<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039; ป้องม็อบโดน ม.112 จี้แก้กฎหมายหมิ่นประมาทไม่ใช่อาญา แค่คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. - ที่โรงแรมรามาดา บาย วินด์แดมแบงคอก เจ้าพระยาปาร์ค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมเป็นวิทยากรในวงสนทนา &amp;ldquo;สานเสวนาปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงถาม-ตอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้มีคำถามขึ้นมาจากผู้เข้าร่วมสนทนา ว่าเราจะทำอย่างไรให้สถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงความศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ และให้ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการลงนามรับรองหรือไม่รับรองอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ตอบคำถามระบุว่า การที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนไว้ว่าองค์พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะผู้ใดล่วงละเมิดมิได้ ฟ้องร้องไม่ได้ จริงๆ แล้วเป็นผลมาจากว่าไม่ผิดเพราะไม่ทำอะไร ในทางหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์จะไม่ใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินโดยตนเอง แต่ให้คณะรัฐมนตรีเป็นคนทำและรับผิดชอบ พระมหากษัตริย์เพียงลงพระปรมาภิไธยเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ววิธีการอธิบายเช่นนี้ก็ยังมีปัญหาในหลายๆ ประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ คือไปไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง มีคำถามเกิดขึ้นมาว่าถ้าพระมหากษัตริย์ไปทำความผิดทางอาญาในเรื่องส่วนตัวขึ้นจะเอาผิดดำเนินคดีได้หรือไม่ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำให้สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์มีความเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเพียงการปรับตัวเท่านั้น เช่นการทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ หรือการปฏิเสธของกษัตริย์สเปนที่จะไม่รับมรดกจาก ฆวน การ์โลส พระราชบิดา เนื่องจากพระราชบิดาเมื่อครั้งเป็นกษัตริย์ ถูกกล่าวหาว่าทุจริตรับสินบน พร้อมกับสนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบสถาบันกษัตริย์ได้มากขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับตัวไปตามยุคสมัยเช่นนี้เท่านั้น จึงจะสามารถปกปักรักษาไม่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกคนมองว่าไม่เป็นกลาง นั่นคือการกันให้ออกจากปริมณฑลการใช้อำนาจในทางสาธารณะไปเสีย ในโลกสมัยใหม่ เราต้องยอมรับว่าธรรมชาติของสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่สอดคล้องกับกาลเวลา หลายประเทศรักษาไว้ด้วยเหตุผลทางประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ การหาคำอธิบายให้ความชอบธรรมกับการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเป็นเรื่องยากมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อใดก็ตามที่สิ่งนั้นล้าสมัยแล้วแต่คุณยังบอกว่าศักดิ์สิทธิ์อยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน คุณจะทำอย่างไรได้ หากทำให้เอื้อมไม่ถึง แตะไม่ถึง เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีก อันนี้ยิ่งทำให้ล้าสมัยเข้าไปอีก และสังคมก็จะตรวจสอบท้าทายหรือไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐ์ขึ้น ยิ่งคุณทำให้ศักดิ์สิทธิ์เท่าไหร่ ความล้าสมัยยิ่งมากขึ้น แต่ถ้าเราต้องการให้สถาบันที่ล้าสมัยไปแล้วอยู่กับยุคสมัยต้องปรับให้เป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น ต้องปรับให้คนทุกคนเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น ต้องปรับให้อำนาจน้อยลง นี่คือวิธีการรักษาในศตวรรษที่ 21&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ได้มีคำถามจากผู้เข้าร่วมสนทนาขึ้นมาอีก ว่าในกรณีที่มีการให้ร้ายด้วยข่าวปลอม จะมีอะไรที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้บ้างหรือไม่ และเหตุใดเราถึงต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันพระมหากษัตริย์มีความล้ามัยอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ตอบคำถามว่า เราต้องยอมรับความเป็นจริงก่อนว่าการตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์เกิดมากขึ้นหลังรัฐประหารปี 2549 และหลังการชุมนุมทางการเมืองที่มีการอ้างอิงสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ ผลมุมกลับที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาอยู่ในปริมณฑลทางการเมือง ก็คือทำให้มีคนทั้งชอบและไม่ชอบ วิธีการต่อต้านข่าวลวงที่ดีที่สุดไม่ใช่การห้ามพูด แต่ควรให้มีเสรีภาพในการแสดงออกมากที่สุด การเปิดให้เสรีภาพในการแสดงออกจะนำไปสู่การตรวจสอบกันเอง ผิดกับการห้ามไม่มีการพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง ที่จะกลายเป็นการสร้างความจริงข้างเดียวไปอีก ในทางกลับกันการปล่อยให้พูดให้เต็มที่จะนำไปสู่การถกเถียงกัน จะทำให้มีการเปิดให้ตรวจสอบว่าข้อมูลของใครจริงหรือของใครไม่จริงในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตนยังเห็นด้วยว่ากฎหมายหมิ่นประมาททั้งระบบ ไม่ว่าจะกฎหมายหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ ศาล ทูต บุคคลธรรมดา หรือรวมไปถึงการลบหลู่วัตถุสิ่งของที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ควรเอาออกจากเรื่องอาญาไปเป็นเรื่องทางแพ่งแทน ตามหลักความได้สัดส่วนของการกระทำผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำให้การพูด เขียน พิมพ์ เป็นโทษอาญาที่ต้องเอาเข้าคุกนั้นตนเห็นว่าเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งบทลงโทษที่ได้สัดส่วนกับเรื่องนี้ควรจะเป็นการเรียกค่าเสียหายแทน