<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักศึกษาวัย 24 ระเบิดปลิดชีพโจมตีตำรวจอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดที่เป็นนักศึกษาวัย 24 ปี จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่ลาดจอดรถด้านนอกสถานีตำรวจในเมืองเมดันของอินโดนีเซียเมื่อวันพุธ ส่งผลให้ตำรวจ 4 นายและพลเรือน 2 คนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจสอบเชื่อมโยงกลุ่มอิสลามิสต์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจอินโดนีเซียตรวจศพมือระเบิดฆ่าตัวตายที่ด้านนอกสถานีตำรวจเมืองเมดัน จังหวัดสุมาตราเหนือ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุครั้งนี้ แต่ที่ผ่านมาสถานีตำรวจในอินโดนีเซียตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของพวกหัวรุนแรงบ่อยครั้ง การโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้น 1 เดือนภายหลังผู้ต้องสงสัยว่าโยงใยกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ลอบแทงวิรันโต อดีตรัฐมนตรีความมั่นคง ได้รับบาดเจ็บ และทำให้ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด สั่งเพิ่มการรักษาความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเดดี ปราเซตโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 แถลงว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 08.45 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันเดียวกันซึ่งตรงกับเวลาของไทย โดยเชื่อว่านักศึกษารายนี้ก่อเหตุโดยลำพัง แต่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าเขามีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มอิสลามิสต์กลุ่มใดหรือไม่ หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายและหน่วยนิติวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราเซตโยกล่าวว่า มือระเบิดรายนี้สวมเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างและสะพายเป้ เข้ามาที่สถานีตำรวจในเมืองเมดัน เชื่อว่าเขาผูกระเบิดติดไว้กับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ โฆษกตำรวจจังหวัดเมดันกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกตรวจเป้สะพายหลังแล้วก่อนจะเข้ามาในลานจอดรถ ใกล้กับพื้นที่ที่ผู้คนกำลังเข้าแถวเพื่อขอหนังสือรับรองของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราเซตโยระบุว่า แรงระเบิดทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย พลเรือนบาดเจ็บ 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นลูกจ้างของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์เผยให้เห็นกลุ่มควันและเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วลานจอดรถ ผู้คนพากันวิ่งหลบเข้าอาคารหลังการระเบิด ปราเซตโยกล่าวว่า หน่วยนิติวิทยาศาสตร์เก็บหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ ทั้งตะปู, สายไฟ และสวิตช์ รวมถึงชิ้นส่วนศพของมือระเบิด ไปตรวจสอบว่าคนร้ายใช้ระเบิดชนิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย เดนซัส 88 กำลังสอบสวนว่ามือระเบิดเกี่ยวข้องหรือไม่กับกลุ่มเจมาห์อันชารุตเดาลาห์ (เจเอดี) กลุ่มอิสลามิสต์ที่ได้แรงดลใจจากไอเอส ซึ่งก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในอินโดนีเซีย รวมถึงการระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้งในเมืองสุราบายาเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 30 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50224</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดฆ่าตัวตาย, สถานีตำรวจ, อินโดนีเซีย, เมดัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0b922c103.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;อึ้ง!สุ่มเยือนโรงพักพุ่งเป้าปฏิรูปขจัดสภาพอนาถา ผู้บังคับบัญชาต้องจัดงบฯเพียงพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง ปฏิรูปตรงสู่โรงพัก ระบุว่า หลังพักการประชุมไป 1 สัปดาห์ คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯได้กลับมาประชุมตามปกติอีกครั้งเมื่อเย็นวานนี้ โดยเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนตรวจพิจารณาร่างกฎหมายรายมาตราที่คณะทำงานร่วมกับฝ่ายเลขานุการยกร่างฯขึ้นมาเบื้องต้นตามประเด็นที่คณะกรรมการได้มีมติไปตลอดการประชุม 9 ครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ท่านประธาน(มีชัย ฤชุพันธุ์)ยังได้เล่าให้ที่ประชุมฟังถึงสภาพความเป็นจริงที่ได้พบเห็นจากการสุ่มไปเยือนสถานีตำรวจภูธรหรือโรงพักรวมทั้งหมด 5 แห่งโดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดก่อนล่วงหน้าช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา และช่วงลองวีคเอนด์สัปดาห์ก่อนหน้าตามที่ได้รายงานไปแล้วโดยเฉพาะสภาพความไม่พร้อมและความขาดแคลนต่าง ๆ ที่ตำรวจชั้นผู้น้อยเผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรงพักเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด แต่โรงพักบางแห่งที่ผมไปเห็นมากลับอนาถาที่สุด ทุกอย่างที่จำเป็นกับการปฏิบัติหน้าที่ล้วนไม่พอเพียง ต้องซื้อหากันเอง ตั้งแต่กระดาษ ปากกา ดินสอ รวมทั้งปืนคู่มือ ถามว่าหลวงไม่มีให้หรือ เขาตอบว่ามีแต่เก่าคร่ำคร่ามาก และที่น่าเวทนามากคือตั้งแต่ย้ายเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องซื้อโต๊ะเก้าอี้เอง ซื้อแอร์ติดห้องเอง เพราะคนเก่าที่ย้ายออกไปเขาย้ายเอาติดตัวไปยังที่ใหม่ เพราะก็เป็นของที่เขาซื้อหาเองมาก่อนเมื่อครั้งย้ายเข้ามา คนที่โชคดีหน่อยก็คือคนที่ย้ายเข้ามาแล้วคนเก่าเขาทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ไม่เอาติดตัวไปที่ใหม่...