<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่าหินงามแดนมังกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;
ประติมากรรมหน้าสถานีรถไฟคุนหมิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ทำให้คุนหมิงมีชื่อเสียงและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดก็คือ &amp;ldquo;ป่าหิน&amp;rdquo; แสนงาม ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชือหลินของชาวยี กลุ่มชาติพันธุ์หลักในจังหวัดคุนหมิงที่มีประชากรอันดับ 2 เป็นรองเพียงชาวฮั่น ป่าหินชือหลินอยู่ห่างจากเขตตัวเมืองคุนหมิงประมาณ 90 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเช้าของวันผมยังหาวิธีเดินทางไปป่าหินไม่ได้ เดินไปอู่รถบัสเยื้องๆ สถานีรถไฟคุนหมิง เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เข้า ทราบว่าเป็นเพียงที่จอดรถ ลองเดินไปดูในเวิ้งข้างสถานีรถไฟก็เป็นสถานีชัตเทิลบัส รับ-ส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟไปยังสนามบิน หาคำตอบได้ในภายหลังว่าหากจะเดินทางไปป่าหินด้วยรถบัสต้องไปขึ้นที่สถานีรถบัสตะวันออก อยู่ห่างจากที่พักไปพอสมควร เมื่อไม่เช่ารถ ไม่นั่งแท็กซี่ ไม่ไปกับกลุ่มทัวร์ ก็เหลืออีกวิธีเดียว คือนั่งรถไฟไปต่อรถบัสท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นว่าเช้านี้ยังพอมีเวลา ผมลองเดินเข้าไปในสถานีรถไฟเพื่อสำรวจวิธีการซื้อตั๋ว ขั้นแรกต้องเข้าคิวเดินผ่านเครื่องสแกนทั้งคนและสัมภาระ มีเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องแต่ละเครื่อง เข้าไปเจอโถงขายตั๋วเขียนว่า Ticket 2 มีตู้อัตโนมัติจำนวนมากสำหรับซื้อตั๋ว Ticket Buying และรับตั๋ว Ticket Pickup (หากซื้อออนไลน์ไว้แล้ว) นอกจากป้ายเขียนภาษาอังกฤษแล้วที่ตู้ก็มีปุ่มให้กดภาษาอังกฤษ แต่พอกดปุ๊บโผล่มาแต่ภาษาจีน ลองหลายตู้ก็ได้ผลเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินไปที่โซน Ticket 1 เป็นแบบเข้าแถวซื้อกับเจ้าหน้าที่ มีอยู่ด้วยกันหลายแถว ผู้คร่ำหวอดการท่องเที่ยวในจีนท่านหนึ่งเคยบอกผมว่าไม่ช่องซ้ายสุดก็ขวาสุด เจ้าหน้าที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ ผู้คร่ำหวอดท่านนี้ไม่ซื้อตั๋วแบบออนไลน์ ให้เหตุผลว่าเพราะถึงอย่างไรก็ต้องไปรับตั๋วที่สถานีอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พิพิธภัณฑ์ป่าหิน เขตปกครองตนเองชือหลิน จังหวัดคุนหมิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าซื้อตั๋วและรับตั๋วที่ช่องไหน ทั้งคู่ดูจะฟังภาษาอังกฤษไม่ออก แต่รู้ว่าผมสื่อสารอะไร พูดออกมาว่า &amp;ldquo;นัมเบอร์วัน&amp;rdquo; แล้วชี้ไปที่ช่องซ้ายสุด ได้ข้อมูลจำเป็นแค่นี้แล้วผมก็เดินกลับที่พัก จองตั๋วออนไลน์กับแอปท่องเที่ยวรายใหม่มาแรง ตั๋วรถไฟจากสถานีคุนหมิงไปสถานีชือหลินตะวันตก (Shilin Xi) เที่ยว 12.43 น. แล้วก็จองตั๋วจากคุนหมิงไปฉงชิ่ง เที่ยว 20.49 น. วันนี้เช่นเดียวกัน แล้วจัดการเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เช็กเอาต์และฝากกระเป๋าไว้กับโฮสเทล เจ้าของคิดค่าฝาก 5 หยวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงสถานีรถไฟก็ไม่ผิดหวัง เจ้าหน้าที่ช่องซ้ายสุดพูดภาษาอังกฤษได้จริงๆ รับพาสปอร์ตและมือถือของผมไปดูภาพหน้าจอที่แคปเจอร์บุคกิ้งนัมเบอร์ไว้ ผมขอรับทั้งตั๋วคุนหมิงไปชือหลิน และตั๋วคุนหมิงไปฉงชิ่งพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของป่าหินชือหลิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นต่อมาคือเดินเข้าช่อง Entrance บรรดาช่องอัตโนมัติที่ใช้บัตรแตะให้ประตูเปิดนั้นสำหรับคนจีน เข้าใจว่าบัตรที่ใช้แตะกับเครื่องคือบัตรประชาชน ชาวต่างชาติต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่ช่องซ้ายสุด เขารับพาสปอร์ตกับตั๋วไปดูแล้วอนุญาตให้เข้าไปยังห้องผู้โดยสารขนาดใหญ่โตโอ่โถงอย่างกับสนามบิน ผมตรวจสอบข้อมูลบนจอดิจิตอลติดผนัง แสดงขบวนรถ เวลาออก และเลขประตูสำหรับออกไปชานชาลา ตรงประตูทางออกมีป้ายเขียนไว้ว่า Check In ต้องใช้ทั้งตั๋วและพาสปอร์ตอีกเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั๋วระบุหมายเลขโบกี้ที่ 3 ผมให้เจ้าหน้าที่บริเวณชานชาลาดูตั๋ว เขาชี้ให้เดินขึ้นหน้าไปไกลๆ รถไฟขบวนยาวมาก หากไม่เตรียมตัวขึ้นให้ตรงโบกี้อาจมีปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
กลุ่มชาติพันธุ์ยีโชว์ศิลปะดนตรีและการแสดงแก่นักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูงวิ่งเข้ามาจอดตรงเวลา ในตู้โบกี้แบ่งเป็นห้อง ห้องละ 6 ที่ ผู้โดยสารนั่งหันหน้าเข้าหากัน ฝั่งละ 3 คน ผมหาห้องเจอแล้วก็วางกระเป๋าไว้เตียงบน หากเป็นรถไฟเที่ยวกลางคืนห้องนี้ก็จะเป็นตู้นอนสำหรับ 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟแวะจอดที่สถานีคุนหมิงใต้แล้วก็ถึงปลายทางสถานีชือหลินตะวันตก เวลา 13.27 น. ตรงตามตั๋วเป๊ะๆ พอเดินออกมายังด้านนอกอาคารสถานีรถไฟก็เห็นรถประจำทางจอดอยู่ 2 คัน สาย 66 และ 99 ผมไม่รู้ว่าสาย 66 ไปไหน แต่สาย 99 นั้นไปป่าหินแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนขับรถหัวโล้นเกลี้ยงเกลาแวววาวฟังภาษาอังกฤษไม่ออก แต่คงรู้ว่าผมถามค่าโดยสาร แกชี้ไปที่กระดาษติดหน้ารถ ระบุ 10 หยวน ผมหย่อนเงินลงกล่องแล้วก็ขึ้นไปนั่งด้านหลัง บนรถมีผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน รถออกเวลา 14.40 น. ถึงป้ายสุดท้ายปลายทางประมาณ 15.20 น. ตีว่ารถวิ่ง 40 นาที ตัวเลขเวลานี้สำคัญมาก