ตนเชื่อว่าบางทีผู้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อาจจะไม่รู้สึกอะไรมากเท่ากับคนที่เคารพศรัทธา คนศรัทธารู้สึกว่ามีคนมาหมิ่นประมาทคนหรือสิ่งของที่เขาศรัทธา เขาจึงยอมไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ความคิดเรื่องหมิ่นประมาทบุคคล แต่มันเป็นเรื่องลบหลู่จาบจ้วงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นความผิดในสมัยโบราณ ในโลกตะวันตก ยุคกลางเคยมีข้อหาหนึ่งที่มาจากการจาบจ้วงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (blasphemy) ซึ่งกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ใช้ในทางปฏิบัติในประเทศไทยอยู่ขณะนี้ ได้กลายเป็นลักษณะคล้ายคลึงกับ blasphemy ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยู่ในยุคสมัยศตวรรษที่ 21 เราต้องการให้สถานะตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ทันสมัยหรือไม่ ปรับให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่ ยิ่งปรับได้เท่าไหร่ยิ่งยั่งยืนเท่านั้น ผมเห็นว่ากฎหมายอาญาอย่างมาตรา 112 นั้นล้าสมัย คือต้องเปิดให้วิจารณ์ แล้วถ้าวิจารณ์ไม่จริงก็คือไม่จริง ที่ประเทศอังกฤษ มีกลุ่มคนและนักการเมืองรณรงค์ให้ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์ไปเลยนะครับ ก็ไม่เห็นสำเร็จ ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ได้&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ยังกล่าวต่อไป ว่าคำถามคือเราต้องการให้ตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์มีความทันสมัยหรือไม่ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าประเทศอื่นไม่มีแล้วเราควรจะไม่มีตาม แต่เราต้องคิดจากสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้น ว่าเราจะปกครองในระบอบใด ถ้าเราจะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในเมื่อเราจะเป็นประชาธิปไตยก็จำเป็นต้องอธิบายให้สถาบันพระมหากษัตริย์สอดคล้องต้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าพระมหากษัตริย์มีหลายเรื่องที่ถูกตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ พระราชอำนาจที่เพิ่มมากขึ้นจนเป็นสถานะเช่นในปัจจุบันก็ไม่ได้มีมาแต่โบราณกาล แต่เพิ่งมาเริ่มตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา ก่อนหน้านั้นพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์มีน้อยมาก ในช่วงเวลานี้เริ่มมีคนเรียกร้องแล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องปรับ และถ้าไม่ปรับก็จะเกิดการปะทะขัดแย้งกันตลอดไป ดังนั้นการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ให้สถาพรตลอดไปเหลือวิธีทางเดียวคือการปรับให้เข้ากับประชาธิปไตยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ณ เวลานี้มันถึงจุดที่จำเป็นจะต้องพูดคุยแล้ว เพราะนักเรียน นักศึกษา ประชาชนเขาเรียกร้องมาแล้ว แต่ถ้าเราไม่พูดเลย ปิดไปหมดเลย ทำเป็นมองไ่ม่เห็นเลยนะว่ามีนักศึกษาประชาชนเขามาพูดเรื่องนี้ ผมถามว่าเขาจะหยุดพูดไหม เขาก็จะพูดต่อแล้วจะพูดแรงขึ้นด้วย เพราะว่าสถาบันทางการเมืองในระบบมันไม่มีใครตอบรับเขาเลย เขาจะยิ่งประท้วงหนักขึ้น หนักขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างเวที คือยอมรับก่อนว่ามันมีการเรียกร้องแบบนี้จริงๆ ถ้าไม่เห็นด้วยก็มาคุยกับเขา&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปการเมือง, ปิยบุตร แสงกนกกุล, มาตรา 112, สถาบันกษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69fb0e0938e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039; จี้ผู้บริหาร มธ.บอกเหตุผลไม่อนุญาตจัดม็อบ เพราะกลัวนศ.ปราศัยประเด็นอ่อนไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 - ที่หน้าห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมงานเสวนาเรื่อง &amp;quot;#ถ้าการเมืองดีเราจะคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์กันอย่างไร&amp;quot; ถึงกรณีที่ ม.ธรรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. นี้ ว่า ม.ธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ จำเป็นต้องให้เสรีภาพและการแสดงออก คนที่ขอใช้พื้นที่ในการชุมนุมก็ชัดเจนว่าเป็นนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ไม่เห็นเหตุผลใดจะสกัดขัดขวางการใช้พื้นที่นี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับตรงไปตรงมา เหตุที่ผู้บริหารไม่ให้ใช้ เพราะคาดการณ์ได้ว่านักศึกษาผู้จัดต้องการปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ถ้าใช่ก็ยืนยันตรงไปตรงมา อย่าใช้เหตุผลอื่นหลบซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า ถ้าไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้ ต้องมาทำความเข้าใจกับนักศึกษา เช่น ต้องยอมรับเนื้อหาที่เขาพูดอยู่ภายใต้กรอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ รัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ สามารถทำได้อยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ก็ไม่ออกจากกรอบนี้ หากท่านไม่สบายใจในเรื่องท่าทางในการแสดงออก ก็ไปปรับจูนกันให้เข้าใจ อย่างงานที่คณะสังคมวิทยาฯ จัดในวันนี้ก็เป็นตัวอย่างดี ที่ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการถกเถียงเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกได้มากที่สุด ดังนั้นการไม่อนุญาตให้ใช้ เป็นการผลักให้นักศึกษาจำเป็นต้องออกไปใช้พื้นที่อื่นเพื่อพูดประเด็นนี้ ในเมื่อมหาวิทยาลัยเล็งเห็นใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง sensitive เป็นประเด็นอ่อนไหว ถ้าเป็นเช่นนั้นยิ่งต้องให้จัดในมหาวิทยาลัย