<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯ ร่อนหนังสือถึง สภาอุตฯ-สภาหอฯ-การนิคมฯ และอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เร่งรัดดึงสถานประกอบการเข้า Platform ประเมินโควิด-19!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงอุตสาหกรรมร่อนหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดําเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 ในสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม โดยให้เร่งรัดการเข้าสู่ Platform Online Thai Stop Covid Plus เพื่อประเมินตนเอง โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็ก หลังครบกำหนดระยะเวลาแต่มีผู้เข้ามาทำแบบประเมินน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป เข้ารับการประเมินแล้วกว่า 98%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมอบหมายจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้เป็นเจ้าภาพหลักขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานประกอบกิจการโรงงาน ด้วยการประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมโรงงานอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ในการขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว ตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบกิจการโรงงาน กว่า 60,000 โรงทั่วประเทศ โดยการประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Thai Stop Covid Plus ทุกสองสัปดาห์ และให้พนักงานประเมินด้วย Thai Save Thai ก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยกำหนดให้โรงงานทุกแห่งดำเนินการภายใน 30 มิถุนายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสรุปโรงงานที่ประเมินตนเองใน Platform Online Thai Stop Covid Plus &amp;nbsp;ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 พบว่าผลการประเมินตนเองยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กําหนด จึงได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์ และเร่งรัดให้สถานประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานประเมินตนเองด้วย Platform Online Thai Stop Covid Plus ให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่น่าวิตกกังวลมากที่สุดในขณะนี้คือตัวเลขของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีจำนวนสูงขึ้น โดยมักจะพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในแรงงานภาคอุตสาหกรรมทำให้ต้องหยุดประกอบกิจการ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการโรงงาน และเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น การประเมินตนเองตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid Plus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้พัฒนาขึ้น จะช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดฯ รวมทั้งสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติงาน และแนวทางการปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อ ขณะเดียวกันในส่วนของพนักงานก็ต้องประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Save Thai เพื่อยกระดับการคัดกรองคนก่อนเข้าโรงงานอย่างเข้มงวดป้องกันผู้มีความเสี่ยงไม่ให้เข้ามาปฏิบัติงานและแพร่เชื้อในสถานประกอบการ&amp;rdquo;ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ จากตัวเลข ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 มีผู้ประกอบโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศทยอยประเมินตนเองผ่าน Thai Stop Covid Plus แล้วจำนวน 15,152 แห่ง (โรงงานทุกขนาด) คิดเป็น 24% จากเป้าหมาย64,038 แห่ง โดยเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีคนงานมากกว่า 200 คน รวมทั้งสิ้น 3,290 แห่ง คิดเป็น 99.5% จากเป้าหมาย 3,304 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 2,353 แห่ง และไม่ผ่านเกณฑ์ 880 แห่ง &amp;nbsp;โดยโรงงานที่ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องใช้มาตรการเพื่อ Upgrade ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้วยการประเมินซ้ำทุก 2 สัปดาห์ ส่วนโรงงานที่ประเมินผ่านเกณฑ์ จะได้ร่วมในการสัมมนาออนไลน์ Fight Covid -19 เรียนรู้แนวทางบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงฯ รวมทั้งได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการฟื้นฟูและเสริมแกร่งสถานประกอบการอีกด้วย นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และสภาอุตสาหกรรม เพื่อลงพื้นที่สุ่มตรวจประเมินโรงงานในพื้นที่ (On-site) ในโรงงาน เป้าหมายจำนวน 955 แห่ง โดยขณะนี้ตรวจประเมินโรงงาน On-site ไปแล้วกว่า 953 แห่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108963</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fight Covid -19, Platform Online Thai Stop Covid Plus, thai save thai, Thai Stop Covid Plus, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงอุตสาหกรรม, นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส, ศปก.ศบค., ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19, สถานประกอบการ, โรงงานอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5781307a99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดกฎ 20 ข้อ &#039;พื้นที่สถานประกอบการนิวเคลียร์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.61- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ได้ออกประกาศคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ เรื่อง การจัดทำรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ.2560 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 33 ง แล้วและจะมีผลบังใช้ในวันที่ 15 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับของเนื้อหาขอประกาศดังกล่าวระบุว่า &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 และมาตรา 51 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ประกาศคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ เรื่อง การจัดทำรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. 