<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอธีระ&#039;ชี้ถึงเวลาไทยต้องเปลี่ยน&#039;ชุดความคิด&#039;และ&#039;ชุดบริหารจัดการ&#039;ด้านสุขภาพท่องเที่ยวเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊​ก สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 25 มิถุนายน 2564 มีรายละเอียดดังนี้
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 386,294 คน รวมแล้วตอนนี้ 180,739,561 คน ตายเพิ่มอีก 7,592 คน ยอดตายรวม 3,915,122 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังเป็นเช่นเดิม คือ บราซิล อินเดีย โคลอมเบีย อาร์เจนติน่า และอินโดนีเซีย
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 12,125 คน รวม 34,463,719 คน ตายเพิ่ม 308 คน ยอดเสียชีวิตรวม 618,616 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 51,248 คน รวม 30,133,417 คน ตายเพิ่ม 965 คน ยอดเสียชีวิตรวม 393,338 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 72,705 คน รวม 18,243,483 คน ตายเพิ่มถึง 1,901 คน ยอดเสียชีวิตรวม 509,141 คน อัตราตาย 2.8% &amp;nbsp;
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 2,007 คน ยอดรวม 5,764,329 คน ตายเพิ่ม 44 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,906 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 5,703 คน รวม 5,393,248 คน ตายเพิ่ม 59 คน ยอดเสียชีวิตรวม 49,417 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า อิตาลี และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น
รัสเซียตอนนี้กำลังเจอระลอกสาม จำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดครั้งนี้สูงกว่าระลอกแรก 2 เท่า เมื่อวานขึ้นมาถึง 20,182 คนแล้ว มีโอกาสแรงพอๆ กับระลอกสอง ตายวันละกว่าห้าร้อยคน
สหราชอาณาจักรนั้นยังมีจำนวนการติดเชื้อต่อวันเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มถึง 16,703 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโคลอมเบียอั้นไม่อยู่ ทะลุสามหมื่นต่อวันไปแล้ว 32,997 คน เป็นนิวไฮตั้งแต่มีการระบาดมาในประเทศ ตายเกือบเจ็ดร้อยในวันเดียว
แถบอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี โบลิเวีย แอฟริกาใต้ แซมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพัน
อินโดนีเซียเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ติดเพิ่มสูงถึง 20,574 คน เป็นนิวไฮเช่นกัน สูงสุดเท่าที่เคยระบาดมา
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน และมองโกเลียที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ส่วนอิหร่านตอนนี้ยังเกินหมื่น
เกาหลีใต้ เวียดนาม ไต้หวัน และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ลาว และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ภาพรวมทั่วโลกนั้นชัดเจนมาก ในแต่ละวันจำนวนการติดเชื้อใหม่ และจำนวนการเสียชีวิตจะมาจากทวีปเอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา ถึง 80% และเป็นเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ทวีปเอเชียและอเมริกาใต้จะมีจำนวนติดเชื้อใหม่และจำนวนการเสียชีวิตในสัดส่วนพอๆ กัน และรวมแล้วเป็นสัดส่วนสูงถึง 72% ของยอดรวมทั่วโลก
คงเป็นข้อมูลที่ยืนยันความรุนแรงของการระบาดที่ไทยเราเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี
กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างแถบอเมริกาเหนือและยุโรป กำลังอยู่ในช่วงค่อยๆ หาทางฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจ เพราะใช้แท็คติกเพลย์เซฟจากประสบการณ์ที่เจอการระบาดหนักหน่วงและยาวนาน จึงไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดระบาดซ้ำขึ้นมาง่ายๆ อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชุดความคิด&amp;quot;ในการจัดการการระบาด มักเป็นไปตามขั้นตอน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง คุมการระบาดด้วยมาตรการเข้มงวดเคร่งครัด กดการระบาดให้ได้ และกดแล้วต้องไม่รีบร้อนปล่อยแบบทะเล่อทะล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง เร่งจัดหาอาวุธป้องกันคือ วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย ประเภททองแท้ ไม่ใช่ทองชุบ นำมาใช้ โดยอิงหลักฐานวิชาการแพทย์ที่ได้มาตรฐานถูกต้อง