<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ขอบคุณอังกฤษบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ตอกย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณมิตรไมตรีที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 415,040 โดสให้แก่ประเทศไทยในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการตามแผนกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน บรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การมอบวัคซีนจากสหราชอาณาจักร สะท้อนถึงความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนสะท้อนบทบาทของสหราชอาณาจักรในฐานะมิตรประเทศที่มีความร่วมมือกับไทยในหลายมิติมายาวนาน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข ที่ไทยและสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือมาอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมหลากหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินตามขั้นตอนต่อไป พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร เพื่อให้การรับมอบวัคซีนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งให้เตรียมแนวทางพร้อมดำเนินการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อได้รับวัคซีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอขอบคุณความสนับสนุน และความร่วมมือจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ที่มีให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111492</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อังกฤษบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f8286b193b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังกฤษ&#039; ประกาศบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ส่งถึงไทยเดือนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก UK in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;มาร์ค กูดดิ้ง&amp;quot; ว่าที่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมข้อความระบุว่า อังกฤษประกาศบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกา 415,000 โดส แก่ประเทศไทย พร้อมนำส่งถึงไทยในเดือนหน้า⁣&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสบริจาคให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ส่วนอีก 4 ล้านโดสแบ่งบริจาคโดยตรงให้ประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.gov.uk/government/news/uk-begins-donating-millions-of-covid-19-vaccines-overseas.th&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรประกาศวันนี้ (28 ก.ค. 64) ว่าสัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม โดย COVAX จะเร่งแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้ให้ประเทศรายได้ต่ำผ่านระบบการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนแก่ผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน ส่วนอีก 4 ล้านโดสจะบริจาคให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้รับบริจาคจำนวน 415,000 โดส อินโดนีเซีย 600,000 โดส จาเมกา 300,000 โดส และเคนยา 817,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดย Oxford Biomedica และบรรจุในเมือง Wrexham ในตอนเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นชุดแรกจากจำนวนทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 เมื่อเดือนที่แล้วว่าสหราชอาณาจักรจะบริจาคให้ครบภายในปีหน้า โดยจะบริจาคให้ได้ 30 ล้านโดสภายในปีนี้ และจากในจำนวนนี้ 80 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ทั้งนี้บรรดาผู้นำจี 7 ต่างให้คำมั่นว่าจะช่วยกันให้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนและหยุดยั้งการระบาดให้ได้ในปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 9 ล้านโดส ซึ่งเป็นชุดแรกจากทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่เราสัญญาไว้ว่าจะบริจาค เพื่อให้ประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่เปราะบางที่สุดได้รับวัคซีนโดยเร่งด่วน เราบริจาควัคซีนเพื่อช่วยประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เพราะเราทราบดีว่าเราจะไม่มีทางปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรยืนอยู่แนวหน้าของโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งด้วยการทุ่มเงิน 90 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า จนถึงปัจจุบันได้มีการจัดส่งวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสในราคาทุนโดยไม่มีผลกำไร และในจำนวนนี้ถึงสองในสามได้จัดส่งให้แก่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรเองเป็นผู้ริเริ่มความพยายามในการจัดตั้ง COVAX เมื่อปี 2020 โดยได้มอบเงินไปทั้งสิ้น 548 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โครงการนี้จัดส่งวัคซีนไปแล้วกว่า 152 ล้านโดสในกว่า 137 ประเทศและดินแดน รวมทั้งประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ 83 ประเทศ โดยร้อยละ 65 ของวัคซีนชุดแรกที่บริจาคก็คือวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ โครงการ COVAX มีเป้าหมายจัดส่งวัคซีน 1,800 ล้านโดสให้ประเทศรายได้ต่ำทั่วโลกภายในต้นปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค กูดดิ้ง, วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย, สหราชอาณาจักร, โครงการ COVAX, โครงการโคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61016bba98401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเมียนมายึด&#039;มินดัต&#039; กบฏต้านรัฐประหารดับ6 สหรัฐ-อังกฤษประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังกบฏต่อต้านรัฐประหารเมียนมาที่ปะทะกับกองทัพเมียนมานานหลายวันที่เมืองมินดัตในรัฐชิน ล่าถอยจากเมืองเข้าป่าแล้ว เผยมีนักรบกบฏตายอย่างน้อย 6 คน