<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บอร์ดอีวีวางเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า30% พร้อมตั้งปั้มชาร์จ 1.2 หมื่นหัวจ่ายในปี 73</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี) เปิดเผยผลการประชุมครั้งที่ 2/2564 ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 เพื่อก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยมีกำลังการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์(ZEV) อย่างน้อย 30% ของการผลิต ในปี 2573 (2030) ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันประชุมยังได้ร่วมกำหนดเป้าหมายการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า(ปั๊มชาร์จ)สาธารณะกระจายทั่วประเทศภายในปี 2573 สำหรับรถยนต์นั่งและรถกระบะในลักษณะฟาส ชาร์จ จะมีจำนวนทั้งสิ้น 12,000 หัวจ่าย และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ให้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารับจ้างและส่งสินค้าเดลิเวอรี่ จำนวนทั้งสิ้น 1,450 แห่ง พร้อมกำหนดมาตรการส่งเสริมทางการเงินและภาษี การกำหนดมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งบูรณาการให้เข้ากับระบบสมาร์ทกริด ด้านการผลิตแบตเตอรี่ได้พิจารณาจากแผนการผลิตของภาคเอกชนแล้วที่ประชุมจึงได้กำหนดเป้าหมายการผลิตแบตเตอรี่ให้สอดคล้องกับการผลิตรถ ZEV ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโดยมุ่งเน้นให้ประเทศเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนผ่านมาตรการด้านภาษี การกำหนดมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน และแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับด้านการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามีกรอบแนวทางมาตรการด้านภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ส่วนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้านั้น มีแนวทางการสนับสนุนการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งหาแนวทางการลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาการขออนุญาตติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า เป็นต้น ด้านมาตรการส่งเสริมแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ได้เห็นชอบกรอบแนวทางการสนับสนุนด้านการเงินให้กับผู้ผลิต การอำนวยความสะดวกในการนำเข้าวัตถุดิบ พร้อมทั้งสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานกับหน่วยตรวจหรือศูนย์ทดสอบภายในประเทศ และจะมีการออกกฎระเบียบแนวทางนโยบายมาตรการด้านแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดกรอบแนวทาง เตรียมความพร้อมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ ซึ่งทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่างๆ ไปศึกษาถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป โดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่: ระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) : ปี&amp;nbsp;2564 - 2565&amp;nbsp;นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 2 : ปี&amp;nbsp;2566 - 2568&amp;nbsp;พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับอีโคโนมี ออฟ สเกล และระยะที่ 3 : ปี&amp;nbsp;2569 &amp;ndash; 2573&amp;nbsp;ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102794</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี, สถานีชาร์ตไฟฟ้า, เป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0ec39aa8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักเรื่องการชาร์ตไฟ ก่อนซื้อรถยนต์อีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทรนด์ของการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า หรือ รถอีวีในประเทศไทยเริ่มกระจายขึ้นเรื่อย ๆ จากความมุ่งมั่นของภาครัฐที่เห็นถึงกระแสของเทคโนโลยีว่าจำเป็นต้องมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี) ขึ้นมาเพื่อกำหนดทิศทางการผลักดันนโยบายสนับสนุนรถอีวีในประเทศไทย โดยจากการประชุมครั้งล่าสุด ที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ทำให้แนวทางการพัฒนานโยบายดังกล่าวชัดเจนมากขึ้น โดยที่ประชุมได้มีการกำหนดเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี 2568 รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,055,000 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 15,580,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ประชุมยังวางนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ 1- 5 ปี ไว้อีกด้วยดังนี้ 1.มาตรการกระตุ้นการใช้รถอีวีระยะเร่งด่วน โดยจะมุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นและ 2.มาตรการกระตุ้นระยะ 1-5 ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราค่าไฟสำหรับการชาร์จรถอีวี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การวางเป้าหมายตามนโยบายของบอร์ดอีวีนั้นส่งผลให้แผนการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวของกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่งเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจเองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ กลุ่มผู้ให้บริการ ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ภายในรถ อุปกรณ์ชาร์จไฟ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการด้านไฟฟ้าเองด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศกำกับอัตราค่าไฟฟ้าและการจัดการระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า(ปั๊มชาร์จอีวี) ระหว่างปี 63-64 ไว้แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้าที่จำหน่ายให้กับปั๊มชาร์จ (ขายส่ง) อยู่ที่ 2.63 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นชั่วคราว ที่ทดลองใช้ 2 ปี และอัตราดังกล่าวถือว่าเป็นราคาที่ถูกลงจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 3 บาทกว่าต่อหน่วยอีกด้วย เนื่องจากหักค่าพลังงานไฟฟ้า(ดีมานด์ ชาร์จ) หรือ ค่าลงทุนโรงไฟฟ้า ระบบส่ง ออกจากสูตรค่าไฟฟ้าฐานที่คิดสำหรับอีวีแล้ว เพื่อต้องการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (ชาร์จจิ้ง สเตชั่น) ประเภทหัวจ่ายเร่งด่วน (ควิก ชาร์จ) กระจายในต่างจังหวัดมากขึ้น และมีความต้องการพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยอัตราดังกล่าวในช่วงสิ้นปี 63 ถึงช่วงต้นปี 64 นั้นจึงเริ่มเห็นความสนใจของเอกชนหรือหน่วยงานที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจชาร์จจิ้ง สเตชั่น เริ่มขยับกันมากขึ้นโดยในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นความร่วมมือกันของหลาย ๆ หน่วยงานทั้งเอกชนกับเอกชนเอง หรือรัฐวิสาหกิจกับเอกชนเพื่อพัฒนาปั๊มชาร์จอีวีขึ้นมาในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นปั๊มชาร์จฯในเส้นทางต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้รถอีวีในประเทศตามเป้าหมายของบอร์ดอีวีที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอลล์บ๊อกซ์ หนึ่งในตัวเลือกผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยการซื้อรถอีวีตอนนี้นอกจากเรื่องราคาที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องนำมาทบทวนเป็นเรื่องแรกแล้วนั้น ในประเทศไทยช่วงที่เหมือนเพิ่งเริ่มจะเดินหน้ารถไฟฟ้า การชาร์จไฟรถก็สำคัญ ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วเกี่ยวกับอัตราค่าไฟที่จะต้องจ่ายเมื่อนำไปชาร์จไฟตามปั๊มชาร์จต่าง ๆ ซึ่งในตอนนี้หลายที่ยังเปิดให้บริการฟรีอยู่เพื่อเป็นการทดลองระบบและสร้างการรับรู้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีอย่างทั่วถึงให้กับในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศ และการจะรอให้เกิดการตั้งปั๊มชาร์จให้เพียงพอในเส้นทางการเดินรถนั้น