<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำเข้า!ติดเชื้ออีก7คน เที่ยว‘ระยอง’ไร้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยติดโควิดเพิ่ม 7 ราย มาจาก ตปท. &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ชี้สถานการณ์โลกยังวิกฤติ ต้องคุมเข้มคนเดินทางเข้าประเทศ ย้ำความมั่นใจ &amp;quot;ระยอง&amp;quot; ไร้โควิด ตรวจเข้มยังไม่มีคนติดเชื้อ ไปเที่ยวได้ไม่ต้องกักตัว ย้่ำถ้าท่านการ์ดตกเราก็ต้องยกขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; โชว์วิสัยทัศน์ หากระบาดรอบ 2 ปิดเมือง 14 วันพอ พร้อมเยียวยาทันท่วงทีและทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การโควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 7 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,246 ราย หายป่วยสะสม 3,096 ราย รักษาอยู่ 92 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย โดย 2 รายเป็นหญิงไทยอายุ 64 ปี อาชีพแม่บ้าน และชายไทย อายุ 66 ปี อาชีพข้าราชการบำนาญ เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ กทม. ผลตรวจพบเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. โดยผู้ป่วยหญิงมีอาการคอแห้ง และผู้ป่วยชายมีเสมหะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาจากประเทศบาห์เรน ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.ชลบุรี ผลตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 16 ก.ค. แต่ไม่มีอาการ และรายที่ 4-7 ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 20, 24 (2 ราย) และอายุ 29 ปี เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ ถึงประเทศไทยวันที่ 17 ก.ค. โดยผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ ผลตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 17 ก.ค. ส่งตัวไปเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ พบว่ามีอาการน้ำมูก ไอและเจ็บคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 14,189,018 ราย รักษาหายแล้ว 8,455,165 ราย เสียชีวิต 599,339 ราย โดยจะเห็นว่าจากวันที่ 13 ก.ค.ที่มีผู้ติดเชื้อ 13 ล้านคน วันที่ 18 ก.ค. ตัวเลขขยับไปถึง 14 ล้านคน เพียง 5 วันตัวเลขสูงขึ้นไป 1 ล้านคน ถือว่าเร็วมาก สถานการณ์โลกยังวิกฤติ เราจึงต้องคุมเข้มคนที่จะเดินทางมาประเทศไทย โดยจะปิดข้อต่อต่างๆเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ความคืบหน้าผู้ป่วยทหารชาวอียิปต์และเด็กหญิงซูดานนั้น ล่าสุดคณะกรรมการวิชาการของ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับการแพร่เชื้อคือผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเท่านั้น กรณีทหารอียิปต์ที่ จ.ระยอง มี 12 คน กรณีเด็กหญิงซูดานมี 7 คน ส่วนผู้ที่ไปสถานที่เดียวกับทั้งสองกรณีถือเป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำ หากไม่สบายใจก็ให้สังเกตอาการ 14 วัน ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติถือว่าปลอดภัย หากพบอาการผิดปกติบ่งชี้ให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ ที่ จ.ระยอง ถือว่าเริ่มกลับมาแล้ว วันจันทร์ที่ 20 ก.ค. โรงเรียนจะเปิดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะที่การท่องเที่ยว จ.ระยอง จากข่าวที่ออกมาว่ามีคนยกเลิกการเดินทางเกือบทั้งหมดนั้น จากการตรวจสอบล่าสุดอัตราการเข้าพักรวม 50เปอร์เซ็นต์ โดยที่แหลมแม่พิมพ์ อัตราการเข้าพัก 40 เปอร์เซ็นต์ หาดแม่รำพึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นในส่วนของห้องพักที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังมีในส่วนอื่นๆ อีกที่ยังไม่สามารถเก็บข้อมูลได้
กลับมาเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า และในการประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้ได้พูดถึงทั้งสองกรณี เช่นกรณีที่ จ.ระยอง ที่ประชุมมีความมั่นใจในการควบคุมโรคของทาง จ.ระยองเต็มที่ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ได้มีการล็อกดาวน์แต่อย่างใด และคน จ.ระยอง รวมถึงคนที่เดินทางไปท่องเที่ยวระยอง หากเดินทางกลับหรือไปจังหวัดอื่นๆ จากข้อมูลทางวิชาการและการพิจารณาการบริหารจัดการเห็นตรงกันว่าคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า อยากเห็นกิจกรรมต่างๆ กลับมาเหมือนเดิม เราจึงร่างรูปแบบกิจกรรม โดยกิจกรรมที่เราจะให้เปิดดำเนินการ อาทิ การเตะฟุตบอลไทยลีกออลสตาร์ จะมีขึ้นวันที่ 8 ส.