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าเมื่อเริ่มต้นรับตำแหน่งก็มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นรออยู่แล้ว อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดมีผู้ปรารถนาดีเข้ามามีส่วนช่วยออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และในหลายกรณีที่ผู้ปรารถนาดีเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาจนกระทั่งมีการรับรู้กันเป็นการภายในเชิงแบ่งเกรดสถานีตำรวจเป็น A, B, C และ D กันตามลักษณะในการสนับสนุนจากผู้ปรารถนาดีในแต่ละพื้นที่นั้น ที่ประชุมได้หารือกันอย่างกว้างขวางและเห็นพ้องต้องกันว่าในการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะต้องพุ่งเป้าไปที่การขจัดสภาพอนาถาเช่นนี้ในระดับโรงพักให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มงบประมาณแผ่นดินให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะทำในอย่างน้อย 2 วิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำหนดไว้ในพ.ร.บ.ตำรวจฯให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผบ.ตร. ต้องบริหารจัดการงบประมาณเท่าที่ได้รับจัดสรรมาโดยคำนึงถึงความพร้อมในการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจเป็นลำดับแรกอาทิเช่น เพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของผบ.ตร.เข้าไปอีก 1 อนุมาตรา &amp;quot;ดูแลให้หน่วยงานทุกหน่วย โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธร มีงบประมาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเพียงพอ&amp;quot; รวมทั้งเพิ่มหน้าที่และอำนาจและความรับผิดชอบของนายตำรวจที่ดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการให้รวมถึง &amp;quot;การบริหารงบประมาณ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เนื่องจากงานตำรวจเป็นงานที่ให้บริการแก่ท้องถิ่นโดยตรง และหลายงานเป็นงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะต้องทำเองแต่ยังขาดความพร้อม จึงจะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมด้านรายได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในท้องถิ่นนั้นในบางส่วนงาน โดยมีหลักให้งบประมาณสนับสนุนตรงไปที่สถานีตำรวจในพื้นที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในส่วนโครงสร้างกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบัญญัติเป็นหลักการไว้ในกฎหมายไม่ให้จัดไปกองไว้ที่หน่วยงานกลางระดับภาคจนเกินความจำเป็น แต่ให้กระจายลงไปยังระดับโรงพักให้เพียงพอที่จะให้บริการประชาชนโดยตรงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อไม่ให้ตำรวจประจำโรงพักต้องทำงานหนักจนเกินกำลัง
ทั้งนี้ โดยจะมีมาตราที่บัญญัติขึ้นใหม่ถึงหลักในการบริหารจัดการระดับสถานีตำรวจไว้ด้วย โดยมอบให้คณะทำงานและฝ่ายเลขานุการไปทำการบ้านมาว่าจะควรจะบัญญัติไว้ในส่วนใด การมีบทบัญญัติที่ระบุถึงสถานีตำรวจหรือโรงพักโดยตรงยังไม่เคยปรากฎในกฎหมายตำรวจมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9722</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, ปฏิรูปโรงพัก, สถานีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03d600cfc66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจเคาะอีก!แจ้งความได้ทุกสถานี-เล็งถ่ายโอนภารกิจ&#039;ตม.&#039;ออกจากสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 9 พ.ค. มีมติให้จัดทำกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์ในการสอบสวน เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น โดยหลักการสำคัญๆ ที่จะได้รับการบรรจุไว้ อาทิ ให้ประชาชนสามารถแจ้งความได้ในทุกสถานี ไม่เฉพาะแต่ในสถานีท้องที่เกิดเหตุเท่านั้น สถานีที่รับแจ้งความหากมิใช่สถานีท้องที่เกิดเหตุจะเป็นผู้ส่งรายละเอียดไปยังสถานีท้องที่เกิดเหตุเอง ให้ทุกสถานีมีอำนาจสอบสวนคดีที่ไม่ได้เกิดในท้องที่ของตนได้ด้วย เช่น คดีที่เกิดขึ้นในขบวนรถไฟที่เคยอยู่ในเขตอำนาจของตำรวจรถไฟ คดีที่เกิดขึ้นในทางหลวงแผ่นดินสายที่เป็นเขตอำนาจของตำรวจทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า หากประชาชนทำเอกสารหายไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน แล้วนำบันทึกประจำวันนั้นไปยังหน่วยงานผู้ออกเอกสารเพื่อให้ออกเอกสารใหม่ให้อีกต่อไป แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย หรือในคดีที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อาจตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญนั้น เป็นผูช่วยพนักงานสอบสวน หรือที่ปรึกษาพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า สำหรับประเด็นภารกิจของหน่วยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น มีการพิจารณาว่าควรจะยังอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ต่อไปเหมือนเดิมหรือถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น ภายหลังจากรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้านจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสตช.และผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ที่ประชุมเห็นควรให้รอการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอผลความคืบหน้าในการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่องภาพรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการคนเข้าเมืองทั้งระบบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8904</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, สถานีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