ไม่เอาประชาชนเป็นหนูทดลองมาไล่เจาะเลือดหลังฉีด เพราะวิกฤติการระบาดในสังคม จำเป็นต้องใช้ของที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีจริง นอกจากนี้หากระหว่างการใช้ มีปัญหาด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะมีจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อย แต่หากรุนแรง เค้าก็จะไม่ลังเลใจเลยที่จะประกาศความจริงให้แก่สาธารณะได้รับทราบ และชะลอการใช้ไปจนกว่าจะมีหลักฐานยืนยันว่าปลอดภัยจริง ยิ่งไปกว่านั้นหากมีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่ามีความเสี่ยงต่อประชาชน ก็จะไม่ลังเลใจในการประกาศยุติการใช้ และหาตัวที่ดีกว่ามาทดแทน เพื่อปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม เตรียมระบบบริการตรวจคัดกรองโรคที่มีศักยภาพในการทำจำนวนมาก กระจายจุดให้บริการอย่างครอบคลุม ให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้โดยไม่ติดเงื่อนไข และฟรี เพราะมีแนวคิดที่จะกระตุ้นให้คนตรวจยามที่สงสัย ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ตาม ยิ่งตรวจได้ง่ายได้เร็วก็ยิ่งทำให้ป้องกันและควบคุมการระบาดซ้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ไม่สร้างนโยบายรับความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำ เช่น การเปิดประเทศรับการค้าการท่องเที่ยว จนกว่าจะแน่ใจว่าสามข้อแรกนั้นมีความพร้อมเรียบร้อยแล้ว
หากไทยเราใช้&amp;quot;ชุดความคิด&amp;quot;ดังกล่าวตามที่หลายประเทศได้ทำมาก่อน โอกาสสำเร็จย่อมมีสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากมองว่าติดวันละหลายพันมาหลายเดือนอย่างต่อเนื่องเป็นความสำเร็จในการควบคุมโรค ระบบการตรวจคัดกรองก็เข้าถึงได้ยาก มีศักยภาพการตรวจต่อวันจำกัดจำเขี่ย อาวุธป้องกันมีปัญหาทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงประกาศเปิดรับการค้าการท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งๆ ที่การระบาดยังรุนแรงและกระจายไปทั่ว...ก็คงจะเป็น&amp;quot;ชุดความคิด&amp;quot;ที่ผิดเพี้ยน ไม่สอดคล้องกับหลักความรู้ทางการแพทย์และสถานการณ์การระบาดจริง ขัดต่อหลักเหตุและผล และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นลำดับรองจากเม็ดเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครบชุดเช่นนั้น ประชาชนในสังคมคงต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่อหายนะการระบาดซ้ำที่หนักหน่วงได้ในเวลาไม่นาน เพราะคุมไม่ได้ ป้องกันไม่ดี ระบบสนับสนุนไม่เข้มแข็ง
จึงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน&amp;quot;ชุดความคิด&amp;quot; และ&amp;quot;ชุดบริหารจัดการ&amp;quot;ด้านสุขภาพท่องเที่ยวเดินทาง
เป็นกำลังใจให้ประชาชนอย่างพวกเราทุกคนมีกำลังใจในการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด และปลอดภัยจากโรคระบาดไปด้วยกัน
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า...สำคัญมากครับ
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107562</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, การฉีดวัคซีนโควิด-19, ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60876f1f83695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;แนะจะกำราบการระบาดของโควิดได้ต้องวางแผนรับมือคล้ายคลึงกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 -นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกวันที่ 11 มิถุนายน 2564 มีเนื้อหาดังนี้
สเปนแซงเยอรมันขึ้นอันดับที่ 10 ของโลกแล้ว ในขณะที่อิหร่านมีติดเชื้อสะสมเกิน 3 ล้านคน
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 416,826 คน รวมแล้วตอนนี้ 175,586,746 คน ตายเพิ่มอีก 10,674 คน ยอดตายรวม 3,787,485 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และอิหร่าน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 11,758 คน รวม 34,272,681 คน ตายเพิ่ม 368 คน ยอดเสียชีวิตรวม 613,860 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 91,266 คน รวม 29,273,338 คน ตายเพิ่ม 3,402 คน ยอดเสียชีวิตรวม 363,097 คน อัตราตาย 1.2%