ค. การวิ่งมาราธอนของทางจังหวัดมีขึ้นวันที่ 9 ส.ค. ส่วนคอนเสิร์ตจะดำเนินการจัดที่ชายหาด จะมีทั้งเรื่องการถ่ายทอดสด มีคนชมได้ และขณะนี้เริ่มมีกองถ่ายจากประเทศเกาหลีติดต่อเข้าใช้พื้นที่ และทางจังหวัดยังได้เสนอกิจกรรมปั่นจักรยานเรียบทะเล ทางศบค.ชุดเล็กจึงให้ไปทำรายละเอียดเสนอเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ในส่วนของผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อเสริมความงามและปรึกษาเรื่องการมีบุตร เราจะนำเสนอให้ไปท่องเที่ยวต่อ จ.ระยอง ช่วงปลายเดือน ส.ค. ซึ่งร่างกิจกรรมเหล่านี้จะเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 22 ก.ค. ตนอยากสื่อสารไปยังคนระยองและผู้ที่เดินทางไป จ.ระยอง หากมีความเห็นอะไรให้เสนอเข้ามา เราอยากเห็นความตื่นตัวที่เปลี่ยนเป็นกิจกรรมเชิงบวก เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาโดยเร็ว เราจะรับฟังข้อเสนอต่างๆ เพื่อทำให้มีจุดอ่อนน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศประชุมร่วมกับนักการทูต ชี้แจงความจำเป็นที่ต้องขอความร่วมมือให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาให้อยู่ในสเตทควอรันทีนที่รัฐรับรองแทนการกักตัวในสถานที่พำนักของสถานทูต ซึ่งจะมีผลในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อกังวลเรื่องแรงงานต่างด้าว ที่อาจนำเข้าเชื้อมาภายในประเทศ ศบค.จะวางมาตรการเข้มอย่างไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในการประชุม คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการผ่อนคลายได้มีการพูดคุยกันถึงการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ซึ่งได้มีการจัดทำร่างขึ้นมา ก่อนที่จะนำเสนอต่อ ศบค.ชุดใหญ่ ทั้งนี้ เรารับทราบถึงความจำเป็นต้องมีกลุ่มแรงงาน 2 ประเภท คือกลุ่มที่มีใบอนุญาตในการทำงาน มีวีซ่าแล้ว รอการเดินทางเข้ามา กับกลุ่มที่ยังไม่มีใบอนุญาต ซึ่งถือเป็น 2 กลุ่มสำคัญมีความจำเป็นเกี่ยวข้องกับกิจการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องใช้แรงงาน จึงอนุญาตให้สองกลุ่มแรงงานนี้เข้ามาก่อน ทั้งนี้ เมื่อเดินทางเข้ามาแล้วก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เคยทำมาคือ 1.จะต้องมีหนังสือรับรองในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 2.ต้องมีใบรับรองแพทย์ 3.ผู้ประกอบการจะต้องมีการวางเงินประกันค่าใช้จ่ายของแรงงานที่เข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรก็จะต้องมีการแสตมป์วีซ่า มีการตรวจหาเชื้อโควิด มีการตรวจสุขภาพ ต้องเข้าสู่ Local Quarantine จำนวน 14 วัน และต้องมีการลงแอปติดตามตัว โดยทุกคนต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมด ในส่วนของการทำใบอนุญาตการจ้างงาน ก็ต้องมีการอบรม มีการรับใบอนุญาต และเมื่อครบกำหนดการกักตัว นายจ้างจะต้องนำยานพาหนะมารับแรงงานทั้งหมด และเมื่อนายจ้างจะรับตัวไปทำงาน ก็ต้องมีการรายงานในพื้นที่ต่อสาธารณสุขจังหวัดให้ทราบด้วย เพื่อสาธารณสุขจังหวัดจะต้องจัดทำชุดข้อมูลในการตรวจติดตามกรณีที่อาจเกิดประเด็นปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งหมดเป็นข้อเสนอจากที่ประชุมเพื่อให้เกิดความมั่นใจในระดับหนึ่ง เพราะถ้ามีการเข้ามาจำนวนมากๆ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อรับรองมาตรการต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย
ทดลองโมเดลโดยเรียนรู้ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน การวิ่งมาราธอน การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฯ เพื่อเป็นการกระตุ้นพื้นที่ระยอง กรณีในพื้นที่จังหวัดอื่นจะสามารถจัดกิจกรรมเหล่านี้ได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ศบค.ต้องการให้กิจกรรมต่างๆ หลังมาตรการผ่อนคลายเกิดขึ้นจริงโดยเร็ว เพื่อที่ประชาชนจะได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในวิถีใหม่ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ศบค.มีความกังวลว่ารูปแบบที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร วันนี้เราต้องเรียนรู้ร่วมกันใหม่ เป็นไปได้อยากให้เกิดในพื้นที่หนึ่งเสียก่อน เพื่อจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมประชุมอยู่ใน ศบค. ยอมรับว่านึกภาพไม่ออกว่าวิธีการใหม่จะเป็นอย่างไร ดังนั้นเราต้องมีการประชุม พูดคุยกัน มีการนำเสนอและทดลองโมเดลโดยเรียนรู้ร่วมกัน ถ้าใช่ คนมาเที่ยวมาดูคอนเสิร์ต คนมาแข่งหรือชมกีฬา ชอบและมีอารมณ์ร่วมเหมือนเดิม นักกีฬาก็ปลอดภัย คนเข้ามาดูก็ปลอดภัย ก็ควรใช้พื้นที่หนึ่งในการทำงานก่อน โดย จ.