<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IMD จัดอันดับขีดความสามารถไทยขึ้นมาอยู่ที่25 ดีขึ้น 5 อันดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.62-นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยถึงผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากWorld Competitiveness Center (IMD)สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2562 พบว่า เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับสูงสุด 5 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ เลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับ 1 แทนที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งลดอันดับลงไปเป็นที่ 3 รองลงมา คือ ฮ่องกง, สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามลำดับ

สำหรับเขตเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับ 5 เขตเศรษฐกิจ มีอันดับดีขึ้นเกือบทั้งหมด ประกอบด้วยสิงคโปร์ ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 มาเลเซีย อันดับคงที่ที่ 22 เช่นเดียวกับปีก่อน ส่วนไทยสูงขึ้น 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 เป็น 25 ส่วนอินโดนีเซียอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 43 เป็น 32 และฟิลิปปินส์ จากอันดับที่ 50 เป็น 46

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับของไทย จากผลการจัดอันดับที่แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจ, ประสิทธิภาพของภาครัฐ, ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน มีผลการจัดอันดับดีขึ้น 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสภาวะเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจลดลง 2 อันดับ

&amp;quot;ในปีนี้ผลการจัดอันดับของประเทศไทย ดีขึ้นถึง 5 อันดับ โดยที่ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 2 อันดับโดยด้านเศรษฐกิจการลงทุนจากต่างประเทศมีอันดับดีขึ้นมาก ขณะที่การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจก็ส่งผลให้อันดับด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 4 อันดับ นับว่าเป็นผลจากการที่รัฐบาลมีแนวทางดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการปรับกฎระเบียบให้ทันสมัยคล่องตัว และส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในการให้บริการรวดเร็วมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการแก้ปัญหาปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างทุกด้าน และกำลังผลักดันให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและในวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;quot;นายทศพร กล่าว

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37116</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีดความสามารถในการแข่งขัน, ดีขึ้น, สถาบัน IMD</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee16e96fbe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ชี้ความสามารถแข่งขันของไทยทรุดหนัก เหตุความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวย่ิงลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า จากการจัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยโดยสถาบัน IMD ล่าสุด ประเทศไทยถูกจัดอันดับลดลง 3 อันดับ จาก อันดับที่ 27 ตกไปอยู่ที่ 30 หรือ เท่ากับ อันดับหลังการปฏิวัติ สาเหตุหลักคือ ความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล ซึ่งคงเห็นได้ชัดจากผลงานของรัฐบาลและแนวคิดของผู้นำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง การขาดดุลงบประมาณ ที่อาจจะมีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งในโครงการประชารัฐ และ ไทยนิยม ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานตามที่รัฐบาลแก้ตัว เพราะการเบิกเงินปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ได้ไปถึงไหน และ ปัญหาความล้าหลังของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นปัญหาหลักที่ ไอเอ็มดีชี้ว่าเป็นสาเหตุทำให้ความสามารถแข่งขันของไทยลดลง และที่สำคัญ ไอเอ็มดี ได้แนะนำให้ไทยรับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก และ เร่งปรับตัว เพราะการรับรู้และปรับตัวของไทยต่ำมาก ซึ่งตนได้เตือนรัฐบาลมาตลอด และจะเป็นสาเหตุของวิกฤตกบต้มได้เพราะมีความรู้ไม่เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาการวิเคราะห์และคำแนะนำของไอเอ็มดีนี้อย่างละเอียด ซึ่งหากจำกันได้ พลเอกประยุทธ์ เคยขึ้นพูดในเวทีการประชุมนานาชาติในปี 2559 &amp;nbsp;อ้างถึง ไอเอ็มดี จัดอันดับที่ดีขึ้นในขณะนั้น และยังถามในที่ประชุมนานาชาติว่า &amp;ldquo;พิชัย จบอะไรมา? ถึงมาวิจารณ์เศรษฐกิจ&amp;rdquo; ซึ่งตนเองจบเศรษฐศาสตร์ จุฬา และ ปริญญาโท เอ็นบีเอ ที่จุฬา ก็อยากขอให้พลเอกประยุทธ์ที่ไม่ได้มีพื้นฐานการศึกษาทางเศรษฐกิจได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโลกมากๆ จะได้เข้าใจและพัฒนาประเทศในทางที่ถูกต้อง ประชาชนจะได้ไม่ลำบากเหมือนในปัจจุบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันแม้จะดูว่าสูงเมื่อเทียบกับอดีตที่เศรษฐกิจทรุดต่ำมาตลอด 4 ปี ของการปฏิวัติ แต่ก็ยังไม่ได้โตมากนัก เพราะประเทศเพื่อนบ้านเราเศรษฐกิจโตสูงมาตลอดหลายปีนี้ &amp;nbsp;เปรียบได้กับคนป่วยที่พึ่งจะเริ่มหัดเดินได้แต่ยังวิ่งไม่ได้ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านวิ่งมาตลอด 4 ปีแล้ว จึงอยากให้เข้าใจและอย่าดีใจมากเกินจริง โดยนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยจะมุ่งเน้นการปรับตัวของไทยเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อก้าวทันและพัฒนาให้เท่าเทียมหรือสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีดความสามารถในการแข่งขัน, พิชัย นริพทะพันธุ์, สถาบัน IMD, เศรษฐกิจกบต้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