ผลักออกไปข้างนอกไม่ได้&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนในฐานะพลเมืองไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถเพิกถอนสิทธิความเป็นพลเมืองไทยของตนได้ มีสิทธิเข้าร่วมชุมนุมแสดงออกความคิดเห็นต่างๆ การชุมนุมของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ตนก็สนับสนุนเห็นด้วยในหลายเรื่อง จะเข้ามาร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทัศนะต่อการครบรอบ 14 ปี การรัฐประหาร 2549 และการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ นายปิยบุตร กล่าวว่า วิกฤติการณ์ทางการเมืองไทยร่วมสมัย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มต้นจากรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 วันนี้ 14 ปีแล้ว พยายามทำทุกอย่างขโมยอำนาจของประชาชนไป ออกแบบรัฐธรรมนูญก็แล้ว ใช้กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ก็แล้ว มีการชุมนุม การสลายการชุมนุม ใช้การยุบพรรคตัดสิทธิ ล้มเลือกตั้ง 2 ครั้ง เป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่อเนื่องยาวนาน น่าจะถึงเวลาแล้วว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. ต่อเนื่องถึงรัฐประหารซ่อม 22 พ.ค. 2557 ได้สร้างระบอบเผด็จการสืบทอดอำนาจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันและไปต่อไม่ได้ ต้องยอมรับและควรคิดหาทบทวนกันได้แล้วว่า ควรหยุดวงจร 14 ปีนี้เสียที แล้วเริ่มต้นออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นฉันทามติร่วมกันของคนไทยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ นายปิยบุตร กล่าวว่า ถ้าเราดูก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค. การพูดคุยเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทำกันอย่างสม่ำเสมอ เพิ่งมาลดน้อยถอยลงหายไปหลังการรัฐประหาร ครั้งนี้ก็เพิ่งกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหนึ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ก็เป็นปกติที่ประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยย่อมสามารถใช้เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อจะแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยืนยันว่าจะมาร่วมด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนกับนายธนาธรก็เป็นคนไทย เราในฐานะพลเมืองไทยก็ไปร่วมชุมนุม ตนคิดว่าอย่าโฟกัสมากว่าตนหรือนายธนาธรจะไป นี่คือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ว่ากลุ่มไหนจัด ถ้าตนและนายธนาธรว่าง เราก็พยายามจะเข้าร่วมชุมนุมอยู่แล้วในฐานะพลเมืองคนไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77525</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ปิยบุตร แสงกนกกุล, สถาบันกษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fca265a13b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ดี้&#039;ยืนยันสถาบันกษัตริย์ของไทยได้มีการปรับโดยธรรมชาติด้วยวันเวลาและยุคสมัยมาตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ศิลปินชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nitipong Honark &amp;nbsp;ว่าภาพนี้...คนที่นำสองรูปนี้มาเปรียบกัน..ช่างมีอารมณ์ละไมนัก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันกษัตริย์ของไทย ได้มีการปรับโดยธรรมชาติ ด้วยวันเวลาและยุคสมัย...มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเมื่อหลายร้อยปีก่อน...ต้องหมอบคลานเข่าอย่างเดียว...ก้มหน้าก้มตาเข้าเฝ้า...ห้ามบังอาจเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ สบพระเนตรเป็นอันขาด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะพูดจะจาอะไรกับพระเจ้าแผ่นดิน...ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องดี..หรืออาจไม่เป็นที่พอพระทัย....ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่า...พระอาญาไม่พ้นเกล้า...เพราะพูดกันไปเองในหมู่ไพร่ฟ้า...ว่า พระเจ้าแผ่นดินสั่งตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรได้....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยก่อนนู้น...ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน...ทั้งรัก ทั้งกลัว ทั้งเกรง พระเจ้าแผ่นดิน...แม้จะยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์จริงนั้นพระพักตร์เป็นอย่างไร....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ได้ยินพระนาม ก็ยกมือท่วมหัว....ทั้งรักทั้งกลัว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเวลาผ่านไป...เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น...มีการถ่ายรูป การได้ยินข่าวคราวของเจ้าเหนือหัว..ก็มีมากขึ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้ามา...ข้าแผ่นดินเริ่มรู้จักเจ้าแผ่นดินมากขึ้น...
มากพอที่จะรัก แบบที่กลัวน้อยลง...รู้สึกมีที่พึ่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป...โดยธรรมชาติ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงสองแผ่นดินนี้
คำว่า จงรักภักดี เริ่มเปลี่ยนสีสัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พสกนิกร...รักในหลวง เหมือนญาติผู้ใหญ่
รักพระบรมวงศานุวงศ์ เหมือนเป็นพี่ เป็นน้อง&amp;nbsp;
แต่ความเคารพบูชาในใจไม่เคยเปลี่ยน..
เคารพเพราะรู้สึกได้ว่า...นี่แหละที่พึ่งพิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กลัวเจ้านายแบบเดิม ๆ อีกแล้ว...
เพราะรู้ว่า...ท่านไม่ได้ใจร้ายให้ต้องกลัว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงยุคนี้...มีความรู้สึกของอาณาประชาราษฎร์ที่เกิดขึ้นใหม่กับสถาบันฯ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากคำว่า &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; แล้ว...