เพราะต้องคำนวณไว้สำหรับขากลับเข้าคุนหมิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มุมหนึ่งในป่าหินชือหลิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถจอดด้านข้างอาคารใหญ่ หนุ่มสาวคู่หนึ่งงุนงงอยู่ว่าจะไปทางไหนต่อ ผมก็เหมือนกัน พี่คนขับหัวโล้นชี้บอกพวกเขาให้เดินเข้าไปด้านในอาคาร ผมก็เดินตาม กะจะตามคู่นี้ไปจนถึงป่าหิน แต่พวกเขาถูกคนเข้ามาเสนอขายทัวร์เสียก่อน ผมเดินหลีกไปเข้าห้องน้ำ ออกมาก็ไม่เจอคู่หนุ่มสาว หันไปเห็นช่องขายตั๋วอยู่ด้านในสุด ปรากฏว่าเป็นจุดขายตั๋วรถบัสกลับเข้าเมืองคุนหมิง ถามป้าหลังเคาน์เตอร์ว่าป่าหินไปทางไหน แกชี้ไปทางขวามือของผม บอกว่าให้เดินไป 300 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินออกนอกอาคารไปตามทางที่แกชี้ พบว่าเป็นลานจอดรถบัส คงเป็นรถบัสสำหรับพวกกลุ่มทัวร์ จึงเดินกลับเข้าอาคารเพื่อจะหาคนถามใหม่ เห็นร้านขายไก่ทอดฟาสต์ฟู้ดจึงแวะเข้าไปกินมื้อเที่ยง ต่อด้วยกาแฟร้อน แล้วก็เกิดอาการร้อนใจขึ้นมา เพราะรู้สึกว่าเหลือเวลาน้อยมากสำหรับป่าหินขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยู่ทิศทางใด และเพื่อประกันว่าจะกลับเข้าเมืองทันรถไฟไปฉงชิ่ง ผมก็จองตั๋วรถไฟออนไลน์จากสถานีชือหลินตะวันตกไปยังสถานีคุนหมิงเที่ยว 17.25 น. เหลืออยู่เที่ยวเดียวที่เวลาเอื้ออำนวย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากร้านไก่ทอดแล้วก็เดินวนเข้าตัวอาคาร ทราบตอนนี้ว่าอาคารชื่อ Reception Center แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นศูนย์ต้อนรับแบบไหน คราวนี้เข้าไปถามเจ้าหน้าที่คุมเครื่องสแกนสัมภาระ เขาชี้ไปคนละฝั่งกับป้าขายตั๋วรถบัสเข้าเมืองคุนหมิง ผมเดินออกไปเจอรถสาย 99 จอดอยู่ เตรียมรับคนไปส่งสถานีรถไฟ คนขับยังเป็นพี่หัวโล้นคนเดิม ผมส่งมือถือให้แกดูรูปป่าหิน แกจูงมือผมเข้าไปในตัวอาคาร เข้าไปที่ป้าขายตั๋วรถบัส ป้าก็ชี้มือแล้วพูดเหมือนเดิม &amp;ldquo;ทรีฮันเดรดมีเตอร์&amp;rdquo; ถึงตอนนี้พี่คนขับรถหัวโล้นเดินหายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ป่าหินชือหลินได้รับเกรด AAAAA โบราณสถานระดับสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อป้ายืนยันผมก็เดินตามไปอย่างที่แกบอก สุดเขตของลานจอดรถแล้วเป็นด่านเก็บค่าจอดรถ แล้วออกสู่ถนนใหญ่ บนถนนไม่มีใครอื่นนอกจากผม ตัดสินใจเดินไปทางขวามือ ช่วงหนึ่งสวนกับรถรับส่งคน คาดว่ารับส่งระหว่างป่าหินกับทางเข้าลานจอดรถ เดินจนถึง 3 แยก ผมเลี้ยวซ้าย เจ้าหน้าที่ยืนอยู่แถวนั้นไม่ห้ามปรามก็แสดงว่ามาถูกทาง สรุปว่า 300 เมตรที่ป้าขายตั๋วรถบัสบอกคือระยะทางจากอาคารต้อนรับสู่ถนนใหญ่นำทางสู่ป่าหิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินมากกว่า 1 กิโลเมตรกว่าจะถึงจุดที่คนเข้าคิวยืนรอรถไปส่งในป่าหิน เจ้าหน้าที่สาวชี้ให้ไปซื้อตั๋วในอาคารหลังหนึ่ง เธอคงกลัวว่าผมจะแอบเดินตรงไปป่าหินจึงเดินคุมผมมาจนถึงหน้าอาคาร ตั๋วชมป่าหินราคา 130 หยวน และตั๋วสำหรับใช้รถรับส่งอีก 25 หยวน ได้ตั๋วแล้วผมก็วิ่งไปให้เจ้าหน้าที่สาวคนเดิมตรวจตั๋ว ผ่านเครื่องสแกน แล้วเดินตามช่องไปเข้าคิวรอรถไฟฟ้ารับส่งที่เรียกว่า Battery Car&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถรับส่งนี้ไม่ได้ส่งถึงหน้าป่าหิน หากแต่ปล่อยคนลงหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ป่าหิน หากเจียดเวลาเข้าพิพิธภัณฑ์ ผมดูแล้วยังไงก็มีเวลาไม่พอ มุ่งหน้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งอีกเกือบ 1 กิโลเมตรกว่าจะถึงประตูทางเข้าป่าหิน เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ในการชมอุทยานป่าหินขนาดยักษ์ ภายในพื้นที่รวม 400 ตารางกิโลเมตร มีทั้งป่าหินหลากหลายแบบ ทะเลสาบ ถ้ำ น้ำตก แม่น้ำ และภูเขา ใช้เวลาทั้งวันก็ยังชื่นชมได้ไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป่าหินนี้มีอายุประมาณ 270 ล้านปี แต่ก่อนเคยเป็นทะเล การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกทำให้น้ำทะเลค่อยๆ ลดลง และหินปูนผุดขึ้นมาแทนที่ การกัดกร่อนจากลมและฝนผ่านเวลาอันยาวนานทำให้กลายเป็นป่าหินที่สวยงามที่สุดในโลก มีรูปทรงแตกต่างหลากหลายคล้ายมีชีวิตจนยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของประติมากรนามกาลเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ป่าหินชือหลินมีอายุราว 270 ล้านปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสมัยราชวงศ์หมิง หรือหกร้อยกว่าปีก่อนก็มีผู้ยกให้ป่าหินแห่งนี้เป็น First Wonder of the World สิ่งมหัศจรรย์แรกของโลก ปัจจุบันทางการจีนจัดความสำคัญให้อยู่ในระดับ AAAAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของโบราณสถานสำคัญของชาติ ด้านองค์การยูเนสโกก็รับรองเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมชมไป วิ่งไป ถ่ายรูปไป แต่ก็ได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของป่าหินทั้งหมด แล้วก็ต้องวิ่งออกจากประตูทางเข้า เลี้ยวไปยังจุดจอดรถไฟฟ้ารับส่ง รอจนคนเต็มแล้วจึงออกไปส่งที่ปากทางเข้าอาคาร Reception Center ความจริงแล้วตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ควรนั่งรถรับส่งไฟฟ้าเข้าไปยังจุดจำหน่ายตั๋วป่าหิน นึกสงสัยว่าเหตุใดป้าขายตั๋วรถบัสไม่ชี้มาทางนี้ อย่างไรก็ตาม เราจะมองจากภายในตัวอาคารไม่เห็นบริเวณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาฬิกาบอกเวลา 16.15 น. ตอนที่ผมวิ่งไปขึ้นรถบัสสาย 99 รอจนถึง 16.30 น. กว่ารถจะออก มีผู้โดยสารเพียงห้า-หกคน รู้สึกได้ว่ารถวิ่งช้ากว่าขามา