<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงวัย51&#039;กลับจากเกาหลีใต้เข้ากักตัวโควิด14วันตกอาคารโรงแรมดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ตกตึกลงมาเสียชีวิต ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยพระรามเก้า 31 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)​ แพทย์รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พบที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น ที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาล ที่กันสาดระเบียงชั้นที่ 2 พบศพนางสุรารักษ์ (สงวนนามสกุล)​ อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่ได้ใส่ชุดป้องกัน หรือ PPE ก่อนเข้าตรวจสอบ และปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานแจ้งว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่านางสุรารักษ์ ได้ขึ้นเครื่องบินจากประเทศเกาหลีใต้​ เมื่อเวลา 23.10 น.ของวันที่ 24 ธ.ค.63 มาลงที่ประเทศไทย ก่อนจะเช็กอินเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวในเวลา 01.52 น. เพื่อรับการกักตัว จากการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกไม่พบเชื้อ และอยู่ระหว่างการกักตัวรอผลตรวจ แต่ก็มาเกิดเหตุสลดดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อตรวจสอบว่าผู้ตายกระโดดหรือพลัดตกลงมา ก่อนส่งศพชันสูตรและสรุปหาสาเหตุ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88116</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตกตึก, ตำรวจ, สถานที่กักตัว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe84eda1e934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตราดเปิดเวทีรับฟังชาวบ้าน เตรียมใช้รีสอร์ทเอกชนกักตัวผู้เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง พบส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านหนองคันทรงยกมือไม่เอาสถานที่กักตัวผู้กลับจากพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 หวั่นติดตำบลติดเชื้อ แต่ยังมีส่วนน้อยยกมือเห็นด้วย ระบุมั่นใจในการจัดการของรัฐ ชี้หากกักตัวที่บ้านอาจเสี่ยงมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด นายสุรชัย เจียมกูล ผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัดตราด พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดตราด ประชุมทำเวทีประชาคมเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองคันทรงมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น กรณีจังหวัดตราดเตรียมเลือกบ้านปู รีสอร์ท เป็นสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง โดยนายสุมล เง็กลี้ นายกอบต.หนองคันทรง และประชาชน&amp;nbsp;กำนัน พร้อมผู้บริหารโรงแรม ร่วมทำประชาคมกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวชี้แจงประชาชนว่า จังหวัดตราด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด ได้มีมติให้หาสถานที่กักตัวผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงและโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเบื้องต้นได้พื้นที่หาดราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน เป็นแห่งแรกที่เป็นทั้งสถานที่การกักตัวและโรงพยาบาลสนาม แต่รองรับคนได้แค่ 60 เตียง ทำให้ทางจังหวัดตราด ต้องหาสถานที่เป็นเพิ่มเติม โดยอำเภอเมือง ที่บ้านปู รีสอร์ท มีความเหมาะสม เพราะมีทางเข้า-ออก ทางเดียว โดยจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดตราด ดูแลวัดไข้ตลอด 24 ชม. มีทหาร อส. ตำรวจ เฝ้าผู้ที่ถูกกักตัว 24 ชม. เพื่อไม่ให้หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเคลื่อนย้ายผู้ที่ต้องกักตัวนั้น จะเป็นรถของทางราชการที่เป็นผู้เคลื่อนย้ายทั้งหมด โดยที่ไม่ใช้คนในพื้นที่และบุคลากรโรงแรมในการดูแลผู้ที่กักตัวแม้แต่คนเดียว ส่วนการใช้บ้านปู รีสอร์ทเป็นสถานที่กักตัวนั้น ในตอนนี้ยังไม่ใช้ แต่เป็นแผนสำรอง หากเขาล้านเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ประชาชนได้รับฟังคำชี้แจงดังกล่าวแล้ว มีประชาชนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งประชาชนที่เห็นด้วยมองว่า ไว้ใจการจัดการระบบการดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารสุขจังหวัดตราด ในการดูแลผู้ที่ถูกกักตัวไว้ที่บ้านปู รีสอร์ท ส่วนอีกสาเหตุคือ หากไม่ให้บ้านปู รีสอร์ท เป็นสถานที่กักตัวแล้ว ที่มีการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แต่ถ้าให้ผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงมากักตัวที่บ้านเอง อาจจะส่งผลให้การแพร่เชื้อไวรัสมีมากขึ้นภายในบ้านเองได้ ซึ่งคนในบ้านเองก็ยังคงต้องออกไปทำมาหากินนอกบ้าน