2560&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 รายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีรายละเอียดที่สำคัญจำนวน 7 บท ในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) บทนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) รายงานด้านสิ่งแวดล้อมและการกระจายตัวของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(6) การประกันคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(7) เอกสารอ้างอิง&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 1&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;บทนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 บทนำต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลโดยทั่วไปของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) วัตถุประสงค์ของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ข้อมูลของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ซึ่งระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) ชนิด ประเภท และขีดความสามารถ (capacity) ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) โครงสร้าง ระบบและส่วนประกอบของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) ปริมาณวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือมีอยู่ในสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) แบบของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และมาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ข้อมูลของสถานประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง (3) ต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ชนิด ประเภท และขนาดพิกัดกำลังของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีรายละเอียดอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) ผลผลิตการแบ่งแยกนิวเคลียส (fission product) (ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) ชนิดและองค์ประกอบของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (fuel element)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) ระดับกำลังและความสามารถในการแลกเปลี่ยนความร้อนออกจากระบบ (power&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;level and heat removal)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ง) อาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (containment) หรือสิ่งกักกั้นเครื่องปฏิกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวเคลียร์ (confinement)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จ) อุปกรณ์การทดลอง (experimental device) (ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) โครงสร้าง ระบบและส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 2&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การแบ่งเขตพื้นที่ตั้งและเขตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) พื้นที่กีดกัน (exclusion area)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) พื้นที่ระวังเหตุ (low population zone)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) พื้นที่ตามแผนฉุกเฉิน (emergency planning zone)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ง) พื้นที่เฝ้าระวังทางรังสี (radiological surveillance zone)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จ) พื้นที่อนุรักษ์ในบริเวณใกล้เคียง เช่น โบราณสถาน สถาปัตยกรรมที่สำคัญ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และสถานที่สำคัญทางธรรมชาติ ทางศาสนา หรือทางวัฒนธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ฉ) ข้อมูลทางเกษตรกรรม ประมง อุตสาหกรรม โรงพยาบาล สถานศึกษา ทัณฑสถาน เรือนจำ สถานสงเคราะห์ หน่วยงานราชการ และสถานที่สาธารณะในบริเวณใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลประเมินชนิดและปริมาณของวัสดุกัมมันตรังสีที่ปลดปล่อยออกจากสถานประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางนิวเคลียร์ ทั้งในกรณีสภาวะปกติและในกรณีเกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ข้อมูลพื้นที่ตั้ง ที่ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) ข้อมูลความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากบริการสาธารณะและสาธารณูปโภคของพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) แผนที่และภาพถ่ายในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) ข้อมูลแผนการพัฒนาพื้นที่ตั้ง การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม นิคมอุตสาหกรรม สนามบิน ท่าเรือ หรือการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหรือที่สามารถทราบล่วงหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 ข้อมูลความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากบริการสาธารณะและสาธารณูปโภคพื้นที่ตั้งตามข้อ 5 (3) (ก) ต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ระบบน้ำ เช่น ระบบจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ระบบน้ำดับเพลิง ระบบน้ำเสีย ระบบระบายน้ำ และน้ำที่เตรียมไว้ใช้สำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ระบบไฟฟ้า