<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโพย สถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสด อนุมัติไว เลือกผ่อนได้สบายๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงที่ชีวิตเกิดวิกฤตทางการเงิน โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ทุกคนแย่ไปตามๆ กันทำให้เราต้องหันมาพึ่งพอสถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสดยามฉุกเฉิน เพื่อนำไปต่อทุนหรือใช้จ่ายภายในบ้านแบบเร่งด่วน ซึ่งจะมีสถาบันทางการเงินไหนบ้างนั้น เราลองไปดูกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;1. ศรีสวัสดิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งเงินกู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้กู้เงินสด อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน สามารถเตรียมเอกสารแล้วมาขอกู้เงินสดได้เลยที่สาขาของศรีสวัสดิ์ หรือกรอกข้อมูลติดต่อในเว็บไซต์เพื่อรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ โดยมีเงินกู้หลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการขออนุมัติสินเชื่อและรับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของศรีสวัสดิ์คือ อนุมัติและให้วงเงินสูง ไม่เช็กประวัติ และนอกจากที่สาขาของศรีสวัสดิ์แล้วยังสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
2. Promise&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พรอมิสเป็นสถาบันทางการเงินที่เป็นการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นในการให้กู้เงินสด แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะต้องมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 8,000 บาท พร้อมแสดงหลักฐานรายได้ โดยต้องทำงานเป็นพนักงานประจำในบริษัทอย่างน้อย 1 เดือน หรือเป็นพนักงานสัญญาจ้างไม่น้อยกว่า 6 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของพรอมิสคือ ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน เพียงแค่กรอกข้อมูลในเว็บไซต์แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและขอรับเอกสารก็สามารถทราบผล และรับเงินได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
3. เงินติดล้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสดแบบด่วนๆ ที่ตีคู่กันมากับศรีสวัสดิ์ก็คือ เงินติดล้อ แต่จะโดดเด่นในเรื่องของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง หรือว่ารถกระบะก็สามารถนำมาจำนำได้หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของเงินติดล้อคือ อนุมัติง่าย รับเงินไว และมีสาขาให้เลือกทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนไว้แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับให้ข้อมูลก็ยังได้ แต่ถ้าใครรีบใช้เงินก็สามารถขับรถไปที่สาขาได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
4. ธนาคารกรุงศรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันการเงินแห่งสุดท้ายที่ขอแนะนำคือ ธนาคารกรุงศรี ที่ให้กู้เงินสดวงเงินสูง ได้เงินก้อนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน หรือนำสินทรัพย์มาค้ำประกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของธนาคารกรุงศรีคือ ให้วงเงินสูง เป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรายได้หรือฐานเงินเดือนในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันทางการเงิน 4 แห่งนี้ เป็นสถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสด วงเงินสูง อนุมัติไว ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน ซึ่งช่วยชีวิต กู้วิกฤตทางการของเราในภาวะฉุกเฉิน หรือต้องการเงินหมุนเวียนแบบเร่งด่วนได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เตรียมเอกสารและหลักฐานครบก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ อนุมัติไว และได้รับเงินรวดเร็วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118732</URL_LINK>
                <HASHTAG>Promise, กู้เงินสด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, วิกฤตทางการเงิน, ศรีสวัสดิ์, สถาบันการเงิน, เงินติดล้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615abac6c2622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันคุ้มครองเงินฝากการันตีแบงก์ไทยสถานะแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.2563 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) กล่าวว่า ยืนยันว่าปัจจุบันสถานะของสถาบันการเงินของประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง ไม่มีแห่งไหนมีปัญหา จึงไม่อยากให้ประชาชนต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะของสถาบันการเงินแต่อย่างใด เพราะทุกแห่งมีการกันสำรองหนี้เสียไว้สูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันไม่มีธนาคารไหนในประเทศไทยที่สถานะมีปัญหา ทุกแห่งยังแข็งแรง มีการกันสำรองไว้สูงกว่าเกณฑ์เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล หรือใส่ใจเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากจนเกินไป โดยที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยืนยันว่าแล้วว่าทุกธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) อยู่ในระดับสูง จึงไม่จำเป็นต้องวิตกเรื่องสถานะของธนาคารว่าไม่แข็งแกร่ง&amp;rdquo; นายทรงพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงพล กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 คาดว่าสถานการณ์เงินฝากของประชาชนจะยังเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยจะสูงกว่าภาพรวมการฝากเงินปกติ ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4-6% ต่อปี โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังมีการนำเงินมาฝากไว้กับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพักเงิน ก่อนจะมีการโยกไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในระยะต่อไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี และรัฐบาลมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก เป็นผลให้การใช้จ่ายของประชาชนชะลอตัวลงด้วย แต่หลังจากมีการคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว คาดว่าจะมีการนำเงินฝากออกมาใช้จ่ายในช่วงไตรมาส 2/2563 ก่อนจะเริ่มนำเงินกลับมาฝากกับสถาบันการเงินอีกในช่วงครึ่งปีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการฝากเงินในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 (ม.