<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อตั้ง คกก.ไตรภาคี ตรวจสอบมาตรฐานการความปลอดภัยโควิด ในโรงเรียน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22มิ.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า จากที่ตนได้ติดตามการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาทั่วประเทศ และ พบว่าเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 การเปิดเรียนแบบ ON-SITE เรียนที่โรงเรียนจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดเรื่องมาตรการความปลอดภัย การปฏิบัติตามมาตรการคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เช่น เคร่งครัดให้เด็กสวมใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างในโรงเรียน ดังนั้นเพื่อเป็นการสกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่สถานศึกษา ตนจึงมีนโยบายเร่งด่วนให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้มข้นเรื่องการตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งของรัฐและเอกชน ว่า ได้ปฏิบัติตามมาตรการของศธ. ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และ สธ.หรือไม่ หากโรงเรียนใดไม่เป็นไปตามมาตรการให้เร่งปรับปรุงทันที และหากทำไม่ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก็ต้องหยุดเรียนแบบ ON-SITE แล้วเลือกใช้รูปแบบอื่นในการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มอบหมายปลัด ศธ.ไปยกร่างการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบไปด้วยผู้แทนจาก ศธ. สธ. และผู้ปกครอง โดยมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งคณะกรรมการไตรภาคีชุดนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา จัดให้มีการตรวจติดตามทุกโรงเรียนเป็นประจำ รวมถึงไตรภาคีระดับพื้นที่ในการลงสแกนสถานศึกษาในพื้นที่ของตนเอง เพื่อตรวจสอบหาช่องโหว่และปรับปรุงพัฒนาต่อไป และในกรณีที่มีนักเรียนในโรงเรียนนั้นๆ ติดเชื้อเพียงคนเดียว หรือ ในชุมชนที่เป็นเขตบริการมีชาวบ้านติดเชื้อ ก็ให้โรงเรียนขอความเห็นชอบกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปิดเรียนแบบ ON-SITE แล้วเลือกใช้การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นให้แก่นักเรียนในระหว่างที่ปิดโรงเรียน นอกจากนี้จะมีการจัดโซนแบ่งสีความปลอดภัยของโรงเรียนที่เปิดการสอนแบบ ON-SITE หรือการเรียนมาเรียนที่โรงเรียน เช่น ในจังหวัดที่มีการติดเชื้อให้ดูเป็นรายพื้นที่ หากพบว่ามีพื้นที่ใดติดเชื้อจำนวนมากให้โรงเรียนนั้นจะถูกจัดให้เป็นโรงเรียนสีแดงเข้ม ขณะที่ในอำเภออื่นๆ ไม่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโรงเรียนจะถูกจัดลำดับสีลดหลั่นลงมา เช่น สีแดง เหลือง เขียว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจมาตรการของ ศธ.ที่วางแผนเผชิญเหตุโควิดได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะเมื่อพบนักเรียนที่ติดเชื้อจะมีการปิดโรงเรียนทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับยอดยอดการฉีดวัคซีนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดศธ.พบว่า มีข้าราชการครูได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 150,727 คน บุคลากรทางการศึกษา 33,356 คน และข้าราชการครูที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 28,166 คน บุคลากรทางการศึกษา 10,811 คน ทั้งนี้ยังเหลือผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แบ่งเป็นข้าราชการครู จำนวน 370,681 คน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 183,154 คน&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107240</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #ศธ., #โรงเรียนทั่วไป, คณะกรรมการไตรภาคี, สถานศึกษาปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b6370cfc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
