<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีวิตอยู่ยาก..อาหารปนเปื้อนพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัยใหม่พบว่าคุณกำลังกินพลาสติกในอาหารทุกชิ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีการเรียกคืนอาหารหลายรายการ เนื่องจากมีร่องรอยของพลาสติกปนเปื้อนในอาหารบางชนิด ตัวอย่างเช่น นักเก็ตไก่ยี่ห้อ Pilgrim&amp;#39;s Pride ที่คิดเป็นมูลค่าเกือบ 60,000 ปอนด์ ถูกเรียกคืนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากอาจมีพลาสติกปนเปื้อน ที่น่าสนใจนักวิทยาศาสตร์ยังพบพลาสติกในสิ่งที่ไม่ได้ถูกเรียกคืน เช่น ใช้ผงโปรตีน (แม้แต่แบรนด์ออร์แกนิก) และการศึกษาใหม่ล่าสุดได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเศษพลาสติกปนเปื้อนในอาหารทะเลจากลวดเย็บกระดาษของซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ของสถาบัน QUEX ได้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมอย่าง &amp;ldquo;Environmental Science &amp;amp; Technology&amp;rdquo; ได้ค้นพบไมโครพลาสติกหรือเศษชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในปูม้า หอยนางรม กุ้ง ปลาหมึกกล้วย และปลาซาร์ดีน ที่หยิบมาจากในตลาดออสเตรเลีย พลาสติกชนิดนี้มีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร หรือมีขนาดใกล้เคียงกับเมล็ดงาตามรายงานข่าวที่ระบุไว้เมื่อเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้เขียนงานวิจัยดังกล่าว นามว่า &amp;ldquo;ฟรานเชสสิกา โรบีโอ&amp;rdquo; บอกว่า จากการวิจัยนั้นทำให้เราได้ค้นพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วมีผู้ที่บริโภคอาหารทะเลไปพร้อมๆ กับเศษพลาสติกขนาดเล็กคิดเป็นประมาณ 0.7 มิลลิกรัม ในหอยนางรมและปลาหมึกกล้วย ที่น่าสนใจนั้น ในปลาซาร์ดีนจะมีเศษไมโครพลาสติกปนเปื้อนสูงถึง 30 มิลลิกรัมเลยทีเดียว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจนักวิจัยสาวคนดังกล่าวยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า นักวิทยาศาสตร์รู้สึกประหลาดใจมากที่สุดกับปริมาณพลาสติกในปลาซาร์ดีน ซึ่งเวลาที่คุณรับประทานปลาที่กินสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ปนเปื้อนเศษพลาสติกเข้าไป ก็จะทำให้คุณบริโภคพลาสติก คิดเป็นหลอดดูดน้ำ 1 อัน โดยที่คุณคาดไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการศึกษานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่พบสารพิษในอาหารยอดนิยมในชีวิตประจำวันช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ยังมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ค้นพบว่า กระดาษห่ออาหารจานด่วนมีสารเคมีที่เรียกว่า PFAS ในปริมาณสูง หรือสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อทำให้อาหารไม่ติดกระทะและภาชนะ หรืออาหารทนต่อไขมันและน้ำ ดังนั้นหากครั้งต่อไปคุณต้องการสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ด อย่างแฮมเบอร์เกอร์ และขนมปังแซนด์วิช ก็ขอให้คิดอย่างถี่ถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสารเคมีที่เรียกว่า PFAS ที่นำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารติดกับวัสดุต่างๆ นั้น เริ่มนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ช่วงปี 1940 ซึ่งเป็นการสังเคราะห์โดยรวมเอาคาร์บอนและสารฟลูออรีนที่มีคุณสมบัติแข็งตัว นั่นจึงทำให้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากทั้ง 2 สารสังเคราะห์นั้นทนต่อความชื้นและความร้อนของอาหารได้ นั่นจึงทำให้อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดอย่างแฮมเบอร์เกอร์ ที่ห่อด้วยกระดาษสังเคราะห์จากสารทั้ง 2 ประเภทนั้น ไม่เลอะเปื้อนกระดาษที่ห่อ หรือบางครั้งกล่องใส่อาหารที่สามารถนำไปเวฟได้ และทำมาจากสารสังเคราะห์ดังกล่าวเช่นกัน ก็ทำให้อาหารสดใหม่ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน &amp;ldquo;เดวิด แอนดรูส์&amp;rdquo; นักวิทยาศาสตร์อาวุโสผู้ทำการศึกษาดังกล่าว บอกว่า &amp;ldquo;สารเคมีสังเคราะห์อย่าง PFAS มักถูกเรียกว่า &amp;quot;สารเคมีตลอดกาล&amp;quot; เนื่องจากมีชีวิตที่ยาวนานและอยู่ในแหล่งน้ำของเรานานหลังจากเรากำจัดทิ้ง และจากรายงานของ National Geographic โดยการทดสอบก๊อกน้ำ 44 แห่งใน 31 รัฐ พบว่ามี 43 แห่งพบสารดังกล่าวปะปนในก๊อกน้ำเกินขีดจำกัด และเกินมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์อาวุโสบอกว่า เขาคิดว่ามันเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในการดื่มน้ำ ที่ผู้คนไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และอาจดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีดังกล่าวเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78052</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pilgrim&#039;s Pride, คุณภาพชีวิต, สถาบัน QUEX, เดวิด แอนดรูส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f6745bf2746d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