ค.-มิ.ย.) พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ฝากเงินในระบบสถาบันการเงินภายใต้ความคุ้มครองของ สคฝ. จำนวน 80.82 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.38% หรือคิดเป็น 1.1 ล้านราย และจำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง อยู่ที่ 14.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.12% จากสิ้นปีก่อน โดยกว่า 98% เป็นผู้ฝากรายย่อยที่มีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท และอีก ส่วนอีก 99% เป็นผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปริมาณเงินฝากมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ฝากเกือบทุกกลุ่ม โดยปริมาณเงินฝากที่เพิ่มขึ้นสูงสุด มาจากผู้ฝากเงินบุคคลธรรมดา และผู้ฝากภาคธุรกิจ องค์กรภาครัฐและกองทุนต่าง ๆ และเป็นการขยายตัวในทุกระดับวงเงินฝาก โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในระดับเงินฝากวงเงินสูงกว่า 25 ล้านบาท อย่างไรก็ดีจากปริมาณเงินฝากที่ขยายตัวในอัตราสูง เป็นผลมาจากความผันผวนในตลาดการเงิน ทำให้นักลงทุนโยกย้ายเงินลงทุนมาฝากเงินมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย เพราะเงินฝากมีความปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นในตลาดเงินที่ผลตอบแทนลดลง และยังมีแนวโน้มการออมเพื่อสำรองการใช้จ่ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา สคฝ. มีเงินกองทุนที่มาจากการส่งเงินสมทบของสถาบันการเงิน ทั้งสิ้น 1.29 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมี สคฝ. บริหารจัดการเพื่อให้เกิดผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิ พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรของ ธปท. ประมาณ 70% สะท้อนสถานะของ สคฝ. ที่แข็งแกร่ง มีความคุ้มในการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวนของผู้ฝากเงิน โดย สคฝ. จะให้การคุ้มครองเงินฝากแก่ผู้ฝากทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ฝากเงินเป็นสกุลเงินบาทกับสถาบันการเงินภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากทั้ง 35 แห่ง ขณะนี้ สคฝ. อยู่ระหว่างการศึกษาผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อพิจารณาขยายการคุ้มครองในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การคุ้มครองจะคุ้มครองทันทีในลักษณะ 1 รายชื่อผู้ฝากต่อ 1 สถาบัน ในบัญชีเงินฝาก 5 ประเภท ได้แก่ 1. เงินฝากกระแสรายวัน 2. เงินฝากออมทรัพย์ 3. เงินฝากประจำ 4. บัตรเงินฝาก และ 5. ใบรับฝาก ซึ่งในกรณีที่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินคืนภายใน 30 วัน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด โดยปัจจุบันวงเงินคุ้มครองเงินฝากอยู่ที่ 5 ล้านบาท จนถึงวันที่ 10 ส.ค. 2564 หลังจากนั้นวงเงินคุ้มครองจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท ซึ่งวงเงินคุ้มครองดังกล่าว สามารถครอบคลุมการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวนของผู้ฝากเงิน 80.51 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.63% ของผู้ฝากเงินทั้งระบบ ส่วนเงินฝากที่เกินวงเงินการคุ้มครอง ผู้ฝากมีโอกาสได้รับเงินฝากคืนเพิ่มเติม จากการชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์, ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.), สถาบันการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f438a2459055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่หยุดจ้า! แบงก์ชาติประกาศ 12 เม.ย. แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐเปิดทำการปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แบงก์ชาติประกาศ 12 เม.ย. 2562 สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ &amp;ldquo;เปิดทำการตามปกติ&amp;rdquo; เหตุห่วงกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;18 ก.พ. 62 - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้วันที่ 12 เม.ย. 2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ ธปท. พิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ในส่วนนี้ ธปท. พิจารณาแล้ว เห็นควรกำหนดให้วันดังกล่าว &amp;ldquo;เป็นวันทำการตามปกติ&amp;rdquo; ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจถือเป็นตัวกลางสำคัญในการให้บริการทางการเงินแก่ภาคธุรกิจและประชาช&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29382</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, สถาบันการเงิน, เศรษฐกิจ, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180702/image_mid_5b39858b6b77c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ขุนคลัง” ฉุนซัดแบงก์พาณิชย์ไม่มีเหตุผลอ้างประชาชนทำระบบล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ฉุนจี้แบงก์พาณิชย์เร่งแก้ปัญหาระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ล่ม ซัดไม่มีเหตุผลที่จะไปโทษประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสาเหตุ มองเป็นเรื่องตลกที่นำมาเป็นข้ออ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย.61- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงกรณีปัญหาระบบการโอนชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์ล่มเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ว่า