นอกจากคำว่า &amp;quot;จงรักภักดี&amp;quot;...แล้ว
ยังมีอีกหลายคำจากหัวใจ...แต่กลัวว่าจะมิบังควร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในที่สุด ธรรมชาติก็จะเปลี่ยนแปลงเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทรงพระน่ารัก&amp;quot;...
&amp;quot;ทรงพระตลก...&amp;quot;
&amp;quot;ทรงอึดจัง...&amp;quot;
&amp;quot;สงสารพระองค์ท่านจัง&amp;quot;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือการพร้อมใจกันจงรักภักดีแบบไฮบริด...
คือทั้งรัก รักแบบตายแทนได้เหมือนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน..
แต่ไม่ได้กลัวตัวสั่นอีกแล้ว..เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องกลัวเจ้าเหนือหัวผู้ทรงมีเมตตาต่อพวกเราตลอดเวลา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นยุคใหม่ที่...
พสกนิกรที่เคยเอาแต่ขอเดชะ...บารมีปกเกล้าให้คุ้มภัยตน..
จะเปลี่ยนมาเป็นพสกนิกร...ที่ปกป้อง ให้กำลังใจ
ให้กับองค์สมมติเทพ...ที่แท้จริงแล้วคือมนุษย์มีเลือดเนื้อ...
ท่านหิว ท่านเหนื่อย ท่านง่วง ท่านมีผิดพลาด ท่านเหาะไม่ได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วท่านก็ทรงมีโอรส ธิดา ที่เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ แต่เป็นคนยุคใหม่ตามเวลา...ซึ่งนั่นแหละ จะเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงแบบธรรมชาติ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้านาย...ยังมีภาระใหญ่หลวงเท่าเดิม..เท่ารัชกาลก่อนหน้า...คือการดูแลอาณาประชาราษฎร....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต้องปรับพระองค์ให้ใกล้ชิดราษฎรมากขึ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอรส ธิดา...จะทรงทำหน้าที่นี้เองโดยธรรมชาติ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคนี้...สถาบันกษัตริย์...จักแข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา จะผนึกแน่นกับความรู้สึกของลุงป้าน้าอาพี่น้องในความเป็นไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนเล่าว่า...ในขบวนเสด็จเลียบพระนคร...เดิมมีการสั่งการมิให้ประชาชนถ่ายรูปในหลวง เพราะเป็นการมิควร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยยุคที่มีกล้องกันทุกคนในกระเป๋า....เจ้าหน้าที่มิอาจห้ามความรักของพสกนิกรได้...นั่นไง....รักในหลวง..รู้ว่าในหลวงใจดี..อยากถ่ายรูปในหลวงสักครั้งในชีวิต..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรัก...มีพลังยิ่งใหญ่กว่าความกลัว...
ความศรัทธา..มีพลังยิ่งใหญ่กว่าความเกรง
เมื่อรักและศรัทธา...ก็จะกลายเป็นพลังที่พสกนิกรจะปกป้องเจ้านายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้านายเหนื่อยปกป้องเกล้าป้องกระหม่อมพวกเรามานานแล้ว...
ให้ท่านได้เป็นธรรมชาติ...น่ารัก น่าเอ็นดู บ้างดีไหม..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรูปนี้แล้ว...รู้สึกเอ็นดูพระเทพฯไหม...ที่ถูกดุ
รู้สึกน่ารักไหม...ที่ท่านหญิงฯ ยังทรงเฮ้ว จนเสด็จพ่อทรงขำ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ารู้สึกเหมือนกัน...ถูกแล้ว....เธอเป็นพสกนิกรไทยใจดี....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35166</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค, พี่ดี้, สถาบันกษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17dcb1d3684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่ง &#039;ในทัศนคติไทย&#039; วันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าช่วงนี้ คนไทยเราต้อง &amp;quot;ตั้งสติ&amp;quot; เป็นพิเศษในการเสพข่าวสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้นจะ &amp;quot;ถลำคิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาประเทศเข้าไปติดกับดักของ &amp;quot;บางกลุ่มการเมือง&amp;quot; ที่คบคิดกับ &amp;quot;จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก&amp;quot; ขับเคลื่อนโดยองค์การ CFR&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาหวังมีอิทธิพลเหนือประเทศ ใช้ไทยเป็นฐานควบคุมอุษาคเนย์ อย่างที่ทราบกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะสังเกตเห็นว่า ยุทธวิธีหนึ่งในการชิงเมือง-ชิงอำนาจของทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านข่าวสาร จะจ้างสื่อนอก เหยียบประเทศ โปรตัวเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านภาพลักษณ์ จะอิงภาพฝรั่งโดยจ้างคนตามองค์การระหว่างประเทศและเจ้าหน้าที่สถานทูตมาเป็นแนวร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสังคมปกครอง จะจ้างพวกอาจารย์บางกลุ่มทำหน้าที่ &amp;quot;ปัญญาชนวิพากษ์&amp;quot; ด้วยทฤษฎีวิชาการฟอกโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ทราบกันทั้งโลก..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทย&amp;quot; ล้มไม่ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า &amp;quot;ล้มสถาบันกษัตริย์&amp;quot; ได้ ก็ &amp;quot;ล้มประเทศไทย&amp;quot; ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเหตุนี้ เราจึงสังเกตเห็นว่า ในความพยายามของศัตรูทั้งในและนอกชาติที่หวังเป็นเจ้าเข้าครองประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะทุ่มการโจมตี &amp;quot;จุดเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือสถาบันกษัตริย์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นั่น มันฉลาดในโง่ที่บัดซบ กับคนไทย &amp;quot;อะไรก็พูดกันได้&amp;quot; แต่กับเรื่อง &amp;quot;สถาบันกษัตริย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าทะลึ่ง....