<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟใต้กระเตื้อง ลดพรก.ฉุกเฉิน ถอนกำลัง3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประชุม กอ.รมน.เล็งถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินปรับมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก 1&amp;nbsp; อำเภอในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมลดกำลัง จนท.ลงอีก 3 พันนาย หลังสถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานการประชุม กอ.รมน. มีคณะกรรมการฯ เข้าร่วม 22 คน โดยมีวาระพิจารณา 3 เรื่อง และเรื่องเพื่อทราบ 4 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วาระการประชุมที่สำคัญเป็นในส่วนของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งเป็นการประชุมตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง ปี 2551 ว่าแผนงานที่ปฏิบัติต้องผ่านกระบวนการในการแนะนำความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการก่อน ซึ่งเรื่องการพิจารณาเป็นแผนการปฏิบัติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงสร้างการจัดกำลังของ กอ.กอรมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จะมีการปรับลดกำลังลงมาประมาณกว่า 3,000 อัตรา ซึ่งกำลังหลักจะเป็นของทหารที่ปรับลดลงมา เนื่องจากสถานการณ์ปี 2563 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงปรับลดกำลังลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในบางพื้นที่สามารถปรับการใช้อำนาจกฎหมายที่มีอยู่ คือให้อยู่ใน พ.ร.บ.ความมั่นคง เข้ามาเป็นกฎหมายดูแล จากเดิมที่มี 9 อำเภอ คือ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี, อำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี จังหวัดสงขลา, อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอสุไหงโก-ลก สุคิริน และศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส โดยเพิ่มอีก 1 อำเภอ คืออำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมเป็น 10 อำเภอที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในการดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเท่ากับว่า 33 อำเภอจังหวัดชายแดนใต้ที่อยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ปรับลดลงมา 10 อำเภอที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และเหลือเพียง 23 อำเภอที่ยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมใหญ่สรุปผลการดำเนินงานของปี 63 และจัดทำแผนปฏิบัติการปี 64 ของ กอ.รมน. ร่วมกับคณะรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวง, ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด, รอง ผอ.รมน., ฝ่ายทหาร และกำลังพลส่วนกลาง รวมทั้งสิ้น 282 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานของปี 63 และจัดทำแผนปฏิบัติการปี 64 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติปี 63-65 และสอดคล้องยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งเป็นการตกลงใจกัน โดยคณะกรรมการทั้งหมดเห็นชอบในหลายวาระ สิ่งสำคัญที่สุดทำอย่างไรให้กลไก กอ.รมน.เป็นกลไกความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานของใคร แต่เป็นหน่วยงานที่มีนายกรัฐมนตรีทุกท่านเป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ความมุ่งหมายคือเป็นองค์กรที่บูรณาการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะมีกลไกปกติคือกระทรวงอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ทุกหน่วยงานมีภาระหน้าที่ตามกลไกปกติของตัวเอง ซึ่ง กอ.รมน.