บราซิล ติดเพิ่ม 89,802 คน รวม 17,215,159 คน ตายเพิ่มถึง 2,344 คน ยอดเสียชีวิตรวม 482,135 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,475 คน ยอดรวม 5,729,967 คน ตายเพิ่ม 68 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,270 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 6,408 คน รวม 5,313,098 คน ตายเพิ่ม 96 คน ยอดเสียชีวิตรวม 48,524 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรล่าสุดเพิ่มถึง 7,393 คน ถือว่าเกินเจ็ดพันต่อวันติดต่อกันเป็นวันที่สอง จำนวนติดเชื้อต่อวันและอัตราการเพิ่มในขณะนี้พอๆ กับช่วงกันยายนของปีที่แล้วที่เป็นขาขึ้นของระลอกที่สอง
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี โบลิเวีย สเปน เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นยูเครน คาซักสถาน มองโกเลียที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านที่หลักหมื่น
เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ดูภาพรวม จะพบว่า เพียงแค่ 5 เดือนแรกของปี 2021 จำนวนการติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็มากกว่าจำนวนการติดเชื้อในปี 2020 แล้ว แสดงให้เห็นความรุนแรงของการระบาดอย่างชัดเจน
...ในปี 2020 จะพบว่าจำนวนการติดเชื้อใหม่และจำนวนคนที่เสียชีวิตในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่ราว 70% มาจากทวีปอเมริกาและยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในปี 2021 นี้ลักษณะข้างต้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน กลายเป็นมาหนักที่ทวีปเอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา โดยการติดเชื้อใหม่และการเสียชีวิตในแต่ละวันเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเหล่านี้ถึงกว่า 80%
ลักษณะการระบาดของโควิด-19 เช่นนี้ ทำให้นึกถึงสมัยที่เอชไอวีระบาดหนักเมื่อหลายสิบปีก่อน และส่งผลกระทบทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความจำกัดด้านทรัพยากรต่างๆ ทั้งเรื่องคน เงิน ของ หยูกยา ฯลฯ และต้องผจญกับการต่อสู้โรคระบาดอย่างยาวนาน
ภาพการระบาดของโควิด-19 ที่เห็นขณะนี้น่าเป็นห่วง &amp;nbsp;
จะกำราบการระบาดของโควิด-19 ได้ หนีไม่พ้นที่จะต้องพิจารณาวางแผนรับมือในลักษณะคล้ายคลึงกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์ เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องพฤติกรรมคนและการใช้ชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ตั้งวงการทำงานทั้งแบบ One-world strategy และแผนความร่วมมือระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง พิจารณาตั้งโครงสร้างและกลไกการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 ระดับชาติเป็นการถาวร ภายใต้การดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน ประชาสังคม และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยที่มีผอ.ศปก.ศบค.เป็นเลขานุการ และผอ.ศูนย์ปฏิบัติการอื่นๆ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การบ้านที่เป็นโจทย์สำคัญสำหรับวางแผนสู้ระยะยาวคือ การพัฒนาระบบการดูแลผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งในสถานพยาบาล และในระดับชุมชน รวมถึงการเตรียมรับมือปัญหาผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วแต่ยังมีอาการคงค้างยาวนาน (COVID Long Hauler หรือ Chronic COVID), การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดหาวัคซีนทั้งสำหรับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม, การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์การระบาดของโรคทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล, และที่สำคัญมากเป็นการโจทย์ที่ท้าทายที่สุดคือ การพัฒนาแนวทางจัดการระบบเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน (Risk/Harm reduction) รวมถึงแนวทางการติดตามกำกับหรือบังคับใช้กฎหมายและระเบียบที่ประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเมินแล้ว ศึกโรคระบาดนี้ยาวนาน และจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจดำเนินการทุกฝ่าย
เป็นกำลังใจให้ทุกคน
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, โรคเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เตือนการระบาดของไทยยังรุนแรงต่อเนื่อง อัตราการเพิ่มแต่ละวันน่าเป็นห่วงมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64-&amp;nbsp; นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2564 มีรายละเอียดดังนี้
