<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียตัดหน้าสหรัฐ ส่งผู้กำกับ-นักแสดงถ่ายหนังบนสถานีอวกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะเดินทางของรัสเซียที่ประกอบด้วยผู้กำกับและนักแสดงหญิง กับนักบินอวกาศรัสเซีย เดินทางจากโลกสู่สถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันอังคาร เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกจากยานโคจรรอบโลก ตัดหน้าโปรเจ็กต์ของพระเอกทอม ครูส ที่วางแผนไว้กับนาซาและสเปซเอ็กซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ยูเลีย เปเรซิลด์, นักบินอวกาศอันตอน ชคาเปลรอฟ และผู้กำกับ คลิม ชิเปนโก เตรียมขึ้นยานโซยุซ เอ็มเอส-19 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกเรือของรัสเซียเดินทางไปกับยานโซยุซ เอ็มเอส-19 ซึ่งทะยานขึ้นจากฐานปล่อยไบโคนูร์คอสโมโดรมของรัสเซียในคาซัคสถานเมื่อเวลา 08.55 น.วันอังคารตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 15.55 น.ตามเวลาไทย และเดินทางถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) เมื่อเวลา 19.22 น.ตามเวลาไทยในวันเดียวกัน โดยนักบินอวกาศอันตอน ชคาเปลรอฟ ชาวรัสเซียทำหน้าที่บังคับยานเข้าเทียบสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเขาด้วยคือ คลิม ชิเปนโก ผู้กำกับวัย 38 ปี และยูลีย เปเรซิลด์ นักแสดงหญิงวัย 37 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกจากนักแสดง 3,000 คน มารับบทบาทที่ต้องถ่ายทำในไอเอสเอสครั้งนี้ ภารกิจของทั้งคู่จะใช้เวลา 12 วัน แม้ไม่มีการเปิดเผยมากนักเกี่ยวกับพล็อตของหนัง &amp;quot;The Challenge&amp;quot; รวมถึงงบประมาณ แต่องค์การอวกาศ รอสคอสมอส ของรัสเซีย กล่าวว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับศัลยแพทย์หญิงที่ถูกส่งมาไอเอสเอสเพื่อช่วยชีวิตนักบินอวกาศนายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชคาเปลรอฟและนักบินอวกาศรัสเซีย 2 นายที่อยู่ในไอเอสเอสจะมีบทรับเชิญในหนังด้วย โดยภายในไอเอสเอสนอกจากนักบินอวกาศชาวรัสเซียยังมีนักบินอวกาศชาวฝรั่งเศส 1 คน, ญี่ปุ่น 1 คน และของนาซา 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิเปนโกและเปเรซิลด์จะกลับโลกในวันที่ 17 ตุลาคม ด้วยแคปซูลอวกาศพร้อมกับโอเลก โนวิตสกี นักบินอวกาศชาวรัสเซีย ที่อยู่บนไอเอสเอสมานาน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจถ่ายทำภาพยนตร์ที่ไอเอสเอสครั้งนี้ทำให้รัสเซียตัดหน้าโครงการของทอม ครูส พระเอก &amp;quot;Mission Impossible&amp;quot; ที่ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะร่วมมือกับนาซาและบริษัท สเปซเอ็กซ์ ของอีลอน มัสก์ ถ่ายทำหนังในอวกาศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118885</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Challenge, ถ่ายหนังบนไอเอสเอส, รัสเซีย, สถานีอวกาศนานาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c5ddbebe5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 22:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จรวดรัสเซียนำลูกเรือไปไอเอสเอสใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จรวดโซยุซ เอ็มเอส-17 ของรัสเซีย สร้างสถิติใหม่ของการเดินทางจากโลกสู่สถานีอวกาศนานาชาติด้วยเวลาเร็วที่สุดแค่ 3 ชั่วโมงเศษเท่านั้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจของยานอวกาศรัสเซียครั้งนี้คือการนำพานักบินอวกาศรัสเซีย 2 คน ได้แก่ เซอร์เกย์ รืยชีคอฟ และเซอร์เกย์ คุด-สเวียร์ชคอฟ กับนักบินอวกาศเคทลีน รูบินส์ ของนาซา ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) องค์การอวกาศรัสเซียเผยว่า จรวดโซยุซ เอ็มเอส-17 ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวดไบโคนูร์ของรัสเซียในคาซัคสถานเมื่อเวลา 12.45 น.