<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ61ล้านแล้ว!&#039;หมอธีระ&#039;ชี้คุมโควิดระบาดแบบ&#039;Hammer and Dance&#039;ยากจะเป็นจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

27 พ.ย.63 -รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 มีรายละเอียดดังนี้
ทะลุ 61 ล้านไปแล้ว...
รัสเซียแซงฝรั่งเศสขึ้นอันดับ 4 ของโลก...ส่วนเยอรมันก็ติดเชื้อเกินล้านคนเป็นประเทศที่ 12
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 649,551 คน รวมแล้วตอนนี้ 61,239,910 คน ตายเพิ่มอีก 12,033 คน ยอดตายรวม 1,436,101 คน
อเมริกา ติดเพิ่ม 124,236 คน รวม 13,222,392 คน ตายเพิ่มถึง 1,479 คน ยอดตายรวม 269,326 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 43,931 คน รวม 9,308,751 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 76,401 คน รวม 6,204,220 คน
รัสเซีย ทำลายสถิติเดิม ติดเพิ่มอีกถึง 25,487 คน รวม 2,187,990 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 13,563 คน รวม 2,183,660 คน
อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน
จำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันในกลุ่มประเทศ 10 อันดับแรกของโลกอยู่ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันต่อวัน อัตราตายตั้งแต่ 1.5-3.6% สหราชอาณาจักรมีอัตราตายสูงสุด
เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน โปแลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน แถบประเทศสแกนดิเนเวียนสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
มาเลเซีย เกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลักร้อยถึงเฉียดพัน ส่วนจีน ฮ่องกง เวียดนาม และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,639 คน ตายเพิ่มอีก 36 คน ตอนนี้ยอดรวม 85,205 คน ตายไป 1,846 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%
หากเราจำกันได้ เคยมีแนวคิดการคุมโรคระบาดนี้แบบเอาค้อนทุบแล้วเต้นระบำ ที่เรียกว่า &amp;quot;Hammer and Dance&amp;quot;
แปลความทำนองว่า คุมเข้มพักหนึ่งแล้วปล่อย จะมีระบาดซ้ำขึ้นมา แล้วเข้มใหม่ ระบาดซ้ำก็จะเป็นเป็นคลื่นเล็กๆ พออยู่ได้ไปเรื่อยๆ
แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันนี้เราเห็นชัดเจนแล้วว่า แนวคิดดังกล่าวไม่น่าจะเป็นจริงได้ เพราะหลายสิบประเทศที่เกิดการระบาดซ้ำนั้นรุนแรงกว่าเดิมตั้งแต่ 4-11 เท่า และใช้เวลาคุมนานกว่าเดิม 1.5 เท่า
การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
ไม่ใช่เพื่อแค่รักษาชีวิตประชาชน แต่เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศด้วย เนื่องจากระบาดซ้ำจะรุนแรง หาต้นตอลำบาก และส่งผลกระทบวงกว้างจนยากที่จะมีแรงกายแรงใจแรงทรัพยากรกลับมาฟื้นฟู
&amp;quot;Hammer and Dance&amp;quot; นั้นยากนักที่จะเป็นจริง
จึงต้องระวัง ป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะ&amp;quot;ระบาดซ้ำแล้วชักดิ้นชักงอ&amp;quot; หรือ &amp;quot;Second wave and Writhe&amp;quot;
ขอให้เราทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ รักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ
ใส่หน้ากาก...ล้างมือบ่อยๆ..อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร...พบปะคนน้อยลงสั้นลง...เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร...และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ
ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85183</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมโรคระบาด Hammer and Dance, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิด – 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.เผยพบผู้ป่วยใหม่ 6 รายมาจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม&amp;nbsp;3,628&amp;nbsp;ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วรวม&amp;nbsp;3,441&amp;nbsp;ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;128&amp;nbsp;ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่รายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มาจากเนปาล&amp;nbsp;เป็นเพศหญิง สัญชาติเนปาล อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี เป็นนักศึกษา เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.ย. ตรวจหาเชื้อครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.ไม่พบเชื้อ และตรวจครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค.ผลพบเชื้อไม่มีอาการ เข้าพักในสถานกักกันโรคของหน่วยงานใน จ.ปทุมธานี และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดินทางมาจากนอร์เวย์&amp;nbsp;เป็นเพศชาย สัญชาติลิทัวเนีย อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.ตรวจหาเชื้อในวันเดียวกัน ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้าพักในสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก ในกทม.