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 454,508 คน รวมแล้วตอนนี้ 172,871,402 คน ตายเพิ่มอีก 9,972 คน ยอดตายรวม 3,716,059 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังเป็นเช่นเดิม คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 14,877 คน รวม 34,169,980 คน ตายเพิ่ม 525 คน ยอดเสียชีวิตรวม 611,543 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 131,371 คน รวม 28,572,359 คน ตายเพิ่ม 2,706 คน ยอดเสียชีวิตรวม 340,719 คน อัตราตาย 1.2%
บราซิล ติดเพิ่ม 83,391 คน รวม 16,803,472 คน ตายเพิ่มถึง 2,078 คน ยอดเสียชีวิตรวม 469,784 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 8,161 คน ยอดรวม 5,694,076 คน ตายเพิ่ม 71 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,857 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 6,602 คน รวม 5,270,299 คน ตายเพิ่ม 114 คน ยอดเสียชีวิตรวม 47,882 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
คาดว่าโคลอมเบียจะแซงสเปน ขึ้นเป็นอันดับที่ 11 ของโลกได้ในอีกสองสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่แอฟริกาใต้ ตอนนี้มีจำนวนติดเชื้อเพิ่มเกินห้าพันต่อวันมาอย่างต่อเนื่อง ลักษณะการระบาดกำลังขึ้นสู่ระลอก 3 &amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน มองโกเลีย และยูเครน ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ออสเตรเลีย ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...อย่างที่ทราบกันดีว่า สหราชอาณาจักรนั้นเผชิญกับการระบาดหนักตั้งแต่ปลายปีก่อน ทำการล็อคดาวน์ยาวนาน และจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชน จากนั้นค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการการใช้ชีวิต หลังจากคุมการระบาดได้ตั้งแต่ช่วงปลายมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดจำนวนการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นถึง 5,274 คน ตายเพิ่ม 18 คน หลายฝ่ายคาดว่ามาจากการระบาดของไวรัสที่กลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2) ซึ่งแพร่ได้ไวขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความรุนแรงของโรค คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะจะสะท้อนถึงเรื่องประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนในภาพรวมว่าจะสามารถเอาอยู่หรือไม่หากกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...รอบเมืองไทยเรายังมีการระบาดรุนแรง ทั้งมาเลเซีย กัมพูชา และเวียดนาม มาเลเซียนั้นยังติดกว่าแปดพันคนต่อวัน ส่วนกัมพูชาและเวียดนามก็หลายร้อยคนต่อวัน
จำนวนการติดเชื้อใหม่ต่อวันของไทยในขณะนี้ มักติด 20 อันดับแรกของโลกอยู่เรื่อยๆ เมื่อวานเป็นอันดับที่ 19, จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่อันดับที่ 30, จำนวนผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการดูแลรักษา (active case) อยู่อันดับที่ 35, และมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงหรือวิกฤติ อยู่อันดับที่ 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากวันนี้ยอดติดเชื้อใกล้สามพัน ไทยคงจะแซงเคนย่า และจะมียอดติดเชื้อสะสมขึ้นเป็นอันดับที่ 80 ของโลกได้
โดยสรุปแล้วคงต้องยอมรับว่า การระบาดของเรายังรุนแรงต่อเนื่อง มากติดอันดับต้นๆ ของโลก แม้ยอดรวมจะยังอยู่หลักแสนต้นๆ แต่อัตราการเพิ่มแต่ละวันนั้นน่าเป็นห่วงมาก
ขอให้เราทุกคนมีกำลังใจ ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่างเคร่งครัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ และใช้ความรู้ที่ถูกต้องในการตัดสินใจปฏิบัติสิ่งต่างๆ ตามหลักเหตุและผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า...
...ตะลอนน้อยๆ เจอคนน้อยๆ สั้นๆ ห่างๆ...พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวไว้ล้างมือบ่อยๆ...
...เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า...
...ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนกดชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ...
...คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้แยกจากสมาชิกในบ้าน และรีบไปตรวจรักษา...
