<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รถไฟฟ้า&quot;มาหา&quot; มหา&#039;ลัย “ศาลายา-ธรรมศาสตร์โมเดล”  เตือนอย่าให้เมืองโตไร้ทิศทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ในอีก4-5 ปีข้างหน้ารถไฟฟ้าสายสีแดงวิ่งด้วยความเร็ว160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ประกอบไปด้วยสายสีแดงเข้ม(บางซื่อ-รังสิต) ระยะทาง8.84 กม.และสายสีแดงอ่อน(ศาลายา-ตลิ่งชัน-ศิริราช) ระยะทาง14.8 &amp;nbsp;กม. จะเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระบบการเดินทางจากเมืองสู่ชานเมืองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นการผลักดันระบบรางดังกล่าวจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีทั้งสถานีศาลายาและสถานีธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตให้มีประสิทธิภาพด้านคมนาคมขนสูงสุดตลอดจนบรรเทาปัญหาด้านการจราจรตัวการก่อฝุ่นจิ๋วPM 2.5 ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง
โมเดลการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(ทีโอดี) ถูกหยิบยกมาใช้พัฒนาพื้นที่รอบสถานีศาลายาและธรรรมศาสตร์จุดเด่นเป็นรูปแบบการพัฒนาที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสานทั้งที่พักอาศัยอาคารพาณิชย์สำนักงานและการใช้ประโยชน์ที่ออกแบบมารองรับความต้องการของผู้ใช้รถไฟฟ้าสีแดงเป็นหลักสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินเท้าและใช้จักรยานจากสถานี &amp;nbsp;มีพื้นที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนที่หลากหลายลดพึ่งพาการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่ปล่อยมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลนำโดย ผศ.ดร.วศพร เตชะพีรพานิช รองหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ในฐานะหัวหน้าแผนงานวิจัยเพื่อการศึกษาแนวทางพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนรางสายสีแดงอ่อน และ รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์แห่งความเห็นเลิศทางวิชาการด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการขนส่งเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแผนงานที่ทำการศึกษาแล้วเสร็จ เพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติ งานวิจัยดังกล่าวได้ทุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) &amp;nbsp;
&amp;nbsp; นคร จันทศร ที่ปรึกษา สวทช. กล่าวว่าการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงถ้าทำทีโอดีได้ดีจะเกิดผลดีและคุ้มค่า กับการลงทุนทั้งสองโครงการ ที่มีมูลค่ากว่า16,772 ล้านบาท &amp;nbsp;ในระดับสากลก็ใช้แนวคิดทีโอดีในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้า &amp;nbsp;เช่น กรณีประเทศญี่ปุ่น คนเดินทางในโตเกียว100 คนจะใช้ระบบราง70 คน เพราะมีการจัดการที่ดี &amp;nbsp;คนเข้าถึงระบบได้ง่ายไม่มีปัญหาการจราจรติดขัด เพราะห้ามรถยนต์เข้าใกล้สถานีไม่มีการจัดลานจอดติดสถานี &amp;nbsp;เน้นใช้ระบบขนส่งสาธาธารณะจริงๆ &amp;nbsp; จึงเห็น&amp;quot;ทีโอดี&amp;quot;ที่พัฒนาเรียงรายสองข้างทางรถไฟฟ้า ซึ่งหลักใหญ่ของการพัฒนา ก็คือ การทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้ด้วยการเดินเท้าภายในเวลา5 นาที &amp;nbsp;ถัดมาเป็นการใช้จักรยานและรถยนต์ส่วนตัว &amp;nbsp;ส่งผลให้ภาพรวมของประเทศญี่ปุ่นดีขึ้นตามลำดับเกิดการใช้ที่ดินในการพัฒนาเมือง

