<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนข.ลุยพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟอยุธยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2563 นายเริงศักดิ์ ทองสม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สนข. เปิดเผยภายหลังงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสัมมนาเพื่อลงทุน สรุปผลในพื้นที่เมืองต้นแบบ : จ.พระนครศรีอยุธยา โครงการศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง &amp;ldquo;TOD คมนาคม สร้างเมือง เมืองสร้างสุข สุขสร้างได้&amp;rdquo;ว่า จ.พระนครศรีอยุธยาเป็นอีกพื้นที่ที่มีศักยภาพและความพร้อมพัฒนาเป็น เมืองมรดกล้ำค่า แหล่งอุตสาหกรรมชั้นนำ อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการพัฒนาทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด


อย่างไรก็ตามส่งผลให้ จ.พระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 3 เมืองที่ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา TOD และสถานีรถไฟอยุธยาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน TOD ประเภทศูนย์กลางเมือง (Urban Center: UC) จากกลุ่มแนวเส้นทางรถไฟสายเหนือ ด้วยความสำคัญของสถานีรถไฟความเร็วสูงและพื้นที่ในรัศมี 500 เมตรโดยรอบสถานีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทส่งเสริมการพัฒนาเมือง

ทั้งนี้แนวคิดพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟอยุธยา ส่งเสริมเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อพัฒนาพื้นที่เมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระดับโลก ใช้ประโยชน์ที่ดินผสมผสานและสร้างสรรค์กิจกรรมภายในเมืองที่เป็นเอกลักษณ์
เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่เกาะเมือง และฝั่งสถานีรถไฟด้วยสะพานทางเดินข้ามแม่น้ำ ท่าเรือข้ามฟาก และระบบขนส่งมวลชนรอง (Feeder) เชื่อมพื้นที่สาธารณะภายในเมืองด้วยโครงข่ายพื้นที่สีเขียว ทางจักรยาน ทางเท้า และทางยกระดับ วางแผนและบริหารจัดการด้วยความยืดหยุ่นและรองรับการพัฒนาในอนาคต


สำหรับแนวคิดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พื้นที่รอบสถานีรถไฟอยุธยา แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (ปี64-65) ระยะสั้น (66-70) ระยะกลาง (71-75) และระยะยาว (76-80) โดยพัฒนาพื้นที่ TOD เป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 ย่านสถานีรถไฟทางคู่และสถานีรถไฟความเร็วสูง พื้นที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสถานีรถไฟทางคู่และสถานีรถไฟความเร็วสูง รวมถึงส่วนของอาคารสถานี อาคารสำนักงาน และที่พักของเจ้าหน้าที่

โซนที่ 2 ย่านพาณิชยกรรมรองรับการค้าและบริการขนาดใหญ่ริมถนนโรจนะ พื้นที่พัฒนาแบบผสมผสานพาณิชยกรรม รองรับการค้าและบริการขนาดใหญ่ริมถนนโรจนะ โดยมีอาคารสูงได้ไม่เกิน 30 เมตร เช่น ศูนย์การค้าหรือศูนย์ค้าปลีก อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การประชุมสัมมนา และคอนโดมิเนียม

โซนที่ 3 ย่านผสมผสานพาณิชยกรรมรองรับศูนย์กลางการค้าและบริการท่องเที่ยว พื้นที่พัฒนาแบบผสมผสานพาณิชยกรรม รองรับศูนย์กลางการค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้สถานี เช่น ศูนย์การค้า ร้านค้าริมถนน อาคารสำนักงาน โรงแรม และอพาร์ทเมนท์ให้เช่า เพื่อบริการนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางมาติดต่อธุรกิจ

โซนที่ 4 ย่านผสมผสานพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย พื้นที่พัฒนาแบบผสมผสานพาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียมระดับกลาง คอนโดมิเนียมคุณภาพสูง และศูนย์การค้าหรือศูนย์ค้าปลีก เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนโดยรอบสถานี และ โซนที่ 5 ย่านที่พักอาศัยชั้นดี พื้นที่พัฒนาที่อยู่อาศัยชั้นดีเพื่อตอบสนองผู้อยู่อาศัย หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนอยู่อาศัยในอยุธยาระยะยาว