ของวันพุธตามเวลาไทย และถึงไอเอสเอสในเวลา 3 ชั่วโมง 3 นาทีหลังจากนั้น ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของการเดินทางสู่ไอเอสเอสที่เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปรกติแล้ว การเดินทางจากโลกไปยังสถานีอวกาศนานาชาติแห่งนี้จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วขึ้นมากแล้วเมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาก่อนหน้าปี 2556 ที่ต้องใช้เวลาบินกันนาน 2 วัน การเดินทางของยานอวกาศพร้อมลูกเรือครั้งนี้ยังทำลายสถิติการเดินทางไปไอเอสเอสที่เร็วที่สุดของยานขนส่งสินค้าโพรเกรส ซึ่งไม่มีมนุษย์โดยสารไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่สหรัฐปลดระวางโครงการกระสวยอวกาศเมื่อปี 2554 สหรัฐต้องพึ่งพาจรวดของรัสเซียในการนำส่งนักบินอวกาศอเมริกันไปยังไอเอสเอส ภารกิจล่าสุดของยานโซยุซเกิดขึ้นไล่หลังโครงการจรวดสเปซเอ็กซ์ของสหรัฐประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศพร้อมนักบินอวกาศอเมริกัน 2 คนไปยังไอเอสเอสเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม คราวนั้นยานของสเปซเอ็กซ์เทียบท่าไอเอสเอสได้สำเร็จหลังใช้เวลาเดินทางประมาณ 19 ชั่วโมงนับแต่ถึงวงโคจร ลูกเรือทั้งคู่กลับสู่โลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 2 สิงหาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80549</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรวดโซยุซ เอ็มเอส-17, รัสเซีย, สถานีอวกาศนานาชาติ, องค์การอวกาศรัสเซีย, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f871e26c9af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! นาซาจับมือสเปซเอ็กซ์ ส่งนักบินชาวอเมริกันขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติครั้งแรกในรอบ 9 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า นาซาจับมือสเปซเอ็กซ์&amp;nbsp;(SpaceX) ส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติจากแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกในรอบ 9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การบริหารการบินอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) กับบริษัท SpaceX บริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐฯ ร่วมมือกันส่งนักบินอวกาศชุดแรกขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ใช้จรวดและยานอวกาศจากภาคเอกชน แทนจรวดและยานจากองค์การอวกาศของรัฐบาล และถือเป็นการกลับมาส่งนักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ จากแผ่นดินมาตุภูมิสู่สถานีอวกาศนานาชาติครั้งแรกในรอบ 9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจครั้งนี้มีชื่อว่า Demo-2 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Commercial Crew Program มีนักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ 2 คน คือ โรเบิร์ต เบห์นเคิน และดักลาส เฮอร์ลีย์ ไปกับยาน Crew Dragon ที่ติดบนยอดจรวดฟัลคอน 9 (Falcon 9) และกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2563 เวลา 03:33 น. (ตามเวลาประเทศไทย) จากฐานปล่อยจรวด 39A ของศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักบินอวกาศทั้งสองคนนี้จะขึ้นไปปฏิบัติภารกิจต่อในสถานีอวกาศนานาชาติ ร่วมกับทีมนักบินอวกาศชุด Expedition 63 ที่ประจำสถานีอวกาศแห่งนี้อยู่แล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจและกลับสู่พื้นโลกไว้ว่าไม่เกินปลายเดือนกันยายน พ.ศ.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจ Demo-2 จะช่วยปูพื้นฐานให้กับทางบริษัท SpaceX ทดสอบระบบการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ ตั้งแต่ฐานยิงจรวด ตัวจรวด ตัวยานบรรทุกนักบินอวกาศ และขีดความสามารถการปฏิบัติภารกิจในโครงการอวกาศ และยังเป็นครั้งแรกที่นักบินอวกาศของทาง NASA จะได้ทดสอบและฝึกใช้งานระบบยานอวกาศภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจ Demo-2 ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวต่อไปในวงการอวกาศสหรัฐฯ เนื่องจากการนำนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศเที่ยวล่าสุดที่ใช้จรวดและยานของสหรัฐฯ เป็นภารกิจ STS-135 ของยานขนส่งอวกาศแอตแลนติส เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 นับเป็นภารกิจครั้งสุดท้ายในการปฏิบัติงานของโครงการยานขนส่งอวกาศ (Space Shuttle) ของสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 30 ปี และดักลาส เฮอร์ลีย์ นักบินอวกาศในโครงการ Demo-2 ก็เคยเข้าร่วมภารกิจ STS-135 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น สหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น จากการใช้ยานอวกาศและจรวดโซยุซ (Soyuz) พานักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ ไปปฏิบัติภารกิจในสถานีอวกาศนานาชาติ หากโครงการ Commercial