<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยโครงสร้างพื้นฐานเปิดทาง&quot;อีอีซี&quot;  (สถานีอีอีซี)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์สถานีอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว อุตสาหกรรมกลายเป็นอุตสาหกรรมอีกแบบ ซึ่งขณะนี้ได้เปลี่ยนไปผลิตหุ้นยนต์และทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มีการพัฒนาไปอีกแบบ ดังนั้นหากประเทศไทยต้องก้าวไปอีกขั้น สิ่งที่รัฐบาลคิดและต้องกระโดดขึ้นไปให้ทันโลก โดยเป็นโลกดิจิทัลโลกของนวัตกรรม โดยเอาฐานเดิมแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีสเทิร์นซีบอร์ด) มาต่อยอดให้เป็นไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้นจะสังเกตว่าอีสเทิร์นซีบอร์ด หรืออีอีซีนั้น ได้ความคิดมาจาการต่อยอดของเดิมที่มีอยู่แล้ว ใช้ฐานเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;(อีอีซี) เดินไปสู่จุดหมายที่รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดขึ้น จึงต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมารองรับภาคอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาลงทุน ดังนั้นกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ได้จัดทำแผน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า อีสเทิร์นซีบอร์ดถือว่าประสบความสำเร็จเป็นกลไกสำคัญที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง และเพื่อให้โครงการอีอีซีเดินหน้าต่อไป จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกือบ 1 ล้านล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมทำแผนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคทั้งหมด 168 โครงการ ใช้งบลงทุนประมาณ 988,950 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ระยะ ในส่วนของ ระยะแรก 99 โครงการ ใช้เงินประมาณ 300,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2560-2561 อาทิ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง) ซึ่งคาดว่าขณะนี้มีเอกชนสนใจเข้าซื้อซองร่างขอบเขตการประมูล หรือ TOR จำนวน 31 ราย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเปิดดำเนินการภายในปี 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่อู่ตะเภา (MRO) การลงนามความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอร์บัส ภายใต้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก สำหรับรูปแบบการลงทุน ทางการบินไทยและแอร์บัสจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,977 ล้านบาท เพื่อจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาครัฐจะเป็นผู้ก่อสร้างอาคารศูนย์ซ่อมและอาคารประกอบทั้งหมด เงินลงทุนประมาณ 6,333 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้โครงการดังกล่าวมีอัตราผลตอบแทนที่ 14% ระยะเวลาคืนทุน 9 ปี โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน &amp;nbsp;ก.ค.2565 อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปลายปี 2561 ซึ่งจะช่วยให้การรื้อย้ายศูนย์ซ่อมเดิมและส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ลงทุนอาคารผู้โดยสาร 3 ได้ ภายในปลายปี 2563 สามารถร่นระยะเวลาการเปิดให้บริการลงมาเป็นปี 2564 ทำให้ไม่กระทบกับแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการซ่อมอากาศยานของการบินไทยไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2 แสนล้านบาท หรือ 6 พันล้านดอลลาร์ในวันนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในเดือน ต.ค.61 และให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ.62 จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกได้ในช่วงประมาณเดือน ก.พ.62&amp;nbsp; โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 คาดจะออก TOR ได้ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ กำหนดเสร็จปี 2567 และ ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 จะออก TOR ได้ในเดือนกันยายนปีนี้ กำหนดเสร็จปี 2568