จะไปบูรณาการแผนตรงนี้ อะไรที่จำเป็นเพิ่มเติมจะจัดแผนงานขึ้นไปเสริมการทำงานในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สรุปมาแล้วว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ก่อความรุนแรงลดลงเป็นจำนวนมาก พื้นที่ไม่ปลอดภัยลดลง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันในหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกลไกของ กอ.รมน.ในการดูแลทรัพย์สินและบังคับใช้กฎหมาย ส่วนการพัฒนาเป็นของศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีกฎหมายกำหนดว่าต้องทำอย่างไรจะทำงานร่วมกันได้ ซึ่งในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยและมีปัญหาด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่างประเทศใช้วิธีการบริหารแบบนี้เช่นเดียวกัน&amp;quot; ผอ.กอ.รมน.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง, สถานการณ์ไฟใต้, สถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabf94d521bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์ &quot;ไฟใต้&quot; ที่เปลี่ยนไป  เมื่อองค์กรต่างชาติเข้าแทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็น ภัยแทรกซ้อน กับการดับ ไฟใต้ ที่สำคัญ นั่นคือการที่องค์กรกาชาดสากล หรือ ไอซีอาร์ซี นำคณะกรรมการชุดใหญ่เข้าพบกับแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เพื่อที่จะขอให้คณะทำงานของ ไอซีอาร์ซี มีสำนักงานชั่วคราวอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานีต่อไป หลังจากที่อยู่อย่าง ชั่วคราว มาถึง 5 ปีแล้ว และขณะนี้ถูกกระทรวงการต่างประเทศขอร้องให้ออกไป ตามที่สภาความมั่นคง หรือ สมช. เป็นผู้เสนอ เพราะฝ่ายความมั่นคงพบเห็นความผิดปกติของ ไอซีอาร์ซี ที่มีทีท่าทำหน้าที่ที่นอกเหนือจากข้อตกลงตามกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรู้กันว่า คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศเป็นสถาบันสังคมสงเคราะห์อิสระ ที่ชาติสมาชิกยอมรับให้เป็นองค์กรอิสระตามหลักการมนุษยธรรมนานาชาติแห่งข้อตกลงเจนีวา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหน้าที่ของ ไอซีอาร์ซี คือการปกป้องผู้รับเคราะห์จากภัยสงครามทั้งภายในและระหว่างประเทศ การบาดเจ็บจากภัยสงคราม การลี้ภัย เชลยสงคราม และพลเรือน ซึ่งแน่นอนว่า หน้าที่ทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่มีและไม่ได้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของการ ขัดกันด้วยอาวุธ ไม่มีการประกาศจากคู่สงคราม เป็นเพียงการลอบทำร้าย การซุ่มโจมตี การวางเพลิง วางระเบิด จากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ยังไม่ถึงขั้น อาร์มคอนฟิกส์ อย่างที่องค์กรฝรั่ง ที่เดินกัน เพ่นพ่าน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้พยายามที่จะให้เป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นที่รับรู้กันว่า ไอซีอาร์ซี และองค์กรอื่นๆ ที่มาจากซีกโลกตะวันตกมีวาระ แฝงเร้น ในการที่จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวาระ แฝงเร้น เหล่านั้น หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ต่างรู้ดีว่ามีอะไรบ้าง องค์กรเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับขบวนการไหน ภาคประชาสังคมในส่วนที่เป็นของ โจร หรือเป็นเอ็นจีโอที่แท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการติดตาม บริบท ขององค์กรฝรั่งที่เข้ามา เพ่นพ่าน ในพื้นที่ จนพบว่าใช้ กฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศบังหน้า ใช้เรื่องมนุษยธรรมในการ ขับเคลื่อน ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ใช้ความรู้ในเรื่อง สันติสุข และ สันติภาพ เป็น ธงนำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่องค์กรเหล่านี้ซ่อนเร้นคือ บริบท ในการขับเคลื่อนเรื่องของ สิทธิมนุษยชน เรื่องของกฎบัตรสากลที่นำความแตกแยกมาสู่สังคม เพื่อเอื้อให้มีการกำหนดใจตนเอง เพื่อการแบ่งแยกดินแดนเกิดขึ้นในอาณาจักรไทย