เป็นปัญหาที่กระทรวงการคลังไม่จำเป็นต้องสั่งการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะกำกับดูแลสถาบันการเงิน หรือต้องสั่งการธนาคารพาณิชย์ เพราะเป็นหน้าที่ของแต่ละแห่งต้องดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ไม่มีเหตุผลที่จะไปโทษประชาชนที่ใช้บริการว่าทำให้ระบบการโอนเงินล่ม มีปัญหาตรงไหนก็ต้องไปแก้ไขให้ถูกจุด หากเป็นปัญหาจากระบบของธนาคารพาณิชย์ก็ต้องไปแก้ไข จะไปบอกว่าประชาชนกดผิดแล้วทำให้ระบบล่มนั้นไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมากล่าวอ้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ละคนมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ต้องให้กระทรวงการคลังไปสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ระบบมันพังก็ต้องแก้ ที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ธปท.ก็สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์แก้ไขแล้ว ส่วนธนาคารพาณิชย์ก็ต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นผู้บริการประชาชน และเมื่อระบบล่มจะไปโทษว่าประชาชนทำให้ระบบล่มได้อย่างไร ฟังดูแล้วเป็นเรื่องตลก&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16978</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ธปท., ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์, สถาบันการเงิน, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a55bdeb39d89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิรไท’ซุ่มเงียบออกประกาศแบงก์ชาติ7ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2561 &amp;ndash; เมื่อช่วงค่ำสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยรวดเดียวถึง 7 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบด้วย 1.ประกอบด้วยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 10/2561 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ซึ่งมีเนื้อหาถึง 26 หน้า 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน มีเนื้อหา 20 หน้า 3.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ซึ่งมีเนื้อหายาวถึง 41 หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.13/2561 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow Agent) &amp;nbsp;มีจำนวน 4 หน้า 5.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2561 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจเป็นทรัสตี มีจำนวน 4 หน้า 6.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 15/2561 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ มีเนื้อหา 19 หน้า และ 7.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.16/2561 เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมแผนล่วงหน้ารองรับการเสริมสร้างความมั่นคง และแก้ไขปัญหา (recovery plan) มีจำนวนทั้งสิ้น 6 หน้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารพาณิชย์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ประกาศ, ราชกิจจานุเบกษา, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a6704de7f661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังคับใช้แล้ว!ธรรมาภิบาลสถาบันการเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2561 - นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2561 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนพิเศษ 146 ง และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งมีเนื้อหาถึง 25 หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิรไทระบุถึงเหตุผลในการออกประกาศ ว่าสถาบันการเงินต้องเผชิญกับภาวะแวดล้อมทางการเงินที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อนมากขึ้น และไม่สามารถคาดการณ์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการมากขึ้น ตลอดจนความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณชน การดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีหรือธรรมาภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ทั้งในส่วนของบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง กลไกสนับสนุนการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผลและเท่าทันความเสี่ยง และการส่งเสริมให้มีพฤติกรรมและวัฒนธรรมองค์กรที่มีการคำนึงถึงความเสี่ยงความเป็นธรรม และความโปร่งใส จะทำให้สถาบันการเงินสามารถบริหารความเสี่ยงและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างครอบคลุม สร้างคุณค่าให้สถาบันการเงินอย่างเหมาะสมในระยะยาว ตลอดจน
สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน โดยเน้นในเรื่องการยกระดับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง การมีกลไกสนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารอย่างมีประสิทธิผลและเป็นอิสระ รวมทั้งการส่งเสริมให้มีวัฒนธรรมองค์กรที่มีการคำนึงถึงความเสี่ยง ความเป็นธรรม และความโปร่งใส ทั้งในเรื่องการกำหนดกรอบการกำกับดูแลความเสี่ยงที่ดี (Risk Governance Framework) และนโยบายเรื่องธรรมาภิบาล การสร้างและปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Culture) การดูแลให้ฝ่ายจัดการควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ได้รับอนุมัติ (Risk Appetite and Risk Limit) การมีกลไกการถ่วงดุลและดูแลให้มีการควบคุม กำกับ และตรวจสอบ (Three Lines of Defense) ที่มีประสิทธิผลการดูแลให้มีนโยบายและกระบวนการแจ้งเบาะแสภายในองค์กร (Whistleblowing Policy and Procedure) และนโยบายการกำหนดค่าผลตอบแทน (Remuneration) ที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเติมการเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมาภิบาลเพื่อสนับสนุนให้กลไกตลาดมีส่วนช่วยในการกำกับดูแลมากขึ้น ซึ่งเนื้อหาหลักเกณฑ์ส่วนที่ปรับปรุงมีความสอดคล้องกับ Corporate Governance&amp;nbsp;Principles for Banks ที่ออกโดย Basel Committee on Banking Supervision (BCBS)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทยทุกแห่ง, บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกแห่ง ,สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศทุกแห่ง ให้ถือปฏิบัติเฉพาะเรื่อง ดังต่อไปนี้ 1.