<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเบื้องหลังข่าวดีไทยหลุดบัญชีประเทศเสี่ยงโควิด Red List จากอังกฤษ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยเบื้องหลังกรณี ที่ประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถอดไทยออกจากประเทศเสี่ยงโควิด Red List ทำให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้โดยไม่ต้องกักตัว และจะมีผลในวันที่ 11 ตุลาคม 2564&amp;nbsp; โดยมีข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เบื้องหลังข่าวดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางการอังกฤษปลดรายชื่อประเทศไทยออกจาก &amp;ldquo;บัญชีแดง&amp;rdquo; แล้ว นี่ถือเป็นพัฒนาการด้านการควบคุมโรคโควิด - 19 ไปจนถึงการกระจายวัคซีนของประเทศไทย ซึ่งน่าพอใจ จนนานาชาติยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ย้อนกลับไป เมื่อครั้งที่ไทย ยังอยู่ในบัญชีดังกล่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จะทำให้ผู้ที่ไม่มีถิ่นพํานัก (นักเดินทางทั่วไป) ที่เดินทางจากประเทศไทยหรือผ่านประเทศไทยในรอบ 10 วันที่ผ่านมา จะไม่สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในขณะที่ผู้ที่มีถิ่นพำนัก (ศึกษาต่อหรือทํางาน) ยังสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ แต่จะต้องกักตัวในโรงแรมที่กําหนดเป็นระยะเวลา 10 วัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 ปอนด์/ราย หรือประมาณ 89,000-135,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่คือภาพสะท้อนความกังวลที่มีต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่แล้ว ความกลัว และความกังวลนั้น ก็ค่อยๆ หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อมี &amp;ldquo;ข่าวดี&amp;rdquo; เพราะทุกอย่างมาคลี่คลายเอาเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง H.E. Mr. Mark Gooding OBE&amp;nbsp; เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้มีโอกาสหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้บริหารอีกหลายท่าน ที่ได้ใช้เวลาอันมีค่าในการชี้แจงสถานการณ์การระบาดในประเทศไทย ไปจนถึงความคืบหน้าในการให้บริการวัคซีนซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่ง ณ วันนั้น สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ กำลังประสบผลสำเร็จรูปธรรม เรารับมือกับวิกฤติได้แล้ว ด้วยความรู้ ความสามารถ การตัดสินใจ และการลงมือทำ ของคนทำงานที่ช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จนทำให้จำนวนผู้ป่วยรายวันลดน้อยลงเรื่อยๆ ยอดความสูญเสีย ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกนับเท่าตัว และการฉีดวัคซีน ที่พุ่งไปถึง 46-47 ล้านโดส (ปัจจุบันมากกว่า 55 ล้านโดส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อมูลเหล่านี้ สร้างความยอมรับให้กับทางอังกฤษ นำมาซึ่งการทบทวนมาตรการที่มีต่อประเทศไทย ไปจนถึงการปรับให้ไทยพ้นจาก Red List ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แน่นอนว่า ท่าทีของทางอังกฤษนั้น ได้สะท้อนความสำเร็จจากการลงมือทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจในการควบคุมโรคระบาดของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเป็นเครื่องยืนยันความสามารถของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
#ระยะทางพิสูจน์ม้า_กาลเวลาพิสูจน์คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119137</URL_LINK>
                <HASHTAG>Red List, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d563031dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังกฤษ&#039; ประกาศบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ส่งถึงไทยเดือนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก UK in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;มาร์ค กูดดิ้ง&amp;quot; ว่าที่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมข้อความระบุว่า อังกฤษประกาศบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกา 415,000 โดส แก่ประเทศไทย พร้อมนำส่งถึงไทยในเดือนหน้า⁣&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสบริจาคให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ส่วนอีก 4 ล้านโดสแบ่งบริจาคโดยตรงให้ประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.gov.uk/government/news/uk-begins-donating-millions-of-covid-19-vaccines-overseas.th&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรประกาศวันนี้ (28 ก.ค. 64) ว่าสัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม โดย COVAX จะเร่งแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้ให้ประเทศรายได้ต่ำผ่านระบบการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนแก่ผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน ส่วนอีก 4 ล้านโดสจะบริจาคให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้รับบริจาคจำนวน 415,000 โดส อินโดนีเซีย 600,000 โดส จาเมกา 300,000 โดส และเคนยา 817,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดย Oxford Biomedica และบรรจุในเมือง Wrexham ในตอนเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นชุดแรกจากจำนวนทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 เมื่อเดือนที่แล้วว่าสหราชอาณาจักรจะบริจาคให้ครบภายในปีหน้า โดยจะบริจาคให้ได้ 30 ล้านโดสภายในปีนี้ และจากในจำนวนนี้ 80 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ทั้งนี้บรรดาผู้นำจี 7 ต่างให้คำมั่นว่าจะช่วยกันให้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนและหยุดยั้งการระบาดให้ได้ในปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 9 ล้านโดส ซึ่งเป็นชุดแรกจากทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่เราสัญญาไว้ว่าจะบริจาค เพื่อให้ประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่เปราะบางที่สุดได้รับวัคซีนโดยเร่งด่วน เราบริจาควัคซีนเพื่อช่วยประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เพราะเราทราบดีว่าเราจะไม่มีทางปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรยืนอยู่แนวหน้าของโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งด้วยการทุ่มเงิน 90 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า จนถึงปัจจุบันได้มีการจัดส่งวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสในราคาทุนโดยไม่มีผลกำไร และในจำนวนนี้ถึงสองในสามได้จัดส่งให้แก่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรเองเป็นผู้ริเริ่มความพยายามในการจัดตั้ง COVAX เมื่อปี 2020 โดยได้มอบเงินไปทั้งสิ้น 548 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โครงการนี้จัดส่งวัคซีนไปแล้วกว่า 152 ล้านโดสในกว่า 137 ประเทศและดินแดน รวมทั้งประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ 83 ประเทศ โดยร้อยละ 65 ของวัคซีนชุดแรกที่บริจาคก็คือวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ โครงการ COVAX มีเป้าหมายจัดส่งวัคซีน 1,800 ล้านโดสให้ประเทศรายได้ต่ำทั่วโลกภายในต้นปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค กูดดิ้ง, วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย, สหราชอาณาจักร, โครงการ COVAX, โครงการโคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61016bba98401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
