<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2025 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตสหรัฐลงธงครึ่งเสาแสดงความอาลัย &#039;โคลิน เพาเวลล์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:&amp;nbsp;เพจ U.S. Embassy Bangkok&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;เพจ U.S. Embassy Bangkok &amp;nbsp;ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โพสต์แสดงความอาลัยการจากไปของ พล.อ. โคลิน แอล. เพาเวลล์ จากโควิด-19 ที่เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ชาติของเราอาลัยการเสียชีวิตของข้าราชการแถวหน้าท่านหนึ่ง พล.อ. โคลิน แอล. เพาเวลล์ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับความเคารพมากที่สุดนายหนึ่งของอเมริกา หลังเกษียณอายุจากกองทัพบก พล.อ. เพาเวลล์ เป็นคนผิวดำคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ท่านได้ดึงความสนใจในกระทรวงการต่างประเทศให้กลับมาอยู่ที่ผู้คนและความเป็นผู้นำ บรรดานักการทูตอเมริกันเคารพท่านอย่างยิ่งที่ได้ทำให้วิธีการทำงานของเราทันสมัยขึ้น สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยจะลดธงลงครึ่งเสาจนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีฝังศพของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Today, our nation mourns the death of one of its finest public servants. &amp;nbsp;General Colin L. Powell was one of America&amp;#39;s most respected military officers. &amp;nbsp;After retiring from the Army, Gen. Powell became America&amp;#39;s first Black Secretary of State. &amp;nbsp;General Powell brought renewed focus on people and leadership to the State Department. He is widely respected among the U.S. diplomatic corps for modernizing how we do our work. &amp;nbsp;Flags will be flown at half-staff at Embassy Bangkok until the General is interred.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.ole7179.com/roulette/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;356bet allbet24hr chokdee777 empire777 g2g81 ipro689 juad888 jumboslot 99racha 1234superslot 19slot allslot88 ambbet999 g2g168t g2g56 ipro998 lucabet lucia168 fullslot 123kfc amb888 amb8888 betg8 betufa betvegas77&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120155</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานทูตสหรัฐ, โคลิน แอล. เพาเวลล์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e2730f1aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตสหรัฐ แพร่เอกสารข้อเท็จจริง : สหรัฐสนับสนุนไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 64 - สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทย เผยแพร่เอกสารเรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;เอกสารข้อเท็จจริง: สหรัฐฯ สนับสนุนไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19&amp;quot; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศกรอบความร่วมมือเพื่อแบ่งปันวัคซีนจำนวน 80 ล้านโดสทั่วโลกภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ในแผนการส่งมอบวัคซีน 25 ล้านโดสแรก จะมีวัคซีนจำนวน 7 ล้านโดสที่มอบให้กับประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือมูลค่า 4,000 ล้านเหรียญที่สหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะมอบให้กับโครงการ COVAX&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐฯ มอบความช่วยเหลือให้ไทยเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 รวมมูลค่า 30 ล้านเหรียญ โดยในจำนวนนี้เป็นการบริจาคเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันรวมมูลค่า 17.5 ล้านเหรียญให้กับแพทย์และพยาบาลไทย รวมทั้งความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐฯ (U.S. CDC) ได้มอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 13 ล้านเหรียญ โดยทำงานเคียงบ่าเคียงไหลกับกระทรวงสาธารณสุขของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมการตอบโต้โรคโควิด-19 ของไทยในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจหาการติดเชื้อ: องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ตลอดจน U.S. CDC และกองทัพสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการเสริมสร้างศักยภาพการตรวจวินิจฉัย โดย USAID ช่วยไทยยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกที่เดินทางมาจากต่างประเทศเมื่อเดือนมกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเฝ้าระวังชายแดน: U.S. CDC พัฒนาศักยภาพโครงการเฝ้าระวังในค่ายอพยพ 9 แห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วกว่า 1,500 ตัวอย่าง และตรวจพบการระบาด 3 แห่ง ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในค่ายตระหนักถึงสถานการณ์การระบาดได้โดยเร็วและป้องกันการแพร่กระจายของโรคในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรักษา: USAID สนับสนุนการให้คำปรึกษาทางออนไลน์และมอบเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดเพื่อช่วยให้กลุ่มประชากรหลักที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองและเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยรวมไปถึงกลุ่มผู้อพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาวัคซีนและยา: นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารของสหรัฐฯ กำลังร่วมมือกับภาคีชาวไทยศึกษาวิจัยวัคซีนในประเทศเพื่อเร่งรัดความพยายามในการปกป้องคนไทยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริจาคชุด PPE: รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บริจาคเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันรวมมูลค่า 