ส่วนฝ่ายรัฐยังไม่เปิดเผยความสูญเสีย สถานทูตสหรัฐและอังกฤษประณามกองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 กล่าวว่า การสู้รบที่เมืองมินดัต ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนอินเดียประมาณ 100 กิโลเมตร ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นการต่อสู้รุนแรงที่สุดจุดหนึ่งนับแต่เมียนมาตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เมืองที่มีประชากรมากกว่า 40,000 คนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของของกองกำลังป้องกันชินแลนด์ (ซีดีเอฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังจัดตั้งใหม่หลายกลุ่มที่ผุดขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลทหาร และประกาศว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันประชาชนภายใต้รัฐบาลเงา เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การสู้รบในสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกตนสูญเสียสมาชิกอย่างน้อย 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของซีดีเอฟรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีโดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อเมื่อวันอาทิตย์ว่า สมาชิกบาดเจ็บมากกว่า 10 คน และมีชาวบ้านในมินดัต 5 คนโดนกองทัพจับตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า นักรบซีดีเอฟจุดไฟเผาทำลายรถบรรทุกของทหารหลายคันและซุ่มโจมตีทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลัง ขณะที่กองทัพโจมตีเมืองนี้ด้วยปืนใหญ่ พวกเขาไม่ได้อยู่ในเมืองนี้อีกแล้ว แต่จะกลับมาโจมตีอีกในไม่ช้า &amp;quot;พวกเรามีแค่ปืนประดิษฐ์ ซึ่งไม่เพียงพอ&amp;quot; เขากล่าว และบอกว่าชาวบ้านที่ยังอยู่ไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวตกเป็นเป้าหมายของทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของสมาชิกกองกำลังนี้เช่นกันว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พวกเขาจึงล่าถอยออกจากเมืองด้วยความกังวลว่าจะสร้างความเสียหายต่อเมืองนี้ ขณะนี้มีเพียงผู้หญิงและเด็กเหลืออยู่โดยกองทัพเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ได้แล้ว &amp;quot;เพราะเด็กชายและผู้ชายทุกคนมีส่วนร่วมกับการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งหมดกำลังหนี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของเรดิโอฟรีเอเชียที่ได้ทุนสนับสนุนจากสหรัฐอ้างคำกล่าวของสมาชิกซีดีเอฟรายหนึ่งว่า มีสมาชิกตายอย่างน้อย 5 คน แต่พวกเขาเชื่อว่าทำให้กองทัพสูญเสียกำลังพลมากกว่าหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ช่องเมียวดีที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางนายโดนฆ่าตาย และอีกหลายนายสูญหาย ภายหลังโดนพวกเหิมเกริมโจมตี ฝ่ายความมั่นคงจะทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อฟื้นความเป็นระเบียบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยอดีต ส.ส. นักเคลื่อนไหวและสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กล่าวในแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติดำเนินการเพื่อยุติความรุนแรงทั้งหมดของกองทัพเมียนมาโดยทันที และปกป้องชาวเมืองมินดัตที่ป้องกันตัวไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐและอังกฤษในเมียนมาก็แสดงเป็นห่วงสวัสดิภาพของพลเรือนในมินดัต และเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า การที่กองทัพใช้อาวุธสงครามกับพลเมือง รวมถึงในเมืองมินดัตสัปดาห์นี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารพร้อมถลำลึกเพียงใดเพื่อยึดครองอำนาจไว้ สหรัฐเรียกร้องให้กองทัพหยุดใช้ความรุนแรงกับพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตอังกฤษกล่าวว่า ความรุนแรงที่มินดัดปราศจากเหตุผล หลักฐานของความทารุณโหดร้ายควรถูกส่งไปยังกลไกสอบสวนอิสระด้านเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อนำตัวคนผิดมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานในวันอาทิตย์ว่า ศาลทหารจะเรียกประชุมเพื่อพยายามดำเนินคดีกับ &amp;quot;ผู้กระทำผิดในการโจมตีก่อการร้าย&amp;quot; ที่เมืองมินดัต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า กองกำลังความมั่นคงพบเห็นการโจมตีหลายครั้ง ที่ทำให้ชายคนหนึ่งเสียชีวิต และมี &amp;quot;ผู้ก่อจลาจล 1,000 คน&amp;quot; ซุ่มโจมตีเมื่อวันศุกร์ สังหารทหารบางส่วน แต่รายงานไม่บอกว่ามีทหารเสียชีวิตกี่นาย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังกบฏต้านรัฐประหาร, กองกำลังป้องกันชินแลนด์, กองทัพเมียนมา, รัฐชิน, สถานทูตสหรัฐ, สถานทูตอังกฤษ, เมียนมา, เมืองมินดัต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; กังขาสถานทูตสหรัฐ อังกฤษ ฟังข้อมูลด้านเดียว แล้วจะให้เชื่อวางตัวเป็นกลางได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 -&amp;nbsp;นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถานทูตสหรัฐฯ สถานทูตอังกฤษ และ&amp;nbsp;อียู ก็เห็นเชิญกันจัง เพนกวิน จอน แล้วก็ฟังแต่ข้อมูลด้านเดียว มิติเดียว ทำไมไม่เชิญ อาจารย์ต้อม ดร.นิว ไปลองฟังแง่มุมการเมืองในอีกมิติบ้างล่ะ ? แล้วอย่างนี้จะให้เชื่อว่ามีความคิดเห็นที่เป็นกลาง ไม่อคติ ได้อย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนริศโรจน์ โพสต์ข้อความอีกว่า สถานทูตอังกฤษไม่ลองเชิญฝ่ายอื่นไปหารือบ้างรึ ? เชิญไปฝ่ายเดียวก็ได้แต่ข้อมูลด้านเดียวสิ จริงมั้ย ?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77224</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องวางตัวเป็นกลาง, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, สถานทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอังกฤษ, อคติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c85c8db158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
