<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯพอใจคุมโควิด ชื่นชมทุกฝ่ายร่วมมือกันจนมีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ในไทย ซึ่งมีสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มผู้ติดเชื้อใหม่มีจำนวนลดลงทั้งในพี้นที่กรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศ ที่สำคัญจำนวนยอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของที่รักษาหายสามารถกลับบ้านได้สถิติสูงกว่ายอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อใหม่รายวันติดต่อกันนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ภาพรวมของยอดผู้ป่วยหายกลับบ้านสะสม (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564) อยู่ที่ 1,263,130 ราย ในขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมมีจำนวน 1,405,374 ราย โดยยอดผู้ที่อยู่ระหว่างรักษาลดลงเหลืออยู่ที่ 128,728 รายแล้ว ทำให้เห็นว่ามาตรการล็อกดาวน์และการระดมฉีดวัคซีนนั้นเริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการทางสังคม และมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลด้วย ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนของไทยอยู่ที่ 42,857,349 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 28,214,813 ราย ฉีดครบโดส (2 เข็ม) จํานวน 13,850,965 ราย และฉีดเข็ม 3 (Booster dose) แล้วจำนวน 790,863 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการฉีดวัคซีน และจุดบริการแจกชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง Antigen Test Kit (ATK) ฟรี ให้กับประชาชนคนละ 2 ชุด เป็นวันแรก ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีส่งต่อถึงพี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ปฎิบัติหน้าที่ทุกคน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยโซล่าร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมกลุ่มเพื่อนธนกร จัดซื้ออาหารจากผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ โดยมี รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เป็นผู้รับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทยที่มีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนความร่วมมือร่วมใจของประชาชน เชื่อว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งฉีดวัคซีนให้กับทุกกลุ่มตามแผน ซึ่งนอกจากวัคซีนแล้ว ยังสร้างโอกาสให้กับกิจการเพื่อให้สามารถเปิดบริการตามมาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ Smart Control and Living with COVID-19 ซึ่งมีการกระจายชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดให้กับพี่น้องประชาชน เริ่มต้นในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก่อน และจะทยอยแจกทั่วประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116906</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สถานการณ์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142cfa6bafae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมออุดมชี้อย่าเพิ่งชะล่าใจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยติดเชื้อใหม่ 14,029 ราย ดับ 180 คน พบเด็ก 5 เดือนเสียชีวิตด้วย &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; เตือนอย่าชะล่าใจ อีก 2สัปดาห์ตัวเลขเพิ่มแน่หลังผ่อนมาตรการ ขอป้องกันตนเองเคร่งครัด รอดู 1 ต.ค.ประเมินสมควรคลายล็อกเพิ่มหรือไม่ โควิดภูเก็ตยังไม่กระเตื้อง ผู้ว่าฯ สั่งขยายเวลาปิดสถานศึกษา ผับบาร์ 15-28 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานตัวเลขสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 14,029 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 13,749 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 4 ราย จากเนเธอร์แลนด์ 1 ราย, มาเลเซีย 2 ราย จากด่านพรมแดนทางบก และเมียนมา 1 ราย จากช่องทางธรรมชาติ เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงานและในชุมชน 1,525 ราย ค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ 276 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 12,224 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 1,382,173 ราย รักษาอยู่ 135,966 ราย รักษาในโรงพยาบาล 40,601 ราย และโรงพยาบาลสนาม 95,365 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,103 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 856 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,231,854 ราย หายเพิ่ม 15,742 ราย มีเสียชีวิตใหม่ 180 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 14,353 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้ป่วยชาย 101 ราย ผู้ป่วยหญิง 79 ราย เป็นชาวไทย 175 ราย, เมียนมา 4 ราย และจีน 1 ราย ค่ากลางอายุผู้ป่วย 70 ปี อายุระหว่าง 5 เดือน-108 ปี ตั้งครรภ์ 1 ราย ที่จังหวัดยะลา และเป็นเด็กอายุ 5 เดือน 1 ราย ที่จังหวัดยะลา เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 1 รายที่จังหวัดชลบุรี ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 10 อันดับแรก แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 3,356 ราย, ชลบุรี 848 ราย, สมุทรปราการ 832 ราย, ระยอง 524 ราย, ราชบุรี 516 ราย, สมุทรปราการ 506 ราย, นนทบุรี 410 ราย, ยะลา 402 ราย, สงขลา 396 ราย และปราจีนบุรี 379 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดม คชินทร รองประธานที่ปรึกษา ศบค. ชี้แจงสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พบต่ำกว่า 15,000 คนนั้น เป็นผลพวงมาจากการล็อกดาวน์ตั้งแต่ 20 ก.ค. และตลอดเดือน ส.