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, สายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไทยวิกฤติอันดับที่22&#039;หมอธีระ&#039;แนะ4มาตรการที่เป็นข้อหัวใจในการต่อสู้กับไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

28 พ.ค.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
อาร์เจนติน่าแซงสเปนขึ้นเป็นอันดับที่ 10 ของโลกแล้ว ติดเพิ่มกว่าสี่หมื่นคนต่อวัน เมื่อวานเสียชีวิตกว่าห้าร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 518,489 คน รวมแล้วตอนนี้ 169,593,557 คน ตายเพิ่มอีก 11,189 คน ยอดตายรวม 3,523,135 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังเป็นเช่นเดิม คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 22,924 คน รวม 33,994,131 คน ตายเพิ่ม 614 คน ยอดเสียชีวิตรวม 606,790 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 179,770 คน รวม 27,547,705 คน ตายเพิ่ม 3,558 คน ยอดเสียชีวิตรวม 318,821 คน อัตราตาย 1.2%
บราซิล ติดเพิ่ม 66,722 คน รวม 16,342,162 คน ตายเพิ่มถึง 2,130 คน ยอดเสียชีวิตรวม 456,753 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 13,933 คน ยอดรวม 5,635,629 คน ตายเพิ่ม 142 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,165 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 8,426 คน รวม 5,220,549 คน ตายเพิ่ม 183 คน ยอดเสียชีวิตรวม 46,970 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน และอาร์เจนติน่า ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี บาห์เรน โบลิเวีย เนเธอร์แลนด์&amp;nbsp; รวมถึงฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
ตอนนี้มาเลเซียติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 7,857 คน ตายเพิ่ม 59 คน ยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน ยูเครน เบลารุส และจอร์เจีย ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน
เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากวันนี้ยอดติดเชื้อใหม่ของไทยเรามากกว่า 2,300 คน ก็น่าจะแซงเมียนมาร์ขึ้นเป็นอันดับที่ 83 ของโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติตอนนี้จาก Worldometer
ไทยเรามีเคสรุนแรงและวิกฤติ เป็นอันดับที่ 22
ติดเชื้อใหม่รายวัน มีจำนวนมากเป็นอันดับที่ 24
มีจำนวนการเสียชีวิตต่อวัน มากเป็นอันดับที่ 26&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีจำนวนเคสที่กำลังได้รับการดูแลรักษาหรือ active case เป็นอันดับที่ 35
แต่...จำนวนการตรวจคัดกรองโรคต่อประชากร 1 ล้านคนนั้น เป็นอันดับที่ 140 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจในการต่อสู้กับโรคระบาดรุนแรงนั้น นโยบายและมาตรการที่เป็นหัวใจคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ระบบการตรวจคัดกรองโรคต้องมีศักยภาพ ตรวจได้มาก ครอบคลุม และต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง วัคซีนเป็นอาวุธป้องกันสำคัญมาก ต้องวางแผน จัดซื้อจัดหา ชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย มีความหลากหลาย และปริมาณมากเพียงพอสำหรับทุกคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ไม่เปิดรับความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำเข้าสู่ประเทศ ตราบใดที่ระบบตรวจยังมีความจำกัด และวัคซีนมีน้อยทั้งชนิดและปริมาณ โดยคนทั้งประเทศยังไม่ได้รับอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสี่ เวลาเกิดการระบาด จำเป็นต้องตัดวงจรการระบาดให้ได้ด้วยมาตรการที่เข้มข้นเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากประเมินสถานการณ์ตอนนี้ตามทั้ง 4 ข้อข้างต้น...
คงตระหนักได้ว่า ศึกที่กำลังเผชิญนี้ คงจะยังไม่เห็นแสงสว่างปลายทางอุโมงค์
ตราบใดที่ไม่เปลี่ยนทิศทาง และเปลี่ยนกลไกนโยบายสุขภาพท่องเที่ยวเดินทาง
ขอให้เราทุกคนป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด เป็นกำลังใจให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104446</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, มาตรการสู้โควิด, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;สรุปบทเรียนระบาดซ้ำเกิดจากความประมาทหรือประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 - ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รายงาน สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่&amp;nbsp; 21 พฤษภาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
อัพเดตจาก Worldometer เช้านี้ เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 633,618 คน รวมแล้วตอนนี้ 165,820,544 คน ตายเพิ่มอีก 12,418 คน ยอดตายรวม 3,443,806 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา อเมริกา และโคลอมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 28,918 คน รวม 33,831,885 คน ตายเพิ่ม 631 คน ยอดเสียชีวิตรวม 602,588 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 259,269 คน รวม 26,030,674 คน ตายเพิ่ม 4,209 คน ยอดเสียชีวิตรวม 291,365 คน อัตราตาย 1.1%