ทำให้ร้อนรนกระวนกระวายนั่งแทบไม่ติด กระทั่งรถเข้าจอดหน้าสถานีรถไฟชือหลินตะวันตกเวลา 17.20 น. เหลือ 5 นาทีก่อนรถไฟออก รีบวิ่งไปรับตั๋วที่เคาน์เตอร์หน้าสถานี ตอนจะเข้าสถานีเจ้าหน้าที่หนุ่มดันมาแสดงความพิศวงงงงวยกับพาสปอร์ตของผม ตรวจสอบอยู่สักพักแล้วใช้มือถือถ่ายรูปพาสปอร์ตไว้เป็นหลักฐานก่อนอนุญาตให้เข้าไปได้ ทันขึ้นรถไฟอย่างเฉียดฉิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟเข้าจอดที่สถานีคุนหมิงเวลา 18.08 น. ผมเดินไปรับกระเป๋าที่โฮสเทล มีเวลาเหลือเฟือกว่ารถไฟไปฉงชิ่งจะออกตอน 20.49 น. ขึ้นไปลาลุงโนบุบนชั้นดาดฟ้า วันนี้แกดื่ม Tuborg ไป 2 ขวด ครบโควตาแล้ว ก่อนจะออกจากโฮสเทลได้สนทนากับหนุ่มจีนคนหนึ่ง เขาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย บอกว่ากำลังจะบินไปเมืองไทยวันพรุ่งนี้ สาวไทยรอเขาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ รู้จักกันผ่าน WeChat โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พาหนะที่พบเห็นได้ระหว่างเส้นทางป่าหิน-สถานีรถไฟชือหลินตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อภาษาอังกฤษของเขาไม่ดี พูดไทยไม่ได้ ก็เป็นไปได้ว่าสาวสุรินทร์มีความสามารถในการพูดจีน แต่แอป WeChat ที่พวกเขาใช้พูดคุยโต้ตอบกันนั้นสามารถแปลจีนเป็นไทย แปลไทยเป็นจีนได้ จึงไม่กล้าสรุปว่าเมื่อทั้งคู่เจอกันแล้วจะสื่อสารกันอย่างไร หรือยังจะใช้แอปแปลกลับไปกลับมา แต่สุดท้ายความรักก็คงจะเอาชนะอุปสรรคทางภาษาได้ไม่ยากเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกล่าวลาเจ้าของโฮลเทลและหนุ่มผู้กำลังมีความรัก เดินไปสถานีรถไฟ แวะกินเคเอฟซีในสถานี พนักงานสาวคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ทางร้านคงจ้างไว้รับมือลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ ผมต้องซื้ออาหารมากิน 2 ชุดกว่าจะอิ่ม จากนั้นจึงเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟขบวน K692 ของผมไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง วิ่งข้ามคืน ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ราคาตั๋วของตู้นอนพิเศษ 1,552 บาท พอๆ กับรถไฟความเร็วสูง โดยรถไฟความเร็วสูงใช้เวลาวิ่งไม่ถึง 5 ชั่วโมง แต่เส้นทางนี้ไม่มีบริการในตอนกลางคืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟออกตรงเวลาตามปกติ ในห้องสำหรับผู้โดยสาร 4 คน เตียงบน-ล่าง 2 ฝั่ง ผมได้ที่นอนด้านล่าง ผู้โดยสารร่วมห้องอีกคนนอนเตียงบนฝั่งตรงข้าม มีรถเข็นขายของผ่านหน้าห้อง ผมออกไปถามหาเบียร์ สาวเจ้าคนขายไม่รู้จัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เบียร์&amp;rdquo; ผมพูดพร้อมทำท่ายกกระป๋องขึ้นดื่ม เธอก็ยังไม่เข้าใจ ชี้ไปที่บรรดาอาหารและเครื่องดื่มในรถเข็นเป็นเชิงว่าเชิญหาสิ่งที่ต้องการเอาเอง ผมหยิบได้กระป๋องหนึ่ง บนกระป๋องมีแต่ภาษาจีน เข้าใจว่าน่าจะเป็นเบียร์ เธอพูดขึ้นว่า &amp;ldquo;ผีจิ่ว&amp;rdquo; หลังจากนั้นผมก็ท่อง &amp;ldquo;ผีจิ่วๆๆ&amp;rdquo; จนขึ้นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นสิ่งที่เหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน คำว่าเบียร์น่าจะเข้าใจได้ในทุกมุมโลก หากเราไปพูดคำว่าเบียร์ในสเปนที่เขาเรียก &amp;ldquo;เซอร์เวซา&amp;rdquo; ก็คงเข้าใจอยู่ดี แต่จีนยิ่งใหญ่ถึงขึ้นไม่แคร์ว่าโลกจะเรียกมันว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อภาษาของเขามีคนใช้มากกว่าพันล้านคน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป่าหิน, ป่าหินงามแดนมังกร, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สถานีรถไฟคุนหมิง, เขตปกครองตนเองชือหลิน, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมวัด-เดินถนนที่เมืองคุนหมิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บัญญัติสิบประการที่ชนทุกชาติล้วนถวิลหา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อากาศหนาวยามเช้าตรู่ทะลุทะลวงเข้าไปภายในห้องพัก ปลุกให้ผมตื่นขึ้น หยิบกางเกงขายาวและแจ็กเกตมาสวมใส่ ฉวยกระเป๋าตังค์ข้างๆ หมอนแล้วเดินออกจากห้อง ผ่านล็อบบี้ลงบันไดไปบนถนน ถึงตอนนี้ผมเข้าใจ ไม่เพียงอากาศหนาวที่ปลุกให้ตื่น ความหิวก็มีส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ห่างจากที่พักย่านสถานีรถไฟคุนหมิง ร้านแมคโดนัลด์ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนทำเลดี มันช่วยได้มากในเมืองที่เราสื่อสารกับคนท้องถิ่นไม่ค่อยเข้าใจภาษา เพราะแค่ชี้ไปที่รูปภาพก็ได้อาหารมาใส่ท้อง ดูเหมือนคิดสั้น ไร้รสนิยม แต่มันก็บรรลุผลรวดเร็ว และยิ่งเป็นเมืองที่หาร้านกาแฟยาก ก็ยิ่งช่วยประหยัดเวลา หมดเบอร์เกอร์ไก่และอเมริกาโน่ร้อนผมก็พร้อมสำหรับครึ่งแรกของวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการหาและกดเอทีเอ็มด้วยบัตรเดบิตพิเศษทั่วละแวกสถานีรถไฟ กินพื้นที่สี่ห้าตารางกิโลเมตร (ตามที่ได้อธิบายไปในตอนที่แล้ว) ผมก็เดินกลับโฮสเทล ได้สนทนากับหนุ่มใหญ่จากมาเลเซียผู้มีเชื้อสายจีน พูดจีนได้ และภาษาอังกฤษเป็นเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาพักที่นี่เมื่อคืนและกำลังจะเดินทางไปซาปา ประเทศเวียดนาม มีตั๋วรถไฟจากคุนหมิงล่องไปเหอโข่วเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางเวลา 11 โมงนิดๆ ถึงเหอโข่วบ่าย 3 โมง เขารู้ว่าเมื่อวานนี้ผมมาจากทิศทางนั้นก็สอบถามวิธีการเดินทางไปยังซาปา เขาทราบเพียงว่าสถานีรถไฟเหอโข่วเหนือไม่ได้อยู่ติดกับด่านชายแดน พอผมบอกเขาว่าน่าจะห่างกันประมาณ 5-6 กิโลเมตร