ค. อีกทั้งการระดมฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อค่อยๆ ทยอยลดลง แต่การผ่อนคลายมาตรการกิจกรรมบางอย่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเริ่มเห็นตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเปลี่ยนไปในอีก 2 สัปดาห์หน้า กราฟผู้ป่วยติดเชื้อจะค่อยๆ กลับมาเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะเป็นปฏิกิริยาที่ต้องเกิดขึ้น เหมือนกับกฎของโมเมนตัมอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีก ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งมาตรการป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล และในหน่วยงาน องค์กร หรือออฟฟิศต่างๆ ร่วมกันทำ Covid free setting สุ่มค้นหาผู้ป่วยในสถานที่ทำงานทุกสัปดาห์ ร่วมกับมาตรการส่วนบุคคลที่เคร่งครัด ก็ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการอธิบายสถานการณ์ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อ นายกรัฐมนตรีรับทราบและเข้าใจแล้ว จึงยังไม่ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งหมดในวันที่ 15 ก.ย. พร้อมย้ำว่าตัวเลขของผู้ป่วยติดเชื้อ หลังผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เริ่มไป 1 ก.ย. จะสะท้อนในอีก 2 สัปดาห์ ดังนั้นรอให้ถึง 1 ต.ค. จึงค่อยมาดูสถานการณ์ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อ ว่าสมควรที่จะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หรือไม่&amp;quot; ศ.นพ.อุดมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยอมรับที่ผ่านมาคนมักมองว่าเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจมักสวนทางกัน แต่ก็ไม่ใช่เพราะทาง ศบค.เข้าใจสถานการณ์ว่า ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจต้องเดินควบคู่กันไป เพราะโควิดไม่สามารถจบลงได้โดยเร็ว แต่ต้องบริหารจัดการอย่างไรที่ทำให้ตัวเลขการป่วยติดเชื้อไม่เป็นภาระหนักจนระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว และเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อไปได้ จะมาล็อกอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะเห็นว่าตอนนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ คนเต็มห้าง แต่ยังต้องขอให้ระมัดระวังตัวเอง เพราะการรับวัคซีน 2 เข็มครบแล้วไม่ได้เป็นการการันตีว่าไม่ติดเชื้อ ดังนั้นการบริหารจัดการทั้งเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจต้องสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวว่า อัตราคนไข้ป่วยติดเชื้อที่ระบบสาธารณสุขรับได้ไม่เกินกำลัง ควรต่ำกว่าวันละ 5,000 คน และตายไม่เกิน 50 คน ถือว่ารับได้ไม่เหนื่อยมาก แต่หากตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ที่ 5,000-10,000 คนต่อวัน อันนี้จะทำให้การทำงานในระบบสาธารณสุขเรียกว่าต้องยอมเหนื่อย แต่ยังพอรับได้ เพราะหากดูตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อครองเตียงในขณะนี้แม้ตัวเลขลดลง แต่เตียงใน รพ.ในผู้ป่วยสีแดงยังเต็มอยู่ แต่หากตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเกิน 10,000 คนต่อวัน จะทำให้ระบบการทำงานของสาธารณสุขเริ่มหลังแอ่น ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 506 ราย เสียชีวิต 12 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 7,952 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 195 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 8,528 ราย ทั้งนี้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับนายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอ้อมน้อย เปิดโรงพยาบาลสนามทองอุไร โรงพยาบาลสีเหลืองรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้มากขึ้นอีกถึง 200 เตียง และที่สำคัญรองรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนได้เลยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ห่วงใย ผมค่อนข้างอึดอัด หลังทราบข่าวว่ามาตรการผ่อนคลายที่รัฐมีให้ ส่งผลให้ผู้คนออกจากบ้านมากขึ้น แต่ลดความระมัดระวังหรือป้องกันตนเองน้อยลง โรงพยาบาลสนามที่เรามี รวมทั้ง CI และ FAI จึงต้องคงสภาพเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดระลอกใหม่ 100% ผมแจ้งทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าอย่าประมาท โควิดระลอกใหม่มา ปัญหาใหญ่ก็จะเล็กลง หรืออาจไม่มีเลย ถ้าคนสมุทรสาครทุกคนช่วยกัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยระบุว่าเพื่อการควบคุมสถานการณ์การระบาดให้อยู่ในวงจำกัดตามการประเมินของฝ่ายสาธารณสุข จังหวัดภูเก็ต จึงจำเป็นต้องคงมาตรการติดตามกำกับดูแลทั้งบุคคล สถานที่ การดำเนินกิจการและกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ดังนี้ ปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยง ได้แก่ 1.สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ต 2.สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามแข่งนก สนามแข่งไก่ สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน 3.สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด หรือโต๊ะพูล 4.ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ 5.สถานศึกษาในระบบและนอกระบบทุกแห่งทุกสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 100 คน และห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่สาธารณะ ชายหาด ส่วนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ถนนริมคลอง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ ขุมน้ำสาธารณะ นอกจากนี้ให้งดการจัดงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง ยกเว้นการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมหากไม่สามารถเลื่อนได้ เช่น งานพิธีการศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วันสำคัญทางศาสนา ให้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ถึงวันที่ 28 ก.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 3 บ้านท่าแดง จ.กระบี่ สาธารณสุขจังหวัดได้ตรวจหาเชื้อให้กับประชาชน 1,000 คน ที่ไปร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลศพพระปัญญาวุธธรรมคณี อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วโกรวารามพระอารามหลวง จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-6 ก.