บราซิล ติดเพิ่ม 83,367 คน รวม 15,898,558 คน ตายเพิ่มถึง 2,527 คน ยอดเสียชีวิตรวม 444,391 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 15,415 คน ยอดรวม 5,568,551 คน ตายเพิ่ม 133 คน ยอดเสียชีวิตรวม 108,314 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 9,385 คน รวม 5,160,423 คน ตายเพิ่ม 207 คน ยอดเสียชีวิตรวม 45,626 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน และสเปน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างอาร์เจนติน่า โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
มาเลเซียระลอกที่ 3 ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มถึง 6,806 คน ยอดติดเชื้อรวมตอนนี้ 492,302 คน ตายเพิ่มอีกถึง 59 คน จำนวนเสียชีวิตสะสมสูงถึง 2,099 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อยู่ระดับหลักร้อยถึงพันกว่า หลายประเทศกดลงมาอยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน ยูเครน เบลารุส จอร์เจีย ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แต่อิหร่านตอนนี้ยังเกินหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...ไต้หวันยังคงติดเพิ่มถึง 295 คน ถือว่าติดเพิ่มหลักร้อยมาต่อเนื่องเกือบสัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากดูจำนวนการติดเชื้อใหม่ต่อวันของเมื่อวานนี้ ไทยเราติดเชื้อเพิ่มสูงเป็นอันดับที่ 31 ของโลก โดยมีจำนวนเคสที่ป่วยรุนแรงและวิกฤติมากเป็นอันดับที่ 22 ของโลก
คาดว่าหลังจากรวมยอดติดเชื้อใหม่ของวันนี้ จะแซงนอร์เวย์ขึ้นเป็นอันดับที่ 90 และอาจแซงเกาหลีใต้และเมียนมาร์ได้ภายในกลางเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากบทเรียนต่างประเทศที่กำลังเผชิญการระบาดซ้ำ ล้วนวิเคราะห์กันและชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนที่เกิดจากความประมาท หรือประเมินความเสี่ยงในการระบาดที่ต่ำเกินไป
สำหรับไทยเรานั้น เห็นชัดเจนว่าการระบาดระลอกที่สองเมื่อปลายปีก่อนถึงต้นปีนี้ และระลอกสามตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มาจากเหตุใด และส่งผลกระทบมากมายเพียงใด
ดังนั้นจึงขอให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เรียนรู้จากบทเรียนที่เจอมา และป้องกันอย่าให้เกิดขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระมัดระวังการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยกิเลส และเล่นกับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน สัจธรรมของสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน มักต้องมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องค้นหาข้อมูล ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง เพื่อให้รู้แจ้งในสิ่งนั้นๆ จะได้ตัดสินใจประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ...ทำในสิ่งที่ควรทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ความรู้ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ พิสูจน์ได้ เป็นแสงส่องทาง ช่วยในการตัดสินใจด้วยหลักเหตุและผล
สถานการณ์ระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ต้องป้องกันตัวเองและสมาชิกในครอบครัวอย่างเคร่งครัด
ตะลอนนอกบ้านน้อยๆ ใช้เวลาสั้นๆ มุ่งเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ล้างมือบ่อยๆ หลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ
พบเจอคนน้อยๆ สั้นๆ อยู่กันห่างมากๆ ไม่เจอกันตัวเป็นๆ จะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนกดชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ
เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับไปแยกกินเองจะปลอดภัยกว่า
ไม่ตะลอนท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับถึงบ้าน ไปอาบน้ำก่อน อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในบ้าน
คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้แยกจากสมาชิกในบ้าน แล้วรีบไปตรวจรักษา
แบ่งปันช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ตามกำลัง
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, โควิดระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกระลอกสามหนักมากยาวนาน&#039;หมอธีระ&#039;เชื่อผลลัพธ์ขึ้นกับปัจจัยมีความพร้อมและเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 14 พฤษภาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
อินเดียทะลุ 24 ล้านไปแล้ว ยังติดเพิ่มสามแสนสามหมื่นคน ตายเพิ่มอีกกว่าสามพันแปดร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 730,228 คน รวมแล้วตอนนี้ 161,782,551 คน ตายเพิ่มอีก 13,038 คน ยอดตายรวม 3,357,133 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อินเดีย บราซิล อเมริกา อาร์เจนตินา และฝรั่งเศส