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก้ำเกินล้นกรอบแม้นิดเดียว ไม่มึงก็กู ตายกันไปข้าง แม้ถึงนรก ก็อย่าหมายว่าคนไทยจะยอมให้มึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าครองประเทศไทยมันจึงยาก ด้วยเหตุนี้แหละ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางทีเราก็สงสัยในตัวเราเองอยู่เหมือนกัน ในกรณี &amp;quot;ค่านิยมฝรั่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือโดยทั่วไป คนไทย &amp;quot;เห่อฝรั่ง-บูชาฝรั่ง&amp;quot; ยิ่งใครมีแฟนต่างชาติเป็นฝรั่งหัวแดง ดูจะมีหน้ามีตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทย &amp;quot;สยบยอมฝรั่ง&amp;quot; มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งทำอะไร ว่าอะไร ไม่ต้องคิด คนไทยเชื่อเลย ผมเคยมีประสบการณ์กับตัวเองด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือมีข่าวชิ้นหนึ่ง หนังสือพิมพ์ภาษาไทยตีพิมพ์ไปแล้ว ๒-๓ วัน ต่อมา หนังสือพิมพ์ฝรั่งในไทย ลอกเอาข่าวนั้นไปแปลลงหน้า ๑ ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งเช้า ผู้คุมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยเห็นเท่านั้นแหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คว้าพิมพ์ดีดแปลข่าวจากที่เราลงไปเองแท้ๆ แต่ฝรั่งลอกเอาไป ตาหูตาแหกลอกกลับ ให้เอามาลงอีก ด้วยศรัทธาและตื่นเต้นว่า &amp;quot;ข่าวฝรั่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเรื่องเดียว ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยาโน่นแล้ว ที่คนไทยไม่เชื่อฝรั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถมจะ &amp;quot;เตะปาก&amp;quot; ฝรั่งเอาด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องลบหลู่ มุ่งร้าย ฝักใฝ่ล้มล้าง &amp;quot;สถาบันกษัตริย์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเห็นว่า ในการจลาจลเมืองและการกวนเมือง &amp;quot;มุ่งร้ายสถาบัน&amp;quot; ของทักษิณ ในรอบ ๒ ทศวรรษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดึงองค์การนอกชาติและจ้างฝรั่งมาเข้าฉากกลางถนน หลายต่อหลายครั้ง จะแทบทุก &amp;quot;นัดสำคัญ&amp;quot; ก็ว่าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผาเมืองได้..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ระบอบทักษิณ &amp;quot;ล้มสถาบันกษัตริย์ไม่ได้&amp;quot; และไม่มีทางทำได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุก &amp;quot;จ้างฝรั่ง&amp;quot; ชักแป้ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมไทยเริ่มรู้สันดานฝรั่งมากขึ้น ฝรั่งกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนไทยมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองกลับอีกมุม จะเห็นทัศนคตินิยมของคนไทยต่อภาพฝรั่ง ผ่านสัตว์เลี้ยง ประเภทสุนัข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทย ชอบซื้อ &amp;quot;หมาฝรั่ง&amp;quot; มาเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไปไหน-มาไหน จูงหมาฝรั่งไปด้วย หรือมีหมาฝรั่งเดินตามตูด มันโก้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองในมุมนี้ ก็พอเข้าใจทัศนคติพื้นฐาน &amp;quot;แก๊งธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กะอีแค่ไปรับทราบข้อกล่าวหาโรงพัก.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูงฝรั่งพันธุ์สถานทูตและพันธ์องค์การระหว่างประเทศไปเป็นฝูง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นกระทรวงการต่างประเทศว่า ทางธนาธรไปเชิญเขามาสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทางโฆษกพรรคธนาธรอ้างว่า เปล่านา...เขามาเอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเองหรือเชิญมา......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสายตาคนไทยวันนี้ เหมือนเอาฝรั่งหรือจิ้งจกทัดหู ค่าแห่งความจั๊กจี้-จั๊กเดียม เท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็น &amp;quot;ขี้ข้าฝรั่ง&amp;quot; ไทยไม่เคย จึงยังไม่รู้รส และระริกนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาอย่างนี้ ผมจะยกเรื่องที่ &amp;quot;สยามานุสสติ&amp;quot; เขาเผยแพร่มาให้อ่าน บางที อาจช่วยให้ลดลงได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็นอาณานิคมชาติตะวันตกมีผลดีมากกว่าผลเสียจริงหรือไม่?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาฟังคนอินเดียพูดดีกว่า!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวาทกรรมของเด็กรุ่นใหม่ บางคนบางกลุ่ม มักพูดว่า ไทยล้าหลัง ภาษาอังกฤษก็ไม่เก่ง เลยสู้ชาวบ้านไม่ได้ เพราะเป็นเอกราชมาตลอด ถ้าเป็นเมืองขึ้นฝรั่งป่านนี้เจริญก้าวหน้าแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกไม่ภูมิใจในความเป็นไท ไม่ภูมิใจในความเป็นเอกราช ที่พระมหากษัตริย์ทุ่มเทสติปัญญาและเหล่าบรรพชนเอาชีวิตและเลือดเนื้อเข้าแลกมา....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองมาดูกันว่า ในประวัติศาสตร์ชาวอินเดียเป็นยังไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งของรายการ Q&amp;amp;A ของช่อง ABC กำลังเป็นไวรัล ช่วยไขความกระจ่างมายาคติ เรื่องการเป็นอาณานิคมชาติตะวันตกมีผลดีมากกว่าผลเสียจริงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ชมในรายการบอกกับศะศิ ถะรูร (Shashi Tharoor) นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมว่า การที่อินเดียตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ มีส่วนช่วยให้อินเดียมีความเจริญก้าวหน้าด้านวิศวกรรม สาธารณูปโภค รวมถึงทำให้อินเดียเป็นชาติประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ ทำให้...........&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวอินเดียได้รับการศึกษาอย่างรวดเร็ว โดยมีคุณ (ศะศิ ถะรูร) เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่มีใครสามารถประเมินคุณูปการที่เป็นนามธรรมที่อินเดียได้รับหลังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ และทำให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำถามนี้ ดูเหมือนชาวอังกฤษจะมีคุณต่ออินเดียจริงๆ ช่วยเปลี่ยนประเทศที่ด้อยพัฒนาให้กลายเป็นชาติมหาอำนาจ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ศะศิ ถะรูร แย้งด้วยข้อเท็จจริงเป็นฉากๆ ว่า...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนที่อังกฤษเข้ามายึดครองนั้น อินเดียเป็นหนึ่งในดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดในโลก มีสัดส่วน GDP คิดเป็น 27% ของทั้งโลก ในราวปี 1700 และอยู่ที่ 23% ในปี 1800 ต่อหลังจากครอบงำอินเดียแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วง 200 ปีหลังจากนั้น อินเดียถูกทำลาย ถูกขูดรีด ถูกปล้นชิง กลายเป็นประเทศที่ยากจนข้นแค้น มีสัดส่วน GDP เพียง 3% ของทั้งโลก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตอนที่อังกฤษจากไปในปี 1947 ประชากร 90% มีสถานะเป็นคนยากจน ขณะที่อัตราการรู้หนังสืออยู่ต่ำกว่า 17% และอายุขัยเฉลี่ยของประชาชนอยู่ที่เพียง 27 ปี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาณานิคมบริติชอินเดีย ระหว่างปี 1900-1947 อยู่แค่ 0.0001% &amp;nbsp;อันเป็นผลมาจากการสูบทรัพยากรและการขูดรีดจากภาษี!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในส่วนของความก้าวหน้าทางการศึกษาที่ศะศิถูกแซะนั้น เขาบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณพระช่วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาเป็นเรื่องสุดท้ายที่พวกบริติชจะลงทุนให้คนอินเดีย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วยกตัวอย่างจากบันทึกของชาวอเมริกันที่เดินทางมาอนุทวีปในเวลานั้นว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบประมาณการศึกษาของอินเดียทั้งประเทศ ตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงอุดม ช่วงทศวรรษที่ 1930 ยังน้อยกว่างบของโรงเรียนมัธยมครึ่งหนึ่งในรัฐนิวยอร์กเสียอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ว่าอังกฤษทิ้งความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเอาไว้ให้ ก็เป็นผลงานของรัฐบาลอินเดียเองที่ริเริ่มหลังได้รับเอกราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศะศิ ถะรูร ทิ้งท้ายว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีอะไรเทียบได้กับความสำเร็จของอินเดียที่ผงาดขึ้นจากกองเถ้าถ่าน! ต่อสิ่งที่อังกฤษย่ำยีไว้และกระทำต่อเราตลอดช่วง 200 ปีก่อนหน้า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิ้งท้าย (จริงๆ) เขาเสริมว่า อินเดียเคยเป็นผู้ส่งออกสิ่งทอรายใหญ่ของโลกมาตลอด 2,000 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งอังกฤษทำลายอุตสาหกรรมนี้ลงในนามของการค้าเสรี ด้วยการทุบรื้อกี่ทอและตั้งพิกัดภาษีสูงลิ่ว ถึงขนาดตัดนิ้วคนทอผ้า และทำให้ชุมชนฉิบหาย คนตายข้างถนนเป็นเบือ เพื่อประโยชน์อุตสาหกรรมของอังกฤษเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การค้าเสรีที่ใช้ปืนจ่อหัวมันเสรีตรงไหน?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีตัวอย่างของ &amp;ldquo;วีรบุรุษ&amp;rdquo; วินสตัน เชอร์ชิล ที่สั่งให้ขนธัญญาหารไปอังกฤษ อ้างว่าจะเตรียมการสงครามที่ยังไม่เกิดขึ้น จนชาวเบงกอลอดตายกว่า 4.3 ล้านคน แล้วบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นความผิดของพวกนั้นเองที่เอากันเหมือนกระต่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำไมคานธีไม่ตายไปซะที&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบของ ศะศิ ถะรูร ทำให้ชาวอินเดียตาสว่างไม่น้อยและกลายเป็นไวรัลอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของคนไทยบางคน น่าจะช่วยให้เกิดสติยั้งคิดได้ว่า การตกเป็นอาณานิคมเพื่อแลกกับการพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ มีผังเมืองสวยๆ ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มา http://www.siammanussati.com/ศะศิ-ถะรูร-นักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมเครือข่าย เป็นสังคม &amp;quot;สื่อสารสองทาง&amp;quot; ที่เรียก &amp;quot;โซเชียลมีเดีย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดีย เป็นโทษหรือเป็นประโยชน์ ไม่ได้อยู่ตรงสื่อโซเชียล หากแต่อยู่ตรง &amp;quot;การรับ-การส่ง&amp;quot; ข่าวสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรา &amp;quot;รับ-ส่ง&amp;quot; ด้วยสำนึกวิเคราะห์ ก่อนเชื่อ, ก่อนโพสต์, ก่อนแชร์ หรือไม่ นั่นหลักใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาของคนมีปัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน สังคมยุคไซเบอร์ เป็นสังคมวิสัยทัศน์ แค่ &amp;quot;รู้ทัน&amp;quot; ยังไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้อง &amp;quot;รู้นำ&amp;quot; ด้วย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33237</URL_LINK>
                <HASHTAG>Shashi Tharoor, ศะศิ ถะรูร, สถาบันกษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผลจากเหตุ&#039; ที่มัน &#039;อยู่ไม่สุข&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผมไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เป็นสุข&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำประโยคนี้มาย้อนคิด.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผนวกกับเหตุการณ์ ๘ กุมภา ๖๒ ที่ &amp;quot;ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำ &amp;quot;บุคคลชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเสนอเป็น &amp;quot;นายกฯ ของพรรค&amp;quot; ต่อ กกต.ในการเลือกตั้ง ส.ส. ๒๔ มีนา ทำให้อดสงสัยไม่ได้ ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นไปได้หรือ?