<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไพบูลย์’พร้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน.ปมสถานภาพส.ส.20ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64-นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีวันที่ 20 ต.ค.นี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูป ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังจากที่พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง​ลง​ เป็นเหตุให้สถานภาพส.ส.ของนายไพบูลย์​จะสิ้นสุดลงหรือไม่ว่า​ พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ​ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่เชื่อมั่นในข้อกฎหมาย​ เพราะดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และตามรัฐธรรมนูญที่ประกาศ​ไว้ทุกประการ​ ​และดำเนินการผ่านหน่วยงานที่ดูแลโดยตรงอย่างกกต. ซึ่งทางกกต.ตรวจสอบ​แล้ว​ ถึงให้มีหนังสือแจ้งไปยังสภาผู้แทนราษฎร​ ทั้งนี้เอกสารและหลักฐานต่างๆส่งให้ศาลฯหมดแล้ว​ อย่างไรก็ตามวันที่มีการประกาศคำวินิฉัย​20​ ต.ค.นี้ได้มอบหมายทนายให้เป็นตัวแทนไปฟังแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ​, สถานภาพส.ส., ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b6dd676129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 5 แกนนำกปปส.พ้น ส.ส. หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพ ความเป็นของ 5 ส.ส. แกนนำกปปส. ที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกในคดีชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี2556-2557 ว่า จะส่งผลให้พ้นจากความเป็นส.ส.หรือไม่ หลังมีปัญหาข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญที่จำเป็นจะต้องตีความ นอกจากนี้ยังขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายถาวร เสนเนียม และ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าพ้นจากรัฐมนตรีด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;nbsp;5 ส.ส.ที่ถูกศาลออกหมายคุมขังเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายพุทธิพงษ์ ปุณกัณต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(6) กำหนดลักษณะต้องห้ามความเป็นส.ส. ว่าจะต้องไม่ถูกพิพากษาจำคุกหรือถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล แน่เนื่องจากเป็นกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดและรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าเป็นกรณีจำคุกในลักษณะคดีต้องถึงที่สุด แบบกรณีคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ที่กำหนดชัดเจนว่า ห้ามผู้ที่ต้องคำพิพากษาจำคุกแม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจำนวน ส.ส.5 คนนี้ มี 3 คน ที่ยังถูกดำเนินคดีขัดขวางการเลือกตั้งและศาล สั่งตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ประกอบด้วย นายชุมพล จุลใส นายอิสระ สมชัย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งจะทำให้ขาดคุณสมบัติ ส.ส. ตามมาตรา 98(5) ด้วย แต่เนื่องจากทั้ง 5 คน เป็นกรณีปัญหาในคดีลักษณะเดียวกัน ทำให้กกต. ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กปปส., ศาลรัฐธรรมนูญ, สถานภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603de09a95157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กปชป.ลุยซอ่ มนครปฐม สัปดาห์หน้าลุ้นชะตานวัธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ส่ง &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; รับเรื่องร้องทุกข์ประสานม็อบ พร้อมช่วยโต้แย้งประเด็นการเมือง &amp;quot;เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม&amp;quot; เริ่มคึกคัก &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ขนชุดใหญ่ช่วย &amp;quot;สุรชัย&amp;quot; หาเสียง &amp;quot;ไพรัฏฐโชติก์&amp;quot; ฟุ้งกระแส &amp;quot;อนค.&amp;quot; ดี &amp;quot;กกต.&amp;quot; ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยสถานภาพ &amp;quot;นวัธ&amp;quot; ลุ้นพิจารณาสัปดาห์หน้า &amp;quot;เชาว์&amp;quot; ซัด &amp;quot;กกต.&amp;quot; ขี้ขลาด ไม่กล้าฟันธงสถานะ ส.ส.ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ต.ค. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้อยู่ในบังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลโดยได้ทักทายกับบรรดาผู้สื่อข่าวพร้อมแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ว่าได้รับมอบหมายให้มาช่วยงานที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูแลเกี่ยวกับงานด้านความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะคอยเป็นคนรับหนังสือจากพี่น้องประชาชนหลายๆ กลุ่มที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมต่อรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่างานดังกล่าวเป็นงานที่หนักพอสมควร เพราะในแต่ละวันมีกลุ่มผู้ที่มายื่นจำนวนมาก และหลายกลุ่ม รวมทั้งยังได้รับมอบหมายให้ช่วยชี้แจงประเด็นทางการเมือง เสริมงานของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในบางโอกาสอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันพุธที่ 23 ต.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวว่า เพื่อให้ลูกจ้างสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างอิสระตามบทบัญญัติ มาตรา 50 (7) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกประกาศวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการ นายจ้าง อนุญาตให้ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการในพื้นที่ข้างต้นที่มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวันเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการแจ้งกำหนดการหาเสียงช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 ของพรรคคือ นายสุรชัย อนุตธโต เบอร์ 3 ระหว่างวันที่ 5-6 ต.