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 34,994 คน รวม 33,621,266 คน ตายเพิ่ม 709 คน ยอดเสียชีวิตรวม 598,492 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 338,019 คน รวม 24,040,851 คน ตายเพิ่ม 3,888 คน ยอดเสียชีวิตรวม 262,239 คน อัตราตาย 1.1%
บราซิล ติดเพิ่ม 72,303 คน รวม 15,433,989 คน ตายเพิ่มถึง 2,161 คน ยอดเสียชีวิตรวม 430,417 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 19,461 คน ยอดรวม 5,841,129 คน ตายเพิ่ม 131 คน ยอดเสียชีวิตรวม 107,250 คน อัตราตาย 1.8%
ตุรกี ติดเพิ่ม 11,534 คน รวม 5,083,996 คน ตายเพิ่ม 238 คน ยอดเสียชีวิตรวม 44,059 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
มาเลเซียตอนนี้ระลอกสามยังระบาดหนักมากขึ้น ติดเพิ่มถึง 4,855 คน ยอดติดเชื้อรวม 458,077 คน เคยติดเชื้อสูงสุด ณ วันที่ 30 มกราคม 2564 ถึง 5,728 คนต่อวัน
ส่วนญี่ปุ่น ล่าสุดติดเพิ่มถึง 7,058 คนในวันเดียว ตายเพิ่มกว่าร้อยคน ระลอกที่สี่นี้ยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง เค้าเคยติดเชื้อสูงสุด 7,855 คน ณ วันที่ 9 มกราคม 2564
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อยู่ระดับหลักร้อยถึงพันกว่า หลายประเทศกดลงมาอยู่หลักร้อย ยกเว้นลิธัวเนีย คาซักสถาน ยูเครน ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนเวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...กัมพูชายังไม่มีรายงานใหม่ การระบาดของเค้าเกินร้อยต่อวันมาถึง 5 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับไทยเรานั้น เมื่อวานติดเชื้อเพิ่มถึง 4,887 คน ทำให้เรามียอดติดเชื้อรวมแซงถึง 4 ประเทศในวันเดียวคือ กาน่า แซมเบีย จีน และฟินแลนด์ ตอนนี้จึงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 94 (จาก Worldometer เช้านี้)
ตามหลังอุซเบกิสถานอยู่ประมาณสองพัน คาดว่าจะแซงในวันสองวันนี้ เพราะทางอุซเบกิสถานติดเชื้อเพิ่มวันละสามร้อยกว่าคน
ลองเข้าไปดูใน Ourworldindata เรื่องระดับความเข้มข้นของนโยบาย กับการระบาดแต่ละระลอกของไทยเรา เห็นได้ชัดเจนตามกราฟคือ ยิ่งผ่อนคลายมาก (ตัวเลขยิ่งน้อย) ก็จะตามมาด้วยการระบาดหนัก ทั้งระลอกสอง และระลอกสาม ก็เกิดตามมาทั้งสองครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่เคยบอกไว้หลายครั้งว่า ระบบการตรวจคัดกรองต้องมีศักยภาพมากกว่าที่เคยมี, อาวุธต้องมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย หลากหลาย และเพียงพอ, การป้องกันตัวของประชาชนต้องมีความเข้มแข็ง, นโยบายและมาตรการต่างๆ ควรเน้นเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ลดความเสี่ยง, และรูปแบบการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งบันเทิง ท่องเที่ยว เดินทาง ค้าขาย จำเป็นต้องมีการวางแผนปรับให้เน้นความปลอดภัยในระยะยาว ลดจำนวนคน ลดจำนวนการสัมผัสหรือพบปะ ลดเวลาในการสัมผัสหรือพบปะ เพิ่มระยะห่างระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้มองไประยะยาว เพราะสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้ หลายประเทศทั่วโลกได้แสดงบทเรียนให้ได้เห็นว่า ศึกระลอกสามนี้หนักมาก ยาวนาน และผลลัพธ์ที่จะตามมานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ข้างต้นที่ได้กล่าวมาว่ามีความพร้อมและเข้มแข็งเพียงใด
หากพินิจพิจารณาอย่างถ่องแท้ เราคงทราบและพอคาดการณ์ได้เอง
คำแนะนำที่จะให้กับเราทุกคนตอนนี้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
สอง&amp;nbsp; ควรตัดสินใจร่วมกันหยุดความเคลื่อนไหวระดับภาค ซึ่งรวมกลุ่มจังหวัดที่ระบาดหนัก มีเคสรายวันตั้งแต่สองหลักขึ้นไป เงื่อนเวลาที่ควรทำคือทำโดยเร็วเท่าที่จะทำได้ เตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจกัน เพื่อช่วยกันตัดวงจรการระบาดให้ได้
สาม หมั่นตรวจเช็คอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด หากไม่สบาย ให้แยกห่างกัน และรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ตอนนี้เราเห็นปัญหาความขาดแคลนทั้งคนเงินของมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสถานพยาบาลและประชาชนทั่วไป ดังนั้นคงต้องช่วยกันประคับประคองให้อยู่รอดไปด้วยกัน ช่วยเหลือแบ่งปันคนตกทุกข์ได้ยากในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ ตามกำลังที่พอมี
ส่วนเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการป้องกันตัวส่วนบุคคลนั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102860</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผ่อนคลายมาตรการ Lock Down, ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, ไทยติดเชื้อแซงจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210427/image_mid_60876f1f83695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ122ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;เปิด4ข้อ&#039;EMA&#039;สรุปทบทวนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 19 มีนาคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 122 ล้านไปแล้ว ในขณะที่ตุรกีกำลังเจอระลอกสามที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกินสองหมื่นคนต่อวัน สูงสุดในปีนี้ คาดว่าเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 632,764 คน รวมแล้วตอนนี้ 122,302,490 คน ตายเพิ่มอีก 12,902 คน ยอดตายรวม 2,700,929 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 64,441 คน รวม 30,347,354 คน ตายเพิ่มอีก 1,667 คน ยอดตายรวม 551,959 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 171,219 คน รวม 11,780,820 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 39,999 คน รวม 11,513,945 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 9,803 คน รวม 4,428,239 คน