เขาวางแผนจะเดิน กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;การเดินเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับผม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผมมีแผนที่ Maps.Me ดาวน์โหลดไว้แล้ว&amp;rdquo; แอปพลิเคชันนี้สามารถดูแผนที่โดยไม่ต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่ต้องดาวน์โหลดแผนที่ของเมืองหรือประเทศต่างๆ มาไว้ในมือถือเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมบอกให้เขาระวังเรื่องเวลาด่านปิดทำการ และให้ข้อมูลว่าผมนั่งแท็กซี่จากด่านชายแดนเหอโข่ว (จีน-เวียดนาม) ไปยังสถานีรถไฟเหอโข่วเหนือราคาแค่ 20 หยวนเท่านั้น หากนั่งจากสถานีรถไฟไปด่านชายแดนก็คงไม่ต่างกัน เขาจึงยอมรับว่าถ้าค่าโดยสารแท็กซี่เป็นไปตามนี้เขาก็จะใช้บริการ สูบบุหรี่หมดไป 2 มวนระหว่างที่เราคุยกัน เขาก็เอาเป้ขึ้นหลัง เดินไปสถานีรถไฟคุนหมิง ส่วนผมอาบน้ำอาบท่าแล้วก็เดินออกไปบนถนน Beijing ซึ่งเป็นถนนใหญ่พุ่งตรงออกมาจากสถานีรถไฟคุนหมิง รถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินอยู่ข้างใต้ถนน Beijing นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ถนน Beijing พุ่งออกมาจากสถานีรถไฟคุนหมิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รถไฟใต้ดินในเมืองคุนหมิงปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สาย คือ สายสีน้ำเงินและสายสีแดง ที่เชื่อมต่อกันเกือบเป็นเส้นตรงเหนือ-ใต้ ส่วนสายสีน้ำเงินอมเขียวนั้นเป็นสายที่เชื่อมสนามบินกับเขตเมือง อยู่ทางด้านขวามือในแผนที่ ไม่เชื่อมกับ 2 สายข้างต้น นอกจากนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกหลายสาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินราว 500 เมตร กว่าจะถึงสถานี South Ring Road ค่าโดยสารไปยังสถานี Chuanxin Gulou ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4 สถานีแค่ 2 หยวนเท่านั้น การซื้อตั๋วก็ซื้อจากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติเข้าใจได้ง่ายด้วยภาษาอังกฤษ ออกจากสถานี Chuanxin Gulou เดินไปทางทิศตะวันตกบนถนน Yuantong ข้ามแม่น้ำ &amp;ldquo;พันหลงเจียง&amp;rdquo; ไปสักพัก รวมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึง &amp;ldquo;วัดหยวนทง&amp;rdquo; อยู่ทางด้านขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หน้าวัดมีหมอดูปูผ้ารอคนร้อนใจอยากรู้อนาคตอยู่หลายเจ้า ชาวต่างชาติพูดภาษาจีนไม่ได้อย่างผมไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแน่นอน ผมเดินไปซื้อตั๋วจากเคาน์เตอร์ใกล้ประตูวัดราคา 6 หยวน แล้วนำไปให้ลุงที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหยวนทงตามประวัติที่ผมได้อ่านมาระบุว่า แรกเริ่มเดิมทีเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม สร้างขึ้นมานานกว่า 1,200 ปี ในสมัยยังเป็นอาณาจักรน่านเจ้า เมื่อเป็นศาลเจ้าจึงไม่ได้สร้างอยู่บนภูเขาเหมือนวัดทั่วไป ทว่ามีเนินเขาอยู่ด้านหลัง และถัดจากเนินเขานี้ไปปัจจุบันก็คือสวนสัตว์คุนหมิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดได้ถูกทำลายในสมัยราชวงศ์หมิง และเมื่อแมนจูเข้ามายึดอำนาจจากราชวงศ์หมิงและตั้งเป็นราชวงศ์ชิงก็ได้ส่งอ๋องชื่อ &amp;ldquo;อู๋ซานกุ้ย&amp;rdquo; ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติ เปิดประตูให้แมนจูรุกราน เข้ามาปกครองมณฑลทางใต้ของจีน จากนั้นอู๋ซานกุ้ยได้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าประตูวัดไปก็พบกับวิหารพระสังกัจจายน์ โดยรูปปั้นพระสังกัจจายน์ไม่ได้สมบูรณ์ลงพุงตามที่เคยเห็นทั่วไป อีกทั้งพระพักตร์ก็ไม่ได้ยิ้มแย้ม หากแต่ดูสงบผ่องใส ชาวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติจุดธูปเป็นกำมือไหว้ 4 ทิศขอพรอยู่ด้านนอก อีกด้านของวิหารมีองค์เทพอุยโถวทำหน้าที่ปกปักษ์พิทักษ์วัดหยวนทง โดยหันหน้าไปทางวิหารใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระมรกตวัดหยวนทง เมืองคุนหมิงประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันกรและเจ้าแม่กวนอิมหยก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ก่อนจะถึงวิหารใหญ่ก็มีสระน้ำมรกต กลางสระมีศาลาแปดเหลี่ยม สะพานหินเชื่อมจากฝั่งวิหารพระสังกัจจายน์ไปยังศาลาและเชื่อมจากศาลาไปยังลานหน้าวิหารใหญ่ ด้านข้างทั้ง 2 ด้านของสระน้ำเป็นเฉลียงทางเดินและอาคารไม้แบ่งเป็นห้องๆ เรียงอยู่ติดกัน ในศาลาแปดเหลี่ยมประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันกร และเจ้าแม่กวนอิมหยกแบบพม่า ทราบว่าพรยอดนิยมที่คนมาขอแล้วสมหวังก็คือขอคู่และขอบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิหารใหญ่วัดหยวนทง มี 3 ประตู สำหรับกราบสักการะพระพุทธเจ้า 3 องค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หน้าวิหารใหญ่มีคณะทัวร์จากเมืองไทยกำลังเดินวนขวารอบเสาสวยคล้ายเจดีย์กลางลานต้นหนึ่ง สูงราว 4 เมตร ผมได้ยินมัคคุเทศก์บอกว่าจะมีโชคลาภ สำหรับวิหารใหญ่มี 3 ประตู ประดิษฐานพระพุทธเจ้า 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยทางวัดไม่อนุญาตให้เข้าไปภายใน คงเก็บของเก่าสูงค่าไว้มากมาย สามารถกราบไหว้สักการะจากด้านนอก ลุงฝรั่งคนหนึ่งกราบไหว้ครบทั้ง 3 องค์ และหย่อนเงินบริจาคลงในตู้ทั้ง 3 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความบุญน้อย ผมวนไปทางด้านซ้าย เดินบนเฉลียงทางเดิน แล้ววนไปจนรอบสระมรกต แต่ไม่ได้เดินไปด้านหลังวิหารใหญ่ เพราะไม่ทราบว่ามีวิหารอีกหลัง ภายในประดิษฐาน &amp;ldquo;พระพุทธชินราช&amp;rdquo; องค์จำลองจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้วัดหยวนทงเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีไทย-จีน พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้อัญเชิญมาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นพระพุทธรูปองค์แรกของไทยในแผ่นดินจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีกด้านหนึ่งของวิหารพระพุทธเจ้า 3 องค์ได้ติดภาพถ่ายขนาดใหญ่ พระสงฆ์จำนวนหลายร้อยรูปในพิธีถวายสังฆทานนานาชาติ โดยพระธรรมาจารย์ ชุน ฝา เจ้าอาวาสวัดหยวนทง ร่วมกับโครงการศูนย์พุทธวิปัสสนานานาชาติ ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุวันที่ 23 ตุลาคม 2556 แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดของพุทธศาสนา 2 นิกาย แบบไทยและจีนเป็นอย่างดี ระหว่างเดินออกจากวัด ตรงลานหน้าวิหารพระสังกัจจายน์ ผมเจอกลุ่มทัวร์ไทยอีกคณะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ร้านนี้มีตำนาน ร้านชากึ่งพิพิธภัณฑ์ในละแวกอาคารโบราณ เขตอู่หัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณบ่าย 3 โมงตอนที่ผมออกจากวัด ดูแผนที่ในมือถือ ถนนคนเดิน Nanping Street ย่านใจกลางเมือง เขตอู่หัว อยู่ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร นึกถึงคำพูดของหนุ่มใหญ่ชาวมาเลย์ &amp;ldquo;Walking is a small issue for me&amp;rdquo; ตอนที่เขาตั้งใจจะเดินประมาณ 5 กิโลเมตรเมื่อเช้านี้ ผมขึ้นรถเมล์ในคุนหมิงไม่เป็น และความจริงก็เดินเป็นปกติอยู่แล้วจึงออกเดินไปตามแผนที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านกาแฟตามเส้นทางเดินในช่วงต้นไม่มีให้เห็นเลย มีแต่ร้านชา จึงยอมเข้ามินิมาร์ทซื้อกาแฟแบบขวด เดินเข้าร้านเบเกอรี่ติดๆ กันซื้อขนมมานั่งกินกับกาแฟที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ริมทาง เท่ากับนี่คืออาหารมื้อกลางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ระหว่างทางเดินจากวัดหยวนทงไปยังย่านการค้าใจกลางเขตอู่หัว เมืองคุนหมิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินอีกพักใหญ่ก็เข้าสู่ย่านการค้า ถนนกว้างขวาง สะอาด ไม่เหม็นควันรถ มอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้า ใจกลางเขตอู่หัวห้ามรถผ่าน มีถนนช็อปปิ้งหลายเส้น ในเส้นที่มีกลุ่มอาคารไม้โบราณไม่ห่างจากอนุสาวรีย์วีรชนชาวยูนนานนั้นน่าใช้บริการมาก มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่ปูผ้าขายเครื่องประดับแบกะดินก็มี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง เดินไปเดินมาไปออกลานตรงสี่แยกกว้างขวาง อาคารสมัยใหม่รูปทรงสวยงามล้อมรอบอยู่ทุกด้าน มีป้ายขนาดยาวเป็นฉากหลังอยู่ด้านหนึ่งให้คนถ่ายรูป เขียนว่า &amp;ldquo;ฉันรักอู่หัว&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ฉันรักคุนหมิง&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ฉันรักยูนนาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ฉันรักเมืองจีน&amp;rdquo; เรียงกัน ผมเดินไปหยอกล้อกับเด็กชายวัยประมาณ 2 ขวบ หัวกลมและเกลี้ยงเหมือนหลวงจีนน้อย แม่ของเขาก็เชียร์ให้เขาโพสท่าตอนที่ผมขอถ่ายรูป แต่หลวงจีนทำหน้ายียวน ยืนกวนโอ๊ยเหมือน &amp;ldquo;อี้หลง&amp;rdquo; นักมวยกังฟูชื่อดังของจีนที่ชอบชกกับนักมวยไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ส่วนปลายด้านตะวันตกของถนนคนเดินในเขตช็อปปิ้งหนานปิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถนนหนานปิงทอดยาวในแนวตะวันตก-ตะวันออก มีประติมากรรมหลายชิ้นตั้งอยู่คอยสนับสนุนเสริมสร้างให้บรรยากาศการจับจ่ายคึกคัก ที่หัวถนนมีสวนดอกไม้สีสันสวยหวาน ภาพยามเย็นที่ดูสดใสของผมสะดุดลงไปบ้างเมื่อเด็กชายตัวจิ๋วยืนที่ขอบรั้วเตี้ยๆ ของสวนแล้วฉี่ใส่มวลดอกไม้โดยผู้เป็นแม่คอยพยุงไม่ให้ฉี่เลอะกางเกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมนั่งพักจนอาการปวดเท้าบรรเทาลงไปก็เดินต่อไปทางทิศใต้จนใกล้ถึงจัตุรัสจินปี จัตุรัสนี้ขึ้นชื่อเพราะซุ้มประตูเก่าแก่อายุราว 400 ปี มี 2 ซุ้มประตู ได้แก่ ซุ้มประตูม้าทองและซุ้มประตูไก่สีหยก ตั้งเว้นระยะกันในแนวตะวันออก-ตะวันตก เวลานี้ถ่ายรูปไม่สวย เพราะภาพการก่อสร้างและรถเครนมาเข้าเฟรมด้วย หากข้ามถนนไปก็จะเป็นถนนคนเดินมีชื่ออีกแห่งหนึ่ง แต่ผมตัดสินใจเดินวกขึ้นเหนือผ่านสวนสาธารณะจินปี หาร้านเคเอฟซีตามที่ระบุในแผนที่กูเกิล แต่เดินไปแล้วโดนหลอก ร้านอาจจะปิดกิจการไปแล้ว เดินไปอีกสาขาไม่ไกลกันก็โดนหลอกอีก จึงเดินตัดไปออกถนน Beijing แล้วลงรถไฟฟ้าที่สถานี Dongfeng Square นั่งไป 2 สถานีถึงสถานี South Ring Road ในเขตกวนตู ขึ้นมานั่งพักที่หน้าอาคารหลังหนึ่งและกินขนมที่เหลือจากร้านเบเกอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(จักรยานยนต์พร้อมชุดผ้านวมไว้ป้องกันลมหนาวยามขับขี่และความเข้ากันได้ดีระหว่างอาคารไม้โบราณกับตึกสูง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นเดินต่อไปจนใกล้สถานีรถไฟคุนหมิง เห็นร้านอาหารที่กับข้าวทำใส่จานไว้แล้วเป็นแถวยาว แต่ละเมนูมีหลายจาน มีการอุ่นร้อนอยู่ตลอด แบบนี้แนวถนัด เพราะไม่ต้องสั่งให้เสี่ยงเข้าใจผิด ผมหยิบปลานึ่งซีอิ๊วมา 1 ตัว ผัดผักกาดขาว 1 จาน ชี้ให้พนักงานตักข้าวสวย จากนั้นหยิบน้ำเปล่าเดินไปจ่ายเงิน ทั้งหมดแค่ 23 หยวน หรือราวๆ 100 บาทเท่านั้น รสชาติก็ดี มีปลั๊กให้เสียบชาร์จมือถือ แต่ไม่มีกระดาษทิชชู่หรือผ้าเช็ดมือให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟ้ามืดสนิทแล้วตอนที่ผมเดินออกจากร้าน เห็นพื้นถนนเป็นรอยเปียกน้ำ ฝนได้โปรยลงโดยที่ไม่ส่งเสียงเข้าไปในร้านอาหาร เหมือนรีบแวะมาเยี่ยมและจากไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงที่พัก ผมขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า ลุงโนบุนั่งดื่ม Tuborg เบียร์สัญชาติเดนมาร์กหมดไปแล้ว 2 ขวด ถ้าจำไม่ผิดเบียร์ Tuborg ในจีนมีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าที่อื่น แต่พอๆ กับเบียร์ทั่วไปของจีน ประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมเดินลงไปเข้าร้านมินิมาร์ทใกล้ที่พัก เปิดประตูตู้แช่ พลิกดูปริมาณแอลกอฮอล์แต่ละขวดแล้วก็ปิดประตูถอนใจ หันไปเลือกเหล้าขาวจีนที่ไม่รู้ว่าทำจากอะไร เรียกว่าอะไร รสชาติเป็นอย่างไร หยิบที่เขียนว่า 32 ดีกรี ปริมาตร 480 มิลลิลิตรมาขวดหนึ่ง ราคาแค่ 13 หยวนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงโนบุผู้เดินทางจากจังหวัดโทยามะ ประเทศญี่ปุ่นถึงจังหวัดเชียงราย ประเทศไทยโดยไม่นั่งเครื่องบิน ปฏิเสธคำชวนของผม เพราะดื่มครบโควตาของวันไปแล้ว แกนั่งคุยอยู่ได้สักพักก็ลงข้างล่างไปชงกาแฟร้อนดื่มก่อนนอน ผมเดินลงไปนั่งคุยกับหนุ่มเจ้าของโฮสเทลผ่านแอปแปลภาษา ชวนให้ดื่มก็ไม่ดื่มเหมือนกัน ทำท่าทางเหมือนว่าเหล้าแรงไปสำหรับเขา ผู้เข้าพักชาวจีนคนอื่นๆ ก็ส่ายหัว แต่ผมสาบานได้ว่ารสชาติเป็นมิตรกว่าเหล้าขาวบ้านเรา ดื่มแล้วหน้าไม่เหยเก เพียงแต่ผมก็ไม่กล้าดื่มมากเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่เก็บกระเป๋าออกจากเมืองคุนหมิงในเย็นวันต่อมา ผมลืมสุราขวดนี้ไว้แถวๆ เคาน์เตอร์รีเซฟชั่น ป่านนี้หนุ่มเจ้าของโฮสเทลคงรู้แล้วว่า &amp;ldquo;ปฏิเสธสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56635</URL_LINK>
                <HASHTAG>Beijing, สถานีรถไฟคุนหมิง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุงญี่ปุ่นที่คุนหมิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สถานีรถไฟคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงเวลานี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของจีนที่ด่านเหอโข่ว มณฑลยูนนาน ถึงได้คุมตัวผมไปยังห้องพิเศษและกักตัวไว้นานชั่วโมงกว่า จวนเจียนจะรับตั๋วและขึ้นรถไฟไปคุนหมิงไม่ทันเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อาคารสถานีรถไฟคุนหมิง มองจากฝั่งทางออก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขุ่นมัวในหัวใจคลายลงไปโขเมื่อเจอแท็กซี่นิสัยดีส่งถึงสถานีรถไฟในราคาไม่แพง แม้ว่าจะถูกแซงคิวตอนรับตั๋ว แต่ก็ยังทันเวลา นำสัมภาระเข้าเครื่องเอกซเรย์ ตัวคนเดินผ่านเครื่องสแกน แล้วจึงไปเข้าแถวรอขบวนรถไฟ แสดงบัตรโดยสารที่ประตูทางออก จากนั้นเดินไปยังโบกี้ตามที่ตั๋วระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั๋วรถไฟนี้ผมจองกับ Trip.com เว็บไซต์จองการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของโลก ค่าโดยสาร 426 บาท เว็บไซต์คิดค่าธรรมเนียม 20 หยวน เท่ากับ 86 บาท ในภายหลังผมจองกับ Klook เว็บรายใหม่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ปรากฏว่าไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 20 หยวน แต่ตั๋วในมือของเว็บไซต์รายหลังอาจมีไม่มากเท่ารายแรก หากว่าท่านพูดภาษาจีนไม่ได้และต้องเดินทางท่องเที่ยวในจีนโดยรถไฟ เว็บไซต์จองตั๋วเหล่านี้มีประโยชน์มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภายในรถไฟความเร็วสูงขบวนเหอโข่ว-คุนหมิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูงจากเหอโข่วเหนือ (Hekou Bei Railway Station) ไปยังคุนหมิง (Kunming Railway Station) ออกตรงเวลา 13.08 น. ผมวางเป้หลังบนชั้นวางเหนือศีรษะ พอจะเข้านั่งประจำที่ทางฝั่งซ้ายติดหน้าต่างตามที่ระบุในตั๋ว ลุงคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว แกชี้ไปที่เบาะว่างตัวอื่น สื่อว่าว่างเยอะแยะ นั่งตรงไหนก็ได้ ผมก็เลยต้องไปนั่งด้านขวาติดหน้าต่าง เพราะอย่างน้อยหากมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจตั๋วและออกคำสั่งให้ไปนั่งตามหมายเลขก็จะได้ไม่ต้องเดินไกล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มีภาษาอังกฤษเขียน &amp;quot;ข้อควรทราบเรื่องตั๋ว&amp;quot;&amp;nbsp;แต่ในรายละเอียดล้วนเป็นภาษาจีน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รถไฟวิ่งไต่ความสูงขึ้นไปทีละนิด วิวสองข้างทางเป็นที่ราบสลับกับภูเขา บ่อยครั้งที่ต้องวิ่งเข้าอุโมงค์กลางเขา ซึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะใช้การไม่ได้ ผมได้ซื้อซิมการ์ดมาจากเมืองไทยเพื่อใช้ดูแผนที่และหาข้อมูลต่างๆ ด้วยทราบดีว่าคงหาคนจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ง่ายๆ และซิมไทยนั้นดีกว่าตรงที่สามารถใช้กูเกิล เฟซบุ๊ก และไลน์ได้ ขณะที่ซิมจีนบล็อกหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรถเข็นขายอาหารแบบบนเครื่องบิน แต่มีของไม่กี่อย่าง ผมเดินหาตู้เสบียงเจอก็ขอเมนูมาดู ชี้สั่งไปที่รูป เป็นอาหารแช่แข็งในจานหลุมพลาสติก พนักงานหยิบจากตู้เย็นเข้าอุ่นไมโครเวฟ ผมจ่ายเงิน 55 หยวนแล้วรับไปนั่งกินที่เก้าอี้ว่างในโบกี้ใกล้ๆ ในจานมีข้าวสวย แกงกะหรี่แกะ ไก่ผัดแตงกวา และผักดอง รสชาติโดยรวมถือว่าไม่เลว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถไฟวิ่งเป็นระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร เข้าสู่เมืองคุนหมิง แวะจอดที่สถานีคุนหมิงใต้ จากนั้นเข้าสู่ปลายทางที่สถานีคุนหมิง (เฉยๆ) 17.26 น. ตรงตามตั๋วเป๊ะๆ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 18 นาที เดินออกจากสถานีสู่ถนน Zhanqian สะดุ้งนิดหน่อยเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นเจ้าหน้าที่ในชุดเขียวลายพราง 2 นายถือปืนไรเฟิลอยู่ในป้อมสูง คอยมองลงมายังกลุ่มผู้โดยสาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากหน้าสถานีผมเดินไปทางขวามือราว 500 เมตร ก็ถึงจุดที่ระบุในแผนที่กูเกิลว่าถึงที่พัก Kunming Yaju International Hostel ผมเดินหาอยู่ครู่หนึ่งในกลุ่มอาคารเดียวกันนี้ เห็นมีที่พักแห่งเดียว เขียนป้ายด้านหน้า The Elegant House Youth Hostel เดินขึ้นไปก็ปรากฏว่าเป็นที่เดียวกัน สองสามีภรรยาเจ้าของที่พักพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ใช้แอปแปลภาษาคุยกันไป-มาพอเข้าใจ ผมจ่ายเงิน 100 หยวน แล้วฝ่ายสามีก็เดินนำไปยังห้องพัก ผมจองห้องเตียงเดี่ยวไว้ เขาให้พักห้องเตียง 2 คู่บน-ล่าง รวม 4 เตียง ซึ่งเป็นห้องดอร์ม ยื่นมือถือให้ผมอ่านข้อความ &amp;ldquo;เตียงทุกเตียงในห้องเป็นของคุณ&amp;rdquo; ผมจึงใช้เตียงหนึ่งวางกระเป๋าและข้าวของ เตียงหนึ่งไว้นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากาศเวลานี้เริ่มหนาวแล้ว อุณหภูมิไม่ถึง 20 องศา ผมหยิบเสื้อแจ็กเกตมาใส่ทับเสื้อยืดเดินออกจากห้องพัก กะจะไปหามื้อเย็น แต่ตัดสินใจเดินขึ้นไปสำรวจบนดาดฟ้าก่อน มีระเบียงยื่นขึ้นไปอีกชั้น ชายคนหนึ่งตะโกนลงมาถามว่า &amp;ldquo;แวร์ ดู ยู คัม ฟรอม?&amp;rdquo; ผมตอบ &amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;rdquo; แกพูดกลับมาเป็นภาษาไทย &amp;ldquo;ขึ้นมาๆๆ&amp;rdquo; พร้อมเสียงหัวเราะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนจีนทำไมพูดไทยได้?&amp;rdquo; ผมถาม &amp;ldquo;คนจีนที่ไหน ผมคนญี่ปุ่น&amp;rdquo; ชายผมขาว มีผมดำแซมบางๆ ตอบด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอโล่ง แนะนำตัวว่าชื่อโนบุ เคยอยู่เมืองไทยเมื่อ 30 ปีก่อน ทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นที่มีสาขาในเมืองไทยอยู่เป็นสิบปีจนพูดไทยได้คล่อง แม้จะย้ายกลับญี่ปุ่นไปหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ลืมภาษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ก่อนรถไฟความเร็วสูงจะเข้าอุโมงค์แห่งหนึ่งในบรรดานับร้อยอุโมงค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ลุงโนบุอายุ 60 ปี ไม่ได้ทำงานแล้ว บ้านอยู่ที่จังหวัดโทยามะ แกบอกว่าบ้านแกมีชื่อในเรื่องการเดินป่าปีนเขา หน้าหนาวหิมะตกหนัก ต้องตักหิมะบนถนนไปกองไว้สองข้างทางจนสูงกว่ารถ เวลารถวิ่งให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งผ่านอุโมงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกพักอยู่ที่นี่ได้ 2 วันแล้ว ผมถามเรื่องแผนการเดินทางของแกก็ได้ทราบถึงความไม่ธรรมดา ลุงโนบุนั่งเรือจากเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นมายังนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ใช้เวลาถึง 45 ชั่วโมง แกซื้อตั๋วพิเศษแบบไม่มีเตียง ใช้ผ้าปูนอนกับพื้นเรือ โกเบ-เซียงไฮ้ ไปกลับ 3 หมื่นเยน หรือราวๆ 1 หมื่นบาท จากเซียงไฮ้นั่งรถไฟต่อมายังคุนหมิง แกบอกว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะเป็นรถไฟธรรมดา คนจีนเต็มขบวน พักที่โฮสเทลแห่งนี้แล้วนั่งรถไฟต่อไปเหอโข่ว เข้าสู่หล่าวกายของเวียดนาม เข้าลาวที่เมืองขวา ไปออกหลวงน้ำทา เข้าไทยที่เชียงของ จากเชียงของสู่ปลายทางที่เชียงราย เส้นทางนี้แกเดินทางไป-กลับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้แกกำลังเดินทางย้อนกลับเส้นทางเดิม แวะพักที่คุนหมิงเกือบสัปดาห์แล้วจะนั่งรถไฟต่อไปเซี่ยงไฮ้ คราวนี้ยอมซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูง เพราะเข็ดขบวนที่เต็มไปด้วยคนจีน เบียร์ Tuborg หมดขวดพอดี ผมเดินตามแกลงไปที่มินิมาร์ทฝั่งตรงข้ามถนน แกซื้อ Tuborg มาอีกขวด บอกว่ากินเบียร์ทุกวัน วันละ 2 ขวด ผมซื้อเบียร์จีนมาด้วย 2 ขวด กับแกล้มขนมขบเคี้ยว และบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรากลับขึ้นไปนั่งกินบนโต๊ะเก้าอี้ตัวเดิม ฟ้ามืดลงสนิทแล้ว อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ หนุ่มเจ้าของโฮสเทลขึ้นมาถามว่าอากาศเย็นอย่างนี้ทำไมไม่ใส่เสื้อหนาว เดี๋ยวก็ป่วย ลุงโนบุตอบว่าป่วยก็ไม่เป็นไร มีเวลานอนพักอีกตั้งสี่ห้าวัน แกมีอุปกรณ์สื่อสารหลายชิ้น มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ลำโพงไร้สาย ยื่นมือถือให้ผมดูหน้าจอ ความสูงจากระดับน้ำทะเลของเมืองคุนหมิงระบุตัวเลขมากกว่า 1,800 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกดาวน์โหลดหนังลงแท็บเล็ตไว้จำนวนหนึ่ง อยู่ๆ แกก็เปิดหนังไทยเรื่อง &amp;ldquo;กากี สหัสวรรษ&amp;rdquo; ปอกไส้กรอกชนิดกินได้สดๆ แกล้มกับเบียร์ ถามผมว่า &amp;ldquo;กากีแปลว่าอะไร?