ซึ่งหากปล่อยให้องค์กรของชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน ปฏิบัติการเยี่ยงนี้ในพื้นที่ ย่อมส่งผลเสียให้กับการ ดับไฟใต้ ให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การขอให้ ไอซีอาร์ซี ออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะทุกองค์กรที่มาจากต่างชาติถือเป็น ภัยแทรกซ้อน และรุกล้ำอธิปไตยที่เป็นอันตรายยิ่งกว่าปัญหาของยาเสพติด และธุรกิจเถื่อนๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประเทศต้องสูญเสียดินแดน แต่องค์กรต่างชาติเหล่านี้คือผู้ที่จะทำให้ประเทศต้อง เสียดินแดน หากยังปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ และปล่อยให้มี อิสรเสรี ในการ ปฏิบัติหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้ว ไอซีอาร์ซี จึงได้นำคณะกรรมการชุดใหญ่เดินทางเข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อชี้แจงถึงแผนงานของ ไอซีอาร์ซี ในวาระ 2 ปี ซึ่งเป็นเพียงเรื่อง บังหน้า เพราะที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 ไอซีอาร์ซีได้ดำเนินการอะไรต่ออะไรมากมายที่ไม่ได้บอกให้กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ทราบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในการเดินทางมาครั้งนี้ เป้าประสงค์ของ ไอซีอาร์ซี คือต้องการพบ แม่ทัพ และ เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อที่จะขออยู่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป โดยจะไม่ยอมออกจากพื้นที่ตามกำหนดในสิ้นเดือน กันยายน และขอต่อรองย้ายออกจากพื้นที่ จ.ปัตตานี ในเดือนธันวาคม ซึ่งกว่าจะถึงเดือนธันวาคม อาจจะเกิดเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อที่จะอยู่ต่อใน จ.ปัตตานีก็อาจจะเป็นไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่..ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า แผนการที่ ไอซีอาร์ซี วางไว้ น่าจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เพราะ 1.ไอซีอาร์ซีไม่ได้พบกับเลขาธิการ ศอ.บต. และ 2.การเข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 น่าจะเป็นเรื่องที่ เสียข้าวเปลือก แต่ ไม่ได้ไก่ ตามที่ต้องการ เพราะ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กำลังจะพ้นตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป สิ่งใดที่รับปากกับไอซีอาร์ซีไว้ก็จะไม่เป็นผล และที่สำคัญสิ่งที่ พล.ท.พูลศักดิ์ได้พูดคุยกับไอซีอาร์ซีเป็นผลบวก ที่ปิดทางในการที่จะให้เกิด เงื่อนไข เพื่อให้ไอซีอาร์ซีใช้เป็นเหตุผลที่จะอยู่ในพื้นที่ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการอ้างการรับฟังความคิดเห็นของสภาสันติสุขเป็นข้อมูล และพร้อมที่จะให้ไอซีอาร์ซีไปดูข้อเท็จจริง ซึ่งหากไอซีอาร์ซีจะไปดูข้อเท็จจริง ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐติดตามไปด้วย ซึ่งก็จะเป็นไปตามกรอบของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของหน่วยงานความมั่นคงที่สามารถควบคุมให้ไอซีอาร์ซีอยู่ในกรอบที่ต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ไอซีอาร์ซีเสียหายคือ หน่วยงานความมั่นคงที่จัดสัมมนาในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเชิญเจ้าหน้าที่จากไอซีอาร์ซีเป็นผู้บรรยายเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมสัมมนาถูกสั่งยกเลิก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานความมั่นคง ทันเกม ที่สำคัญไม่ยอม หงอ ให้กับองค์กรของฝรั่งอย่างที่เคยเป็นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการที่ไอซีอาร์ซีขออยู่ต่อ โดยจะย้ายออกจากพื้นที่ในสิ้นเดือนธันวาคม โดยอ้างเรื่องของ โควิด-19 เป็นเรื่องที่ไร้น้ำหนัก เพราะไม่มีใครที่จะบอกได้ว่า โควิด-19 จะหมดไปเมื่อไหร่ รวมทั้งแม่ทัพภาค 4 เองก็ไม่มีอำนาจที่จะให้ไอซีอาร์ซีอยู่หรือไป เพราะผู้ที่ อนุญาตให้ไอซีอาร์ซีอยู่ใน จ.