ระยองได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อเป็นโอกาสในการเยียวยา และดึงความเชื่อมั่น แม้วันนี้จะยังไม่มีคนติดเชื้อก็ตาม จึงเป็นโอกาสในการทดสอบรูปแบบการทำกิจการหรือกิจกรรมที่ยังไม่เคยทำ ถ้าผ่านเรื่องนี้ไปได้ ประเมินผลในจังหวัดมีความมั่นใจ ผู้จัดมั่นใจ ประชาชนที่เข้ามามีความมั่นใจ ต่อไปจะเกิดขึ้นที่จังหวัดใดก็ได้แล้ว เป็นเรื่องที่จะค่อยๆ ทดลอง ขอให้รออีกระยะ จะได้กลับมาสนุกสนานเช่นเดิม&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายโฆษก ศบค.กล่าวว่า ในเรื่องความตื่นตัวนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่เราจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันหลายคนก็เกิดความสงสัย โดยเฉพาะการชี้แจงจาก ศบค. ซึ่งเป็นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งมีความยาก ตนในฐานะโฆษก ศบค.ก็มีความลำบากใจ เหมือนตัวเลขการติดเชื้อที่เป็นศูนย์ปัจจุบันก็ไม่ได้มีการนำมาพูดอย่างภาคภูมิใจ เพราะการสื่อสารรายงานข้อมูลต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย ช่วงแรกเราต้องสร้างความตื่นตัวเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ แต่ถ้ามากเกินไปก็จะกลายเป็นความตื่นตระหนก ก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการในการสื่อสาร ตนในฐานะจิตแพทย์ บางครั้งก็ต้องผ่อนคลายให้กับผู้ที่มีความกังวล บางครั้งถ้าปล่อยไปก็จะวิตกกังวลมากเกินไปจนทำให้ไม่สามารถจะกลับมาเป็นปกติได้ อย่าลืมว่าวันนี้เราต้องดูแลอารมณ์คนทั้งสังคมเป็นความท้าทาย จะต้องทำหน้าที่กันให้ดีที่สุด หลายอย่างตนก็เพิ่งรู้ หลายอย่างรู้กันมานานแล้ว จึงต้องพยายามปรับตัวและทำให้ได้กับการเผชิญโรคนี้อีกเป็นปีให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนเฝ้าดูว่าเมื่อไหร่ผมจะพูดคำว่าการ์ดตก หรือการ์ดอย่าตกอีก วันนี้ถ้าจำเป็นก็ต้องพูด ถ้าท่านการ์ดตกเราก็ต้องยกขึ้น เหมือนคนบางคนฝนตกเป็นภูมิแพ้ แต่ก็ยังไปเดินตากฝน หมอก็ต้องเตือน แต่ถ้ารักษาสุขภาพดีอยู่แล้วเราก็ไม่ต้องเตือน สิ่งที่ทำทั้งหมดก็เป็นเจตนาเพื่อให้คนทั้ง 67 ล้านคนดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีและผลที่ออกมาทุกคนก็มีสุขภาพแข็งแรง มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่เพิ่มขึ้น เพราะทุกคนมีใจร่วมกันต่อสู้ ดังนั้นหนักนิดเบาหน่อยขอทุกคนช่วยกันเพื่อเราได้มีวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าวันนี้&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าผลการสอบสวนและควบคุมโรค กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ระยองและ กทม. ดังนี้ ผลการดำเนินงาน วันที่ 14 ก.ค. 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงกรณีทหารต่างชาติที่ติดเชื้อเข้าพักในโรงแรมและเดินห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,336 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ 2.มีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวอุปทูต ตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 และเข้าพักในคอนโดฯ ย่านสุขุมวิท มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 267 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 267 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อที่ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 15 ก.ค. 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองมารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,252 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,252 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 ก.ค. 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองมารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,244 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,244 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ 2.มีประชาชนในพื้นที่ กทม. มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมทั้งสิ้น 97 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 97 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 17 ก.