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ จะไม่ทราบว่า การนำบุคคลในสถาบันพระมหากษัติย์ มาเกี่ยวข้องทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขัดต่อกฎหมาย&amp;quot; มีผลถึงขั้น &amp;quot;ยุบพรรค&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่างหนึ่ง การทำเช่นนั้น พรรคไทยรักษาชาติ จะไม่ตระหนักเชียวหรือว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขัดต่อโบราณราชประเพณี ต่อขนบธรรมเนียม ต่อวัฒนธรรมของชาติ เป็นการกระทำมิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมพิเคราะห์แล้ว......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปไม่ได้ ที่พรรคไทยรักษาชาติ จะไม่ทราบทั้ง ๒ กรณีนั้น คือ ทั้งด้านกฎหมาย และด้านสำนึกในความเป็นคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านกฎหมาย..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; เป็นพรรคส่วนต่อขยายจากพรรค &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; อย่างที่เรียกกันว่า &amp;quot;พรรคตระกูลเพื่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน &amp;quot;ตระกูลเพื่อ&amp;quot; ได้ชื่อว่า ศูนย์รวม &amp;quot;มือกฎหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตั้งแต่ระดับอดีตรัฐมนตรียุติธรรม อดีตอธิบดีศาล อดีตตุลาการ อดีตอัยการสูงสุด อดีตอธิการบดีมหา&amp;#39;ลัย และทนาย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับใช้ &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; อยู่ที่นั่น ยุ่บยั่บ ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ทราบ ถึง......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ หมวด ๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot; ในข้อ ๑๗ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับ การหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยิ่งเป็นไปไม่ได้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะไม่ทราบถึงผลแห่งการกระทำ นั้น ตามกฎหมายลูก ว่าด้วย &amp;quot;พรรคการเมือง&amp;quot; พ.ศ.๒๕๖๐ &amp;nbsp;มาตรา ๙๒ (๑)(๒) ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๑) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านสำนึกความเป็นคนไทย.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล &amp;quot;หัวหน้าพรรค&amp;quot; ยศนำหน้าชื่อก็บอกชัด เคยรับราชการเป็นทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ด้านสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องสูงกว่าชาวบ้านทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งกว่านั้น ร.ท.ปรีชาพล เป็นบุคคลในครอบครัว &amp;quot;ข้า-ราชะ-การ&amp;quot; โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือบิดา &amp;quot;นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช&amp;quot; รับราชการมาตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ จนถึงระดับปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นรัฐมนตรีถึง ๒ กระทรวง ยุคทักษิณและยิ่งลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานโดดเด่น ร่วมขบวนการ &amp;quot;นปช.&amp;quot; เมื่อปี ๕๓ และเรื่อยมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งมารดา &amp;quot;นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช&amp;quot; ก็เคยรับราชการ คลุกคลีอยู่ในระบบราชการ มีตำแหน่งเป็น &amp;quot;ยอดหญิง&amp;quot; และ &amp;quot;แม่ดีเด่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยคุณสมบัติ ด้วยข้าวแดง-แกงร้อนรดหัว ในความเป็น &amp;quot;ข้า-ราชะ-การ&amp;quot; เลี้ยง จนมีชีวิตวันนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงยากที่จะพูดว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล จะไร้ซึ่งจิตสำนึก จนแยกแยะไม่ออกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรควร-ไม่ควร, ใช่-ไม่ใช่, ผิดหรือถูก ต่อการนำบุคคลชั้นสูงใน &amp;quot;พระบรมราชวงศ์&amp;quot; เสนอ กกต.เป็นนายกฯ พรรค ด้วยหวังใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยที่สุด........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล เคยเป็น ส.ส.มาแล้ว ต้องรู้ ใครก็ตาม เมื่อเข้าสู่การเมือง ไม่ว่าตำแหน่งไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะไม่ถูกด่าว่า ไม่ถูกใส่ร้าย ไม่ถูกหยามประณาม ไม่ถูกลบหลู่ ลามถึงขั้นวงศ์ตระกูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อ รู้-ทั้งรู้ แล้ว ร.ท.ปรีชาพล และคณะบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ทำอย่างที่ทำไป ด้วยเจตนาใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือมีใคร &amp;quot;บงการ&amp;quot; ให้ทำ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และดูจากแถลงการณ์พรรคไทยรักษาชาติ ที่ออกเมื่อ ๙ ก.พ.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีข้อความใด บ่งบอกถึง &amp;quot;ความสำนึกผิด&amp;quot; ต่อสิ่งที่ทำและมีเจตนาขอพระราชทานอภัยโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียงข้อความ ว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ ขอน้อมรับพระราชโองการข้างต้นไว้ด้วยความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ทุกพระองค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แปลก แถลงการณ์ &amp;quot;ขอน้อมรับพระราชโองการ&amp;quot;..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในย่อหน้าของบรรทัดต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำประหนึ่งแถลงการณ์ซ้อนแถลงการณ์ ด้วยข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติซาบซึ้งในพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ที่ได้ให้ความเมตตาต่อพรรคฯ พรรคไทยรักษาชาติ.......