ปัตตานีต่อไปจนถึงสิ้นปี คือ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อาจจะเป็นหน่วยงานเดียวที่ยังมอง โลกสวย และยังไม่ สำเหนียก ถึงภัยจาก องค์กรต่างๆ ที่เป็นฝรั่งจากซีกโลกตะวันตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าเกมของไอซีอาร์ซีจะไม่จบเพียงแค่นี้ ดังนั้นจึงต้องติดตามกันยาวๆ ว่า หลังจากนี้ไป ก่อนที่จะถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2563 ไอซีอาร์ซีและอีกหลายองค์กรทั้งจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จะมี หมากกล อะไร หรือพวกเขา วิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศไทยแล้วว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่จะทำให้องค์กรฝรั่งหัวแดงเหล่านี้ใช้เป็นเงื่อนไขเพื่อการคงอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่หน่วยงานข่าวกรองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องรู้เท่าทันชาติมหาอำนาจชาติตะวันตกทั้งหลายคือ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะแผ่นดิน 3 จังหวัดกำลังกลายเป็น เครื่องมือ ของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาและสหภาพยุโรป ในการใช้ ต่อรอง กับการ รุกคืบ เข้าสู่อาเซียนของมหาอำนาจจากประเทศจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือเครื่องมือในการ ต่อรอง กับโครงการ ขุดคลองไทยในแนว 9 เอ ของจีน ซึ่งได้เดินเกม หว่านเงิน ให้กับนักการเมืองท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ใน แนวคลอง 6 จังหวัดมากว่า 5 ปีแล้ว ปัญหาการรุกคืบเข้ายึดหมู่เกาะและทรัพยากรธรรมชาติในทะเลจีนใต้ของมหาอำนาจจีน ที่กำลังเป็นสงครามความขัดแย้งกับอเมริกา ล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น เพราะมหาอำนาจจากอเมริกา จากยุโรป ต่างใช้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่ หยั่งเท้า เป็นที่ ต่อรอง กับประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์ในเรื่องการลงทุนและความมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ยังวางใจได้ว่า อย่างน้อยวันนี้เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 น่าจะเป็นผู้หนึ่งที่รู้ถึง ภัยแทรกซ้อน ขององค์กรต่างๆ ของฝรั่งหัวแดงเป็นอย่างดี และหากแม่ทัพภาคที่ 4 คนต่อไปจะมองให้ทะลุถึง ยุทธศาสตร์ ของฝรั่งหัวแดงที่มีต่อบีอาร์เอ็น และมีต่อประเทศไทย ไม่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกล้าที่จะบอก นายพล ที่เป็นที่ปรึกษาขององค์กรฝรั่งเหล่านี้ให้ สำเหนียก ถึงภัยร้ายที่มาจากองค์กรของมหาอำนาจจากตะวันตก รวมถึง กล้าที่จะบอกความจริงให้ผู้บริหารบ้านเมืองที่นั่งอยู่บน หอคอยงาช้าง และผู้รับผิดชอบกระทรวง เทวดา ที่รับผิดชอบโดยตรงกับองค์กรฝรั่งต่างชาติ อย่าปล่อยให้เข้ามา เพ่นพ่าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะ ยุติ ได้ในเวลาไม่นาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อเถอะ อันตรายที่มาจาก บีอาร์เอ็น ถ้าแก้ให้ถูกทางและถ้าไม่มีนโยบาย แอบแฝง แก้ได้ไม่ยาก ภัยแทรกซ้อน ที่มาจากองค์กรฝรั่งต่างชาติ ถ้ารัฐบาลยังใช้นโยบายที่ หน่อมแน้ม เกรงนั่น กลัวโน่น สุดท้ายไม่เฉพาะแต่ แผ่นดินปลายด้ามขวาน ที่จะหลุดลอย แต่ประเทศชาติจะลุกเป็นไฟ เหมือนกับหลายๆ ประเทศที่ถูกแทรกแซงโดยมหาอำนาจเหล่านี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; เมือง ไม้ขม รายงาน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, สถานการณ์ &quot;ไฟใต้&quot; ที่เปลี่ยนไป เมื่อองค์กรต่างชาติเข้าแทรกแซง, สถานการณ์ไฟใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f52f64e46f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