&amp;ldquo; หันกลับมาดูบ้านเรา &amp;nbsp;เมืองรุกชนบทรุกพื้นที่สีเขียว รุกพื้นที่เกษตรกรรมขึ้นเรื่่อยๆ นี่คือปัญหาใหญ่ของไทย &amp;nbsp;เราไม่สามารถรักษาชนบทไว้ได้ &amp;nbsp;ญี่ปุ่นใช้พลังงานในภาคขนส่งน้อยมาก &amp;nbsp;ต่างจากไทยใช้ภาคขนส่งอันดับหนึ่งร้อยละ40 &amp;nbsp;เผาน้ำมันทิ้งไปทุกๆวันสร้างมลพิษทางอากาศระยะหลังเริ่มมาตระหนักและพบว่าเสียค่าใช้จ่ายไปกับการขนส่งมากกว่าร้อยละ30 ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องปรับวิธีคิด&amp;ldquo; นครกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ปรึกษา สวทช. กล่าวต่อว่าไทยเผชิญปัญหางูกินหาง ในการขนส่งทางถนนเพราะที่ผ่านมาเราบริหารจัดการ &amp;nbsp;การขนรถ &amp;nbsp;พอรถติดก็ขยายถนน &amp;nbsp;แต่รถกลับติดมากขึ้น เพราะคนใช้รถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;ผ่านมา20 ปีเราก็ยังไม่ออกจากวงจรนี้ &amp;nbsp; ทางออกของปัญหา คือ ต้องเปลี่ยนเป็นบริหารจัดการขนคน &amp;nbsp;ส่วนเหตุที่ควรใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพราะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน &amp;nbsp;รถหนึ่งคันกินพื้นที่บนถนน 8-10 เมตร ขนคนได้1-2 คนเท่านั้น ด้วยพื้นที่เท่ากันรถไฟขนคนได้40 คนขึ้นไป &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ระะบบขนส่งทุกประเภทมีข้อเด่นและข้อด้อย &amp;nbsp; ระบบรางต้องบริหารการเข้าถึงให้มีประสิทธิภาพที่สุดและเวลาที่ใช้ในระบบขนส่งมวลชนต้องไม่เกิน1.5 ชั่วโมง ต้องลดเวลาที่ใช้การรอด้วย

นคร ชี้ว่าไทยหยุดพัฒนารถไฟมา60 ปีทำให้เกิดเมืองตามถนนจากข้อมูลปี61 อำเภอ เมืองมีความหนาแน่นของประชากร600 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่สำหรับ อำเภอเทพารักษ์ มีคนหนาแน่นมาก จำนวน 5,000 กว่าคนต่อตารางกิโลเมตร &amp;nbsp;แสดงถึงการเติบโตแบบไร้ทิศทาง และขาดผังเมืองควบคุม &amp;nbsp;หากเราต้องทำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่ง จะต้องตอบโจทย์แหล่งงา นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งที่พักผ่อนหย่อนใจภาพรวมเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายใจ &amp;nbsp;หากทำสถานีศาลายา เป็นตัอย่างนำร่องจะมีการขยายผลพัฒนาพื้นที่รอบสถานีอื่นๆต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; เมืองที่ปล่อยให้เติบโตโดยไม่ได้มีการบริหาร &amp;nbsp;ปราศจากผังเมืองที่ดี &amp;nbsp; เป็นเมืองที่เติบโตด้วยการชี้นำจากโครงสร้างถนน &amp;nbsp;แต่สำหรับเมืองที่จะโตด้วยการเกิดโครงการรถไฟฟ้า การพัฒนารอบสถานี &amp;nbsp; ไม่ใช่การพัฒนาที่ดินให้มีราคาแพง แต่วัตถุประสงค์จริงๆ คือ เราต้องสร้างความตระหนักของการพัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามอย่างประเทศพื้นที่เล็กแต่มีพลเมืองมากอย่างญี่ปุ่น เกาหลี &amp;nbsp;ฮ่องกง &amp;nbsp;แต่สำหรับ ไทยคิดว่ามีพื้นที่มากสร้างอะไรก็ได้ &amp;nbsp;แต่วัตถุประสงค์การมีระบบขนส่งสาธารณะของเรา &amp;nbsp;คือความต้องการจะเพิ่มสัดส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และลดสัดส่วนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล &amp;nbsp; และการทำให้เกิดความสะดวกในการเขาถึงระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการเดินเท้าในการเชื่อมต่อระบบ ต้องมีความสะดวก เป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการใช้รถส่วนตัว นอกจากนี้ ยังต้องประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะอนาคตอยู่ในเมืองเราและต้องใช้เวลาในการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;ldquo; นคร กล่าว

ตามแผนการสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน &amp;nbsp;สถานีศาลายา จะอยู่ห่างมหาวิทยาลัยไม่ถึง200 เมตร ผศ.ดร.วศพร เตชะพีรพานิช หัวหน้าแผนงานฯ &amp;nbsp;เสนอแนวความคิด&amp;quot;ทีโอดี&amp;quot;ของสถานีศาลายาว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรั้วมหาวิทยาลัยเดินไปสถานีศาลา มีระยะทางแค่ &amp;nbsp;200 เมตร &amp;nbsp;หรือถ้าเดินจากสถานีไปคลองมหาสวัสดิ์ใกล้นิดเดียว ซึ่งระยะทางดังกล่าว ควรมีการพัฒนาเชื่อมระบบขนส่งมวชน &amp;nbsp;ล้อรางและเรือได้ &amp;nbsp;สำหรับสภาพปัญหาปัจจุบัน พบว่าพื้นที่ ที่ศึกษามีปัญหาจราจรติดขัด &amp;nbsp;และมีความเสื่อมโทรมตรงบริเวณทางเดินข้ามไปสถานี มีความไม่ปลอดภัย &amp;nbsp;ซึ่งหากปล่อยไปตามยถากรรม &amp;nbsp;จะไม่มีโครงข่ายทางเดินเท้าถึงสถานี เพราะกลางคืนก็มืดเปลี่ยว &amp;nbsp;มีกรณีตัวอย่างจากพื้นที่รอบสถานีแอร์พอรต์ลิ้ง ที่มีเส้นทางอ้อม ไม่สะดวกเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.วศพร เสนออีกว่า อย่างไรก็ตาม เจ้าของพื้นที่โดยรอบสถานีศาลายา มีการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ราชพัสดุ ม.มหิดลทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน และถนนเทศบาล หัวหน้าแผนฯระบุชุดการพัฒนาต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครบถ้วน

ผลวิจัยทีโอดี ที่ควรจะเป็นยังสะท้อนศักยภาพในพื้นที่ศาลายา ผศ.ดร.วศพร นำเสนอว่าศาลายามีที่ดินผืนใหญ่จำนวนมาก &amp;nbsp;ภายในรัศมี500 เมตร จากสถานีศาลายา มีตลาด วัด &amp;nbsp;โรงเรียน &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยและในรัศมี 2 กิโลเมตร &amp;nbsp;มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ &amp;nbsp;ประกอบกับ ยังมีคนใช้บริการรถไฟ &amp;nbsp;หากรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนมาและเชื่อมต่อระบบเดินทางให้ดี &amp;nbsp;จะเสริมศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ขึ้นไปอีก &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตัวแบบของสถานีศาลายาใหม่ ก็พบปัญหาการตัดกันของสะพานข้ามทางรถไฟ กับทางรถไฟยกระดับ และพื้นที่ด้านล่างทางรถไฟฟ้ายกระดับจะทำอะไรใช้ประโยชน์อย่างไรแนวคิดทีโอดีหลักๆจะทำทางเดินทางจักรยานการเชื่อมต่อและการขนส่ง
&amp;ldquo; มีการวาดอนาคตพื้นที่สถานีศาลายา &amp;nbsp; เราทำการศึกษาตั้งแต่ปี2560 ส่งข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น &amp;nbsp; เทศบาลทำเส้นทางเดินริมคลองมหาสวัสดิ์ &amp;nbsp;วันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้เป็นเส้นทางจักรยาน นอกจากนี้ &amp;nbsp;ควรผลักดันกรมโยธาธิการฯ &amp;nbsp;จัดให้เป็นพื้นที่พาณิชกรรมทั้งผืน ปรับเป็นผังสีแดง &amp;nbsp;ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางรายได้ให้กับพื้นที่และชุมชน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผศ.ดร.วศพร กล่าว
ผลศึกษายังได้เสนอแนะการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีศาลายา ใน2 ระยะ หัวหน้าแผนฯกล่าวเพิ่มเติมว่าระยะที่1 ม.มหิดล &amp;nbsp;อยากชวน ทำทางเดินเท้าและทางจักรยานขึ้นใหม่ เชื่อมจากมหาวิทยาลัยมายังสถานีศาลายาระยะทาง200 เมตร &amp;nbsp; ส่งเสริมการเดินในเชิงพื้นที่ &amp;nbsp; คนทุกวัยสามารถเดินได้สะดวกเพราะทุกปีจะมีนักศึกษาใหม่กว่า5,000 คน ที่สามารถจะมาใช้บริการรถไฟฟ้าสีแดง ร วมถึง &amp;nbsp;คนพื้นถิ่นด้วย &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลายามีประวัติความเป็นมา &amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ และวัฒนธรรมที่โดดเด่น &amp;nbsp;ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ในเฟสแรกยังรวมถึงปรับปรุงทางเท้าและทางจักรยานริมคลองมหาสวัสดิ์และรวมจุดเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะให้อยู่บริเวณด้านหน้าสถานีและปรับปรุงป้ายรถเมล์จัดทำจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารรถตู้สาธารณะด้วย&amp;quot;นักวิชาการายนี้กล่าว
ส่วนในระยะที่2 เน้นปรับปรุงโครงข่ายถนนซึ่งต้องได้รับความสนับสนุนจากรฟท. ทล.และกทม. นอกจากนี้จัดทำทางกลับรถใหม่2 จุด &amp;nbsp;เพื่อจัดการจราจรให้สามารถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเลียบทางรถไฟเพื่อความคล่องตัวในการจราจร &amp;nbsp;ปรับปรุงพื้นที่สถานีเป็นพื้นที่สีเขียวมีลานกิจกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์ &amp;nbsp;รวมถงปรับปรุงทางเข้าหลักสถานีรถไฟให้เป็นทางเดินและทางจักรยาน &amp;nbsp;โดยสำนักทรัพย์สินฯปรับปรุงการใช้พื้นที่ให้เป็นพื้นที่พาณิชยกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจ &amp;nbsp;นอกจากพัฒนาพื้นที่แล้ว ต้องทำให้ผู้ใช้เห็นว่าระบบขนส่งสาธารณะ &amp;nbsp;เป็นทางเลือกที่ดีกว่ามีค่าใช้จ่ายถูกกว่ารถส่วนตัว &amp;nbsp;แต่ก็ต้องเพิ่มความถี่เดินรถจัดให้มีตารางที่แน่นอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จากซ้ายไปขวา )นคร จันทศร ที่ปรึกษา สวทช. ,รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล &amp;nbsp;จากม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และดร.วศพร เตชะพีรพานิช จากม.มหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฝั่งสถานีธรรมศาสตร์ ก็นำเสนอน่าสนใจ รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล หัวหน้าแผนงานฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานีธรรมศาสตร์(ศูนย์รังสิต) รองรับรถไฟฟ้าสายสีแดง ขณะนี้ภาคเอกชนกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่รองรับการเติบโตดังกล่าว รัฐบาลลงทุนระบบรางมหาศาลลงในพื้นที่ธรรมศาสตร์ซึ่งมีกลุ่มคนที่ใช้พื้นที่มีความหลากหลายที่ชัดเจนมีพื้นที่ที่ยังพัฒนาอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพมีทรัพยากรที่เอื้อต่อการพัฒนาที่หลากหลายและศักยภาพของการพัฒนาพื้นที่ไม่ใช่คิดแค่ขนคน2-3 หมื่นคนต่อวันหรือจัดทำจุดจอดรถหากพัฒนาพื้นที่แบบเข้มข้นทำได้จริง &amp;nbsp;จะลดมลพิษอากาศลดฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 การพัฒนาต้องนำเรื่องความยั่งยืนเข้าไปใส่แนวคิดนี้นำมาสู่การศึกษาวจัยหาแนวทางการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบสถานีขนส่งมวลชนระบบรางที่เอื้อต่อการใช้ระบบขนส่งสาธารณะสถานีธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; หากจะผลักดันให้การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีเข้าใกล้ความสำเร็จต้องมีแผนพัฒนาเอื้อต่อการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืนส่งเสริมการเชื่อมต่อการใช้ระบบขนส่งมวลชนระบบรางของคนทุกกลุ่มรวมถึงมีกลยุทธ์การวางแผนเมืองและออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาบริเวณรอบสถานี &amp;nbsp;สร้างความเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจและการค้า &amp;nbsp;นี่คือการสร้างสภาพแวดล้อมสรรสร้างเพื่อส่งเสริมการเดินคนเกิดสภาวะความสบายภายนอกอาคารมากที่สุดนอกจากนี้รอบธรรมศาสตร์ผู้มีรายได้น้อยสามารถอาศัยอยู่ใกล้สถานีรถไฟในรัศมี500-800 เมตร&amp;ldquo; รศ.ดร.ภาวิณี กล่าวและเสริมว่า รัฐและประชาชนในพื้นที่ต้องร่วมคิดร่วมออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มุมมองผู้บริหารกับแผนพัฒนาพื้นที่รอบธรรมศาสตร์ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มธ. &amp;nbsp; กล่าวว่าการขนส่งและการผลิตทุกครั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกเวลานี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ415 PPM ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ก๊าซเรือนกระจกห่อหุ้มโลกก่อให้เกิดสภาพความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ &amp;nbsp;กรีนแลนด์ธารน้ำแข็ง700 ปีละลายหมดแล้วระดับน้ำทะเลสูงขึ้นปริมาณน้ำที่มากกวาเดิมส่งผลต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศพายุรุนแรงหิมะตกในทะเลทรายซาฮาร่าติดต่อกัน3 ปีขั้วโลกใต้อุณภูมิสูง48 องศาไฟป่าเกิดถี่ขึ้นเกิดง่ายและลุกลามเร็วทุกครั้งที่เกิดไฟป่าทำลายต้นไม้ที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนปล่อยก๊าซออกซิเจนให้มนุษย์หายใจเป็นวัฏจักรเร่งให้เกิดหายนะปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนดินดินถล่มเกิดถี่ขึ้นแต่ดูเหมือนความตื่นตัวของคนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดลงเราตัดไม้ทำลายป่าไปแล้ว2 ใน3 และยังไม่หยุดใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย &amp;nbsp;