ค. ภายใต้แคมเปญว่า &amp;quot;รวมพลคนประชาธิปัตย์&amp;quot; ร่วมเป็นกำลังใจให้ &amp;ldquo;สุรชัย อนุตธโต&amp;rdquo; คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม นครปฐม เขต 5 กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และชูสโลแกน &amp;quot;ประเทศไทยเดินหน้าทันที&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. เวลา 09.00-09.30 น. นายจุรินทร์เป็นประธานปล่อยขบวนรถแห่ ณ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขต 5 นครปฐม ร้านอาหารส้มแก้ว ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หลังจากนั้นเดินทางไปหาเสียงที่ตลาดน้ำดอนหวาย ต.บางระทึก ตลาดนัดวัดเทียนดัด ต.บ้านใหม่ หมู่บ้านเทียนดัดวิลเลจ ต.บ้านใหม่ ตามลำดับ ส่วนวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค. นัดพบที่วัดนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม หลังจากนั้นพบพี่น้องชาวคริสตจักร วัดนักบุญเปโตร ต. ท่าข้าม หลังพิธีมิสซา เดินหาเสียงในตลาดนัดหน้าวัดนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม ชุมชนท่าข้าม หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5 ต.ท่าข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) หมายเลข 6 พร้อมทีมงาน เดินแนะนำตัวและหาเสียงกับประชาชน ต.คลองใหม่ อ.สามพราน แบบเคาะประตูบ้านเข้าหา เข้าถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ยิ่งเดินกระแสตัวบุคคลยิ่งดี ประกอบกับกระแสพรรคทำให้เราทำงานง่ายขึ้น สิ่งที่เราได้พบและประชาชนระบายความรู้สึกกับเรา เพื่ออยากให้เราช่วย คือเรื่องเศรษฐกิจ ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่มาก และอีกเรื่องสำคัญมากคือทุกคนบอกเลยว่าเบื่อลุง ไม่อยากได้ลุง และเมื่อไหร่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะมาเป็นนายกฯ&amp;rdquo; นายไพรัฏฐโชติก์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำคำร้องกรณีปัญหาสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาประหารชีวิตในคดีฆ่าปลัดจังหวัด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างยื่นอุทธรณ์มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังที่ประชุม กกต.พิจารณาและมีมติส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคท้าย ที่กำหนดให้ กกต.มีอำนาจในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในกรณีที่ กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ทำให้มีการถกเถียงกันว่า นายนวัธสิ้นสภาพการเป็น ส.ส.หรือยัง ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิ์สมัคร ส.ส.ไว้ว่า (6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล แต่ขณะที่มาตรา 101 ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ (13) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดลหุโทษ จึงมีการโต้แย้งว่านายนวัธจะสิ้นสภาพ ส.ส.ก็ต่อเมื่อเป็นคำพิพาษาถึงที่สุดโดยศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องรอลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่ ในการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง &amp;quot;สถานภาพ ส.ส. &amp;quot;นวัธ&amp;quot; คือความขี้ขลาดของ กกต.&amp;quot; เนื้อหาระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. กกต.มีมติให้ส่งเรื่องสมาชิกภาพของนายนวัธให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมเคยแสดงความเห็นตั้งแต่วันแรกที่ศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตก่อนคำสั่งร้องขอประกันตัว หากไม่ได้รับการประกันตัว หรือศาลไม่สั่งคำร้อง ต้องถูกควบคุมตัวตามคำสั่งศาล ทำให้สิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 (6) เนื่องจากเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม &amp;quot;ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล&amp;quot; โดยไม่จำต้องรอให้คดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมีหลายคนออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ส.ส.นวัธสิ้นสมาชิกภาพไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องไปตีความอะไรให้วุ่นวายเสียเวลาอีก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต. กลับไม่กล้าฟันธง ทั้งๆ ที่จะต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ประกอบมาตรา 105 (1) ซึ่งนับจากวันที่นายนวัธถูกคุมขังจะครบกำหนดในวันที่ 8 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแทน นอกจากสะท้อนถึงความขี้ขลาด ไม่กล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังขัดกับสิ่งที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติสำคัญตามมาตรา 12 พ.ร.ป.กกต. ว่าผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็น กกต. ต้องมีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ จริงอยู่ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญมีข้อดีในการสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนโดยปราศจากการโต้แย้ง และรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ เปิดช่องให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดได้ แต่ต้องเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัย แต่ข้อกฎหมายมีความชัดเจนอยู่ในตัว ไม่จำเป็นต้องตีความอะไรให้ยุ่งยากเสียเวลาอีก&amp;quot; นายเชาว์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การถูกหมายขังโดยมีหมายศาลยืนยันและถูกควบคุมตัวจริงเหมือนกับกรณีตายมีใบมรณบัตรยืนยัน หรือกรณีลาออกมีหนังสือลาออกยืนยันมีชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำต้องตีความ หากนายนวัธเห็นว่ายังมีสถานะหรือสมาชิกภาพอยู่ ก็เป็นเรื่องของนายนวัธที่จะต้องไปโต้แย้งคัดค้านเอง กกต.