อาจจะต้องรออีกหลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถอีวีในปัจจุบันจึงเป็นเพียงทางเลือกให้กับคนที่ใช้รถภายในพื้นที่ที่มีปั๊มชาร์จไว้รองรับเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ตามหัวเมืองหลัก และในกรุงเทพฯ แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมากแล้ว ตัวเลือกใหม่ของผู้ต้องการใช้รถอีวีก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือวอลล์บ๊อกซ์(Wallbox) หรืออุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน หรือตามอาคารที่สามารถติดตั้งเพื่อให้รถอีวีชาร์จไฟภายในบ้านได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นเครื่องมือใหม่ที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานและความสะดวกของผู้ใช้รถยนต์อีวี รวมถึงกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในประเทศไทยมีหลายผู้ประกอบการที่นำเครื่องดังกล่าวเข้ามาให้บริการ โดยการทำงานหลัก ๆ คือการติดตั้งเครื่องดังกล่าวเป็นเสมือนตัวแปลงไฟฟ้าภายในบ้านให้สามารถนำมาชาร์จกับรถไฟฟ้าได้ ซึ่งลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้องต่าง ๆ ทั้งไฟไหม้ หรือไฟฟ้าขัดข้อง ดีกว่าการชาร์จจากไฟบ้านโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ใช้ไฟในประเทศไทยเองหากต้องการที่จะติดตั้งเครื่องดังกล่าวเพื่อให้สามารถใช้ไฟบ้านชาร์จรถยนต์ได้นั้นจำเป็นจะต้องสำรวจความพร้อมของบ้านตัวเองก่อน อันดับแรกคือความต้องการใช้ไฟที่จะนำมาชาร์จกับรถ โดยแบ่งเป็นรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้า 100% แต่เป็นการสลับใช้กับเชื้อเพลิงน้ำมัน ซึ่งรถแบบดังกล่าวจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟที่มีกำลังสูงมาก ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ในประเทศสามารถติดตั้งเครื่องนี้เพื่อใช้กับรถดังกล่าวได้เลย แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขขนาดมิเตอร์ที่ 15/45 แอมป์ แบบ 1 เฟส หมายถึงมิเตอร์ขนาด 15 แอมป์ และสามารถใช้ไฟได้มากถึง 45 แอมป์ หรือ 30/100 แอมป์ และไม่จำเป็นจำต้องเปลี่ยนระบบไฟเป็น 3 เฟส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ที่ต้องการติดตั้งวอลล์บ๊อกซ์เพื่อนำมาชาร์จไฟกับรถอีวี 100% นั้น แต่มีขนาดมิตเตอร์แบบ 1 เฟสนั้นก็ยังสามารถติดตั้งและใช้ได้อยู่ แต่กำลังไฟฟ้าที่จ่ายไปยังรถยนต์จะน้อยกว่า และใช้เวลาชาร์จไฟมากกว่า จึงอาจจะต้องจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบมาเป็นแบบ 3 เฟส เพื่อให้ชาร์จไฟได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสายเมนจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นทั้งในทั้ง 2 ระบบ คือขั้นต่ำต้องเบอร์ใหญ่ 65 มิลลิเมตร(มม.) และขนาดลูกเซอร์กิต (MCB) ต้องสอดคล้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการติดตั้งวอลล์บ๊อกซ์นั้น จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้ที่ต้องการใช้รถอีวีในพื้นที่ที่ปั๊มชาร์จมีจำนวนน้อย เนื่องจากจะใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทดแทนได้ แต่อัตราค่าไฟต่อหน่วยก็จะจ่ายเท่ากับที่เรียกเก็บในแต่ละงวดเดือน ซึ่งแพงกว่าราคาที่ไปชาร์จในปั๊มชาร์จแน่นอน แต่ก็ยังถือว่าน่าสนใจเนื่องจากต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้นเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศที่เดินหน้าเรื่องรถอีวีแล้ว ไทยมีอัตราค่าไฟต่อหน่วยที่ค่อนข้างถูกที่สุด จึงน่าจะคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป เมื่อเทียบกับการใช้รถสันดาปที่หลายคนมองว่าเป็นปัจจัยทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซื้อรถอีวีแถมสายชาร์จ ใช้ไฟบ้านได้จริงหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปในทิศทางที่ประเทศไทยจะมีสังคมการใช้รถอีวีมากขึ้น และแน่นอนว่าหลายคนหันมาสนใจที่จะเปลี่ยนรถใหม่หรือซื้อรถเพิ่มโดยเล็งเป็นรถไฟฟ้า