Crew Program สำเร็จ จะทำให้วงการอวกาศสหรัฐฯ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาทางรัสเซีย และเพิ่มบทบาทภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการอวกาศของประเทศ อีกทั้งสหรัฐฯ สามารถกลับมาเป็นคู่แข่งของรัสเซีย ในการเป็นตัวเลือกเพื่อพามนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ ทั้งจากกลุ่มประเทศในยุโรป เอเชีย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวอวกาศ (Space tourism) ของมหาเศรษฐี ที่กำลังผูกขาดโดยรัสเซียในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมติดตามและนับถอยหลังภารกิจครั้งนี้ ได้ที่ https://www.nasa.gov/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียบเรียง : พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สดร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง : https://www.nasa.gov/specials/dm2/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67134</URL_LINK>
                <HASHTAG>NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, นักบินอวกาศ, นาซา, สถานีอวกาศนานาชาติ, สเปซเอ็กซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece82543f760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยานอวกาศ &#039;สตาร์ไลเนอร์&#039; กลับโลกก่อนกำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคปซูลอวกาศ &amp;quot;สตาร์ไลเนอร์&amp;quot; ของโบอิ้ง กลับสู่พื้นโลกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ โดยตกลงกลางทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก หลังจากนาฬิกามีปัญหาทำให้ไปไม่ถึงสถานีอวกาศนานาชาติจนต้องกลับโลกเร็วกว่ากำหนด 6 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยานอวกาศโบอิ้ง ซีเอสที-100 สตาร์ไลเนอร์ ของโบอิ้งตกสู่พื้นที่ทะเลทรายในเมืองไวต์แซนด์ รัฐนิวเม็กซิโก เมื่อวันอาทิตย์ /&amp;nbsp; NASA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์เผยให้เห็นว่ายานลำนี้กลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย โดยร่มชูชีพขนาดใหญ่กางเพื่อชะลอความเร็วก่อนสัมผัสพื้นทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาซาและโบอิ้งส่งจรวดนำส่งสตาร์ไลเนอร์จากฐานปล่อยจรวดที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ของสหรัฐ เพื่อไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม โดยเป็นภารกิจทดสอบครั้งแรกของยานอวกาศจากโบอิ้งลำนี้ บนยานยังไม่มีมนุษย์อวกาศเดินทางไปด้วย แต่ได้ติดตั้งหุ่นจำลองเพื่อทำการทดสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากยานแยกตัวจากจรวดแอตลาส 5 ตัวขับดันกลับไม่ทำงาน ทำให้ยานขึ้นไม่ถึงวงโคจรของไอเอสเอส ซึ่งโคจรอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 400 กิโลเมตร ภายหลังกาาคำนวณพบว่ายานเผาไหม้เชื้อเพลิงขับดันมากเกินไปอยู่นานหลายนาที โบอิ้งและนาซาจึงตัดสินใจบังคับให้ยานสตาร์ไลเนอร์กลับโลกโดยยังไปไม่ถึงไอเอสเอสตามแผน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53045</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับโลก, สตาร์ไลเนอร์, สถานีอวกาศนานาชาติ, แคปซูลอวกาศ, โบอิ้ง, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff82516c125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบอิ้งทดสอบส่งแคปซูลอวกาศ &#039;สตาร์ไลเนอร์&#039; ไปไอเอสเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทโบอิ้งที่กำลังเผชิญปัญหารุมเร้ากรณีเครื่องบิน 737 แมกซ์ ปล่อยจรวดส่งแคปซูลอวกาศ &amp;quot;สตาร์ไลเนอร์&amp;quot; พร้อม &amp;quot;โรซี&amp;quot; หุ่นจำลอง ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติแล้วเมื่อวันศุกร์ ประเดิมการทดสอบภารกิจตามแผนของนาซาเพื่อยุติการพึ่งพายานนำส่งของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากนาซา เจ้าหน้าที่บริหารของโบอิ้ง, นาซา และยูไนเต็ดลอนช์อัลลายแอนซ์ เดินอยู่ด้านหน้าจรวดแอตลาส 5 ที่ฐานปล่อยจรวด เมื่อวันพฤหัสบดี&amp;nbsp; / NASA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท โบอิ้ง ยักษ์ใหญ่ด้านอากาศ-อวกาศของสหรัฐ ได้รับมอบหมายจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) พร้อมกับบริษัท สเปซเอ็กซ์ ในการพัฒนายานที่ &amp;quot;ผลิตในสหรัฐ&amp;quot; เพื่อนำนักบินอวกาศเดินทางไป-กลับสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ซึ่งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 400 กิโลเมตร โดยสเปซเอ็กซ์ประสบความสำเร็จในการทดสอบภารกิจไปและกลับจากไอเอสเอสเมื่อเดือนมีนาคม ยาน &amp;quot;ครูว์ดรากอน&amp;quot; พร้อมหุ่นจำลอง &amp;quot;ริปลีย์&amp;quot; กลับถึงโลกอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงมูลค่ารวม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่นาซาจะจ่ายให้โบอิ้งและสเปซเอ็กซ์ ทั้งสองบริษัทนี้จะต้องทำภารกิจนำนักบินอวกาศไป-กลับไอเอสเอส 6 เที่ยว พร้อมนักบินอวกาศครั้งละ 4 คน จนถึงปี 2567 แต่ภารกิจนี้ล่าช้ากว่ากำหนดมาแล้ว 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ภารกิจนี้ของโบอิ้งมีชื่อเสียงเป็นเดิมพัน หลังจากโบอิ้งประสบปัญหาวิกฤติด้านความปลอดภัยของเครื่องบินโบอิ้ง 737 แมกซ์ ที่สั่งระงับการผลิตตั้งแต่ต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคปซูลสตาร์ไลเนอร์ซึ่งติดตั้งบนหัวจรวดแอตลาส 5 ถูกส่งขึ้นจากแหลมคานาเวอรัลก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.36 น. ของวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น (18.36 น.วันเดียวกันของไทย) โดยแคปซูลแยกตัวจากจรวด 15 นาทีหลังจากนั้น เสียงประกาศจากนาซาทีวียืนยันว่า สตาร์ไลเนอร์ลอยในอวกาศด้วยตนเองเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนยานลำนี้มีหุ่นจำลอง &amp;quot;โรซี&amp;quot; ติดยานไปด้วย โดยจะใช้เวลาเดินทางราว 25 ชั่วโมง จากนั้นจะเข้าเทียบไอเอสเอสโดยอัตโนมัติ แล้ววันที่ 28 ธันวาคม ยานจะกลับถึงโลกบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่นาซายุติโครงการกระสวยอวกาศเมื่อปี 2554 ภายหลังภารกิจยาวนาน 30 ปี การนำนักบินอวกาศเดินทางไป-กลับระหว่างโลกกับไอเอสเอสต้องพึ่งพาจรวดโซยุซของรัสเซียเพียงอย่างเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52938</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาซา, สตาร์ไลเนอร์, สถานีอวกาศนานาชาติ, แคปซูลอวกาศ, โบอิ้ง, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd2e249586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ &#039;ฟีดอร์&#039; ขึ้นอวกาศ ฝึกทักษะบนไอเอสเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขึ้นไปกับยานโซยุซโดยไม่มีมนุษย์อวกาศร่วมยานด้วย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ 10 วันบนสถานีอวกาศนานาชาติ เป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งหุ่นยนต์ขึ้นสู่อวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 26 กรกฎาคม 2562&amp;nbsp; หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฟีดอร์กำลังถูกทดสอบที่สถานีอวกาศไบโคนูร์ของรัสเซีย / ROSCOSMOS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ &amp;quot;ฟีดอร์&amp;quot; ย่อมาจาก Final Experimental Demonstration Object Research มีหมายเลขประจำตัวคือ Skybot F850 เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกที่รัสเซียส่งขึ้นสู่อวกาศ หุ่นยนต์ตัวนี้ขึ้นไปกับยานอวกาศโซยุซ เอ็มเอส-14 ที่ส่งจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศไบโคนูร์ของรัสเซียในคาซัคสถานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม เวลา 06.28 น.ตามเวลารัสเซีย ยานโซยุซจะเข้าเทียบสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ในวันเสาร์นี้ และจะอยู่ที่สถานีอวกาศถึงวันที่ 7 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติยานโซยุซจะมีนักบินอวกาศขึ้นไปด้วย แต่การปล่อยยานครั้งนี้ส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปแทน เพื่อต้องการทดสอบระบบกู้ภัยฉุกเฉินใหม่ หุ่นยนต์ฟีดอร์นั่งประจำในที่นั่งนักบินโดยในมือถือธงชาติรัสเซียขนาดเล็ก ระหว่างปล่อยจรวดเพื่อส่งยานโซยุซขึ้นสู่วงโคจร หุ่นยนต์ตัวนี้พูดว่า &amp;quot;ไปกันเถอะ&amp;quot; เป็นคำพูดเดียวกับยูริ กาการิน นักบินอวกาศชาวรัสเซียที่เป็นมนุษย์คนแรกที่ขึ้นไปท่องอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นยนต์รูปร่างเหมือนมนุษย์สีเงินตัวนี้สูง 180 เซนติเมตร&amp;nbsp; หนัก 160 กิโลกรัม มีบัญชีอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ของตัวเองด้วย