17.5 ล้านเหรียญให้กับแพทย์และพยาบาลไทย รวมทั้งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการให้ความรู้กับผู้อพยพ: U.S. CDC และ USAID ดำเนินกิจกรรมกับชุมชนผู้อพยพ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการรักษาความสะอาดเพื่อยุติหรือลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 แก่ผู้อพยพและประชากรกลุ่มเปราะบางจำนวนกว่า 117,601 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การช่วยเหลือผู้กักตัว: USAID ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;พ้นภัย&amp;rdquo; สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ต้องกักตัวอยู่ใน 69 จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยได้รับการแจกจ่ายชุดยังชีพ 188,203 ชุด พร้อมทั้งน้ำดื่ม (มูลค่าเกือบ 4 ล้านเหรียญ) ได้โดยตรงและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิจัย: ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐฯ ในประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยศึกษาวิจัยโครงการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อประเมินความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตนในการฉีดวัคซีนในกลุ่มประชากรหลัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105279</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานทูตสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1052511e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเมียนมายึด&#039;มินดัต&#039; กบฏต้านรัฐประหารดับ6 สหรัฐ-อังกฤษประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังกบฏต่อต้านรัฐประหารเมียนมาที่ปะทะกับกองทัพเมียนมานานหลายวันที่เมืองมินดัตในรัฐชิน ล่าถอยจากเมืองเข้าป่าแล้ว เผยมีนักรบกบฏตายอย่างน้อย 6 คน ส่วนฝ่ายรัฐยังไม่เปิดเผยความสูญเสีย สถานทูตสหรัฐและอังกฤษประณามกองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 กล่าวว่า การสู้รบที่เมืองมินดัต ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนอินเดียประมาณ 100 กิโลเมตร ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นการต่อสู้รุนแรงที่สุดจุดหนึ่งนับแต่เมียนมาตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เมืองที่มีประชากรมากกว่า 40,000 คนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของของกองกำลังป้องกันชินแลนด์ (ซีดีเอฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังจัดตั้งใหม่หลายกลุ่มที่ผุดขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลทหาร และประกาศว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันประชาชนภายใต้รัฐบาลเงา เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การสู้รบในสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกตนสูญเสียสมาชิกอย่างน้อย 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของซีดีเอฟรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีโดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อเมื่อวันอาทิตย์ว่า สมาชิกบาดเจ็บมากกว่า 10 คน และมีชาวบ้านในมินดัต 5 คนโดนกองทัพจับตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า นักรบซีดีเอฟจุดไฟเผาทำลายรถบรรทุกของทหารหลายคันและซุ่มโจมตีทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลัง ขณะที่กองทัพโจมตีเมืองนี้ด้วยปืนใหญ่ พวกเขาไม่ได้อยู่ในเมืองนี้อีกแล้ว แต่จะกลับมาโจมตีอีกในไม่ช้า &amp;quot;พวกเรามีแค่ปืนประดิษฐ์ ซึ่งไม่เพียงพอ&amp;quot; เขากล่าว และบอกว่าชาวบ้านที่ยังอยู่ไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวตกเป็นเป้าหมายของทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของสมาชิกกองกำลังนี้เช่นกันว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พวกเขาจึงล่าถอยออกจากเมืองด้วยความกังวลว่าจะสร้างความเสียหายต่อเมืองนี้ ขณะนี้มีเพียงผู้หญิงและเด็กเหลืออยู่โดยกองทัพเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ได้แล้ว &amp;quot;เพราะเด็กชายและผู้ชายทุกคนมีส่วนร่วมกับการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งหมดกำลังหนี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของเรดิโอฟรีเอเชียที่ได้ทุนสนับสนุนจากสหรัฐอ้างคำกล่าวของสมาชิกซีดีเอฟรายหนึ่งว่า มีสมาชิกตายอย่างน้อย 5 คน แต่พวกเขาเชื่อว่าทำให้กองทัพสูญเสียกำลังพลมากกว่าหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ช่องเมียวดีที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางนายโดนฆ่าตาย และอีกหลายนายสูญหาย ภายหลังโดนพวกเหิมเกริมโจมตี ฝ่ายความมั่นคงจะทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อฟื้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยอดีต ส.ส. นักเคลื่อนไหวและสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กล่าวในแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติดำเนินการเพื่อยุติความรุนแรงทั้งหมดของกองทัพเมียนมาโดยทันที และปกป้องชาวเมืองมินดัตที่ป้องกันตัวไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐและอังกฤษในเมียนมาก็แสดงเป็นห่วงสวัสดิภาพของพลเรือนในมินดัต และเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า การที่กองทัพใช้อาวุธสงครามกับพลเมือง รวมถึงในเมืองมินดัตสัปดาห์นี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารพร้อมถลำลึกเพียงใดเพื่อยึดครองอำนาจไว้ สหรัฐเรียกร้องให้กองทัพหยุดใช้ความรุนแรงกับพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตอังกฤษกล่าวว่า ความรุนแรงที่มินดัดปราศจากเหตุผล หลักฐานของความทารุณโหดร้ายควรถูกส่งไปยังกลไกสอบสวนอิสระด้านเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อนำตัวคนผิดมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานในวันอาทิตย์ว่า