<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นครบาล&#039;ปัดอาคารซ.สุดประเสริฐแอบเปิดสถานบริการอ้างแค่ช่างมั่วสุมดื่มสุรา-เบียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64- ทีมประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงกรณีมีข่าวการแอบเปิดสถานบริการภายในอาคารไม่มีชื่อ มีการมั่วสุมดื่มสุรา และมีหญิงบริการอันเป็นการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ อันอาจเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโควิดได้ พื้นที่สน.วัดพระยาไกรระบุว่า&amp;nbsp; พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว หากมีการรวมกลุ่มมั่วสุม จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ครบถ้วน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อกลุ่มอื่น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพ.ต.อ.ธงชัย บังรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร ได้นำกำลังร่วมกันตรวจสอบอาคารเลขที่ 32-33 ซอย
สุดประเสริฐ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ พบ นางสาวสุดใจฯ อายุ 41 ปี รับเป็นเจ้าของอาคาร
ซึ่งกำลังตกแต่งร้านเพื่อเปิดให้บริการเป็นร้านคาราโอเกะ แต่ยังตกแต่งไม่แล้วเสร็จ จึงได้ขอแรงจากคนที่รู้จักมาช่วยกันขนของย้ายเข้ามาในอาคาร จากนั้นจึงมีการมั่วสุมดื่มกินสุราและเบียร์กันจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแล้ว เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ จึงได้ทำการสอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 7 ปาก และจะได้พิสูจน์ทราบบุคคลผู้กระทำความผิด ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นครบาล, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, สถานบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e7319aa5a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13กิจการเฮ!กทม.ไฟเขียวเปิดบริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2564 ว่า จากที่ กทม.ออกมาตรการควบคุมสถานที่เสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยพบผู้ป่วยสูงสุดที่ 49 รายต่อวันในช่วงปลายปีและต้นปี จนมาถึง 10 กว่ารายต่อวันซึ่งใช้เวลาควบคุมได้เร็วกว่าการระบาดครั้งแรก จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร มีการผ่อนปรน 13 ผ่อนปรนที่ให้เปิด แต่ต้องมีมาตรการควบคุม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สถานที่ตู้เกม มีมาตรการทำความสะอาดบ่อย สวมหน้ากาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สถานดูแลผู้สูงอายุ ลดเวลาทำกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สนามแข่งขัน ยกเว้น มวยม้า ห้ามมีผู้ชม ห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง มีจำนวนไม่เกิน 300 คน โดยไม่ต้องมีมาตรการ ถ้าเกิน 300 ขออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สนามพระเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.สถานเสริมความงามที่ไม่มีหมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.สักและเจาะผิวหนัง จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ออกกำลังกาย ฟิตเนส ยกเว้น อบไอน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.สถานบริการนวดแผนไทย สปา ไม่รวมอาบอบนวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.สถานที่ฝึกซ้อมมวย ยิม โดยไม่มีคู่ชก ห้ามแข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.สนามโบวลิ่ง สเกต โรเรอเบส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.สถาบันลีลาศ ห้ามจัดประกวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, สถานบริการ, โควิด-19, โฆษกกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe9d79708a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ็มพาวเวอร์&#039; ทำหนังสือถึงนายกฯ-ศบค.ขอความชัดเจนเปิดผับบาร์ หญิงบริการเงินเก็บหมดเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินเก็บเกลี้ยงกระเป๋า-ขายของที่มีอยู่ทุกอย่างแล้ว พนักงานบริการโวยประกันสังคมยังไม่จ่ายว่างงาน ส่งจดหมายถึงนายกฯ-ศบค.ขอความชัดเจนเปิดผับ-บาร์-คาราโอเกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.63 - เครือข่ายพนักงานบริการ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค) โดยระบุว่า ขณะนี้หลายอาชีพได้กลับไปทำงาน แต่ศบค. ยังไม่มีวิธีที่จะเปิดสถานบริการ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวดให้ปลอดภัยได้อย่างไร โดยพนักงานบริการกับสถานบริการร่วมมือกันทำตามนโยบายเพื่อสังคมที่ปลอดภัยได้ แต่ในช่วงที่ปิดนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไร เมื่อเงินเยียวยาหมดไปแล้ว เงินประกันสังคมบางคนยังไม่ได้ ยิ่งพนักงานบริการที่เป็นชาติพันธุ์และคนที่ถือบัตรแรงงานข้ามชาติ ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆเลย ทุกคนไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายยังมี ไม่ว่าจะเป็นค่าที่อยู่ ที่กิน ด้วยความที่พนักงานบริการ 80% เป็นแม่ เดือนหน้าโรงเรียนเปิดแล้ว ค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือ จะหาจากไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บางคนใช้เงินเก็บจนหมด บางคนขายของที่มีอยู่ออกไป พยายามที่จะหารายได้จากหลายๆทาง ทั้งขายของออนไลน์ ปลูกผัก รับจ้าง บางคนเรียนทักษะต่างๆ เพิ่ม บางคนพยายามกลับไปทำงานที่เคยทำ เช่น ก่อสร้าง แม่บ้าน เด็กเสิร์ฟ รับจ้าง ถึงอย่างนั้นก็ตาม ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน เราก็ไม่สามารถวางแผนชีวิตให้มั่นคงได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การคอรัปชั่น และการแสวงหาประโยชน์ได้ ผลกระทบนี้ส่งผลไปถึงลูกจ้างในสถานบริการมากกว่า 1 ล้านคน&amp;rdquo;จดหมายเปิดผนึก ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจดหมายระบุว่า มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ร่วมกับองค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน 51 รายชื่อ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกที่ถึงนายกรัฐมนตรีและ ศบค. เพื่อเรียกร้องให้ 1.