เอกชนผู้ผลิตรถยนต์ก็จำเป็นจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับผู้บริโภคมากขึ้น โดยปัจจุบันตอนนี้มีหลายค่ายรถเริ่มทำตลาดและโปรโมชั่นในการสนับสนุนการขายมาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนั้นนอกเหนือจากการลด แลก แจกของต่าง ๆ แล้ว การซื้อรถแถมสายชาร์จไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เกือบทุกค่ายนั้นหยิบยกมาใช้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งหลายค่ายเคลมว่าสามารถชาร์จกับไฟบ้านได้โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องจริง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบใด ๆ &amp;nbsp;แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ารถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือที่ความต้องการใช้ไฟเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ทั้งนี้การคิดที่จะใช้ไฟบ้านชาร์จรถอีวีตลอดเวลานั้นจะมีแต่สร้างผลกระทบได้ ทั้งนี้ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ขายรถอีวีพร้อมแถมสายชาร์จมาจึงมาการกำชับว่าสายชาร์จดังกล่าวเหมาะสำหรับการชาร์จเพียงชั่วคราวสั้นๆ ในยามฉุกเฉินเท่านั้น&amp;nbsp;อาทิ กรณีที่ ที่แบทรถอีวีหมดกลางทาง แล้วต้องการชาร์จไฟให้เพียงพอที่จะขับกลับบ้าน หรือไปชาร์จไฟเพิ่มที่ปั๊มชาร์จเท่านั้น ไม่ได้ออกแบบสำหรับเสียบชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านทิ้งไว้ทั้งคืนเป็นประจำ เนื่องจากอาจเกิดความร้อนสะสมที่เต้าเสียบไฟบ้าน การชาร์จไฟ และยังเอื้อต่อการเกิดเหตุต่าง ๆ อย่างเช่น ไฟไหม้ หรือการเสื่อมของแบตเตอรี่รถเนื่องจากสายไฟบ้านทั่วไปในไทยทนต่อกระแสไฟได้ไม่เพียงพอที่รถอีวีจะดึงไปใช้ซึ่งเกินจากสายไฟบ้านรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ว่าถึงเทคโนโลยีหรือเทรนด์การใช้รถอีวีจะเริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในประเทศไทยแล้ว พร้อมกับยังมีนโยบายและแนวทางการดำเนินงานชัดเจนอยู่ แต่สำหรับผู้ใช้งานเองก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายด้าน หนึ่งในนั้นคือความพร้อมปั๊มชาร์จไฟ ทั้งนี้ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องศึกษาการเส้นทางการเดินรถให้ดี วางแผนการระยะทางและการชาร์จโดยคำนวนจากรุ่นรถยนต์ที่ใช้อยู่ว่าสามารถวิ่งได้ในระยะทางกี่กิโล และจำเป็นต้องชาร์จไฟในจุดไหน เพื่อที่จะไม่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟชาร์ตรถอีวี, ชาร์ตไฟบ้าน, รถอีวี, สถานีชาร์ตไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0ef8d7d6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.เคาะราคาค่าชาร์จไฟอีวี2.63บาทต่อหน่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 2564 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ได้เห็นชอบให้ทดลองใช้อัตราค่าไฟสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของหรือลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรืออีวี ชาร์จเจอร์ สเตชั่น ระหว่างปี 63-64 ที่อัตรา 2.63 บาทต่อหน่วย จากปกติ 3 บาทกว่าต่อหน่วย เนื่องจากได้หักค่าพลังงานไฟฟ้า หรือค่าลงทุนโรงไฟฟ้า ระบบส่ง ออกจากสูตรค่าไฟฟ้าฐานที่คิดสำหรับอีวี เพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการไปคิดค่าบริการชาร์จไฟกับผู้ใช้รถอีวีให้ถูกลง กระตุ้นการติดตั้งสถานีปั๊มชาร์จไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.อยู่ระหว่างศึกษาลงทุนจัดทำสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทั้งในส่วนที่เป็นความร่วมมือกับผู้ประกอบการสถานีบริการ (ปั๊ม) น้ำมัน และในส่วนของสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเบื้องต้นจะมุ่งไปที่ลักษณะของประเภทหัวจ่ายเร่งด่วน เพื่อรองรับการใช้งานของรถอีวีที่วิ่งในต่างจังหวัดอุ่นใจว่าจะมีปั๊มชาร์จไฟฟ้า และต้องใช้เวลาในการชาร์จเร็ว ประมาณ 20-30 นาที โดยจะต้องพิจารณาความพร้อมในหลายๆด้าน ทั้งการกำหนดจุดพักรถ ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาใช้บริการ จำนวนรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่กฟผ.มีความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ภายในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น เบื้องต้นจะนำร่องในถนนสายหลักเส้นทางภาคตะวันออกก่อน คาดว่าจะเห็นแผนการลงทุนที่ชัดเจนได้ในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ปัญหาของอุตสาหกรรมรถอีวีในไทย คือ สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ที่มีจำกัด ซึ่งสมาคมฯ เคยเสนอรัฐแล้วให้มีการพิจารณามาตรการสนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมกฤช ตันตระวาณิชย์, ชาร์ตรถอีวี, สถานีชาร์ตไฟฟ้า, อัตราค่าไฟ, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.), โฆษก กกพ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c807a70924a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ายรถยุโรปพับแผนลงทุนอีวีในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับเอกอัครราชทูตเยอรมัน ประจําประเทศไทย ในเรื่องการลงทุนในไทย โดยเยอรมันมีความเป็นห่วงแผนการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไทยยังไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลงทุนสร้างสถานีชาร์ตไฟฟ้าที่ยังมีน้อย และกฎหมายของไทย ยังไม่มีมาตรการบังคับให้เกิดสถานีนชาร์ตไฟฟ้าเพิ่ม เช่น การสร้างคอนโดมิเนียมยังไม่มีกฎหมายบังคับให้มีจุดชาร์ตไฟฟ้า หรือในสถานที่อื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ทางเยอรมันมองว่าหากไทยยังไม่มีความพร้อมในเรื่องสถานีชาร์ตไฟฟ้า ก็ยากที่จะผลักดันให้มีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้ ทางค่ายรถยนต์ของเยอรมัน ที่มีโรงงานในประเทศไทย มีแผนที่จะไม่ลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะชะลอแผนการลงทุนออกไปก่อนจนกว่าไทยจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆนั้น มองว่าขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ทั้งของเยอรมัน และสหภาพยุโรป ยังไม่ได้มีแผนชัดเจนการเข้ามาลงทุนในอาเซียน ดังนั้นไทยควรจะฉวยโอกาสในช่วงนี้ ดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาในประเทศไทย โดยใช้จุดเด่นในมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการผลิตเพื่อจำหน่ายในอาเซียน ซึ่งมั่นใจว่ายังมีบริษัทขนาดใหญ่ในยุโรปต้องการมาลงทุนในภูมิภาคนี้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางเยอรมันยังอยากให้ไทยมองธุรกิจเยอรมันที่เข้ามาตั้งในไทยให้มีสิทธิต่างๆเท่าเทียกับบริษัทของไทย เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ และมาตรการส่งเสริมต่างๆของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการขยายกิจการต่างๆในไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ไทยควรจะเพิ่มจุดแข็งในการดึงดูดการลงทุน โดยการขยายความร่วมมือเปิดเขตการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆ เช่น เขตการค้าเสรีไทย-ยุโรป และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) โดยเฉพาะ ซีพีทีพีพี ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก ซีพีทีพีพี ต้องการให้ไทยเข้าร่วมมาก ได้ทำหนังสือไปยังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้ช่วยผลักดันในเรื่องนี้ ซึ่งหากไทยไม่เข้าร่วม ซีพีทีพีพี จะทำให้ลดความสามารถในการดึงดูดการลงทุน และอาจทำให้มีธุรกิจบางส่วนของญี่ปุ่นย้ายไปลงทุนประเทศอื่นที่เป็นสมาชิก ซีพีทีพีพี ทำให้ในอนาคตอาจทำให้ซัพพลายเชนต่างๆ หรือชิ้นส่วน วัตถุดิบต่างๆ ย้ายตามออกไปด้วย ส่งผลให้จุดแข็งในเรื่องซัพพลายเชนของไทยอ่อนแอลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สถานีชาร์ตไฟฟ้า, สุพันธุ์ มงคลสุธี, อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67b72ca6afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