&amp;rdquo; ผมให้คำตอบ แกก็ถามว่าในภาษาอังกฤษจะตรงกับคำว่าอะไร ผมคิดหาคำตอบอยู่นานแล้วโยนให้แกเลือกเอาเอง ระหว่าง Bitch และ Slut แกระเบิดหัวเราะโชว์ฟันหลอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบียร์จีนผมจำยี่ห้อไม่ได้ รสชาติจืด แอลกอฮอล์เบาแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ผมดื่มหมด 2 ขวดอย่างรวดเร็วต้องลงไปซื้อเพิ่ม ซึ่งจะเป็นโอกาสผละออกมาจาก &amp;ldquo;หญิง จุฬาลักษณ์&amp;rdquo; นางเอกของเรื่อง ผมโอเอ้อยู่นานในละแวกร้านขายของข้างล่างและบริเวณล็อบบี้โฮสเทล กว่าจะกลับขึ้นมาใหม่พร้อมเบียร์จีนอีก 2 ขวด ไม่นานหนังก็จบลงด้วยฉากละเลงเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผมจึงได้โอกาสถามถึงวิธีการเดินทางอันน่าทึ่งของแกว่า เหตุใดจึงไม่นั่งเครื่องบิน หากบ้านแกอยู่โทยามะก็แค่นั่งรถไปโตเกียวหรือโอซากา แล้วบินไปกรุงเทพฯ แล้วค่อยบินต่อไปเชียงราย ง่ายกว่าและน่าจะประหยัดกว่า ข้อสันนิษฐานของผมไม่ผิด แกกลัวเครื่องบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงโนบุเล่าว่า ครั้งหนึ่งในการขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปโตเกียว ตอนเครื่องจะลงมีลมพัดแรงมาก ทำให้เครื่องส่าย ล้อแตะพื้นครั้งหนึ่ง แล้วเชิดหัวขึ้นไปบินวน ตอนพยายามลงใหม่ก็ประสบเหตุการณ์แบบเดียวกันอีกครั้ง แม้ว่าในที่สุดเครื่องบินจะลงจอดได้และผู้โดยสารล้วนปลอดภัย แต่ลุงโนบุไม่กล้าขึ้นเครื่องบินอีกแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบียร์ผมหมดไปอีกชุดโดยที่แกไม่แตะเบียร์ผมเลย ทั้งที่คะยั้นคะยอหลายครั้ง ถือว่ายึดกฎการดื่มส่วนตนไว้ได้ดีมาก เราลงจากระเบียงดาดฟ้าไปยังล็อบบี้โฮสเทล ลุงโนบุชงกาแฟดื่มก่อนเข้านอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเจอน้องผู้หญิงคนไทยเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ สอบถามกันได้ความว่ากำลังรอเพื่อนสาวอีกคนเดินทางมาสมทบเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วจึงเดินทางต่อไปท้าความสูงที่ลี่เจียงและแชงกรี-ลา อวยพรให้เธอมีโชคและประสบการณ์ที่ดี จากนั้นผมเดินไปต้มน้ำร้อนในครัวของโฮสเทล เทลงถ้วยบะหมี่ กินเป็นมื้อค่ำและขับไล่ความหนาวในคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หมาน้อยมองไปทางอู่รถบัส เยื้องๆ กับสถานีรถไฟคุนหมิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เงินหยวนเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้ว ดังที่ได้เล่าไว้ก่อนหน้านี้ว่าโดนคนขโมยไปแบบหวังดี (หรืออาจจะเป็นวิถีของมืออาชีพ) เหลือไว้ให้ในซอง 700 หยวน และเมื่อถึงคุนหมิงผมเหลืออยู่แค่ 400 หยวน หรือไม่ถึง 2,000 บาท ผมได้ทำบัตรเดบิตแบบพิเศษก่อนเดินทางออกจากเมืองไทย บัตรเดบิตสีบานเย็นนี้ผูกกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เราจะต้องโอนเงินสกุลบาทจากบัญชีเงินฝากเข้าไปไว้ในบัญชีบัตรเดบิตพิเศษนี้ จากนั้นทำการแลกเงินสกุลบาทเป็นสกุลที่ต้องการ มี 12 สกุลหลัก แน่นอนว่าเงินหยวนคือหนึ่งในนั้น อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับร้านแลกเงินขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงตามการซื้อขายในแต่ละช่วงของวัน สามารถแลกในเวลาใดก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมแลกเงินบาทเป็นเงินหยวนไว้แล้วเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับค่าอาหารและค่าที่พักตลอดระยะเวลาในการเดินทางในจีนตามที่ได้วางแผนไว้ ส่วนค่ารถไฟสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตใหม่เอี่ยมที่ทำก่อนออกเดินทางไม่นานเช่นกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อาคารร้านค้าในละแวกสถานีรถไฟคุนหมิง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บัตรเดบิตพิเศษของผมใบนี้ใช้กับพันธมิตร Visa สามารถรูดซื้อสินค้าได้ ในแต่ละครั้ง Visa จะหักไปเท่ากับจำนวนจริงของราคาสินค้าที่ระบุเป็นเงินสกุลท้องถิ่น (เพราะเรามีเงินสกุลท้องถิ่นอยู่ในบัตรนี้แล้ว) และประเสริฐยิ่งขึ้นไป เพราะไม่ถูกหักเพิ่ม 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่าประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาที่พบหลังจากอยู่ในจีนได้ไม่กี่วันก็คือ ผมหาร้านค้าที่มีเครื่องหมาย Visa (รวมถึง Mastercard) ได้ยากเหลือเกิน ตลอดทริปผมรูดซื้ออาหารได้แค่ในห้างขนาดยักษ์ในนครฉงชิ่งเท่านั้น บรรดาเมืองในจีนที่ผมไปเยือนมีแต่เครื่องหมาย UnionPay และเห็น JCB อยู่บ้าง ผมจึงต้องพึ่งการกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม บัตรเดบิตพิเศษของผมให้ข้อมูลว่ากดเงินสดได้เสมือนว่าบัตรนี้เป็นบัตรท้องถิ่น เพราะเรามีเงินท้องถิ่นอยู่ในบัตรแล้วนั่นเอง โดยทั่วไปหากเรากดเงินในต่างประเทศจะต้องถูกบวกเพิ่ม 2.5 เปอร์เซ็นต์ จากอัตราที่ถูกกำหนดโดยยี่ห้อบัตร (ซึ่งถูกกว่าอัตราแลกเปลี่ยนจริงอีกนิดหน่อย) บัตรเดบิตนี้บอกว่าหากจะเสียก็แค่ค่าธรรมเนียมในการกดจากธนาคารเจ้าของตู้ โดยปกติก็ไม่มากกว่า 100 บาทต่อครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมาผมเดินหาตู้เอทีเอ็มในย่านที่พัก เจอหลายแห่งที่รับบัตรระบบ Visa แต่กดเงินออกมาไม่ได้ เดินจนทั่วในย่านการค้าใจกลางเมืองก็พบแต่ข้อความระบุว่าระบบมีปัญหา พอติดต่อกลับคนที่ทำงานอยู่ในธนาคารเจ้าของบัตรนี้เธอหาข้อมูลให้จากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บอกกลับมาว่าให้ลองกดใหม่ ผมลองกดบัตรพิเศษนี้อยู่อีกหลายวันหลังจากนั้นก็ไม่สำเร็จ ระหว่างนี้ก็ต้องกดบัตรเดบิตธรรมดาเอาเงินออกมาประทังชีวิตไปก่อนทีละไม่มาก แต่โดน 2.5 เปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนสุดท้ายก็มีคำตอบอันแท้จริงจากธนาคารเจ้าของบัตรเดบิตพิเศษนี้ว่า &amp;ldquo;ตู้เอทีเอ็มในจีนยังไม่รองรับระบบของบัตร&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56030</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานีรถไฟคุนหมิง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