ย. ผลปรากฏว่าพบติดเชื้อเพิ่มอีก 8 คน รวมคลัสเตอร์นี้ 44 คนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116489</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อใหม่, ศบค., สถานการณ์โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3f11470421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3เดือนภูมิตก!ต.ค.ฉีดเข็มสาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; ชี้หลังฉีดวัคซีน 3 เดือนภูมิตกทุกยี่ห้อ กระตุ้นเข็มสามด้วยไฟเซอร์-แอสตร้าฯ เริ่ม ต.ค.นี้ เผย 3 เดือนข้างหน้ามีวัคซีนเดือนละ 20 ล้านโดส &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; มอบบัวแก้วประสานหลังเขมรร้องขอฉีดคนต่างด้าวชายแดนไทย สธ.รับมีผู้เสียชีวิต 1 รายหลังฉีดแอสตร้าฯ 6 วัน &amp;quot;ซิโนฟาร์ม&amp;quot; ยื่นขอใช้ในเด็ก 3 ขวบขึ้นไป อย.เร่งพิจารณาไม่เกิน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 กันยายน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยวันที่ 7 ก.ย. จำนวน 826,013 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. รวมทั้งสิ้น 37,461,284 โดส ขณะนี้มีผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 36% เข็มที่สอง 15.1% ซึ่งกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในพื้นที่ กทม. ฉีดไปแล้ว 98.4% จ.ปทุมธานี ฉีดไปแล้ว 70.3% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และประเมินผล มาตรการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่ กทม. ได้เร่งให้มีการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนทุกสังกัดตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย และ ปวช. ใน กทม. ที่มีกว่า 4 แสนคน ด้านสำนักงานประกันสังคมได้รายงานการฉีดวัคซีนในกลุ่มแคมป์คนงาน โดยมีการฉีดไปแล้ว 606 แคมป์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 10 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีนักวิชาการตั้งคำถามเรื่องการรายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนของ ศบค. ที่ระบุไทยฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งแล้ว 50.5% นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ในการทำงานของเรามีการติดตามหลายรูปแบบ เพื่อให้เห็นว่าเราทำงานใกล้เป้าหมายแล้วหรือยัง 50% เป็นตารางที่เราดูว่าจะฉีดให้ได้เพื่อมีภูมิคุ้มกันหมู่ 70% ของประชากร เพื่อดูว่าเราเดินทางไปถึงครึ่งทางแล้วหรือยัง ซึ่งเราฉีดเข็มหนึ่งประมาณ 25 ล้านโดส ขอขอบคุณและจะนำไปปรับปรุงเรื่องการนำเสนอว่าควรจะมีรายละเอียดอธิบายเพิ่มเติมให้รู้ชัด ไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งในความเป็นจริงมีที่มาทั้งสองอันว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เทียบจากอะไร ในภาพรวมที่อยากเรียนคือเข็มที่หนึ่งที่ฉีดไปขณะนี้ 36% ของประชากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยสามารถเดินทางไปฉีดวัคซีนได้ที่ไหนบ้างนั้น นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนได้ทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ และแอปพลิเคชันศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขว่า ที่ประชุมมอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปพิจารณา เพราะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ชายแดน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรระดับประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีเวลาอยู่ 1-2 วัน หากได้คำตอบแล้วอาจเข้าไปพูดใน ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมดังกล่าวได้หารือถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนฝั่งกัมพูชาร้องขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับชาวกัมพูชาที่ทำงานและตกค้างบริเวณชายแดนฝั่งไทย แม้ทางการไทยได้จัดทำระบบลงทะเบียนการฉีดวัคซีนให้กับชาวต่างชาติในไทย แต่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าระบบดังกล่าวรองรับเฉพาะชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ตัวแทนจากกรมควบคุมโรคระบุว่าพร้อมช่วยดำเนินการ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศบค.ก่อน ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ก่อนนำเรื่องเสนอเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 10 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. กล่าวในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งว่า หลังจากนี้เราจะได้วัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ ซึ่งเดิมให้ไทยเดือนละ 5-6 ล้านโดส, เดือน ก.ย.เพิ่มให้เป็น 7.3 ล้านโดส, เดือน ต.ค. 11 ล้านโดส, พ.ย. 13 ล้านโดส, ธ.ค. 13 ล้านโดส นอกจากนี้ วันที่ 29 ก.ย. จะได้ไฟเซอร์ 2 ล้านโดส, ต.ค.อีก 8 ล้านโดส, พ.ย. 10 ล้านโดส, ธ.ค. 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส ดังนั้น 3 เดือนข้างหน้าเราจะมีวัคซีนเดือนละ 20 ล้านโดส จึงจะเร่งฉีด ไม่ต้องกังวลศักยภาพการฉีด เราสามารถฉีดวันละ 8-9 แสนโดสสบายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงภายในเดือน ธ.ค. เราจะฉีดวัคซีนสองเข็มได้ตามเป้า มากกว่า 70% ของประชากรแน่นอน และจะฉีดเข็มที่สามได้ด้วย ตอนนี้วัคซีนเพียงพอสำหรับเข็มที่สาม เพราะหลังจากเราติดตามพบว่าวัคซีนทุกตัว ทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ เมื่อฉีดไปแล้ว 3 เดือน ภูมิมันตกทุกตัว ถ้าภูมิมันตกไปมากจะสู้กับเดลตาไม่ไหว เราต้องสร้างภูมิให้มากขึ้นด้วยการฉีดเข็มที่สาม โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป เราจะได้เข็มที่สาม เป็นแอสตร้าฯ และไฟเซอร์ เราวางแผนไว้เรียบร้อย&amp;rdquo; นพ.