ศาลทหารจะเรียกประชุมเพื่อพยายามดำเนินคดีกับ &amp;quot;ผู้กระทำผิดในการโจมตีก่อการร้าย&amp;quot; ที่เมืองมินดัต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า กองกำลังความมั่นคงพบเห็นการโจมตีหลายครั้ง ที่ทำให้ชายคนหนึ่งเสียชีวิต และมี &amp;quot;ผู้ก่อจลาจล 1,000 คน&amp;quot; ซุ่มโจมตีเมื่อวันศุกร์ สังหารทหารบางส่วน แต่รายงานไม่บอกว่ามีทหารเสียชีวิตกี่นาย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังกบฏต้านรัฐประหาร, กองกำลังป้องกันชินแลนด์, กองทัพเมียนมา, รัฐชิน, สถานทูตสหรัฐ, สถานทูตอังกฤษ, เมียนมา, เมืองมินดัต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตUSปัดหนุน3นิ้ว กรมคุกแจงกวิ้นลด6.2กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐแจงไลน์หลุด อ้างชื่อ Agent H. พันอดีตเจ้าหน้าที่ทูตเป็นของปลอม แต่ยอมรับมีตัวตนจริงและพ้นหน้าที่ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ยันไม่เคยให้เงินสนับสนุนกลุ่มการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม จบดรามาน้ำหนักเพนกวิน กรมคุกเผยเอง ลดไปแค่ 6.2 กิโลกรัม ส่วน &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; อดทีหลังลดแล้ว 8 โล &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำดูแลทุกคนเพราะเป็นคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 หลังมีการแชร์แชตไลน์หลุดที่ระบุว่า เป็น &amp;ldquo;ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว&amp;rdquo; คุยกับนาย Henry Rector&amp;nbsp; Senior Diplomatic Adviser จนท.สถานทูตสหรัฐอเมริกา ในเรื่องความเคลื่อนไหวของการชุมนุม และทำให้ Agent H. ถูกพูดถึงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสหรัฐสนับสนุนความเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบ นั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกา นิโคล ฟ็อกซ์ ได้ชี้แจงถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเผยภาพไลน์แชต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยอ้างว่าเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยนั้น โดยสถานทูตยืนยันว่า แชตไลน์ดังกล่าวเป็น a complete fabrication ถูกทำขึ้นมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทูตคนดังกล่าวได้พ้นหน้าที่ออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่ ก.ค.2020 และไม่มี Line Account&amp;nbsp; และไม่เคยติดต่อกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดังกล่าวของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสถานทูตสหรัฐยังขออ้างอิงถึงแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ว่า ก็เคยมีภาพของอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทยไปพบปะกับนักศึกษา แกนนำการชุมนุม ที่ถูกนำไปบิดเบือนว่า สหรัฐสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมหรือนักศึกษาเหล่านั้นมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐขอยืนยันอีกครั้งว่า เอกอัครราชทูตทุกท่าน และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ พบปะกับคนไทยในหลากหลายภาคส่วนอยู่เป็นประจำ มิใช่เพียงแต่นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลในรัฐบาล กองทัพ ภาคธุรกิจ และผู้นำในภาคส่วนอื่นๆ ด้วย การพบปะเช่นนี้มิได้แสดงถึงการสนับสนุนมุมมองหนึ่งมุมมองใด รัฐบาลสหรัฐมิได้ให้เงินทุนหรือให้การสนับสนุนอื่นใดแก่การประท้วงใดๆ ในประเทศไทย สหรัฐมิได้สนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองใด หากแต่เราสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะมิตรประเทศของไทย เราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายดำเนินการใดๆ ด้วยความเคารพและระมัดระวังต่อไป ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ถึงแนวทางในการที่ประเทศจะก้าวต่อไปข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โฆษกสถานทูตสหรัฐได้ตอบคำชี้แจงมาทางผู้สื่อข่าวที่ได้ส่งคำถามไปถามหลังจากเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้นมา โดยเขียนเป็นคำตอบและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านทางอีเมลของผู้สื่อข่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย วันเดียวกันนี้ กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ , นายพิชิต ไชยมงคล และนายภิมะ สิทธิ์ประเสริฐ พร้อมด้วยมวลชนจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมายื่นแถลงการณ์กรณีการแทรกแซง ทำลายความมั่นคงไทย ต่อนายไมเคิล ฮีธ อุปทูต และรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานด้านการเมืองของสถานเอกอัครราชทูตฯ มารับหนังสือแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพิชิตได้ยืนอ่านแถลงการณ์หน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ก่อนมอบหนังสือ โดยมีใจความว่า ปรากฏข่าวกรณีนายเดวิด สเตร็คฟัสส์ และบุคคลอักษรย่อ H เมื่อสืบค้นข้อมูลก็ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มุ่งทำลายความมั่นคงของไทย ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่ปฏิบัติการลับของสหรัฐ ถ้าหากความที่กล่าวข้างต้นเป็นจริง ทางกลุ่มเห็นร่วมกันว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดอธิปไตยไทย ที่ชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด อันมิอาจยอมรับได้อีกต่อไป ทั้งจะถือว่าการกระทำดังกล่าวมิใช่การทำหน้าที่ในฐานะทูต แต่เป็นปฏิบัติการทางทหารโดยร่วมมือกับองค์กรลับของสหรัฐเพื่อทำให้ไทยเข้าสู่ภาวะล่มสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิติธรให้สัมภาษณ์ว่า ได้คุยกับเจ้าหน้าที่สหรัฐว่าเขาก็ต้องตรวจสอบและเปิดเผยอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันเราก็ต้องตรวจสอบ แต่ว่าเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแบบนี้ มันเป็นข้อเท็จจริงที่น่ากังวลและน่าเป็นห่วง เราจึงมายื่นหนังสือตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กรมราชทัณฑ์แจ้งอาการของ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ว่าทัณฑสถานหญิงกลาง พยาบาลประจําสถานพยาบาล ภายในทัณฑสถานได้ตรวจสุขภาพและให้คําปรึกษากับผู้ต้องขังเมื่อวันที่ 19 เม.