ซึ่งบรรยายไว้ว่ากำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ เช่น การเปิดขวดน้ำ และบนไอเอสเอสจะเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเล็กซานเดอร์ โบลเชนโก ผู้อำนวยการโครงการอนาคตและวิทยาศาสตร์ของสำนักงานอวกาศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ก่อนส่งยานโซยุซว่า หุ่นยนต์ตัวนี้จะเรียนรู้ทักษะต่างๆ บนไอเอสเอส เช่น การเปิด-ปิดสายเคเบิลไฟฟ้า และการใช้เครื่องมือทั่วไป เช่น ไขควง, กุญแจเลื่อน และเครื่องดับเพลิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44076</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟีดอร์, รัสเซีย, สถานีอวกาศนานาชาติ, ส่งหุ่นยนต์ขึ้นอวกาศ, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5ea00c7e3ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาซาโวยอินเดียยิงทำลายดาวเทียม ก่อขยะอวกาศคุกคาม ISS</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้อำนวยการนาซาตำหนิอินเดียยิงทำลายดาวเทียมก่อขยะอวกาศ 400 ชิ้นที่เป็นอันตรายต่อนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จรวด PSLV-C45 ขององค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ทะยานจากฐานปล่อยของศูนย์อวกาศสาทิสธวันเพื่อส่งดาวเทียม 28 ดวงของหลายประเทศ ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิม ไบรเดนสไตน์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) กล่าวกับเจ้าหน้าที่ขององค์การนาซาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 โดยระบุว่าการยิงทำลายดาวเทียมของอินเดียนั้นเป็นเรื่องที่แย่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียประกาศความสำเร็จในการยิงมิสไซล์ทำลายดาวเทียมดวงหนึ่งของตนในวงโคจรต่ำเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งทำให้อินเดียเป็นชาติที่ 4 ในโลกที่มีขีดความสามารถดังกล่าว ต่อจากสหรัฐ, รัสเซีย และจีน อินเดียอ้างว่าเลือกทำลายดาวเทียมในวงโคจรต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของขยะอวกาศ ซึ่งจะถูกเผาไหม้หมดไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ไบรเดนสไตน์ระบุว่า ดาวเทียมดวงนี้กลายเป็นขยะอวกาศกว่า 400 ชิ้น และไม่ใช่ทุกชิ้นที่มีขนาดใหญ่พอที่จะติดตามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เรากำลังติดตามดูในตอนนี้ คือวัตถุที่มีขนาดใหญ่มากพอต่อการติดตามรอย ซึ่งก็คือวัตถุที่มีขนาดประมาณ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ที่มีราว 60 ชิ้น&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวเทียมที่โดนยิงทำลายนั้นโคจรที่ระดับความสูง 300 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าวงโคจรของไอเอสเอส และดาวเทียมส่วนใหญ่ แต่ผู้อำนวยการนาซาระบุว่า มีขยะ 24 ชิ้นที่อยู่เหนือวงโคจรสูงสุดของไอเอสเอส ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมลักษณะนี้เข้ากันไม่ได้กับการเดินทางสู่อวกาศของมนุษย์ในอนาคต...เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และนาซาจำเป็นต้องกล่าวให้ชัดเจนอย่างมากเรื่องผลกระทบที่เกิดกับเรา&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐติดตามร่องรอยของวัตถุในอวกาศเพื่อทำนายความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกับไอเอสเอสและดาวเทียม ปัจจุบันกองทัพสหรัฐกำลังติดตามการเคลื่อนที่ของวัตถุ 23,000 ชิ้นที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตร ในจำนวนนี้ เป็นขยะอวกาศประมาณ 10,000 ชิ้น ซึ่งเกือบ 3,000 ชิ้นนั้นเป็นผลพวงจากการยิงทดสอบจรวดทำลายดาวเทียมดวงหนึ่งของจีน ที่ระดับความสูงประมาณ 853 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก เมื่อปี 2550 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรเดนสไตน์กล่าวอีกว่า ผลของการยิงทำลายดาวเทียมล่าสุดของอินเดีย ทำให้ความเสี่ยงที่วัตถุในอวกาศจะชนไอเอสเอสนั้นเพิ่มขึ้น 44% ในช่วงเวลา 10 วัน กระนั้นความเสี่ยงนี้จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เนื่องจากเศษซากวัตถุส่วนใหญ่จะเผาไหม้เมื่อตกสู่ชั้นบรรยากาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะอวกาศ, ทำลายดาวเทียม, นาซา, สถานีอวกาศนานาชาติ, อินเดีย, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca36de3640ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