อุดม ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 37,461,284 โดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 25,954,106 โดส และเข็ม 2 จำนวน 10,900,001 โดส แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 15 ล้านโดส, แอสตร้าเซนเนก้า 16 ล้านโดส, ซิโนฟาร์ม 4.6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 9.17 แสนโดส โดยพบว่าอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังจากการรับวัคซีนแต่ละชนิดแตกต่างกัน วัคซีนซิโนแวคเด่นเรื่องอาการคลื่นไส้อาเจียน, วัคซีนแอสตร้าฯ เด่นเรื่องอาการไข้, วัคซีนซิโนฟาร์ม มีอาการคล้ายคลึงกับซิโนแวค คลื่นไส้ อาเจียน และไฟเซอร์ มีอาการของไข้นำเช่นกัน โดยอาการแพ้วัคซีนมักจะเกิดขึ้นภายหลังรับวัคซีน 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการติดตามผู้ที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ และต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาในวัคซีน 4 ชนิด จากการเก็บรวบรวมข้อมูลนับตั้งแต่มีการรับวัคซีนเข็มแรก จนถึง 5 ก.ย.64 พบซิโนแวค 2,667 คน ในจำนวนนี้เกิดอาการแพ้รุนแรง 24 คน, แอสตร้าฯ 3,004 คน ในจำนวนนี้แพ้รุนแรง 6 คน และเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันกับเกล็ดเลือดต่ำ 5 คน, ซิโนฟาร์ม 193 คน และไฟเซอร์ 90 คน ในจำนวนนี้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 1 คน และพบว่าในผู้ที่รับวัคซีนมีผู้เสียชีวิต 628 คน จากการติดตามและนำข้อมูลการชันสูตรพลิกศพ หรือข้อมูลทางคลินิกมาประกอบการพิจารณา พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน 249 คน ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากวัคซีน 32 คน รอการสรุปผล 122 คน และสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน 1 คน เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ 5 คน พบว่าในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 คน และอีก 3 คนสามารถรักษาหายได้เป็นปกติ อยู่ในพื้นที่ กทม. 3 คน, นนทบุรี และนราธิวาส จังหวัดละ 1 คน ทั้งนี้ ในจำนวนผู้เสียชีวิต พบว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนเพียง 1 คนเท่านั้น เป็นหญิง อายุ 28 ปี จ.นนทบุรี การจะสรุปว่าเป็นภาวะลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีน ต้องเข้าเกณฑ์ 5 ข้อ แต่ชัดเจนที่สุด คือ ต้องมีภาวะทั้งลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดต่ำร่วมกัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ อาการจะไม่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันทันทีหลังรับวัคซีน แต่จะเกิดภายหลัง ดังนั้นต้องมีการติดตามอาการ 4-30 วัน และร่วมกับมีจุดเลือดออกคล้ายไข้เลือดออก แต่ไม่มีไข้ แขนขาอ่อนแรง ปากหรือหน้าเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ขาปวดเจ็บ ปวดท้องรุนแรง เพราะลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันในจุดใดจุดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การรับวัคซีนยังคงมีประโยชน์มากกว่าโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มในประเทศไทย ได้นำเอกสารมายื่นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขออนุญาตขยายกลุ่มอายุใช้วัคซีนจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 18 ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยได้ส่งเอกสารมาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ทาง อย.จะมีคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอกร่วมกันพิจารณาด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพของวัคซีน โดยจะพยายามใช้เวลาพิจารณาให้เร็วที่สุด คาดว่าไม่เกิน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12-18 ปีในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม.จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจาก สธ. เบื้องต้นต้องการฉีดให้ครอบคลุมเด็กทุกคนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ขณะนี้ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนการฉีดร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า กลุ่มเด็กที่จะได้รับวัคซีนจะเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาในทุกสังกัด แต่ระยะแรกจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงในกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัวก่อน คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนถึงแผนการฉีดให้กับกลุ่มนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116099</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระตุ้นเข็มสาม, ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีน 3, ภูมิตกทุกยี่ห้อ, ศบค., สถานการณ์โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118df9064b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3เดือนภูมิตก!ต.ค.ฉีดเข็มสาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หมออุดม&amp;quot; ชี้หลังฉีดวัคซีน 3 เดือนภูมิตกทุกยี่ห้อ กระตุ้นเข็มสามด้วยไฟเซอร์-แอสตร้าฯ เริ่ม ต.ค.นี้ เผย 3 เดือนข้างหน้ามีวัคซีนเดือนละ 20 ล้านโดส &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; มอบบัวแก้วประสานหลังเขมรร้องขอฉีดคนต่างด้าวชายแดนไทย สธ.รับมีผู้เสียชีวิต 1 รายหลังฉีดแอสตร้าฯ 6 วัน &amp;quot;ซิโนฟาร์ม&amp;quot; ยื่นขอใช้ในเด็ก 3 ขวบขึ้นไป อย.เร่งพิจารณาไม่เกิน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 กันยายน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยวันที่ 7 ก.ย. จำนวน 826,013 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. รวมทั้งสิ้น 37,461,284 โดส ขณะนี้มีผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 36% เข็มที่สอง 15.1% ซึ่งกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในพื้นที่ กทม. ฉีดไปแล้ว 98.4% จ.