<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 05:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 05:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ยิ่งลักษณ์&#039;ถือสัญชาติ&#039;เซอร์เบีย&#039;เป็นแหม่มยุโรปตะวันออกไปแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.62-สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานวันที่ 8 ส.ค. ว่า รัฐบาลเซอร์เบียตัดสินใจให้สถานะพลเมืองแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารัฐบาลเซอร์เบียมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่เปิดให้สามารถมอบสัญชาติแก่ชาวต่างชาติได้ หากเป็นกรณีที่ไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อมวลชนเซอร์เบียรายงานเมื่อวันพฤหัส ถึงการประกาศมอบสัญชาติให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ในกิจจานุเบกษาของรัฐบาลเซอร์เบีย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางการเซอร์เบีย และนักการทูตไทยประจำกรุงเบลเกรดของเซอร์เบีย ปฏิเสธให้ความเห็นต่อกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอยเตอร์ส รายงานอีกว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ในวัย 52 ปี เดินทางไปที่ดูไบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพบกับนายทักษิณ ซึ่งเดินทางออกนอกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปี 2553 นายทักษิณได้รับสัญชาติจากรัฐบาลสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ซึ่งทั้งเซอร์เบียและมอนเตเนโกรเคยเป็นประเทศเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซอร์เบีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐเซอร์เบีย เป็นประเทศสาธารณรัฐตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เมืองหลวงคือกรุงเบลเกรด เซอร์เบียมีอาณาเขตติดต่อกับฮังการีทางทิศเหนือ ติดต่อกับโรมาเนียและบัลแกเรียทางทิศตะวันออก ติดต่อกับมาซิโดเนียและแอลเบเนียทางทิศใต้ และติดต่อกับมอนเตเนโกร โครเอเชีย และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาทางทิศตะวันตก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43051</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สถานะพลเมือง, สัญญชาติ, เซอร์เบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11c740f2efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยอมพับแผน ถามสถานะพลเมืองทำสำมะโนประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐยอมล้มเลิกแผนการตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นพลเมือง ในการทำสำมะโนประชากรปี 2563 ที่เป็นประเด็นโต้แย้งว่าเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยที่อาจไม่ได้เป็นพลเมืองอเมริกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โอดเป็นช่วงเวลาแสนเศร้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ที่กำลังจะได้เป็นพลเมืองสหรัฐ ถือธงชาติสหรัฐและเอกสารการรับสัญชาติระหว่างร่วมพิธีสาบานตนเป็นพลเมืองสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของทรัมป์ประกาศการตัดสินใจนี้เมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2562 ทั้งที่เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ยังคงยืนกรานกับผู้สื่อข่าวว่า เขาต้องการให้การทำสำมะโนประชากร ซึ่งกระทำทุกๆ 10 ปี หาคำตอบว่ามีใครบ้างที่เป็นพลเมืองอเมริกันจริงๆ ไม่ใช่พวกที่อยู่ที่นี่อย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำตัดสินห้ามรัฐบาลตั้งคำถามถึงความเป็นพลเมือง โดยตุลาการศาลสูงสุดลงความเห็นว่าเหตุผลที่รัฐบาลอ้างนั้นไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเขาเมื่อวันอังคารว่า &amp;quot;เป็นช่วงเวลาน่าเศร้ามากของอเมริกา เมื่อศาลสูงสุดของสหรัฐไม่อนุญาตให้ตั้งคำถามว่า &amp;#39;บุคคลนี้เป็นพลเมืองสหรัฐหรือไม่&amp;#39; เพื่อถามในการทำสำมะโนประชากรปี 2563&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกา ปฏิกิริยาแรกของทรัมป์คือขอให้เลื่อนการพิมพ์แบบคำถามและการทำสำมะโนประชากรปีหน้าออกไปก่อน เพื่อรอเวลาให้รัฐบาลยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้รัฐบาลของเขาล้มเลิกความพยายามอุทธรณ์และปิดโอกาสที่จะเปลี่ยนคำถามในแบบสำมะโนประชากรครั้งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนับจำนวนประชากรในประเทศนั้นมีความสำคัญต่อการกำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และเป็นตัวตัดสินด้วยว่ารัฐบาลกลางจะต้องให้งบประมาณแต่ละรัฐจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายที่คัดค้านการตั้งคำถามเรื่องสถานะความเป็นพลเมือง ซึ่งไม่ถูกบรรจุไว้ในแบบคำถามมาตั้งแต่ปี 2493 จะส่งผลให้คนเข้าเมืองจำนวนมากเลี่ยงตอบแบบสอบถาม เนื่องจากกลัวว่าจะตกเป็นเป้าหมายการปราบปรามคนเข้าเมืองเถื่อนของรัฐบาลทรัมป์ การทำเช่นนั้นจะทำให้ประชากรเหล่านี้ไม่มีตัวตน บิดเบือนจำนวนประชากรที่แท้จริง ซึ่งส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดพื้นที่เลือกตั้งที่อ้างอิงตามจำนวนประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสำมะโนประชากรกล่าวกันว่า คนเข้าเมือง 1.6 ล้านจาก 6.5 ล้านคน โดยเฉพาะพวกที่พูดภาษาสเปน จะไม่ทำแบบสอบถามหรือโกหก หากมีคำถามเรื่องพลเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40115</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานะพลเมือง, สำมะโนประชากร, สำมะโนประชากรสหรัฐปี 2563, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cacb88e37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