ย. เวลา 15.00 น. พบว่าผู้ต้องขังรู้สึกตัวดี ถาม-ตอบรู้เรื่องและเข้าใจ ตอบตรงคําถาม มีปฏิสัมพันธ์ดี ช่วยเหลือตัวเองได้ ด้านสัญญาณชีพปกติ อุณหภูมิร่างกาย 36.6 องศาเซลเซียส ปกติ ไม่มีไข้ ความดันโลหิต 112/78 mmHg ชีพจร 100 ครั้ง/นาที ปกติ อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที น้ำหนัก 104 กิโลกรัม ลดจากเมื่อแรกรับเข้าเรือนจำ น้ำหนัก 112 กิโลกรัม ไม่มีอาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ไม่ปวดศีรษะและไม่มีอาการเวียนหัวแต่อย่างใด เจ้าตัวยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารต่อเนื่อง ดื่มเพียงนม น้ำหวาน และเกลือแร่ สุขภาพร่างกายทั่วไปถือว่าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ซึ่งอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วันที่ 20 เม.ย. เวลา 07.20 น. เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำสถานพยาบาลเรือนจำฯ ได้เข้าตรวจสุขภาพ โดยทั่วไปรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง มีอาการอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้ง ไม่มีอาการเวียนศีรษะ ไม่มีอาการวูบ ลุกนั่ง-ลุกเดินทำกิจวัตรประจำวันได้ ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ขอดื่มแต่น้ำเกลือแร่ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 5%D/N/2 1,000 ml. อัตราหยด 60 ml./hr. สัญญาณชีพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ อุณหภูมิร่างกาย 36.2 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 56 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 20 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 114/72 mmHg ปฏิเสธการเจาะวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว น้ำหนัก 96.8 กิโลกรัม (น้ำหนัก แรกรับตัว 103 กิโลกรัม) โดยมีสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ภาวะช็อกจากน้ำตาลต่ำ จากการอดอาหาร และอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มจากอาการอ่อนเพลีย ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิดและช่วยเหลือเพื่อป้องกันเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีระบุนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร อาจถูกพิพากษาจำคุกไม่ต่ำกว่า 50 ปี ว่าเป็นการพิเคราะห์จากข้อหาที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง ประกอบกับอัตราโทษสูงสุดที่กฎหมายเขียนไว้ในมาตรานั้น อย่าง ป.อาญา ม.112 นั้นอัตราโทษสูงสุดคือ 15 ปี ซึ่งคดีที่เพนกวินโดนยื่นฟ้องก็ 4 คดีแล้ว ให้การต่อสู้คดี ไม่ได้รับสารภาพ โดยที่ยังปฏิเสธไม่รับกระบวนการ แต่โจทก์ก็สามารถสืบพยานต่อได้ ทำให้ก็มีโอกาสที่จะถูกตัดสินในอัตราโทษสูงสุด 4 คดีก็ 60 ปีแล้ว แต่กฎหมายจะให้จำคุกในข้อหานี้ได้รวมแล้วไม่เกิน 50 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า คงไม่ต้องห่วงเรื่องการอดข้าวประท้วง เพราะเป็นเรื่องที่ท่านตัดสินใจเอง แต่ผมก็เป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ เพราะอย่างไรก็ตามท่านก็เป็นคนไทยที่ผมต้องดูแลเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ขอให้แยกแยะออกจากกันว่าอะไรผิดอะไรถูก เพราะฉะนั้นการอดข้าวจะมีผลต่อกระบวนการยุติธรรมก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นกระบวนการของศาล กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อม กสม. ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2563 โดย กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 465 เรื่อง เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 170 เรื่อง, สิทธิพลเมือง 74 เรื่อง, สิทธิของบุคคลในทรัพย์สิน 53 เรื่อง ซึ่งพื้นที่ที่มีการร้องเรียนแสนสูงสุดคือตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวน 90 เรื่อง ซึ่ง กสม.ได้ตรวจสอบคำร้องและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวน 387 เรื่อง เช่น สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย กรณีชีวิตของนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวและตรวจเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;ko888
jinda44
79mb
kogame
thvip
pgjoker
3kauto
jinda888
ktv888
va999
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100143</URL_LINK>
                <HASHTAG>Agent H., น้ำหนักเพนกวิน, สถานทูตสหรัฐ, สนับสนุนความเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แชตไลน์หลุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ee92ca2e3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้องม็อบมธ. ‘3แกนนำ’ปราศรัยล้มล้างการปกครองเวทีรังสิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทำเนียบฯ ประชุมซักซ้อมแผนรับมือม็อบ 19 ก.ย.&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; กาง พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ห้ามเฉียดเข้าใกล้ทำเนียบฯ 50 เมตร&amp;nbsp; ตำรวจใช้แผนกรกฎ 52 คุมม็อบ เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน ส.ส.ก้าวไกลพร้อมลงพื้นที่สังเกตการณ์ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ห่วงม็อบเดินออกนอกเส้นทางจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน &amp;quot;กลุ่มประชาชนคนไทย&amp;quot; ยื่นหนังสือผ่านสถานทูตสหรัฐถึง &amp;ldquo;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;rdquo; ขอคำยืนยันไม่แทรกแซงการเมืองไทย &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง ปปง.