&amp;nbsp;และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า รายที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;มาจากสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;โดยรายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปี เป็นนักศึกษา มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;เมื่อเดือนก.ย.63&amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค.ผลพบเชื้อไม่มีอาการ เข้าพักในสถานที่กักกันโรคของรัฐ ในกทม.และรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสิน ส่วนรายที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี มีอาการเจ็บคอในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค. มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยโควิดเมื่อเดือนก.ย.63&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค. ผลพบเชื้อ เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐ ในกทม.และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสิน&amp;nbsp;และรายที่&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;มาจากเมียนมา&amp;nbsp;เป็นเพศชาย อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี และเพศหญิงอายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติไทย อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ค. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกในวันเดียวกัน ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้าพักในสถานที่กักกันโรคท้องถิ่น จ.ตาก และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม&amp;nbsp;36,745,774&amp;nbsp;ราย ผู้ที่รักษาหาย&amp;nbsp;27,664,569&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;1,066,838&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการท่องเที่ยวปลอดภัยว่า หลังจากที่รัฐบาลออกโครงการต่างๆ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน จึงขอเชิญชวนคนไทยออกมาเที่ยวให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคน แต่ในปีนี้ไม่มีนักท่องเที่ยว ดังนั้นเพื่อให้สภาพเศรษฐกิจเดินได้และตรึงการจ้างงานไว้ได้ คนไทยต้องช่วยกันเที่ยว โดยผู้ประกอบการที่ผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;หรือมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ ส่วนแนวทางการเปิดรับท่องเที่ยวประเภทพิเศษ&amp;nbsp;Special Tourist VISA&amp;nbsp;(STV)&amp;nbsp;ยืนยันกลุ่มนี้ไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ การกักตัว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันถือเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติทุกคนทุกกรณี จึงขอให้ประชาชนคลายความกังวล และในช่วงกักตัว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เตรียม&amp;nbsp;Happy Quarantine Program&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานการณ์โควิด – 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7feedc78ba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 6 รายจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 6 รายในสถานที่กักตัวของรัฐ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,575 ราย หายป่วยเพิ่มอีก 5 ราย รวมยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้ว 3,384 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 132 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มาจากซูดานใต้ เพศชาย สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี อาชีพข้าราชการ (ทหารช่างเฉพาะกิจ ไปปฏิบัติภารกิจทางทหาร) เดินทางถึงประเทศไทย วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ย. ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ พบผู้ป่วยยืนยันเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ตรวจครั้งแรกวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ย. ผลไม่ชัดเจน เก็บตัวอย่างซ้ำวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดินทางมาจากอินเดีย โดยรายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นเพศชาย อายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน สัญชาติอินเดีย เดินทางมาพร้อมกับมารดาและพี่สาว ที่ตรวจพบเชื้อเช่นเดียวกัน เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. เข้าพักในสถานที่กักตัวแบบทางเลือก พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย ตรวจครั้งแรกวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นเพศชาย อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี สัญชาติอินเดีย อาชีพนักศึกษา เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ย. พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย เข้าพักในสถานที่กักกันโรคของหน่วยงาน จ.