ทั้งนี้หากไม่มีพัฒนา TOD ทำให้เกิดปัญหาการขยายตัวของเมืองอย่างกระจัดกระจาย เนื่องจากขาดการวางแผนพัฒนาเมืองที่ดี ใช้ประโยชน์พื้นที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น ปล่อยทิ้งพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่ตาบอด หรือพัฒนาพื้นที่รอบศูนย์คมนาคมขนส่งเบาบางกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เมืองขาดความกระชับ
ขาดการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงกับพื้นที่โดยรอบ และโครงข่ายรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต สภาพจราจรหนาแน่นและใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลมากกว่าระบบขนส่งสาธารณะ ขาดระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ขาดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ ทั้งทางเท้า ทางจักรยาน และพื้นที่สีเขียวรวมทั้งเกิดปัญหามลภาวะในเมืองและคุณภาพชีวิตของคนเมืองลดลง

อย่างไรก็ตาม หากพัฒนาพื้นที่ตามหลักการ TODทำให้ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ มีประสิทธิภาพ และหลากหลาย มีระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนเดิมและชุมชนใหม่ มีโครงข่ายพื้นที่สีเขียว ทางเท้า และทางจักรยานเชื่อมโยงพื้นที่สาธารณะ และเดินทางภายในเมือง
เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่โดยรอบสถานี TOD อยุธยา ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่พักอาศัยระยะยาว อย่างไรก็ตาม สนข. จะจัดเปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนในเมืองต้นแบบ จ.ชลบุรี วันที่ 14 ส.ค.63&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74056</URL_LINK>
                <HASHTAG>@พระนครศรีอยุธยา, สถานีรถไฟ, สนข.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f31f98f8eb03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟฯขานรับเข้าสู่ยุค4.0ใช้คิวอาร์โค้ดจ่ายค่าโดยสารแทนเงินสด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.จับมือ กสิกรไทย ขานรับนโยบายสังคมไร้เงินสดหวังยกระดับสถานีรถไฟทั่วประเทศ ใช้คิวอาร์โค้ดจ่ายเงินแทนตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61-นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยการเปิดตัวการรับชำระเงินค่าตั๋วรถไฟด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) ผ่านทางเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ ร่วมสร้าง &amp;ldquo;สังคมรถไฟยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด&amp;rdquo; เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ใช้บริการในยุค 4.0โดยในช่วงที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ เพื่อรองรับการชำระค่าตั๋วโดยสารด้วยบัตรวีซ่า และมาสเตอร์การ์ด สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมรถไฟยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด กับการรับชำระค่าตั๋วรถไฟด้วยคิวอาร์โค้ด โดยสแกนผ่าน Mobile Banking บนสมาร์ทโฟนทุกธนาคาร &amp;nbsp;พร้อมใช้งานใน 56 สถานีหลักจำนวน 140 เครื่อง เช่น สถานีกรุงเทพ เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย ชุมทางหาดใหญ่ ชุมพร เป็นต้น โดยสถานีกรุงเทพมีการติดตั้งมากที่สุด จำนวน 14 เครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการทยอยติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชนที่มาใช้บริการให้ครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งการชำระช่องทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการเพิ่มยอดขายการขายตั๋วรถไฟฯแต่เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชนสามารถจ่ายเงินผ่านแอฟของธนาคารกสิกรโดยไม่ต้องพกเงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าปัจจุบัน จำนวนผู้โดยสารรถไฟทั่วประเทศทั้งชาวไทยและต่างชาติมีประมาณ 2.4 ล้านคนต่อเดือน &amp;nbsp;หรือราว 80,000 คนต่อวัน ส่งผลให้ปีที่แล้วการรถไฟฯมีรายได้ ค่าเดินรถ 4,000ล้าน การขนส่งสินค้า 2,000 ล้าน รวม6,000ล้านบาท &amp;nbsp;อีกทั้งในอนาคตจะมีการก่อสร้างระบบขนส่งทางรางที่จะแล้วเสร็จในอนาคต ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นรถไฟที่มีความทันสมัยมากขึ้น ส่วนในปัจจุบันนั้นการชำระเงินค่าตั๋วโดยสาร ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงนิยมชำระค่าตั๋วรถไฟด้วยเงินสดกว่า92%มีเพียง 6 % เท่านั้นที่ชำระด้วยบัตรเครดิต ดังนั้น รูปแบบของรถไฟที่ทันสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มคุ้นชินกับการชำระเงินด้วย QR Code จึงมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริการที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย, คิวอาร์โค้ด, รฟท., สถานีรถไฟ, สังคมไร้เงินสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3de305bd147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