สอบรายชื่อ 11 ท่อน้ำเลี้ยง&amp;nbsp; &amp;quot;ส.ว.สมชาย&amp;quot; เปิดข้อมูลหน่วยข่าวกรอง 10 เครือข่ายขนคนร่วมม็อบจับตาเคลื่อนไปลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. วันที่ 16 กันยายน นางวิสุนี&amp;nbsp; บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เป็นประธานการประชุมหารือข้อราชการเพื่อซักซ้อมแผนรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 19-20 ก.ย. โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 เปิดเผยว่า เป็นการประชุมซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัย และให้ผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน เพื่อจะได้รู้บทบาทหน้าที่ แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะถือว่ายังอยู่ในชั้นความลับ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีสิ่งบ่งบอกว่าจะเกิดความรุนแรง จึงยังไม่มีอะไรน่าห่วงใย เราทำเพียงแค่คาดการณ์และเตรียมการไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ประกาศจะเคลื่อนขบวนมาปิดทำเนียบรัฐบาลว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มีมาตรการกำหนดไว้ว่า ห้ามผู้ชุมนุมเข้ามาชุมนุมปักหลักในสถานที่ หรืออาคารสำคัญ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล ที่ถือเป็นศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ โดยกฎหมายระบุไว้ว่า ห้ามเข้าใกล้ในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบสถานที่ หากฝ่าฝืนถือว่าผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยถึงการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า ตำรวจจะจัดกำลังตำรวจให้สอดคล้องกับจำนวนของผู้ที่มาชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการคาดการณ์ว่าจะชุมนุมใน 3 พื้นที่คือ ภายในม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งล่าสุดมีการประกาศห้ามใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย,&amp;nbsp; สนามหลวง และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินจำนวนผู้ชุมนุมหรือสถานที่ได้ และยังเป็นห่วงในเรื่องของการเส้นทางจราจรที่ประชาชนอาจจะได้รับผลกระทบ จึงจะมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงต่างๆ ในการสัญจร ส่วนรอบพื้นที่การชุมนุมจะมีการจัดจุดคัดกรองตรวจโรคและจุดคัดกรองตรวจอาวุธ จำนวน&amp;nbsp; 4 จุด โดยรอบพื้นที่การชุมนุม ขอให้ผู้ชุมนุมและผู้จัดการชุมนุมให้ความร่วมมือด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางตำรวจได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมตรวจค้นจุดต้องสงสัยต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบหรือมือที่ 3 เบื้องต้นจากการข่าวยังไม่พบความน่าเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้กำชับให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ห้ามใช้กำลัง ให้ดูแลผู้ชุมนุมเหมือนลูกเหมือนหลาน ซึ่งตำรวจจะใช้แผนการดูแลการชุมนุมตามแผนกรกฎ 52 ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลวันที่ 20 ก.ย.นั้น ทางตำรวจจะคอยดูในเรื่องของเส้นทางจราจรและข้อกำหนดของ พ.ร.บ.การชุมนุมที่ห้ามมีการใกล้ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร ซึ่งตำรวจจะคอยดูแลและหากพบว่ามีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุม ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจะเข้าประจำการในทำเนียบรัฐบาลจำนวน 3 กองร้อย ขณะนี้มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มตามจุดสูงข่มภายในทำเนียบรัฐบาลทุกตึก รวมทั้งได้นำรถเครื่องปั่นไฟสำรองจำนวน 3 คัน มาประจำการในทำเนียบรัฐบาลกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีการจัดการทำงานของกลุ่มศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) หรือพีมอกใหม่ โดยมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ดูแลทั้งหมด โดยจะมีการมอนิเตอร์สถานการณ์และบรรยากาศโดยเฉพาะการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในการลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่าพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่การชุมนุมเพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมเป็นหลักว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ มีการทำให้การใช้เสรีภาพในการแสดงออกของคนที่มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้หรือไม่ พรรคก้าวไกลไม่ได้ตั้งคณะทำงาน หากตั้งคงต้องตั้งทั้งพรรค เพราะทุกคนให้ความสำคัญเรื่องของสิทธิมนุษยชน เราสามารถลงพื้นที่แล้วใช้กลไกของกรรมาธิการในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของพี่น้องประชาชนได้ในกรณีที่มีการละเมิด สำคัญที่เราลงไปเพื่อให้เห็นว่าการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หมายความว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ คาดว่าคงไปกันหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ 19 ก.ย.