อย่าไปเกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องเหมือนกับที่เคยทำมาในอดีต กรณีความคลุมเครือเกี่ยวกับสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตอนต้น กกต.ยังฟันธงโดยไม่รอศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐได้ แต่กับกรณีนี้ท่านกลับไม่กล้าใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจทำให้ผู้คนเขาตั้งคำถามได้ว่ามาตรฐานของกกต.อยู่ตรงไหน ถ้าเป็นแบบนี้เราจะมี กกต.ไว้ทำไม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47346</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับเรื่องร้องทุกข์, สถานภาพส.ส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งซ่อม, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d9755e34cfd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นไม่ปกป้อง‘ธรรมนัส’หากผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โยน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รับผิดชอบตัวเอง เพราะเงื่อนไขกรอกประวัติระบุชัด &amp;quot;ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ&amp;quot; ท้าเอาหลักฐานมา ถ้าผิดก็ไปร้อง ป.ป.ช. หากพบผิดปกป้องไม่ได้ ขณะที่สภาส่งเรื่องให้ กกต.ฟัน &amp;quot;นวัธ&amp;quot; แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงกรณีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลพัวพันเรื่องยาเสพติด ว่าถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมพอสมควร ในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องการคัดกรองคนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี เรามีการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบในชั้นต้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกคนต้องกรอกข้อมูลของตัวเอง แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบตามข้อมูลที่มีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำผิดที่ไหนก็ตาม เขาจะลงท้ายว่า ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ ตัวนี้ล่ะถ้าผิด และไปร้อง ป.ป.ช. เขาก็ต้องยอมรับผิดตัวนี้ ผมเองก็ต้องกรอก กฎหมายเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าจะเอากฎหมายต่างประเทศมา ก็มาสิครับ เอาข้อมูลมา ก็ฟ้อง ป.ป.ช.ไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การคัดกรองคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนก็ต้องมาดู พรรคการเมืองก็เสนอเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ตัวนี้ ที่ใช้มาทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ผมปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้... เพราะฉะนั้นมันเป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามส่งความเห็นกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ว่าสภาไม่มีอำนาจชี้ขาดวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายนวัช จึงได้เสนอแนะไปว่า กกต.สามารถทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ตนพูดไปแล้วว่าถ้าไม่แน่ใจก็ให้องค์กรที่เขามีอำนาจตัดสิน แต่ถ้าแน่ใจก็ตัดสินเองได้ ซึ่งกรณีนี้มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ฉะนั้น กกต.สามารถดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มี ส.ส.ติดต่อว่าจะเข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นเรื่องมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เรื่องนี้ กกต.มีอำนาจที่จะชี้ขาดได้เลยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นอำนาจของ กกต.เช่นเดียวกันในการที่จะวินิจฉัย และสามารถเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมได้ แต่หาก กกต.ไม่มั่นใจ แล้วจะขอให้องค์กรที่เขามีอำนาจวินิจฉัยก็สามารถทำได้
กกต.ยังมึนเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานจะเสนอเรื่องให้กับที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการนับเงื่อนเวลาจัดการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ให้นับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้นับจากวันที่ ส.ส.พ้นสมาชิกภาพนั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะในกฎหมายไม่ได้ระบุชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 บัญญัติว่า เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้นำความตามมาตรา 102 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรา 102 ระบุว่า เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงไม่ได้มีปัญหาถ้าเข้าใจขั้นตอน เขาบอกไว้แล้วว่าจะต้องออก พ.ร.ฎ.ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง ซึ่งเวลานี้ยังไม่ครบ 45 วัน ดังนั้น หาก พ.ร.ฎ.ออก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และวันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน 45 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ ก็จะถือเป็นการเริ่มนับ 45 วันใหม่ เวลาจึงยังอีกยาว จะเลื่อนไปเมื่อไรก็ได้ และเข้าใจว่าในอีก 1-2 วัน พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ ถึงเวลานั้นเราจะเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งกรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงอะไร แต่ พ.ร.ฎ.ต้องออกมาให้ได้ภายใน 45 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นและ ส.ส.นครปฐม ว่า เราพร้อมอยู่แล้ว และทั้งสองพื้นที่มีคนอยู่แล้ว แต่ในส่วนบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.นั้น ยังไม่มี ซึ่งคนที่จะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ดังนั้นเราต้องฟังเสียงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นได้หมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะชอบใคร ผมยังไม่ได้พิจารณา และไม่จำเป็นต้องไปทาบทามคนนอก เพราะเอาคนภายในพรรค เนื่องจากต้องดูคนภายในพรรคก่อน และต้องเป็นคนที่รู้วิธีการทำงาน เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีนโยบายเป็นของตนเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่จะมี ส.ส.จากพรรคอื่นย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี และเรายังไม่ได้คุยกัน ซึ่งไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ เอาแค่รักษาคนของตนเองเอาไว้ให้ได้ก่อน