อาจจะส่งต่อเชื้อไปยังบุคคลภายนอกได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วย มองว่า ทำไมภาครัฐไม่หาสถานที่ของทางราชการก่อนที่จะมาหาสถานที่ของเอกชนในการรองรับผู้ที่กักตัว ซึ่งบ้านปู รีสอร์ท เป็นที่สถานที่ที่ไม่ห่างจากชุมชนมากนัก และประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้บ้านปู รีสอร์ท เป็นสถานที่กักตัว เพราะเกรงว่าหากตรวจพบการติดเชื้อไวรัสขึ้นมาก อาจจะส่งผลให้ชาวบ้านในตำบลติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้มีการยกมือโหวตต้องการให้บ้านปู รีสอร์ท เป็นสถานที่กักตัวหรือไม่ ปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยกมือไม่เห็นด้วยให้บ้านปู รีสอร์ท เป็นสถานที่กักตัว ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรง ระบุว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะประชาคมในเรื่องนี้ ยังคงต้องทำต่ออีกครั้ง เพราะยังคงมีประชาชนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่ ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อีกครั้งต่อไป ส่วน นายสุรชัย เจียมกูล ผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัดตราด จะรายงานผลการทำประชาคมครั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63340</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด, จังหวัดตราด, บ้านปู รีสอร์ท, สถานที่กักตัว, อบต.หนองคันทรง, เวทีประชาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e980c8563ae3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหารพร้อมแล้วเปิดอาคารรวมใจม.อุบล สถานที่กักตัวรับมือโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.63 - นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายแพทย์ประวิตร &amp;nbsp;ศรีบุญรัตน์ &amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะได้เดินทางลงตรวจสอบสถานที่ความพร้อม ภายหลังจากที่จังหวัดมุกดาหาร ได้พิจารณาใช้อาคารรวมใจ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี บ้านดานคำ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็นสถานที่ในการเฝ้าระวังและสังเกตการ ซึ่งอาคารดังกล่าวอยู่ห่างจากชุมชน เป็นอาคาร 2 ชั้น สามารถแบ่งแยกสัดส่วนชายหญิงได้ชัดเจน มีรั้วรอบขอบชิด อากาศถ่ายเทสะดวก โดยจังหวัดมุกดาหาร จะจัดเจ้าหน้าที่ และบุคลากรสาธารณสุข ทีมแพทย์เข้าตรวจ ดูแลผู้ที่จะต้องเข้าเกณฑ์การควบคุมเฝ้าระวัง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอาคารหลังนี้เป็นอาคารร้าง สามารถรองรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้มากกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการเฝ้าระวังและสังเกตการ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี กรณีที่มีคนไทย ที่เป็นลูกหลานชาวจังหวัดมุกดาหารกลับมาจาก 4 ประเทศ จะต้องถูกดำเนินการควบคุมเฝ้าระวัง 14 วัน ซึ่งคนที่กลับเข้ามาต้องถือว่ายังไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อไวรัส &amp;nbsp;แต่ในระยะความปลอดภัยเราต้องกักกันตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน ในระหว่างนี้ทางแพทย์ พยาบาล จะเฝ้าตรวจดูอาการ ภายใน 14 วันถ้าไม่มีอาการใด ๆ ก็จะปลอดภัย และให้กลับบ้านได้ หากมีไข้ก็จะส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป ซึ่งเป็นมาตรการ ที่ทางรัฐบาลสั่งการทุกจังหวัด ให้มีการจัดตั้งสถานที่สำหรับเฝ้าระวัง และสังเกตการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ ระบุว่า อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนเข้าใจและอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากผู้ที่เข้ามายังศูนย์เฝ้าระวัง และสังเกตการนี้ไม่ใช่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไวรัส COVID-19 &amp;nbsp; เป็นเพียงผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น และหากตรวจพบผู้เฝ้าระวังและสังเกตการมีอาการไข้จะถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือและความเข้าใจของคนไทย จะต้องไม่ตื่นตระหนก ไม่เชื่อข่าวลวง &amp;nbsp;และมีการป้องกันตัวเองด้วยการ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อจำเป็นต้องเข้าไปในที่ชุมชน &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจระบบเฝ้าระวังควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขของไทย เราจะได้ปลอดเชื้อและปลอดจากการระบาดของโรคนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าจังหวัดมุกดาหาร, มุกดาหาร, สถานที่กักตัว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64b087ead4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