นี้ว่า ปัญหาคือจากการที่เรามีสภาพการเมืองการปกครองที่ไม่ปกติมาหลายปี การที่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพมากเกินไป และการปกครองที่ไม่ใช่ระบอบปกติอันเนื่องมาจากการทำรัฐประหาร จึงทำให้เป็นแรงกดต่อสังคม และด้วยการทะเลาะเบาะแว้งของคนรุ่นเก่าซึ่งเป็นผู้ใหญ่ การที่มีเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งเขาไม่ได้สัมพันธ์อะไรเลยกับความขัดแย้งเดิม แต่เขาต้องการเปลี่ยนอนาคตตามความเข้าใจของเขา มองว่าเป็นเรื่องที่ดี และมันมีเหตุมีผลว่าทำไมเขาจึงต้องทำอย่างนั้น โลกมันเปลี่ยนเร็ว ผู้คนก็เปลี่ยนเร็ว ดังนั้นผู้ที่เป็นผู้สูงอายุหรือเป็นผู้ใหญ่ทั้งหลายต้องปรับตัวและปรับความคิด ก็คือเข้าใจเยาวชน เท่าที่ดูเด็กพวกนี้หลายคนเป็นคนที่อ่านหนังสือ อ่านประวัติศาสตร์ แล้วเรียนเก่ง ถ้าเป็นเด็กมัธยมอย่างโรงเรียนเตรียมฯ ก็เป็นหัวกะทิทั้งนั้นเลย ต้องพูดจากับคนเหล่านี้ด้วยเหตุด้วยผล จะใช้อำนาจไม่ได้ ขอให้เข้าใจมีอย่างเดียวก็คือคนรุ่นก่อนต้องปรับตัวให้ทันโลก คุณถึงจะพูดกับเขารู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า คนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. เป็นเสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง เพราะจุดยืนคนเสื้อแดงไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ เชื่อว่าคนมาชุมนุมมากกว่า 50,000 คน ตามที่ฝ่ายมั่นคงของรัฐคาดเอาไว้ การชุมนุมจะอยู่ในพื้นที่ธรรมศาสตร์หรือสนามหลวงก็ตาม ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สร้างแรงปะทะให้เกิดการกระทบกระทั่งกันแล้วคงไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ แต่ถ้าถูกบีบไม่ให้เข้าที่ธรรมศาสตร์ และยังมาบีบไม่ให้เข้าที่สนามหลวงอีก ผู้ชุมนุมต้องเดินทางไปทำเนียบฯ เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งด่านที่สะพานมัฆวานรังสรรค์จะเป็นจุดปะทะที่สำคัญ สิ่งที่น่ากังวลคือเส้นทางที่อยู่นอกประกาศการเคลื่อนไหว เนื่องจากการชุมนุมแต่ละครั้งนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นใครและอาจถูกพวกไม่หวังดีสร้างสถานการณ์แทรกซ้อนขึ้นมาได้
หวั่นม็อบออกนอกเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การเคลื่อนไหวไปทำเนียบฯ ต้องประกาศเส้นทางให้ชัดเจนเพราะบ่งบอกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นอกเหนือจากเส้นทางที่ประกาศแล้วผู้กระทำการนั้นๆ ต้องรับผิดชอบ เชื่อว่าการประสานงานที่ชัดเจนของทุกฝ่ายนั้น จะสกัดการแทรกแซงเหมือนกรณี 6 ตุลา 2519 ไม่ให้กระทำการใดๆ ได้ ผู้ผ่านการชุมนุมมาแล้วย่อมรู้ว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนของการชุมนุมทุกครั้งไม่ว่า 14 ตุลา, พฤษภา 2535 หรือเมษา-พฤษภา 2553 เพราะเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในแผน ซึ่งไม่รู้ว่าใครออกแบบจัดการอะไรให้กันนั้น ท้ายที่สุดคือจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ทั้งสิ้น&amp;quot; นายจตุพร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ว่าการจับคนเข้าคุกด้วยคดีความมั่นคง ไม่ได้ส่งผลดีต่อใคร และจากการที่ตนอยู่ในเรือนจำทราบว่าขณะนี้มีนักโทษรวมกันทั้งหมดเกือบ 4 แสนคน ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าสังคมเลวร้ายลงทุกวัน ผลต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ คนไม่มีงานทำ ค นตกงานเยอะ เลยต้องมาค้ายา ชิงทรัพย์ คือผลพวงที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารปี 57 ที่มีรัฐธรรมนูญ 60 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สืบทอดอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.มาเลือกตัวเองเป็นนายกฯ นักเรียนนักศึกษาที่ออกมาชุมนุมเขาทนไม่ไหว ต้องออกมาสู้เพื่อวันนี้และอนาคตของเขา ดังนั้นรัฐบาลและผู้มีอำนาจต้องรับฟังด้วยเหตุด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย กรุงเทพฯ นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วยนายธวัชชัย จรูญชาติ ตัวแทนกลุ่มประชาชนคนไทย (ปค.) ไปยื่นหนังสือถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีนายเควิน เอ็ม แมคคาวน์ เลขานุการฝ่ายการเมืองของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนมารับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหนังสือมีใจความว่า ตามที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯออกแถลงการณ์ยืนยันไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย กลุ่มประชาชนคนไทยขอขอบคุณในความปรารถนาดีต่อประเทศไทย ที่ประกาศยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยเพื่อให้การดำเนินการของสถานทูตสหรัฐฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าฯ มีความปรารถนาขอคำยืนยันจากท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาฯ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามคำแถลงอันจะมีผลทำให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถนนพญาไท นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้ไต่สวน สอบสวนบุคคลที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง หรือเป็นผู้สนับสนุนให้กับการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา การขับเคลื่อนโดยการจัดชุมนุมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ และการประกาศว่าจะมีการจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19-20 ก.ย.นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีกลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า &amp;ldquo;ท่อน้ำเลี้ยง&amp;rdquo; เพราะการจัดชุมนุมสาธารณะแต่ละครั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอย่างมากมาย ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าเวที ค่าเครื่องเสียง ค่ารถสุขา ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งค่าแรงคนงานจิปาถะมากมาย ฯลฯ ลำพังนักเรียน นักศึกษานำเงินมากมายมาใช้จ่ายเพื่อการจัดชุมนุมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
