<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุรุกวัยปฏิเสธให้อดีต ปธน.เปรู &#039;ลี้ภัยการเมือง&#039; คดีรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอุรุกวัยปฏิเสธให้สถานะลี้ภัยทางการเมืองแก่อดีตประธานาธิบดีอลัน การ์เซีย แห่งเปรู ที่หนีมาหลบภัยภายในสถานทูตอุรุกวัยประจำกรุงลิมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ภายหลังศาลเปรูสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศนาน 18 เดือน ระหว่างการสอบสวนสินบนจากบริษัทก่อสร้าง โอเดเบรชต์ ของบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตาบาเร บาซเกซ ประธานาธิบดีอุรุกวัย (ซ้าย) แถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศ โรโดลโฟ นิน โนโวอา (กลาง) และเลขาธิการประจำประธานาธิบดี มิเกล อังเกล โตมา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2561 / Uruguay&amp;#39;s Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีตาบาเร บาซเกซ ของอุรุกวัยแถลงข่าวที่กรุงมอนเตวิเดโอเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาตัดสินใจไม่ให้สถานะลี้ภัยการเมืองแก่เขา หลังจากได้พิจารณาคำร้องขอของการ์เซียและเอกสารที่ได้รับจากรัฐบาลเปรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เปรู อำนาจรัฐทั้ง 3 ฝ่ายมีความเป็นอิสระจากกัน และอำนาจตุลาการคือฝ่ายที่ดำเนินการสอบสวนกรณีที่อาจเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนี้&amp;quot; บาซเกซแถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเนสตอร์ โปโปลิซิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของเปรู กล่าวกับวิทยุอาร์พีพีในกรุงลิมาว่า เขาได้รับแจ้งจากเอกอัครราชทูตอุรุกวัยว่า การ์เซียได้ออกจากสถานทูตที่เขาเข้าไปขอลี้ภัยตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เซียเพิ่งเดินทางจากสเปนกลับเปรูเมื่อเดือนพฤศจิกายน เพื่อเข้าให้การคดีรับสินบนจากโอเดเบรชต์ แต่ต่อมาศาลสั่งห้ามเขาเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อดีตประธานาธิบดีอลัน การ์เซีย (ที่ 2 จากขวา) ขณะมาถึงสำนักงานอัยการในกรุงลิมา เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตประธานาธิบดีเปรูวัย 69 ปีผู้นี้ ดำรงตำแหน่ง 2 ช่วงเวลา ครั้งแรกระหว่างปี 2528-2531 และช่วงที่ 2 ระหว่างปี 2549-2554 คดีสินบนโอเดเบรชต์ที่เขาถูกกล่าวหานั้นนั้นเกิดขึ้นในสมัยที่ 2 โดยเกี่ยวข้องกับสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงลิมา ซึ่งการ์เซียอ้างว่าเป็นการกลั่้นแกล้งทางการเมือง แต่ประธานาธิบดีมาร์ติน บิซการ์รา ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิซการ์ราทวีตว่า ประชาธิปไตยของเปรูรับประกันการแบ่งแยกอำนาจโดยอิสระและวิถีทางที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอเดเบรชต์ยอมรับว่า ได้จ่ายเงินสินบนรวม 29 ล้านดอลลาร์ แก่เจ้าหน้าที่เปรูหลายคนภายในรัฐบาล 3 ชุดของเปรู สื่อของเปรูรายงานด้วยว่า การ์เซียถูกกล่าวหาด้วยว่ารับเงิน 100,000 บาทจากกองทุนผิดกฎหมายของโอเดเบรชต์ เป็นค่าตอบแทนการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีผู้นำธุรกิจที่นครเซาเปาลูเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัดให้ลี้ภัย, รับสินบน, ลี้ภัยทางการเมือง, สถานทูตอุรุกวัย, อดีตประธานาธิบดีเปรู, อลัน การ์เซีย, อุรุกวัย, เปรู, โอเดเบรชต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c064cecad2a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