รัฐบาลต้องประกาศให้ชัดเจนว่าสถานบริการจะปิดเป็นเวลานานเท่าไหร่เพื่อที่พนักงานบริการวางแผนชีวิตได้ 2.รัฐต้องขยายเวลาในการช่วยเหลือเงินเยียวยา 5,000 บาทกับพนักงานบริการ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติทุกคน 3.รัฐต้องเร่งรัดการจ่ายเงินว่างงานให้กับผู้ประกันตน ม.33 และขยายเวลาจาก 90 วันเป็น 180 วัน 4.รัฐต้องลบประวัติความผิดทางอาญากับผู้ขายบริการทางเพศที่เคยถูกจับในความผิดค้าประเวณีเพื่อสามารถสร้างชีวิตใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไหม จันตา ตัวแทนพนักงานบริการกล่าวว่า กรณีเงินเยียวยา 5,000 บาท คนที่ถือบัตรประชาชนไทยส่วนมากจะได้รับเงินกันเกือบหมดแล้ว &amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าถึง แต่สำหรับพนักงานที่มาจากพื้นที่สูงและพนักงานกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งยังไม่มีสถานะทางทะเบียนและเข้าถึงประกันสังคมได้น้อยมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานบริการ แต่กลับเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ส่วนมากไม่มีประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลบอกว่าพวกเราอยู่ในระยะที่ 4 แต่เขายังไม่ผ่อนปรน และจัดพวกเราไว้เป็นกลุ่มสุดท้าย ไม่มีความชัดเจนแน่นอนเลย ทั้งผับ บาร์ คาราโอเกะ จะเปิดเมื่อไหร่ พวกเราเหมือนถูกทิ้งแล้ว จึงต้องทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เราไม่ได้โต้แย้งว่าเราจะขอเปิด เพียงแต่ถ้าปิดต่อ ช่วยบอกให้ชัดเจนได้มั้ยว่าจะปิดไปถึงเมื่อไหร่ และต้องมีเงินเยียวยาให้เราต่อ ไม่ใช่ทิ้งเราไว้แบบนี้&amp;rdquo;น.ส.ไหม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไหมกล่าวว่า ตอนนี้คนที่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยา 5 พันได้เงินครบแล้ว แต่พนักงานที่รอกรณีว่างงานจากประกันสังคมกลับยังไม่ได้รับเงินกันเลย เรื่องเงียบหายไปเลย ทั้งๆที่มีนายจ้างรับรอง ทำให้คนตกงานยังคงตั้งหน้าตั้งตารอ เขาตั้งคำถามว่าเงินประกันสังคมเป็นเงินของเขาเองแท้ๆ แต่กลับได้ยากเย็น จึงอยากให้รัฐบาบเร่งรัด &amp;rdquo;น.ส.ไหม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69418</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, มาตรการเยียวยา, มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์, สถานบริการ, หญิงบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef0a32ec22ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ้มใจ!พบสถานประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฏผ่อนปรน 350 แห่ง ตักเตือน 2,600 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ &amp;nbsp;รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติของสายตรวจร่วมในการตรวจสถานบริการ หรือจัดกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามมาตรการของรัฐบาล ว่าจากการตรวจสอบของสายตรวจร่วม สำหรับสถานที่ได้มีการผ่อนปรนให้เปิดได้ ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์, ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดย่อม, ร้านตัดผม/ร้านเสริมสวย, สนามกอล์ฟ/สนามซ้อม, สนามกีฬา, สวนสาธารณะ, ร้านดูแล/รักษาสัตว์ กว่า 9,400 แห่ง ทั่วประเทศ พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 จำนวนกว่า 350 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและให้คำแนะนำกว่า 2,600 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น หากผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด หลังผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมและกิจการบางอย่างเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย ทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ซึ่งเป็นชุดสายตรวจร่วมปฏิบัติ ในการตรวจสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรน จะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนและให้ดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ และหากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอีก จะเสนอผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานที่ที่ฝ่าฝืนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนภาพรวม การดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว ห้วงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค. 63 ถึง เวลา 04.00 น. ของวันที่ 5 พ.ค. 63 ยังพบผู้ฝ่าฝืน ออกนอกเคหสถานและรวมกลุ่ม ชุมนุม และ มั่วสุมในเคหสถาน กว่า 678 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวังตนเองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เพราะถือเป็นอันตรายกับตนเองและสถานประกอบการ ร้านค้า ที่เปิดขายด้วย ซึ่งการใช้บริการภายในสถานที่ที่มีความแออัด ไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด มีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรคโควิด-19 ได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติ เข้มงวด ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65102</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, มาตรการผ่อนปรน, รอง โฆษก ตร., สถานบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9eb4be3f6cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 4เสือโรงพักบางพลัด เซ่นกรมปกครองบุกจับผับขอนไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 16 ธ.