จี้ปปง.ฟันท่อน้ำเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การจัดชุมนุมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีบุคคลต่างๆ ที่แสดงตนเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับการชุมนุมดังกล่าวหลายคน อาทิ ศิลปิน ดารา นักธุรกิจ ผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งกลุ่มต่างๆ ก็ยังได้เปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคเผยแพร่ในสื่อออนไลน์มากมาย ซึ่งการชุมนุมสาธารณะที่ผ่านมาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมากมาย จึงเข้าองค์ประกอบในความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 ถือได้ว่าเป็น &amp;ldquo;ตัวการร่วม&amp;rdquo; ตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.83 และ ม.86 จึงจะนำรายชื่อ ท่อน้ำเลี้ยง 11 คน มาร้องเรียนต่อ ปปง. เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้ธนาคารต่างๆ ที่บุคคล หรือกลุ่มต่างๆ รายงานให้กับ ปปง.ทราบว่ามีใครบ้างที่บริจาคเข้าบัญชีเหล่านั้นบ้าง เพื่อที่จะได้เรียกมาดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฝากเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาด้วยความหวังดีต่อผู้ที่เตรียมจะเข้าร่วมการชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์และรักประชาธิปไตยในวันที่ 19-20 กันยายน ดังนี้&amp;nbsp; (1) รายงานลับที่ประมวลจากหลายหน่วยข่าวกรองถึงการเตรียมการเข้าร่วมของมวลชนกลุ่มต่างๆ ดังนี้&amp;nbsp; 1.การจัดหาของ ส.ส.พรรคก...และพรรคพ... ประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; โดย ส.ส.ที่เข้าร่วมโครงการนี้จากพรรคก...60 คน หาผู้ชุมนุมมาคนละ 50 คน รวม 3,000 คน และเครือข่าย ส.ส.พรรคพ...ในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 2,000 คน 2.คนงานในเครือข่ายสหพันธ์แรงงานเกี่ยวกับรถยนต์... และสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมด้านสิ่งทอ...จะเข้ามาร่วมได้ในตอนเย็นวันที่ 19 ก.ย.&amp;nbsp; ประมาณ 1,000 คน (มีค่าใช้จ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงและรถรับส่ง) 3.การจัดหาผู้ชุมนุมของเครือข่ายพันธมิตรของพรรคก.... และคณะก...(นายธ......) ประกอบด้วย สมัชชาคนจน กลุ่มหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มหาเสียงเลือกตั้งสมุทรปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กลุ่มนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่มีหอพักของ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ม.มหิดล จุฬาลงกรณ์ฯ ม.เกษตรศาสตร์ ฯลฯ ประมาณ 1,000 คน 5.กลุ่มนักเรียนประมาณ 500 คน ผ่านการชักชวนของนิสิตนัก ศึกษารุ่นพี่ ปัจจุบันมีการตอบรับเท่าที่มีรายงานให้ทราบตอนต้นประมาณ 500 คน แต่ทางคณะก....คาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นตามลำดับไม่ต่ำกว่า 1,000 คน 6.กลุ่มนักเรียนเลว นำโดย น.ส.เบญจมาภรณ์ &amp;hellip;หรือ &amp;ldquo;พลอย&amp;rdquo; เป็นแกนนำประมาณ 1,000 คน 7.เครือข่ายคนเสื้อแดงรอบกรุงเทพมหานคร นายส.... กลุ่มแดงล้มเจ้าเป็นแกนนำ ประมาณ 500 คน 8.ผู้ผ่านการอบรมของพรรคก้าวไกล 4 รุ่น ประมาณ 500 คน 9.เครือข่ายนักศึกษามุสลิม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ&amp;nbsp; 200 คน (นาย ว&amp;hellip;เป็นผู้สนับสนุน) 10.ประชาชนที่ชื่นชอบพรรคก....และพรรคพ&amp;hellip;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าร่วมประมาณ 10,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(2) กำหนดการชุมนุมจะปักหลักพักค้างคืนใน ม.ธรรมศาสตร์ หรือสนามหลวง หากมหาวิทยาลัยไม่ให้เข้าจัดงาน จะหาทางกดดันบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยและจะปิดประตูมหาวิทยาลัยตั้งแต่ 21.00 น. (3) วันที่ 20 กันยายน มวลชนจะปิดถนนราชดำเนินเพื่อจัดแสดงโปสเตอร์ต่างๆ ที่เคยใช้มาแล้ว รวมถึงภาพที่เขียนขึ้นมาใหม่ตามแนวเสาไฟฟ้าบนนถนนราชดำเนินกลางมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยจะมีภาพนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ติดตามจุดต่างๆ ไว้ให้มวลชนทำความเคารพ (4) ถ้ามวลชนรวมได้ 20,000 คน จะเคลื่อนขบวนบนถนน ราชดำเนินไปทำเนียบรัฐบาล (เป้าหมายลวง)&amp;nbsp; และกองบัญชาการกองทัพบก (เป้าหมายลวง) เพื่อโจมตีผู้บัญชาการทหารบก โดยจะมีการเชิญตัวแทนทูตต่างประเทศบางประเทศเป็นสักขีพยานและถ่ายทอดสดทาง facebooklive และเพจในเครือข่าย (เป้าหมายลวง) จากนั้นจะนำมวลชนเคลื่อนไปลานพระบรมรูปทรงม้า (เป้าหมายจริง) เพื่อกระทำการ 1...&amp;nbsp; 2...&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารถึงสื่อมวลชนกรณีพิจารณาคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยอ้างว่าผู้ถูกร้อง ประกอบด้วยคณะบุคคลกลุ่มต่างๆ จัดชุมนุมปราศรัย เมื่อวันที่ 3 ส.ค., 9&amp;nbsp; ส.ค., 10 ส.ค., 20 ส.ค., 21 ส.ค. และ 30 ส.ค. ซึ่งเมื่อวันที่ 18&amp;nbsp; ส.ค. นายณฐพรยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสองแล้ว จึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและมีคำสั่งให้คณะบุคคลเลิกการกระทำดัง กล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องแล้ว จึงมีคำสั่งรับคำร้องเฉพาะการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามที่ชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10&amp;nbsp; ส.ค.ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้งสามคือ นายอานนท์ นำ ภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องและเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา มีคำสั่งให้อัยการสูงสุดแจ้งผลการดำเนินการและส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ร้องยื่น เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77679</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 ก.ย., กรกฎ 52, กลุ่มประชาชนคนไทย, คุมม็อบ, ล้มล้างการปกครอง, สถานทูตสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนรับมือม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6227b3a1ade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีตนาวิกโยธินอเมริกาเคยไปรบที่อิรัก วางกล่องต้องสงสัยป่วนหน้าสถานทูตสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- &amp;nbsp;ร.ต.อ.