&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นเรื่องอันผู้มีการศึกษาและกตัญญูชนพึงรู้กาลอันควรแต่ละกรณีมิใช่หรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่ลำดับความมา พรรคไทยรักษาชาติ &amp;quot;ผิด-ถูก&amp;quot; เป็นเรื่อง กกต.จะพิจารณา มีกฎหมายเป็น &amp;quot;กรอบ-กฎ&amp;quot; ชัดเจนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ต้อง &amp;quot;ย้อนคิด&amp;quot; อย่างว่า นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผมไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เป็นสุข&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนรู้ อะไรผิด-อะไรถูก แต่ก็ทำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วใครล่ะ อยู่เบื้องหลัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมรู้แต่ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ทวีตข้อความวันต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;Chin up and keep moving forward! We learn from past experiences but live for today and &amp;nbsp;the future. Cheer up! Life must go on!&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเชื่อมโยงถึงบทบาทไทยรักษาชาติครั้งนี้ได้ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเรียนประวัติศาสตร์กันทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทราบใช่มั้ย ก่อนพวกฝรั่งจะยึด &amp;quot;ลาว-เขมร-พม่า-ญวน&amp;quot; เป็นเมืองขึ้นได้ เขาทำกับอะไรก่อน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้ม &amp;quot;สถาบันกษัตริย์&amp;quot; ก่อน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อล้มสถาบันกษัตริย์ได้ เท่ากับล้มและยึดประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือแต่ไทยเราเท่านั้น ฝรั่งหรือใครก็ล้ม &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; เราไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคนี้ จึงมี &amp;quot;ไทย&amp;quot; ประเทศเดียว ที่ดำรงเอกราช!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเช่นนี้แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบราชการ มันก็เจาะ พุทธศาสนา มันก็เจาะ สถาบันศาล มันก็เจาะ ระบบรัฐสภา มันก็เจาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังล้มให้กับมัน แต่ประเทศไทย ก็ไม่ล้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;รากแก้ว&amp;quot; ที่เป็น &amp;quot;แกนหลัก&amp;quot; ในความเป็นชาติ-เป็นประเทศไทย อยู่ที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนัยนี้ เมื่อมันเจาะทุกทางก็แล้ว ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้านก็แล้ว ก็ยังเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันอยู่ไม่เป็นสุข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจึงทำ เพื่อให้สถาบันไม่เป็นสุขด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ ถ้าสำเร็จ ได้ทั้ง &amp;quot;ล้มสถาบัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ทั้ง &amp;quot;กลับบ้าน&amp;quot; ครองอำนาจ เป็นสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่สำเร็จ อย่างที่เป็นตอนนี้ พวกสมุน-ลูกน้อง-ขี้ข้ารับใช้ ก็ตายไป เข้าคุกไป ยุบพรรคไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกโคตรเหง้ากู มุดช่องทางธรรมชาติ ไปใช้เงินโกงอยู่เมืองนอกสบาย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ ร.ท.ปรีชาพล ชูกระดาษที่มีพระรูป &amp;quot;ทูลกระหม่อมหญิงฯ&amp;quot; ให้นักข่าว-ช่างภาพดู เมื่อเช้า ๘ ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันได้ทำลาย &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; สมใจปรารถนามันแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะพลัน-ข่าว/ภาพ พรึ่บทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมโลก เกิดทัศนคติหักเหต่อสถาบันทันที ด้วย &amp;quot;เข้าใจผิด&amp;quot; ต่อข่าวสารที่ &amp;quot;ฝรั่งสื่อออกไปผิดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;CNN ระบุในข่าว เหมือนที่ &amp;quot;พรรคตระกูลเพื่อ&amp;quot; เจตนาสื่อให้คนไทยเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถาบันส่งลงไป&amp;quot; เนื้อหาหลักเป็นเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งไม่เป็นความจริง และต่อมาวันเดียวกัน ก็มี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; ดังประจักษ์แล้ว ความสำคัญว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมืองไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็นั่นแหละ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้กัดเซาะ เจาะช่อง ให้เป็นร่องน้ำซึม มันคนนั้น ได้ทำกับสถาบัน &amp;quot;สะใจมัน&amp;quot; แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริง&amp;quot; ที่มาทีหลัง พลังแรงย่อมสู้ &amp;quot;ความเท็จ&amp;quot; เหมือนน้ำหลากที่มาก่อนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดต่อสถาบันครั้งนี้ เท่า &amp;quot;อนันตริยกรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันกษัตริย์ คือ &amp;quot;ความมั่นคง&amp;quot; ประเทศ ถ้าไม่เด็ดขาด เท่ากับประเทศ &amp;quot;เริ่มไม่มั่นคง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน &amp;quot;ภาคธุรกิจ&amp;quot; เขาเริ่มถามกันแล้ว ต่อจากนี้ มั่นใจต่อการ &amp;quot;ลงทุน&amp;quot; ได้แค่ไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกให้แก้ ไม่ใช่บอกให้กลัว!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28784</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, พรรคไทยรักษาชาติ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, สถาบันกษัตริย์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