&amp;ldquo; โลกร้อนขึ้นจากก๊าซคาร์บอนจากกิจกรรมมนุษย์นำมาสู่ประเทศต่างๆตกลงกันพัฒนาอย่างยั่งยืนและโลกไม่ร้อนเกิน2 องศาแต่มีข่าวร้ายล่าสุดโลกเรารับมือไม่ได้เกิน1.5 องศาถ้าเกินกว่านี้แก้ไม่ได้แล้วยังไม่รวมก๊าซมีเทนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าคาร์บอน25-30 เท่าข่าวดียูเอ็นบอกมีโอกาสแก้ไขได้67% ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน&amp;ldquo; ผศ.ดร.ปริญญา กล่าว

เดินหน้าลดใช้พลังงานรองอธิการบดีฯกล่าวในประเด็นนี้ว่าม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตทำเรื่องพลังงานอย่างจริงจังเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์งบ600 ล้านบาทบนอาคาร50 อาคารใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านอุปสรรคเรื่องเงินด้วยให้เอกชนมาร่วมลงทุน &amp;nbsp;นอกจากนี้ทำเรื่องระบบขนส่งแต่เมื่อรถยนต์อีวีของไทยภาครัฐไม่สนับสนุนเราจึงทำโซลาร์บัสและมอเตอร์ไซด์รับจ้างอวีวีแล้วยังมีโปรเจ็ครถยนต์อีวีแชร์ลิ่ง4 คันนำร่องเราลงมือทำแผนในกระดาษยุทธศาสตร์ชาติมีมากมายแต่ใครลงมือทำอีกทั้งความผิดพลาดคือวัดความเจริญเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์แต่โลกมีทรัพยากรจำกัดโลกร้อนขึ้นทุกที

&amp;ldquo; แผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีตามแนวคิดทีโอดี &amp;nbsp;จะมีอาคารหนาแน่นปานกลางเน้นการเดินเท้าและการใช้จักรยานสร้างพื้นที่สาธารณะและพื้นทีสีเขียวระหว่างกลุ่มอาคารนอกจากนี้รถไฟสายสีแดงจะทำให้พื้นที่เติบโตขึ้นคนเพิ่มขึ้นปริมาณขยะจะมากขึ้นฉะนั้นต้องวางแผนจัดการขยะโรงไฟฟ้าจากขยะเป็นทางออกแต่ต้องทำควบคู่กับการลดขยะที่ต้นทางและจะส่งเสริมการใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยเช่นหลังคาอาคารป๋วย100 ปี &amp;nbsp;ปลูกผักออร์แกนิคและทำนาขั้นบันไดและอีกแปลง5 ไร่ทำฟาร์มออร์แกนิคผลผลิตนำมาบริโภคและจำหน่ายการวางแผนพัฒนาพื้นที่ต่างคนต่างทำไม่สำเร็จจะต้องมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนการศึกษาต้องตอบโจทย์ไม่ใช่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้แย่ลงผลักสู่เหวแห่งหายนะ &amp;nbsp;รถไฟสายสีแดงจะช่วยให้คนใช้รถส่วนตัวน้อยลงเรื่องระบบการขนส่งคนจากสถานีรถไฟไปจุดหมายปลายทาง &amp;nbsp;ธรรมศาสตร์อาจจะกู้เงินมาลงทุนหรือคัดเลือกบริษัทมาร่วมทำต้องพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมต่อไป &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวถึงแผนพัฒนาในท้าย

หากแผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟทั้งสองพื้นที่มีการส่งเสริมและได้รับการตอบรับนำไปทำจริงจะถือเป็นโมเดลแรกในประเทศไทยที่สะท้อนการพัฒนาพื้นทีที่ไม่ละเลยวิถีวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมทำให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วศพร เตชะพีรพานิช, นคร จันทศร, รถไฟฟ้าสายสีแดง, รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน, รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล, ศาลายา-ธรรมศาสตร์โมเดล, สถานีธรรมศาสตร์, สถานีศาลายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8c8b056ff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