นภพา ทองบ่อ รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่หน้าสถานทูต เจ้าหน้าที่ทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุ พบวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องพัสดุ ถ่านไฟฉาย3เอ ห่อในกระดาษเอสี่ มีขวดน้ำเปล่าวางใกล้กัน จากการตรวจสอบในกล่องพบตุ๊กตานักมวยไทยไหว้ครู มีผ้า กระดาษ ไม่พบสิ่งของอันตราย ทั้งนี้ตำรวจได้คุมตัวนายลูคัส วิลเลี่ยม แม็คเคมี่ อายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกันที่เป็นคนเอาของไปวัตถุไปวางแล้วโดนจับตัวได้ คุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ลุมพินีทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนพบว่าเจ้าตัวมีวีซ่าครูสอนภาษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยที่กระเป๋าสะพายของเจ้าตัวนั้นพบยาจากโรงพยาบาลจำนวนมาก ทั้งนี้เจ้าตัวยังไม่ให้ปากคำใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังให้การวกวนยังไม่สามารสอบปากคำได้ &amp;nbsp;เบื้องต้นตำรวจส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพจิตที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ก่อน และยังไม่แจ้งข้อหาใด ๆ ต้องรอผลก่อน เพราะหากมีอาการทางจิตจริง ก็ถือว่าสติไม่ดี ไม่สามารถแจ้งข้อหาตามกฎหมายได้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อสอบถามทางญาติไปที่ประเทศอเมริกา ทราบว่านายลูคัส วิลเลี่ยม แม็คเคมี่ เป็นอดีตนาวิกโยธิน เคยไปรบที่อิรัก แล้วถูกระเบิดทำให้เกิดมีอาการทางจิต ต้องกินยารักษาอยู่ตลอด ก่อนจะมาเป็นครูสอนภาษาในเมืองไทย โดยเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่10 ก.พ.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63812</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานทูตสหรัฐ, อดีตนาวิกโยธิน, อเมริกัน, เก็บกู้วัตถุระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e84f3a566b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แอมเนสตี้’ถือหางอนค. คุกคามศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แอมเนสตี้เจ้าเก่านั่งเทียนโจมตีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล สถานทูตสหรัฐเอาด้วย อ้างเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียง 6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ทางการไทยต้องกลับคำวินิจฉัยนี้ และฟื้นฟูสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคมในประเทศอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาอ้างว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการโจมตีหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ทั้งก่อนและนับแต่การเลือกตั้ง ทางการใช้มาตรการทางกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง และมีเนื้อหาคลุมเครือ เพื่อยุบพรรคและตัดสิทธิ์ไม่ให้หัวหน้าพรรคการเมืองดำรงตำแหน่ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลไทย สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรคของไทย ต้องสัญญาที่จะปกป้องสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคม ประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนยังสงวนท่าทีต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ต้องแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่อาจยอมรับการสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้&amp;rdquo; นิโคลัส เบเคลัง &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในประเทศไทย ข้อความว่า เรารับทราบเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญไทยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ในทุกประเทศทั่วโลก และชื่นชมประเทศไทยที่มีรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยวิถีแห่งประชาธิปไตยเมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าสหรัฐไม่ได้ถือข้างหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดในประเทศไทยเป็นพิเศษ แต่ประชาชนกว่า 6 ล้านคนได้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา คำพิพากษาให้ยุบพรรคอนาคตใหม่อาจนำไปสู่การลิดรอนสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียงเหล่านั้น และทำให้เกิดคำถามว่าพวกเขาจะยังคงมีสิทธิ์มีเสียงในระบบการเลือกตั้งของไทยหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service: EEAS ) ออกแถลงการณ์ว่า ถือเป็นการถอยหลังของพหุนิยมทางการเมืองในประเทศไทย เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 6 ล้านคน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ มี.ค.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การยุบพรรคการเมืองใดๆ หรือการห้ามเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของสมาชิกรัฐสภา ถือเป็นการขัดแย้งต่อกระบวนการฟื้นฟูพหุนิยมทางการเมืองในไทยที่เริ่มขึ้นเมื่อปีก่อน ซึ่งช่องว่างทางการเมืองในประเทศไทยควรยังคงเปิดกว้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งนี้คือความสำคัญที่เจ้าหน้าที่ทางการไทยควรให้ความมั่นใจต่อสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดว่าสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่คำนึงถึงพรรคการเมืองที่สมาชิกรัฐสภาเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรปมีจุดยืนพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศไทย รวมทั้งในประเด็นสิทธิมนุษยชน พื้นฐานเสรีภาพ พหุนิยมประชาธิปไตย ภายใต้ข้อสรุปของสภากิจการต่างประเทศของอียู เมื่อ 14 ตุลาคม 2019.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, คำวินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, สถานทูตสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e5124e992361.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