เช่น ระบบสายส่งจ่ายไฟฟ้าจากภายนอกและการเชื่อมต่อเข้ามาภายในสถาน ประกอบการทางนิวเคลียร์ เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าสำรองที่เตรียมไว้สำหรับสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบการทางนิวเคลียร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ระบบสื่อสารโทรคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) เส้นทางการขนส่งคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 แผนที่และภาพถ่ายตามข้อ 5 (3) (ข) ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) แผนที่ทางธรณีวิทยาที่มาตราส่วนต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) แผนที่ทางประชากรศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แผนที่ตามวรรคหนึ่งต้องมีรายละเอียดเป็น 2 ระดับ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ระดับท้องที่ (site vicinity) โดยรวบรวมข้อมูลที่รัศมี 5 กิโลเมตร และใช้อัตราส่วนของแผนที่ 1 : 5,000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในบริเวณพื้นที่ตั้ง (site area) โดยรวบรวมข้อมูลที่รัศมี 1 กิโลเมตร และใช้อัตราส่วนของแผนที่ 1 : 500&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์นั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีกำลังเกินกว่า 2 เมกะวัตต์ (ความร้อน) แผนที่ตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีก 2 ระดับ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ระดับภูมิภาค (region) โดยรวบรวมข้อมูลที่รัศมีไม่น้อยกว่า 150 กิโลเมตร และใช้อัตราส่วนของแผนที่ 1 : 500,000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ระดับอนุภูมิภาค (near region) โดยรวบรวมข้อมูลที่รัศมี 25 กิโลเมตร และใช้อัตราส่วนของแผนที่ 1 : 50,000&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 3&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดจากธรรมชาติ (natural event) ต่อพื้นที่ตั้ง ซึ่งต้องประกอบด้วยหัวข้อย่อย ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) แผ่นดินไหวและธรณีวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) อุตุนิยมวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) อุทกวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดจากมนุษย์ (human induced event) ต่อพื้นที่ตั้ง ซึ่งต้องประกอบด้วยหัวข้อย่อย ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ก) เส้นทางคมนาคมทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข) กิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงในพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9 ข้อมูลแผ่นดินไหวและธรณีวิทยาตามข้อ 8 (1) (ก) ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลทางธรณีวิทยาทั่วไปของพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวขนาดสูงสุดในรอบหนึ่งหมื่นปี รวมทั้งข้อมูลความเสี่ยงที่จะเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินไหวในอนาคตและคาบอุบัติซ้ำ (return period)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ผลประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินไหวหรือธรณีวิทยา หากค่าความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากแผ่นดินไหวมีค่ามากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตคำนวณผลกระทบจากอันตรายดังกล่าว รวมถึงแสดงวิธีการหรือการป้องกันผลกระทบนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 10 ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาตามข้อ 8 (1) (ข) ต้องแสดงคุณสมบัติของพื้นที่ตั้งทางอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ ความเร็วลม ทิศทางลม อุณหภูมิอากาศ ความชื้นในอากาศ ความกดอากาศ ปริมาณน้ำฝน และแนวร่องมรสุม ตลอดจนการเกิดไต้ฝุ่นและพายุโซนร้อนของพื้นที่ตั้ง รวมทั้งข้อมูลปรากฏการณ์ฟ้าผ่า (ถ้ามี) โดยเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่นานกว่าสิบปี พร้อมทั้งผลประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากสภาพลมฟ้าอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากค่าความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากลมพายุตามวรรคหนึ่งมีค่ามากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตคำนวณผลกระทบจากอันตรายดังกล่าว รวมถึงแสดงวิธีการหรือการป้องกันผลกระทบนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 11 ข้อมูลอุทกวิทยาตามข้อ 8 (1) (ค) ต้องแสดงคุณสมบัติของพื้นที่ตั้งทางอุทกวิทยาดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลลักษณะทางอุทกวิทยาของแหล่งน้ำบนผิวดินในพื้นที่ตั้ง ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติและแหล่งน้ำซึ่งมนุษย์สร้างขึ้น เช่น แม่น้ำ คลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อน พร้อมทั้งขนาด ความจุ อัตราการไหลของน้ำ ทิศทางการไหลของน้ำ และแผนการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ตลอดจนข้อมูลการใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำผิวดินดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ข้อมูลลักษณะทางอุทกวิทยาของแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ตั้ง ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะการเกิดของแหล่งน้ำใต้ดิน การเชื่อมต่อกันระหว่างแหล่งน้ำใต้ดินกับแหล่งน้ำบนผิวดิน การใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำใต้ดิน ผลการสำรวจแหล่งน้ำใต้ดิน ผลการประเมินอัตราการไหลของน้ำ ทิศทางการไหลของน้ำ อัตราการซึมผ่านดินของน้ำ ตลอดจนการเก็บข้อมูลและตัวอย่างพร้อมทั้งวิเคราะห์คุณลักษณะทางกายภาพ องค์ประกอบทางเคมี และแบบจำลองสำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำใต้ดิน เช่น การเปลี่ยนแปลงระดับของแหล่งน้ำ หรือการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีลงสู่แหล่งน้ำ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ข้อมูลทางอุทกวิทยา การเกิดอุทกภัย และสถิติปริมาณน้ำในพื้นที่ย้อนหลังอย่างน้อยสิบปี หากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลหรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ต้องแสดงข้อมูลระดับน้ำขึ้นน้ำลง (tide) คลื่นยักษ์ (swell) คลื่นลม (wave) สึนามิ (tsunami) คลื่นน้ำกระฉอก (seiche) การกัดเซาะชายฝั่ง (shoreline erosion) ข้อมูลทางสมุทรศาสตร์ คุณภาพน้ำทะเล การไหลหมุนเวียนของน้ำทะเล และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับน้ำทะเล ตลอดจนคลื่นน้ำที่เกิดจากแผ่นดินไหวหรือปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ผลการประเมินหาความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ และน้ำท่วมหรือคลื่นน้ำที่เกิดจากเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พังทลาย ตลอดจนข้อมูลแนวระบายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) ผลประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากอุทกวิทยาหรืออุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากค่าความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากอุทกภัยตามวรรคหนึ่ง (5) มีค่ามากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้แสดงการคำนวณผลกระทบจากอันตรายดังกล่าว รวมถึงแสดงวิธีการหรือการป้องกันผลกระทบนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 12 ข้อมูลเส้นทางคมนาคมทางอากาศตามข้อ 8 (2) (ก) ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมทางอากาศ เช่น เส้นทางการบินหรือแนวขึ้นลงของอากาศยาน จำนวนอากาศยานที่ขึ้นลงต่อปี ประเภทลักษณะของอากาศยาน เป็นต้น พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากการพุ่งชนของอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากค่าความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากอากาศยานพุ่งชนมีค่ามากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้แสดงการคำนวณผลกระทบจากอันตรายดังกล่าว รวมถึงแสดงวิธีการหรือการป้องกันผลกระทบนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีกำลังเกินกว่า 2 เมกะวัตต์ (ความร้อน) การประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากการพุ่งชนของอากาศยานตามวรรคหนึ่งต้องมีข้อมูล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลสนามบินพาณิชย์ที่ห่างจากพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่เกิน 16 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ข้อมูลสนามบินทหารที่ห่างจากพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่เกิน 8 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 13 ข้อมูลกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงในพื้นที่ตั้งตามข้อ 8 (2) (ข) ต้องแสดงรายละเอียด เช่น โรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง คลังน้ำมันเชื้อเพลิง คลังสรรพาวุธ สถานที่เก็บวัตถุระเบิด และสถานที่ซึ่งอาจทำ ให้เกิดการระเบิดจากก๊าซหรือวัตถุไวไฟ เช่น โรงงานเคมี โรงแยกก๊าซ แนวท่อขนส่งก๊าซหรือวัตถุไวไฟ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากการระเบิด โดยแสดงในรูปแรงอัดสูงและความเป็นพิษของสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์นั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีกำลังเกินกว่า 2 เมกะวัตต์ (ความร้อน) การประเมินความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจเกิดขึ้นจากการระเบิดตามวรรคหนึ่งต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลสถานที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่ห่างจากพื้นที่ตั้งไม่เกิน 5 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ข้อมูลสถานที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระเบิดจากก๊าซหรือวัตถุไวไฟที่ห่างจากพื้นที่ตั้งไม่เกิน 8 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากค่าความเสี่ยงอันตรายของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากการระเบิดที่รุนแรงมีค่ามากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้แสดงการคำนวณผลกระทบจากอันตรายดังกล่าว รวมถึงแสดงวิธีการหรือการป้องกันผลกระทบนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 4&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;รายงานด้านสิ่งแวดล้อมและการกระจายตัวของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 14 รายงานด้านสิ่งแวดล้อมและการกระจายตัวของประชากร ต้องมีรายละเอียดในหัวข้อดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีที่มีการปลดปล่อยทางอากาศและทางน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การกระจายตัวของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ข้อมูลอ้างอิงอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 15 ข้อมูลการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีที่มีการปลดปล่อยทางอากาศและทางน้ำตามข้อ 14 (1) ต้องรวมตลอดถึงเส้นทางที่วัสดุกัมมันตรังสีจะปนเปื้อนเข้าไปสู่วัฏจักรอาหารทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริเวณที่ผลการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีสามารถไปถึง และต้องมีรายละเอียดของชนิดประเภท ปริมาณ และลักษณะของวัสดุกัมมันตรังสีที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและประเมินผลด้วยแบบจำลองที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 