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, ท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 รวมถึงโครงการมอเตอร์เวย์ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร คาดว่าเปิดใช้ได้ภายในปี 2562 ที่จะเร่งดำเนินการภายในปีนี้ รวมถึงท่าเรือจุกเสม็ดทำแล้ว นอกจากนี้ยังมีถนนสายรองที่เป็นเส้นเลือดฝอย กระทรวงคมนาคมจะให้มีการเริ่มต้นภายในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทั้งหมดนี้ถือเป็นโครงการในระยะเร่งด่วน เป็นการเอาโครงการที่ทำมาแต่เดิมเอามาจับใส่เข้าไป แต่เลือกโครงการที่ส่งผลต่อกิจกรรมรองรับอุตสาหกรรมในอีอีซี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว และเมืองสมาร์ทซิตี้ อย่างไรก็ตามทั้ง 99 โครงการนั้นได้มีการเดินหน้ามาตั้งแต่ปี 2560 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ จะอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ เพราะอีอีซีเป็นเรื่องพิเศษของประเทศ สามารถไปเสนอของบประมาณได้ทั้งหมด&amp;quot; นายชัยวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนระยะกลาง ระหว่างปี 2562-2564 จะก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางแหลมฉบัง-มาบตาพุด และศรีราชา-ระยอง และเส้นทางแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี เป็นประตูเชื่อมไปยังประเทศเพื่อนบ้านและภาคอีสาน โดยจะดึงแรงงานภาคอีสานไปที่โรงงานภาคตะวันออกให้ได้โดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากนี้ภาคตะวันออกจะกลายเป็นอุตสาหกรรมโรงงานขนาดใหญ่ จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย โดยในระยะกลางมี 62 โครงการใช้เงินประมาณ 400,000 ล้านบาท พร้อมทั้งก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการบินด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการระยะยาวตั้งแต่ 2565 หลักการต้องการจะทำให้อีอีซียั่งยืน เมื่อทั้ง 2 ระยะที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลังจากนั้นต้องมองว่าทำอย่างไรให้โครงการเกิดความยั่งยืน 50 ปีอยู่ได้ ดังนั้นโครงการกิจกรรมต่างๆ เช่น รถไฟเชื่อมทวาย เชื่อมกัมพูชาต่อไปสินค้าจากเมียนมา, เวียดนาม และลาว มาทางรถไฟรวมถึงจีน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญ รวมถึงการขยายแอร์คาโก้ หลังจากนี้ไปสินค้าจะไม่ใช่มาแค่อีอีซีอย่างเดียว มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจะเห็นว่าเรามี 3 เกตเวย์ ได้แก่ &amp;nbsp;1.ท่าเรือแหลมฉบัง 2.ท่าเรือมาบตาพุด และ 3.สนามบินอู่ตะเภา ดังนั้นโครงการต่อไปจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้มาก โดยมีทั้งสิ้น 7 โครงการ ใช้งบประมาณ 2.5 แสนล้าน&amp;nbsp;
เชื่อมอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ความพร้อมในการเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านในระยะต่อไป จะทำระรางเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านต่อไปถึงชายแดน เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือมูลค่าในการขนส่งด้านโลจิสติกส์สูงมาก ดังนั้นจึงหันกลับมามองท่าเรืออ่าวไทยฝั่งตะวันตก เช่น ประจวบคีรีขันธ์, หัวหิน, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี และสงขลา ทั้งหมดนี้อยู่ในฝั่งอ่าวไทย แต่เมื่อกลับไปดูในฝั่งอันดามัน พบว่าท่าเรือมีน้อยมาก ซึ่งก่อนหน้านี้มีแผนที่จะสร้างท่าเรือใหญ่ปากบาราที่สตูล แต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเกิดการต่อต้านสูงมาก จึงเป็นได้ยากที่ปากบาราจะเกิด ถือว่าเสียดายโอกาสมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรามีท่าเรือระนองอยู่ เพราะว่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ ดังนั้นจะใช้ท่าเรือระนองเป็นฐานท่าเรือสินค้าฝั่งอันดามันที่จะไปทางด้านตะวันตก ซึ่งมองถึงส่งไปถึงแอฟริกา, อินเดีย, บังกลาเทศ, ศรีลังกา และปากีสถาน ซึ่งมีประชากรเท่ากับประเทศจีน และปรากฏว่าเศรษฐกิจดีมากกำลังซื้อมีมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงมีแนวความคิดว่าทำไมเราถึงไม่เจรจาเพื่อทำการค้ากัน อาศัยเขาเป็นทางเป็นตลาดใหญ่เพื่อเข้าไปสู่ทางด้านตะวันออกกลาง ตรงนี้คือโอกาสของประเทศไทยไม่ใช่แค่จีนเพียงเท่านั้น ยังมีช่องแคบทางตะวันตกเราสามารถค้าขายกับเขาได้แ ละสินค้าไทยเป็นสิ่งที่นิยม ดังนั้นจึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ทางภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเชื่อมยุทธศาสตร์ภาคใต้เข้ากับอีอีซี &amp;nbsp; ขณะนี้ได้ศึกษาแนวเส้นทางรถไฟสายใหม่ เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งทะเลอันดามันจากชุมพร-ระนอง สำหรับการคมนาคมขนส่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยว 2 ฝั่งทะเล และเชื่อมโยงไปยังท่าเรือน้ำลึกระนอง โดยโครงการมีมูลค่าลงทุน 45,844 ล้านบาท สำหรับแนวเส้นทางอยู่บริเวณพื้นที่ทางใต้ของสถานีรถไฟชุมพร และอยู่ด้านเหนือของสถานีรถไฟแสงแดด ขนานไปกับถนนเพชรเกษม ผ่านพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ชุมพร อ.กระบุรี อ.ละอุ่น และ อ.เมือง จ.ระนอง จนสิ้นสุดโครงการที่บริเวณท่าเรือน้ำลึกระนอง ระยะทาง 102.79 กม. &amp;nbsp;และจากสถานีท่าเรือระนองจะมีเส้นทางแยก หรือ spur line เข้าสู่เมืองระนอง สิ้นสุดที่สถานีระนอง รวมเป็น 109 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกโครงการจะต้องเริ่มต้นให้ได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ &amp;nbsp;คือต้องให้ได้เซ็นสัญญาเริ่มต้นเดินหน้าโครงการได้ ถ้าไม่ได้ลงมือทำวันนี้ ประเทศต้องแกว่งแน่ๆ ถามว่ารัฐบาลได้ประโยชน์จากการทำพวกนี้ไหม คำตอบคือประเทศได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นอย่ามาโจมตีกันเลยว่าทำไปรัฐบาลหาเสียง รัฐบาลได้ประโยชน์จากโครงการ ผมว่าไม่ใช่ ทั้งหมดคือผลประโยชน์ของประเทศชาติ เรานิ่งมานานมาก 10-20 ปี เวียดนามเขาจะแซงแล้ว ส่วนมาเลเซียเราตามไม่ทันแล้ว ดังนั้นจึงต้องคิดยุทธศาสตร์ของประเทศแบบนี้&amp;quot; นายชัยวัฒน์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า &amp;quot;การทำอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ การทำระบบคมนาคมใหม่ของประเทศจำเป็นต้องทำ เพราะมันเป็นพื้นฐานที่สุดของเศรษฐกิจ ถ้าไม่ทำ เราไม่มีทางจะพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้เลย แล้วถ้าเศรษฐกิจของประเทศไม่ดี อย่างหวังว่าประชาชนจะกินดีอยู่ดี ไม่มีทาง ไม่มีการจ้างงาน ไม่มีเศรษฐกิจของประเทศ คนไทยจะไปทำอะไรกิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าอีอีซีถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญได้เริ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนของรัฐบาล จึงไม่แปลกถ้าจะใช้อีอีซีเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในอุตสาหกรรมยุคใหม่ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้ เห็นได้จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และการตอบรับเป็นอย่างดีที่จะเข้ามาลงทุนในไทย คาดการณ์ได้เลยว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยสดใสอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18344</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, รถไฟความเร็วสูง, สถานีอีอีซี, สาธารณูปโภค, อู่ตะเภา, แอร์บัส์, โครงสร้างพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8de797bd06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