ปทุมธานี ตรวจครั้งแรกวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;เดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นพี่น้องกันอายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี และ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ย. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐใน จ.ชลบุรี ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน ตรวจครั้งแรกวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองใหญ่ จ.ชลบุรี และรายที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดินทางมาจากญี่ปุ่น เป็นเพศชาย อายุ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี สัญชาติไทย อาชีพค้าขาย เริ่มป่วยวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.ย. ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เดินทางถึงไทยวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย. ผ่านด่านควบคุมโรค คัดกรองแล้วเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน ตรวจครั้งแรกวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย. ผลพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางเสาธง จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 34,476,323 ราย อาการรุนแรง 66,079 ราย รักษาหายแล้ว 25,666,557 ราย เสียชีวิต 1,027,631 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 7,494,671 ราย 2. อินเดีย จำนวน 6,391,960 ราย 3. บราซิล จำนวน 4,849,229 ราย 4. รัสเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 1,185,231 ราย 5. โคลอมเบีย จำนวน 835,339 ราย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 138 จำนวน 3,575 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ค. จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คน จากกาตาร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน เนปาล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน เอธิโอเปีย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน และสิงคโปร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79288</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค.-ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานการณ์โควิด – 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76c9ab393fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ผนึกกำลังออก 3 มาตรการเรียกความเชื่อมั่นคนถือตราสารหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 มี.ค.2563 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึงมาตรการรองรับสถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 ว่าได้ร่วมหารือกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารพาณิชย์ไทย โดยต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความกังวลให้แก่ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก ราคาสินทรัพย์ผันผวนสูง นักลงทุนในหลายประเทศเทขายสินทรัพย์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง กระทบสภาพคล่องของตลาดการเงิน ส่งผลให้ตลาดการเงินไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ภาครัฐในหลายประเทศจึงได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังจากหารือหน่วนยงานต่าง ๆ จึงเห็นควรออกมาตรการสนับสนุนเสถียรภาพตลาดการเงินไทย ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงินขยายผลต่อไป โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการดำเนินงานใน 3 ด้านดังต่อไปนี้ 1. กองทุนรวมตราสารหนี้ ธปท. จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่กองทุนรวมผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์ที่เข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market fund) และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily fixed income fund) ที่ถือสินทรัพย์คุณภาพดี แต่ได้รับผลกระทบจากการที่ตลาดการเงินขาดสภาพคล่อง สามารถนำหน่วยลงทุนดังกล่าวมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อขอสภาพคล่องจาก ธปท. ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะดำเนินการจนกว่าสถานการณ์ในตลาดการเงินจะเข้าสู่ภาวะปกติ จากการประมาณการเบื้องต้นพบว่ามีกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์คุณภาพดีที่สามารถนำมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อขอสภาพคล่องจาก ธปท.