ค.61 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี เจ้าหน้าที่กรมปกครอง &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทหาร เข้าตรวจสอบสถานบริการ ร้านขอนไม้ ภายในอาคารซันพลาซ่า ตั้งอยู่เลขที่ 275-277 ถนนจรัญสนิทวงศ์ขาออก แขวง บางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ 174 คน &amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยว ที่ไม่มีเอกสารราชการที่มีภาพถ่ายและระบุอายุ 13 คน และจากการตรวจสอบภายในร้าน พบยาเสพติดเกลื่อนกลาดบริเวณพื้นร้าน จึงได้ตรวจสอบสารเสพติดนักท่องเที่ยวและพนักงานของร้านพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง 6 คน ซึ่งสถานบริการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางพลัด นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้ดำเนินคดีกับ ผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว ในความผิดฐาน &amp;rdquo;เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด , จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด , ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ , ไม่จัดทำบัตรประจำตัวพนักงานก่อนเข้าทำงานในสถานบริการ ,ไม่ตรวจสอบบัตรประจำตัวของผู้ที่เข้ามาใช้บริการและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; พร้อมดำเนินคดีกับนักเที่ยวที่พบสารเสพติดในร่างกาย ในความผิดฐาน &amp;ldquo;เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ว่า พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ &amp;nbsp;รอดมา ผบก.น.7 ได้สั่งมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ รอง ผกก.ป. , รอง ผกก.สส. , สวป. และสว.สส. ที่รับผิดชอบ ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (ศปก.บก.น.7 ) โดยการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องทำโดยรวดเร็ว เป็นธรรมเพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ระบุว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับทุกพื้นที่มาโดยตลอด ในการป้องกันปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลย อบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยหากมีหน่วยอื่น เข้าตรวจค้นจับกุม หน่วยพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ก็จะพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับชั้น &amp;nbsp;ตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปราบอบายมุข ที่ปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขต่างๆเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ทั้งนี้ คงต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นเสียก่อนว่า ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุได้ปล่อยปละละเลยหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ให้มี อบายมุข การพนัน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และสถานบริการผิดกฎหมาย เกิดขึ้นในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลมายัง ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลาง ลงเข้าไปกวดขัน จับกุม ปราบปรามในพื้นที่ที่มีการปล่อยปละละเลยให้เกิดอบายมุข และจะดำเนินการพิจาณาข้อบกพร่องในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องนั้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24335</URL_LINK>
                <HASHTAG>4เสือโรงพักบางพลัด, ปล่อยปละละเลย, ยาเสพติด, สถานบริการ, สน.บางพลัด, อบายมุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd864b492686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งปิดผับดังขอนแก่นปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ ตรวจพบใบอนุญาตหมดอายุนานนับปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 0.30 น. วันที่ 15 ก.พ.&amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร ฝ่ายปกครองและสาธารณสุข เข้าตรวจสอบสถานบริการท็อปเวส ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนดรุณสำราญ ห่างจากที่ทำการเทศบาลนครขอนแก่นเพียง 200 เมตร หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมีการปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการมาเป็นเวลานาน พร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังรบกวนชาวบ้านสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าที่ได้บุกจู่โจมตรวจค้นด้วยการสั่งให้ทุกคนหยุดอยู่ในความสงบ สั่งปิดเพลงและเปิดไฟแสงสว่างทั้งหมด โดยกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายได้ทำการตรวจปัสสาวะผู้ที่มาใช้บริการ และตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเยาวชนเข้าใช้บริการโดยผิดกฎหมายจำนวนหนึ่งจึงได้ทำการควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอลงกตได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตพบว่าหมดอายุนานกว่า 1 ปี จึงแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต ปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้มีคำสั่งปิดกิจการของสถานบริการเป็นระยะเวลา 5 ปี เพราะผู้ประกอบการกระทำการอันเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมาย ดำเนินกิจการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เรื่องมาตรการควบคุม สถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ จึงให้ปิดสถานประกอบการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ท็อปเวส, ผับดัง, สถานบริการ, สั่งปิดกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a8511afca816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