ปทุมธานี ฉีดไปแล้ว 70.3% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และประเมินผล มาตรการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่ กทม. ได้เร่งให้มีการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนทุกสังกัดตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย และ ปวช. ใน กทม. ที่มีกว่า 4 แสนคน ด้านสำนักงานประกันสังคมได้รายงานการฉีดวัคซีนในกลุ่มแคมป์คนงาน โดยมีการฉีดไปแล้ว 606 แคมป์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 10 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีนักวิชาการตั้งคำถามเรื่องการรายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนของ ศบค. ที่ระบุไทยฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งแล้ว 50.5% นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ในการทำงานของเรามีการติดตามหลายรูปแบบ เพื่อให้เห็นว่าเราทำงานใกล้เป้าหมายแล้วหรือยัง 50% เป็นตารางที่เราดูว่าจะฉีดให้ได้เพื่อมีภูมิคุ้มกันหมู่ 70% ของประชากร เพื่อดูว่าเราเดินทางไปถึงครึ่งทางแล้วหรือยัง ซึ่งเราฉีดเข็มหนึ่งประมาณ 25 ล้านโดส ขอขอบคุณและจะนำไปปรับปรุงเรื่องการนำเสนอว่าควรจะมีรายละเอียดอธิบายเพิ่มเติมให้รู้ชัด ไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งในความเป็นจริงมีที่มาทั้งสองอันว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เทียบจากอะไร ในภาพรวมที่อยากเรียนคือเข็มที่หนึ่งที่ฉีดไปขณะนี้ 36% ของประชากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยสามารถเดินทางไปฉีดวัคซีนได้ที่ไหนบ้างนั้น นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนได้ทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ และแอปพลิเคชันศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขว่า ที่ประชุมมอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปพิจารณา เพราะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ชายแดน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรระดับประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีเวลาอยู่ 1-2 วัน หากได้คำตอบแล้วอาจเข้าไปพูดใน ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมดังกล่าวได้หารือถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนฝั่งกัมพูชาร้องขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับชาวกัมพูชาที่ทำงานและตกค้างบริเวณชายแดนฝั่งไทย แม้ทางการไทยได้จัดทำระบบลงทะเบียนการฉีดวัคซีนให้กับชาวต่างชาติในไทย แต่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าระบบดังกล่าวรองรับเฉพาะชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ตัวแทนจากกรมควบคุมโรคระบุว่าพร้อมช่วยดำเนินการ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศบค.ก่อน ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ก่อนนำเรื่องเสนอเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 10 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. กล่าวในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งว่า หลังจากนี้เราจะได้วัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ ซึ่งเดิมให้ไทยเดือนละ 5-6 ล้านโดส, เดือน ก.ย.เพิ่มให้เป็น 7.3 ล้านโดส, เดือน ต.ค. 11 ล้านโดส, พ.ย. 13 ล้านโดส, ธ.ค. 13 ล้านโดส นอกจากนี้ วันที่ 29 ก.ย. จะได้ไฟเซอร์ 2 ล้านโดส, ต.ค.อีก 8 ล้านโดส, พ.ย. 10 ล้านโดส, ธ.ค. 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส ดังนั้น 3 เดือนข้างหน้าเราจะมีวัคซีนเดือนละ 20 ล้านโดส จึงจะเร่งฉีด ไม่ต้องกังวลศักยภาพการฉีด เราสามารถฉีดวันละ 8-9 แสนโดสสบายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงภายในเดือน ธ.ค. เราจะฉีดวัคซีนสองเข็มได้ตามเป้า มากกว่า 70% ของประชากรแน่นอน และจะฉีดเข็มที่สามได้ด้วย ตอนนี้วัคซีนเพียงพอสำหรับเข็มที่สาม เพราะหลังจากเราติดตามพบว่าวัคซีนทุกตัว ทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ เมื่อฉีดไปแล้ว 3 เดือน ภูมิมันตกทุกตัว ถ้าภูมิมันตกไปมากจะสู้กับเดลตาไม่ไหว เราต้องสร้างภูมิให้มากขึ้นด้วยการฉีดเข็มที่สาม โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป เราจะได้เข็มที่สาม เป็นแอสตร้าฯ และไฟเซอร์ เราวางแผนไว้เรียบร้อย&amp;rdquo; นพ.อุดม ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 37,461,284 โดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 25,954,106 โดส และเข็ม 2 จำนวน 10,900,001 โดส แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 15 ล้านโดส, แอสตร้าเซนเนก้า 16 ล้านโดส, ซิโนฟาร์ม 4.6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 9.17 แสนโดส โดยพบว่าอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังจากการรับวัคซีนแต่ละชนิดแตกต่างกัน วัคซีนซิโนแวคเด่นเรื่องอาการคลื่นไส้อาเจียน, วัคซีนแอสตร้าฯ เด่นเรื่องอาการไข้, วัคซีนซิโนฟาร์ม มีอาการคล้ายคลึงกับซิโนแวค คลื่นไส้ อาเจียน และไฟเซอร์ มีอาการของไข้นำเช่นกัน โดยอาการแพ้วัคซีนมักจะเกิดขึ้นภายหลังรับวัคซีน 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการติดตามผู้ที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ และต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาในวัคซีน 4 ชนิด จากการเก็บรวบรวมข้อมูลนับตั้งแต่มีการรับวัคซีนเข็มแรก จนถึง 5 ก.ย.64 พบซิโนแวค 2,667 คน ในจำนวนนี้เกิดอาการแพ้รุนแรง 24 คน, แอสตร้าฯ 3,004 คน ในจำนวนนี้แพ้รุนแรง 6 คน และเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันกับเกล็ดเลือดต่ำ 5 คน, ซิโนฟาร์ม 193 คน และไฟเซอร์ 90 คน ในจำนวนนี้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 1 คน และพบว่าในผู้ที่รับวัคซีนมีผู้เสียชีวิต 628 คน จากการติดตามและนำข้อมูลการชันสูตรพลิกศพ หรือข้อมูลทางคลินิกมาประกอบการพิจารณา พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน 249 คน ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากวัคซีน 32 คน รอการสรุปผล 122 คน และสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน 1 คน เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ 5 คน พบว่าในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 คน และอีก 3 คนสามารถรักษาหายได้เป็นปกติ อยู่ในพื้นที่ กทม. 3 คน, นนทบุรี และนราธิวาส จังหวัดละ 1 คน ทั้งนี้ ในจำนวนผู้เสียชีวิต พบว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนเพียง 1 คนเท่านั้น เป็นหญิง อายุ 28 ปี จ.