ได้ มูลค่ารวมกว่าหนึ่งล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตราสารหนี้ภาคเอกชน สมาคมธนาคารไทย ธนาคารออมสิน ธุรกิจประกันภัย และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ร่วมกันจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ วงเงินเริ่มต้น 70,000 &amp;ndash; 100,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนออกใหม่ของบริษัทที่มีคุณภาพดี แต่ประสบปัญหาตลาดขาดสภาพคล่องจนส่งผลให้ไม่สามารถต่ออายุ (rollover) ตราสารหนี้ที่ครบกำหนดได้ครบทั้งจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตราสารหนี้ภาครัฐ ธปท. พร้อมที่จะดูแลให้กลไกตลาดตราสารหนี้ภาครัฐทำงานได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และมีสภาพคล่องเพียงพอ ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะเสริมสภาพคล่องของตลาดการเงินและช่วยให้กลไกตลาดตราสารหนี้กลับมาทำงานได้อย่างปกติท่ามกลางภาวะตลาดการเงินโลกที่ผันผวน และจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตราสารหนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จะร่วมกันติดตามพัฒนาการในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะร่วมมือในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดการเงินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนายวิรไท กล่าวว่า สถานการณ์ที่ยังมีความผันผวนสูง ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนบางส่วนเร่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตราสารหนี้ ส่งผลให้กองทุนรวมตราสารหนี้บางแห่ง ต้องเร่งขายตราสารหนี้ที่ส่วนใหญ่มีคุณภาพดีในราคาต่ำกว่าปกติ เพราะการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงิน ส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าที่ควรโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนอื่น ๆ ตามมา จนกระทบต่อการทำงานของกองทุนรวมตราสารหนี้และตลาดตราสารหนี้ในประเทศ รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาคเอกชน เศรษฐกิจ และประชาชนเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ระบบสถาบันการเงินไทยโดยรวมยังมีเสถียรภาพดี ธนาคารพาณิชย์ไทยมีเงินกองทุนเข้มแข็งและไม่มีปัญหาสภาพคล่อง แต่สถานการณ์สภาพคล่องตึงตัวในระบบการเงินโลก และกลไกตลาดการเงินที่ทำงานต่างจากสภาวะปกติ ได้เริ่มส่งผลต่อตลาดการเงินไทย อย่างไรก็ตามจึงต้องจำเป็นที่จะหามาตรการมาเยียวยาเรื่องดังกล่าว โดยทางการดำเนินงานองทุนรวมตราสารหนี้จะเอาเข้าคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย(บอร์ด)ในวันที่ 23 มี.ค. และค่กว่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนได้ภายใน 1 สัปดาห์&amp;rdquo;นายวิรไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาธปท. ได้ช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องในตลาดการเงิน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ โดยเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลกว่า 100,000 ล้านบาทในช่วงวันที่ 13 -20 มี.ค. 2563 ลดและยกเลิกการออกพันธบัตร ธปท. และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2563 คณะกรรมการนโยบายการเงินได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% ต่อปี ธปท. พร้อมที่จะเข้าดูแลตลาดพันธบัตรรัฐบาลให้ทำงานได้ตามปกติ ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลผันผวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดี ดาวฉาย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงินที่ส่งผลให้การทำงานของตลาดการเงินไม่ปกติ ในขณะที่กองทุนรวมตราสารหนี้โดยรวมมีสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดีและความเสี่ยงต่ำ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือเร่งไปไถ่ถอนหน่วยลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ในภาวะที่ตลาดการเงินไม่ปกติ เพราะอาจส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรายืนยันว่าในสภาวะปกติกลไกการทำงานของธนาคารพาณิชย์ก็ทำอย่างมีประสิทธิภาพ และการเกิดความไม่แน่นอนนั้นก็มีการเกิดมาหลายครั้งแล้วซึ่งนี่ไม่ครั้งแรก จึงขอยืนยันว่าธนาคารพาณิชย์ไทยนั้นมีสภาพคล่องเพียงพอ รวมถึงสามารถกู้เงินมาเพิ่มได้เสมอ หากในอนาคตอันใกล้นี้มีผู้ลงทุนที่ไปซื้อหน่วยลงทุนต่าง ๆ มาและต้องการจะขายคืนนั้น เราก็สามารถรับซื้อคืนได้ทั้งหมด แต่อยากให้ผู้ลงทุนเข้าใจว่าผลตอบแทนของแต่ละกองทุน หรือแต่ละประเภทนั้นไม่เหมือนกันซึ่งการตัดสินใจขายกลางทางนั้นก็อาจจะทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับผลประโยชน์ที่สูงที่สุดได้&amp;rdquo;นายปรีดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของทั้งกระทรวงการคลัง ธปท. และ กลต. เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ในภาคการเงิน และในวันที่ 24 มี.ค.นี้ กระทรวงการคลังเองก็จะเตรียมเสนอมาตรการดูแลประชาชนชุดที่ 2 &amp;nbsp;ในภาคของความเป็นอยู่เพิ่มเติม ให้กับคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติ โดยที่ผ่านมานั้นทีมครม.เศรษฐกิจ ก็เดินหน้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการให้เหมาะสมและเพียงพอต่อการดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60561</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., พยุงตราสารหนี้, วิรไท สันติประภพ, สถานการณ์โควิด – 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f36cd85ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