การแต่งตั้งและคุณสมบัติของผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน 2.การเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมาภิบาลในเรื่องข้อมูลการถูกเปรียบเทียบปรับโดย ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และ 3. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาที่น่าสนใจคือเรื่องคุณสมบัติของกรรมการอิสระในบอร์ดสถาบันการเงิน ซึ่งมีการกำหนดอย่างเข้มงวด อาทิ ต้องไม่มีธุรกิจหรือส่วนร่วมในการบริหารงานหรือไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นตัดสินใจ หรือลงมติเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันการเงินได้อย่างเป็นอิสระ, ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่ปรึกษาหรือพนักงาน ของสถาบันการเงินและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งหรือสถานะดังกล่าวเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี, สามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันได้ไม่เกิน 9 ปี โดยให้นับระยะเวลาดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระในบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นด้วย ทั้งนี้ หากดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระครบ 9 ปีแล้ว และประสงค์จะกลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระที่สถาบันการเงินอีกครั้ง จะต้องพ้นจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่ปรึกษา หรือพนักงาน ของสถาบันการเงินและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นขอ
ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันประกาศ ธปท.ยังกำหนดกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และที่ปรึกษาของสถาบันการเงินไว้ด้วยว่า สามารถเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการที่เป็นผู้บริหาร อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ในบริษัทอื่นได้ไม่เกิน 3 กลุ่มธุรกิจโดยไม่รวมการดำรงตำแหน่งในสถาบันการเงิน ทั้งนี้ หากเป็นบริษัทที่มิใช่กลุ่มธุรกิจ ให้นับแต่ละบริษัทเป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจ และหากเป็นบริษัทที่สถาบันการเงินได้มาจากการปรับโครงสร้างหนี้ ให้นับรวมเป็นกลุ่มเดียวกันกับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน และสามารถเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่เกิน 5 บริษัท โดยไม่นับรวมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่สถาบันการเงินได้มาจากการปรับโครงสร้างหนี้ โดยหากสถาบันการเงินที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินดำรงตำแหน่งอยู่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้นับเป็นหนึ่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการอิสระ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ธรรมาภิบาล, ราชกิจจานุเบกษา, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e614b2649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติออกประกาศ3ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2561- นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยประกาศดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศฉบับหลักคือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งเหตุผลในการออกประกาศระบุว่า ธปท.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทอื่นเพื่อป้องกันมิให้สถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจสนับสนุนทางการเงินเกินสมควร โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องตามสภาวการณ์ของตลาดที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่ร่วมลงทุนใน (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และ (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech) อันจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินหลายแห่งมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่การขยายธุรกิจดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในบางประเทศที่มิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรืออาจมีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงินโดยรวม ตลอดจนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community : AEC) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินที่อยู่ในต่างประเทศเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละรายได้ โดยให้สถาบันการเงินยื่นคำขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองทางธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการถือหรือมีหุ้นข้างต้นจะต้องไม่เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันและอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน และใบทรัสต์ของสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 7/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 8/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 9/2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธปท., ประกาศ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, มีผลบังคับใช้, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการลงทุน, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน, หลักเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7a710d94695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