นนทบุรี การจะสรุปว่าเป็นภาวะลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีน ต้องเข้าเกณฑ์ 5 ข้อ แต่ชัดเจนที่สุด คือ ต้องมีภาวะทั้งลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดต่ำร่วมกัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ อาการจะไม่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันทันทีหลังรับวัคซีน แต่จะเกิดภายหลัง ดังนั้นต้องมีการติดตามอาการ 4-30 วัน และร่วมกับมีจุดเลือดออกคล้ายไข้เลือดออก แต่ไม่มีไข้ แขนขาอ่อนแรง ปากหรือหน้าเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ขาปวดเจ็บ ปวดท้องรุนแรง เพราะลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันในจุดใดจุดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การรับวัคซีนยังคงมีประโยชน์มากกว่าโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มในประเทศไทย ได้นำเอกสารมายื่นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขออนุญาตขยายกลุ่มอายุใช้วัคซีนจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 18 ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยได้ส่งเอกสารมาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ทาง อย.จะมีคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอกร่วมกันพิจารณาด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพของวัคซีน โดยจะพยายามใช้เวลาพิจารณาให้เร็วที่สุด คาดว่าไม่เกิน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุ 12-18 ปีในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม.จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจาก สธ. เบื้องต้นต้องการฉีดให้ครอบคลุมเด็กทุกคนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ขณะนี้ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนการฉีดร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า กลุ่มเด็กที่จะได้รับวัคซีนจะเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาในทุกสังกัด แต่ระยะแรกจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงในกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัวก่อน คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนถึงแผนการฉีดให้กับกลุ่มนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116096</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระตุ้นเข็มสาม, ฉีดวัคซีน, ภูมิตกทุกยี่ห้อ, ศบค., สถานการณ์โควิด, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118df9064b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งควบคุมโควิด-19 หวังประคอง&#039;แซนด์บ็อกซ์&#039; ให้อยู่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค.64 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ตจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ทางจังหวัดต้องการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดให้ได้โดยเร็ว ในช่วงสัปดาห์นี้จะเห็นว่ามีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการที่เราได้มีการทำงานโดยใช้ชุดตรวจ ATK ดำเนินการต่อเนื่อง และยืนยันผลตรวจด้วยการตรวจRT-PCR อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับความจริงว่า มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทั้งคนไทย &amp;nbsp;คนภูเก็ต และแรงงานต่างด้าว &amp;nbsp;ทางจังหวัดต้องปรับปรุงการทำงานปิดจุดอ่อนตรงนี้ &amp;nbsp;เชื่อว่า ตอนนี้เราเอาอยู่ เนื่องจาก เราไปหาปัญหา ดูว่าตรงไหนเป็นกลุ่มก้อน อาทิ กลุ่มก้อนของแรงงานต่างด้าวในแค้มป์ มีมาตรการตรวจนำคนที่ติดเชื้อดูแลแยกออกไปส่วนหนึ่งให้เจ้าของแคมป์คนงานร่วมรับผิดชอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อในพื้นที่สูงขึ้น ทำให้ การเข้ามาของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่น่าสดใสเหมือนตอนเริ่มใหม่ กังวลภาพที่ออกมาในเดือนกันยายน จะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;เราจะให้ภูเก็ต แพร่ระบาดโรควันละ 200 รายไปตลอดหรือจะเป็นวันละ 500 รายต้องคิดกันทางเศรษฐกิจแซนด์บ็อกซ์ &amp;nbsp;ถ้าคนเข้ามาช่วงนี้ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเทศอังกฤษมองเราเป็นสีแดง ไม่เชิญให้คนเข้ามาถ้าเราเดินไปอย่างนี้ตลอดจะไม่ได้อะไรเลย &amp;nbsp;ซึ่ง ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ดำเนินการตามปกติ มีเครื่องบินนำนักท่องเที่ยว เข้ามาตามโครงการฯไม่ขาดสาย ซึ่ง สถานการณ์โรคโควิดไม่ได้เกิดจากภูเก็ตแห่งเดียวแต่เกิดขึ้นทั่วโลก &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ดำเนินการ คือทำอย่างไรจะคุมโรคให้ได้ เพื่อเดินหน้าต่อไปซึ่ง ทุกฝ่ายเห็นว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;ขอบคุณทุกคนทุกฝ่ายที่เหน็ดเหนื่อยกันหมดทุกทีมทุกภาคส่วนที่เข้ามามีบทบาทในการดูแลCI การตรวจคัดกรองโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; วันนี้เราจะหลุดพ้นไปให้เร็วที่สุดลุ้นให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงให้พ้นภาวะชะลอตัว ประเมินในภูเก็ต ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ มีความไม่สบายใจที่เป็นอย่างนี้ หนทางของเราคือต้องชนะอย่างเดียว การควบคุมโรคโควิด-19 กับการฟื้นเศรษฐกิจ เราต้องผนึกกำลังแน่นมากขึ้นเดินไปข้างหน้า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชี้เป็นชี้ตาย อนาคตของ ภูเก็ต แซนด์บอกซ์ กับการควบคุมโรคโควิด-19 ของภูเก็ต