16 ข้อมูลการกระจายตัวของประชากรตามข้อ 14 (2) ต้องแสดงการกำหนดขอบเขตความหนาแน่นและการกระจายตัวประชากรครอบคลุมจนถึงพื้นที่ระวังเหตุตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การกำหนดพื้นที่กีดกัน พื้นที่ระวังเหตุ พื้นที่เฝ้าระวัง และระยะห่างจากจุดศูนย์กลางชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลการสำรวจข้อมูลสำมะโนประชากรที่เชื่อถือได้และทันสมัย โดยจัดทำแผนที่ประชากร ซึ่งมีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์เป็นจุดศูนย์กลางแล้วแบ่งวงกลมเป็นส่วนละ 22.5 องศาทุกทิศทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การคำนวณอัตราการเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ในพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) การวิเคราะห์ข้อมูลการกระจายตัวของประชากรซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางรังสีตามทิศทางและระยะห่างจากสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ทั้งในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 17 ข้อมูลอ้างอิงอื่นตามข้อ 14 (3) ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ข้อมูลการใช้พื้นที่เพื่อการเกษตร ปศุสัตว์ ธุรกิจ ที่อยู่อาศัย และการใช้พื้นที่เพื่อกิจกรรมอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งขนาดของพื้นที่ ชนิดและปริมาณผลผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ข้อมูลทางนิเวศวิทยาของทั้งพืชและสัตว์ในพื้นที่ตั้งที่ขออนุญาต เช่น ชนิด ปริมาณความหนาแน่น แหล่งที่อยู่อาศัย การอพยพย้ายถิ่น ตลอดจนข้อมูลพืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธ์ที่ปรากฏในบริเวณที่ขออนุญาตแล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ข้อมูลการใช้น้ำอุปโภคบริโภคทั้งน้ำประปาและน้ำบาดาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ข้อมูลระดับรังสีอ้างอิง (baseline radiological level) ในบริเวณและโดยรอบสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) มาตรการป้องกัน บรรเทา แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและการจัดเก็บข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 5&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 18 ข้อมูลเส้นทางการอพยพประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีและการป้องกันและระงับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;(1) แผนรองรับเหตุฉุกเฉินสำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้สอดคล้องกับระเบียบ หรือแนวปฏิบัติการจัดทำแผนฉุกเฉิน และครอบคลุมการแก้ไขอุบัติเหตุหรือภาวะผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) มาตรการและแผนดำเนินงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินตลอดจนแสดงเส้นทางการอพยพประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) แผนรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และกำ หนดเขตรองรับแผนฉุกเฉิน (emergency planning zone) ซึ่งประกอบด้วยเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า (precautionary action zone) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone) และเขตป้องกันระยะยาว (long-term protective action planning zone)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสถานประกอบการทางนิวเคลียร์นั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีกำลังเกินกว่า 2 เมกะวัตต์ (ความร้อน) เส้นทางการอพยพประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีและการป้องกันและระงับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่งต้องมีการประเมินผลการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีที่มีการปลดปล่อยทางอากาศตลอดจนเส้นทางที่วัสดุกัมมันตรังสีจะปนเปื้อนเข้าสู่วัฏจักรอาหารทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) เส้นทางการได้รับรังสีจากทางอากาศ (plume exposure pathway) ในรัศมี 16 กิโลเมตรโดยรอบพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) เส้นทางการได้รับรังสีจากการดื่มกิน (ingestion pathway) ในรัศมี 80 กิโลเมตร โดยรอบพื้นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดในข้อนี้ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 6&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;การประกันคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 19 ข้อมูลการประกันคุณภาพต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) แผนผังองค์กรที่ชัดเจน การแบ่งความรับผิดชอบในด้านการประกันคุณภาพ การควบคุม และการติดตามการประกันคุณภาพภายในองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ระบบการจัดเก็บและบันทึกเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) วิธีการควบคุมเอกสาร ผู้รับผิดชอบการควบคุมเอกสาร และมีการทบทวนถึงความครบถ้วนถูกต้องและสมบูรณ์ของเอกสารก่อนจัดเก็บในระบบการควบคุมเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการประกันคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;หมวด 7&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 20 เอกสารอ้างอิงต้องมีรายการเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการจัดทำรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และสำเนาเอกสารอ้างอิงดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3142</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวเคลียร์, ประกาศ, รองนายกรัฐมนตรี, ราชกิจจานุเบกษา, สถานประกอบการ, สมคิด, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