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ร้องฟัน&amp;quot;นวัธ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็น ส.ส.ของนายนวัธ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาล จ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่าย มุมแรกมองว่าสถานภาพ ส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101 (13) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่า ส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกัน แม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็น ส.ส. ซึ่งการที่เป็น ส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้ กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติ หาก กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงเหตุผลที่แท้จริงของการลาออกจากพรรค ชพน. ของนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายชนภัทท์ จันทรุเบกษา บุตรชาย รวมถึงสมาชิกบางส่วนว่า นายชลิตรัตน์อยู่กับพรรคมานาน ซึ่งได้พูดมานานแล้วว่าอยากไปทำธุรกิจการบินที่ จ.ร้อยเอ็ด เพราะทิ้งมานานแล้ว จึงอยากกลับไปดูแล้ว ตนยังอวยพรขอให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ยังบอกเลยว่าถ้าธุรกิจดีแล้วจะได้มาช่วยการเมืองต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า การออกจากพรรคของนายชลิตรัตน์และสมาชิกบางส่วนไม่ได้มีการโกรธกัน ตนยังบอกขอให้โชคดี ให้ลองไปทำธุรกิจดูสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาช่วยกัน ส่วนนายชนภัทท์ ที่ผ่านมาช่วยตนทำงานมาโดยตลอด แต่เขาอาจจะอยากไปช่วยบิดาทำงานมากกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งนายชลิตรัตน์ก็พูดว่าไม่ได้ไปไหน คงเป็นห่วงว่าหากไปทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะเกิดปัญหาทับซ้อน จึงลาออกก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับนายนวัธ เนื่องจากนายนวัธถูกคุมขังหลังศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตจากคดีจ้างวานฆ่า และไม่อนุญาตให้ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 12 (8) กำหนดบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครเป็นสมาชิกไว้ว่า &amp;quot;ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล&amp;quot; ดังนั้น นายนวัธจึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ ก็เท่ากับนายนวัธขาดจากการเป็น ส.ส.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยควรเป็นผู้ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ด้วยการปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคของตัวเองเสีย ให้เป็นตัวอย่างว่ายังเป็นพรรคการเมืองที่เคารพกฎหมายและยึดหลักจริยธรรม โดยจัดประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคุณสมบัติของนายนวัธที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค แล้วแจ้งเรื่องไปยัง กกต.ถึงการสิ้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค นายนวัธก็จะหลุดจากการเป็น ส.ส.ไปโดยปริยาย ไม่ต้องรอให้มี ส.ส.ไปเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เสียเวลา เพราะ กกต.ต้องรีบจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง&amp;quot; นายบุญยอดกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46779</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นวัธ เตาะเจริญสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับผิดชอบตัวเอง, สถานภาพส.ส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ปกป้องคนผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e1527c5848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พี่ศรี&#039;จัดให้ยื่นกกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยสถานภาพสส.&#039;นวัธ&#039;เพื่อเป็นบรรทัดฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ย.62 -ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญนำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมเข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็นส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จากกรณีต้องคำพิพากษาประหารชีวิตในดดีฆ่าปลัดจังหวัดขอนแก่นและไม่ได้รับการประกันตัว&amp;nbsp; โดยเห็นว่า&amp;nbsp; ประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลจ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่&amp;nbsp; เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่ายมุมแรกมองว่าสถานภาพส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101(13 ) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่าส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกันแม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็นส.ส. ซึ่งการที่เป็นส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง&amp;nbsp; ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติหากกกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46744</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ  เตาะเจริญสุข, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ, สถานภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d8f4760ed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