ที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหาหน้างานมาตลอด ต้องจำกัดจำนวนการแพร่ระบาดให้ได้ &amp;nbsp;และได้รับชุดตรวจATK ราว 4หมื่นชุด ใช้ตรวจกว่า 2 หมื่นชุดแล้ว ตรวจเร็ว พบเยอะตรวจซ้ำกับ RT-PCR &amp;nbsp;ได้จัดหาสถานที่รองรับในโรงพยาบาลสนาม ฮอสพิเทล ศูนย์ดูแลโควิด-19 ชุมชนจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; มีการจัดหาสถานที่รองรับไว้มากพอสมควรแล้วโดยความร่วมมือของท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเศรษฐกิจต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อช่วยกันคิดไปด้วยกัน เป็นอนาคตของภูเก็ต เป็นความรับผิดชอบของจังหวัดที่เกิดสถานการณ์เกิดขึ้นมาขนาดนี้ ถ้าเลวร้ายกว่านี้ ในฐานะผู้ว่าฯต้องพิจารณาตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;การตรวจเชิงรุก ในพื้นที่อำเภอเมืองยังเป็นพื้นที่วิกฤต ในแพปลา องค์การสะพานปลา ได้มีการตรวจเกือบหมดแล้ว จำนวน 2พันคน แยกผู้ป่วยสีเขียวไปอยู่ในเรือประมงลอยลำในทะเล ส่วนคนที่ป่วยเอามารักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มตลาด เป็นประเด็นมาก ตลาดเกษตรปิดแล้ว 3 ครั้ง มีคนเข้าออกและติดเชื้ออีก ยังไม่ทราบจะปิดอีกกี่ครั้ง &amp;nbsp;รวมทั้ง ติดตามกลุ่มที่เช่าบ้านอยู่รวมกันถ้าตรวจพบติดเชื้อยืนยันต้องแยกผู้ป่วยออกมาให้เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เราต้องการคลีนแอนด์เคลียร์ภายในต้องจัดระบบกัน มั่นใจว่าเราเดินมาไม่ผิดตอนนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อแรงงานต่างด้าวขึ้นเยอะ แพร่ระบาดทั้งเมืองในกลุ่มคนไทยต้องแก้ปัญหากัน &amp;nbsp;การจัดการภายในยังคุมไดัไม่ดีพอยังไม่เป็นที่พอใจของพวกเรา&amp;quot; นายณรงค์ กล่าวและว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตเห็นว่าการควบคุมโรคจากภายนอกเข้ามาภายในจังหวัดทำได้ดีขึ้นกว่าเก่ามาก เพราะปัญหาจากข้างนอกลดน้อยลงโดยจะนำเรื่องนี้ประชุมหารือในวงเล็กอีกครั้ง จากนั้นเข้าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต หาข้อสรุปชัดเจนในมาตรการเดิมที่วางไว้ หรือมีประเด็นใดที่เพิ่มขึ้นหรือผ่อนคลายได้ &amp;nbsp;รวมทั้ง เรื่องการเข้ามาทางอากาศของสายการบินต่างๆ จะนำเข้าหารือกัน คาดว่า จะได้ข้อสรุปในวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ วุ่นซิ้ว, ผู้ติดเชื้อสูง, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, สถานการณ์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b0f0d06d47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;แจ้งศบค.ช่วง1-2 เดือนข้างหน้าสถานการณ์โควิดโลกรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64-นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ครั้งที่ 11/2564&amp;nbsp; ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)&amp;nbsp; เพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด ขยายระยะเวลา การใช้มาตรการตามข้อกำหนดฉบับ&amp;nbsp; 28 งดออกนอกเคหะสถานหลัง 21.00 - 04.00 น. เริ่ม 3 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา ระบุว่า นายกฯแจ้งในที่ประชุมทราบว่า ระยะเวลา 1-2 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ซึ่งทั่วโลกมีทิศทางการแพร่ระบาดรุนแรงและเพิ่มมากขึ้น ศบค. จึงเร่งดำเนินการในขณะนี้ ทั้งการยกระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรและปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด - 19&amp;nbsp; การใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ให้กำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างรัดกุม และกำหนดแนวทางการในการบริหารจัดการตรวจ Antigen Test Kit&amp;nbsp; รวมทั้งกำชับให้บริหารจัดการระบบการรักษาพยาบาลทุกระบบให้มีประสิทธิภาพและให้มีการประสานงานโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน จัดทำระบบ HI และ CI เพิ่มเติม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด ขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคในสถานประกอบกิจการ ทั้งโรงงาน แคมป์แรงงาน บริษัท ในรูปแบบการป้องกันควบคุมโรคเฉพาะพื้นที่ หรือ Bubble and Seal&amp;nbsp; โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ ๆ เพื่อชะลอกการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยอีกว่าวันพรุ่งนี้(2 ส.ค.)จะมีการรับมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่รัฐบาลต่างประเทศส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประกอบด้วย รัฐบาลสหรัฐอเมริกา มอบวัคซีนไฟเซอร์ ไบโอเอนเทค (Pfizer-BioNTech) จำนวน 1,503,450 โดส ซึ่งมาถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา วัคซีนแอสตร้า เซเนกา ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร จำนวน 415,040 โดส&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสมาพันธรัฐสวิสมอบอุปกรณ์ทางแพทย์ ได้แก่ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด - 19 แบบเร่งด่วน (Rapid Antigen Test) จำนวน 1,100,000 ล้านชุด และ เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 102 เครื่อง ซึ่งได้จัดส่งถึงไทยแล้ว&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวัคซีนแอสตร้า เซเนกา ของรัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบจำนวน 1,053,090 โดส เมื่อวันที่ 12&amp;nbsp; ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการจัดหาและกระจายวัคซีน นั้นนายกรัฐมนตรียังยืนยันการจัดหาโควิด-19 ในเดือนสิงหาคม จำนวน 10 ล้านโดส ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; และบุคลากรด่านหน้า กลุ่มโรงงานและกลุ่มประกันสังคมรวมทั้งคนต่างประเทศที่อยู่ประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งได้เร่งให้มีการพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุ๊กนิก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจาจัดหาวัคซีน เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อป้องกันไวรัสที่กลายพันธ์&amp;nbsp; ขณะนี้ได้เร่งการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด เชื่อว่าจะสามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุได้ครอบคลุมร้อยละ 50 ภายในเดือนสิงหาคม นี้ สำหรับเกณท์การจัดสรรวัคซีน Pfizer 1.5 ล้านโดส&amp;nbsp; ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ (เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ) จำนวน 700,000 โดส&amp;nbsp; ผู้มีภาวะเสี่ยงสูง จำนวน 645,000 โดส ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย จำนวน 150,000 โดส ทำการวิจัย&amp;nbsp; 5,000 โดส และสำรองส่วนกลาง จำนวน 3,450 โดส&amp;nbsp;&amp;nbsp; มั่นใจว่าหลังจากนี้ไทยจะสามารถจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม รวมทั้งการให้มีการรายงานการจัดหายาฟาวิฟิราเวียร์ และยาตัวอื่นๆ ซึ่งจะเป็นยารักษาโควิด-19 ตัวใหม่ๆ เพิ่มด้วย&amp;nbsp; ในการประชุม นายกรัฐมนตรียังกำชับการทำงานที่บ้าน (WFH) ให้มากที่สุด โดยเฉพาะภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ให้มีการ WFH ขั้นสูงสุด ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือภาคเอกชนลดการทำงานในออฟฟิศสำนักงาน โดยขอให้ปรับทำงานที่บ้านให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยในนามผอ. ศบค.&amp;nbsp; มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนและสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้มาก จึงสั่งให้ศบค. มีทั้งมาตรการทั้งในเชิงรุก เชิงรับ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทุกวัน&amp;nbsp; พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานต้องเร่งประชาสมัพนธ์ สร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นที่ทุกคนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข DMHTT เพื่อลดโอกาสในการแพร่หรือติดเชื้อ&amp;nbsp; เน้นในการประชาสัมพันธ์ ขณะเดียวกันก็ฝากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย แสดงแผนที่จัดหวัดให้พื้นที่สีฟ้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งบางจังหวัด ไม่ใช่พื้นที่แดงทั้งจังหวัด ยังมีพื้นที่ปลอดภัย หรือพื้นที่สีฟ้าสะท้อนถึงเห็นถึงความร่วมมือของประชาชนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ทั่วประเทศในทุกจังหวัด&amp;nbsp; โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังห่วงใยเจ้าหน้าที่ด่านหน้าผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งอาสาสมัคร จิตอาสา ย้ำให้จัดมีอุปกรณ์ เพื่อป้องกันในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111871</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค., สถานการณ์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610685b43842e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วง!คลัสเตอร์ใหม่ตจว.ยังกระจายเป็นดอกเห็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,539 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,418 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,113 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,305 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 103 ราย มาจากต่างประเทศ 18 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 336,371 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 4,053 ราย หายป่วยสะสม 247,971 ราย อยู่ระหว่างรักษา 85,689 ราย อาการหนัก 2,783 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 728 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 86 ราย เป็นชาย 48 ราย หญิง 38 ราย อยู่ใน กทม. 39 ราย สมุทรปราการ 16 ราย ปัตตานี 4 ราย นครปฐม พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 3 ราย สมุทรสาคร สงขลา นครราชสีมา สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย นนทบุรี ยะลา กำแพงเพชร ตรัง นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ระนอง สมุทรสงคราม สระบุรี สุราษฎร์ธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,711 ราย ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 10 ก.ค. มีจำนวน 93,284 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม&amp;nbsp; 12,469,188 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 187,265,506 ราย เสียชีวิตสะสม 4,042,675 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า 10 จังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 11 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,741 ราย&amp;nbsp; ปทุมธานี 1,108 ราย สมุทรปราการ 642 ราย สมุทรสาคร 563 ราย ชลบุรี 381 ราย นนทบุรี 338 ราย สงขลา 252 ราย ปัตตานี 215 ราย สระบุรี 178 ราย ฉะเชิงเทรา 170 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร 2 แห่ง ที่โรงอาหารกระป๋อง อ.เมือง โดยแห่งแรกพบผู้ติดเชื้อ 11 ราย แห่งที่สองพบผู้ติดเชื้อ 17 ราย จ.ชลบุรี 2 แห่ง ที่โรงงานโลหะขึ้นรูป อ.พานทอง 13 ราย และโรงงานผลไม้กระป๋อง อ.บ่อทอง 21 ราย จ.นนทบุรี ที่แคมป์ก่อสร้าง อ.ไทรน้อย 17 ราย จ.นครปฐม ที่โรงหมู ต.มาบแค อ.เมือง 8 ราย จ.ราชบุรี ที่ตลาดศรีเมือง อ.เมือง 21 ราย ขณะที่ กทม. มีคลัสเตอร์ต้องเฝ้าระวัง 127 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นที่ชุมชนแห่งหนึ่ง เขตราชเทวี พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในปัจจุบันการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลทางการแพทย์ที่ลงลึก กระทรวงสาธารณสุขจะแถลงทุกวันผ่านเฟซบุ๊กของกระทรวงสาธารณสุขในเวลา 13.30 น. ขณะที่การแถลงของ ศบค.จะปรับการแถลงให้เหลือวันจันทร์ พุธ และศุกร์ โดยจะนำเสนอสาระสำคัญที่สรุปจากที่ประชุม ศปก.ศบค. โดยจะเป็นภาพกว้างในเชิงของการประสานงานระหว่างงานต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109350</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่, ต่างจังหวัด, ศบค., สถานการณ์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaa355e9d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