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 6,303 คน รวม 4,280,882 คน &amp;nbsp;
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ตุรกี และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า
ในขณะที่แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนเมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทย ฮ่องกง กัมพูชา และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน และเวียดนาม ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...อัพเดตเรื่องการทบทวนความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ชนิดหนึ่ง ของ European Medicines Agency (EMA)
ทาง EMA เพิ่งถ่ายทอดสดการแถลงผลสรุปทบทวนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนเมื่อคืนนี้ มีสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง โดยรวมแล้ววัคซีนนี้ยังถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้ผลและมีความปลอดภัย โดยชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง จากการทบทวน พบว่ามีการฉีดวัคซีนนี้ในยุโรปไป 20 ล้านคน โดยมีภาวะลิ่มเลือดแพร่กระจาย (Disseminated intravascular coagulation: DIC) จำนวน 7 คน และมีภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (Cerebral venous sinus thrombosis) จำนวน 18 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ทั้งนี้ภาวะ DIC และ venous sinus thrombosis นั้น มีความเชื่อมโยงกับการใช้วัคซีน แม้จะไม่สามารถฟันธงว่าวัคซีนเป็นสาเหตุโดยตรงก็ตาม แต่ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดขึ้น (possible risk) และจำเป็นต้องมีการติดตามและศึกษาวิจัยอย่างถี่ถ้วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ แนะนำให้ระบุความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะดังกล่าวข้างต้นในเอกสารกำกับการใช้วัคซีน และจำเป็นต้องให้ข้อมูลนี้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่จะมารับวัคซีน เพื่อเป็นมาตรการเตือน ให้ได้รับทราบความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้ (possible adverse effect) หากจะตัดสินใจรับวัคซีนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงเป็นบทเรียนที่ดี โดยเราสามารถเรียนรู้ได้ว่า กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นมีกระบวนการมาตรฐานในการพิจารณาติดตามและทบทวนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนที่นำมาใช้ในประเทศอย่างเข้มข้น และให้ความสำคัญมากกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ไม่กระทำการแบบเร่งด่วนที่จะรีบใช้รีบสรุป ตราบใดที่ยังไม่แน่ใจในข้อมูลวิชาการที่ถี่ถ้วนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจรับหรือไม่รับวัคซีนใดๆ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนทุกคน เราจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง รู้รายละเอียดต่างๆ ของวัคซีนว่ามีสรรพคุณอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนมุ่งหน้าจัดซื้อจัดหา หรือเปิดทางให้มีวัคซีนที่หลากหลายมาใช้ในประเทศของตน โดยเน้นการหาวัคซีนที่มีสรรพคุณสูง และปลอดภัย เพราะเป็นการพิสูจน์ถึงความจริงใจ ความมุ่งมั่น และความสามารถในการจัดการกับปัญหาโรคระบาดอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพคุณของวัคซีนควรสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ป้องกันการเจ็บป่วยได้ ลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตได้ และสามารถป้องกันกับไวรัสที่กลายพันธุ์ได้ โดยมีข้อมูลความปลอดภัยในการใช้อย่างชัดเจน
สถานการณ์ในไทยเรายังคงมีการระบาดกระจายไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ปลอดภัย ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทางเลือกในการป้องกันยังมีจำกัด และไม่แน่ใจในทางเลือกที่มีเหล่านั้น หนทางที่จะป้องกันโรคได้ดีที่สุดคือ การป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร ลดละเลี่ยงการตะลอนท่องเที่ยวพบปะสังสรรค์ เลี่ยงที่แออัดและที่อโคจร นอกจากนี้คือการร่วมกันเรียกร้องให้เกิดช่องทางนำเข้าวัคซีนป้องกันอื่นๆ เข้ามาเป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและปรารถนาดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด-19, ธีระ วรธนารัตน์, ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
