูบน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่บริการวันละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตมีความจำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงมาก เกษตรกรที่สูบน้ำเข้านาในแต่ละครั้งน้ำจะอยู่ได้ประมาณ 1 &amp;ndash; 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เมื่อน้ำในนาข้าวมีระดับต่ำลงก็จะสูบน้ำเข้านาข้าวใหม่อีกครั้ง หรือหากมีฝนตกลงมา ก็ถือว่าโชคดีที่ทำให้ประหยัดเงินค่าสูบน้ำเข้านา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72905</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, สถานการณ์แล้ง, สูบน้ำเข้านาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f2248c9c52b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกเอี่ยม&#039;ควงสาวพรรคเพื่อชาติลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนลงพื้นที่6 จุดทั้งในจ.กาฬสินธุ์และจ.ขอนแก่น ที่เขื่อนลำปาวจ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการฯได้ติดตามสภาพปัญหาภัยแล้งและรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไข นำโดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน และคณะกรรมการฯ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมืองโฆษกพรรคเพื่อชาติ และนายธิติพงศ์ หมื่นล้าน โฆษกพรรคพลังปวงชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ที่เขื่อนลำปาวว่า คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนลงพื้นที่สัมผัสความทุกข์ร้อนของประชาชนมาติดตามว่ารัฐบาลมีความจริงใจมากน้อยเพียงใดที่จะแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร การลงพื้นที่พบประชาชนสะท้อนปัญหาว่าถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยซึ่งมีแผนบริหารจัดการน้ำที่ดี แต่ไม่มีโอกาสได้ทำจึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้น ในยามนี้จึงมีคนตั้งคำถามและมักได้รับคำตอบจากรัฐบาลว่า ถ้าจะแล้งก็แล้ง ถ้าจะท่วมก็ท่วมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คำถามคือประชาชนจะมีรัฐบาลไปเพื่ออะไร ดังนั้นรัฐบาลต้องพิสูจน์ความจริงใจ 1.ต้องตั้งวอร์รูมแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างจริงจังและทำให้เกิดผลโดยเร่งด่วน2.รัฐบาลจะต้องเร่งประกาศพื้นที่เขตภัยพิบัติภัยแล้ง 3.ต้องจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และ4. จะต้องมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการพร้อมวางแผนระยะยาวไม่ให้ประชาชนต้องมาลุ้นกับสถานการณ์น้ำต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดในรอบหลาย10ปีส่วนหนึ่งเกิดจากปรากฎการณ์ความชื้นจากขั้วโลกเหนือไม่ลงมาทำให้มวลอากาศเย็นไม่ลงประเทศจีนซึ่งมาจากการเคลื่อนตัวของบรรยากาศโลกมีการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบโดยรอบ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือแม้แต่ข้ออ้างยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยรอไม่ได้ วันที่25-26 ก.ค. ที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย ก็อย่าติดยึดแต่การแก้ปัญหาทางการเมือง จนลืมแก้ปัญหาบ้านเมือง7 พรรคฝ่ายค้านลงพื้นที่เพื่อรับฟังและสะท้อนปัญหาเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ภายใต้หลักคิดฝ่ายค้านเพื่อประชาชนเพื่อยกระดับการทำงานสภาซึ่งพิสูจน์ได้ตั้งแต่การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านในช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความตั้งใจในการลงพื้นที่ซึ่งถือเป็นการทำงานเชิงรุก โดยสังเกตว่าภัยแล้งเป็นวิกฤตสำคัญแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้5 ปีที่ผ่านมาภัยแล้งจึงเป็นวิกฤตที่สำคัญและไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นการบริหารที่ล้มเหลว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41811</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ภัยแล้ง, สถานการณ์แล้ง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เกศปรียา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37e488d74e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