ค 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองมารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,374 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว 104 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 1,270 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงถึงการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะว่า วันเดียวกันนี้ เป็นวันที่ 61 ที่เราใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ซึ่งมีการเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยภาพรวมมีผู้ใช้งานสะสม 37,078,364 คน ผู้ดาวน์โหลดใช้งาน 767,341 คน จำนวนกิจการ ร้านค้า ลงทะเบียนสะสม 274,887 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา เราเริ่มลบข้อมูลเป็นวันแรก&amp;nbsp; โดยเป็นการลบข้อมูลของวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งมีจำนวนยอดผู้เช็กอิน 2,702,404 ราย โดยข้อมูลถูกลบทิ้งอย่างถาวร&amp;nbsp; รวมถึงข้อมูลผู้ประเมินร้านค้าก็ถูกลบทิ้ง เราไม่ได้เอาข้อมูลนี้มาใช้ และวันนี้ (18 ก.ค.) จะลบข้อมูลของวันที่ 18 พ.ค. เมื่อผ่านไป 60 วันเราจะทยอยลบข้อมูลไปเรื่อยๆ เราไม่ได้นำข้อมูลไปทำอย่างอื่น นอกจากใช้ในแอปพลิเคชันไทยชนะ ส่วนที่อ้างว่านำข้อมูลไปใช้อย่างอื่น ไปส่งเอสเอ็มเอส ยืนยันว่าสบายใจได้ เราไม่ได้ใช้ข้อมูลไปทำอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดตัวเทปแรกของรายการเฟซบุ๊กไลฟ์ &amp;ldquo;ก้าวหน้า Talk: คุณถาม เราตอบ&amp;rdquo; ถึงประเด็นโควิด-19 อาจระบาดรอบ 2 ว่าการแก้ไขการแพร่ระบาดในระยะที่สองต้องทำให้ดีกว่าครั้งแรก สามมาตรการต้องไปด้วยกัน คือ 1) มาตรการปิดเมือง 2) มาตรการสาธารณสุข และ 3)มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในระลอกแรก ทั้งสามมาตรการนี้ถูกทำอย่างแยกส่วนด้วยความตื่นตระหนก ทำให้มาตรการปิดเมืองกับมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจทำในคนละช่วงเวลา ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน ระลอกนี้ตนหวังว่าจะมีการคิดแบบสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งถ้ามีการระบาดขึ้นอีกครั้ง ตนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องปิดเมืองเป็นเวลานานถึงสามเดือน แต่ปิดแค่ให้เท่าระยะฟักตัวของเชื้อไวรัส คือระยะ 14 วันก็เพียงพอ และระหว่างนี้ให้ออกมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองให้ทันท่วงทีและทั่วถึง ก็จะบรรเทาผลกระทบของประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ที่ผ่านมา ศบค.ออกมาย้ำให้ประชาชนกลัวทุกวันว่า การ์ดอย่าตก แต่ความกลัวนี้ได้กลับกลายเป็นความไม่พอใจ เมื่อรัฐบาลมีการปฏิบัติสองมาตรฐาน ระหว่างกลุ่มคนวีไอพีกับกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในรอบสองสามวันที่ผ่านมาจึงมีคนรู้สึกโกรธกับมาตรการที่รัฐบาลผ่อนปรนให้กับผู้มีอำนาจ เรายืนยันว่านี่คือช่วงเวลาที่จะต้องเฉลี่ยสุขด้วยกัน ต้องก้าวต่อสู้กับการแพร่ระบาดไปด้วยกัน แต่ก็ต้องไม่ปล่อยให้คนอดตาย ข้างหน้าต่อไปหวังว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญของการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่เอาเป้าหมายทางสาธารณสุขเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว แล้วประกาศชัยชนะของมาตรการสาธารณสุข ซึ่งไม่ใช่ชัยชนะของประชาชนแน่ๆ เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อนจากนโยบายทางสาธารณสุขของรัฐบาล ชัยชนะที่เป็นของพวกเราทุกคน ที่เป็นของประเทศไทย คือ 1) ไม่มีคนตายเพราะไวรัส และ 2) ไม่มีคนตายเพราะความหิวโหย เพราะความยากคน นี่ต่างหากคือชัยชนะของประเทศ คือชัยชนะของคนทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็หวังว่ารัฐบาลจะตระหนักถึงสิ่งนี้ เรียนรู้จากความผิดพลาดในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิดในระลอกแรก และเอาสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในระลอกที่สอง&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71845</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, สถานการณ์โลกยังวิกฤติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f070d4dcd858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
