<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิต ออโต้ สนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants  ให้แก่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ให้แก่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายการดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งสิ้น 150 คัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &amp;ldquo;ส่งกำลังใจ..สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; #ORStayStrongTogether &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ส่งมอบการสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PTT Lubricants แก่ นางวนิชยา ทองแนบ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำหรับนำรถที่ใช้ปฏิบัติภารกิจรับส่งผู้ป่วยในสถานการณ์โควิด-19 เข้ารับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PTT Lubricants ที่ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ พร้อมบริการเปลี่ยนไส้กรองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับรถยนต์ดีเซล จำนวน 150 คัน รวมมูลค่ากว่า 85,000 บาท พร้อมด้วยสิทธิ์รับบริการตรวจเช็กรถยนต์ 35 รายการ และบริการพ่นและอบฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ เพื่อส่งมอบความห่วงใยและเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะที่ผ่านมา โออาร์ได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน รวมถึงดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ..สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ถือเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ และยังเป็นหน่วยงานหลักในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่รอเข้ารับการรักษาไปส่งโรงพยาบาล หรือนำผู้ป่วยกลับไปรักษาในภูมิลำเนา โดยก่อนหน้านี้ โออาร์ ได้สนับสนุนบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 300,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินและรถยนต์ของจิตอาสาที่ออกปฏิบัติการ และขอส่งกำลังใจให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติมโดยร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์อีกช่องทางหนึ่ง โออาร์ มุ่งมั่นสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวกับโควิด-19 ของทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ORStayStrongTogether, PTT Lubricants, ดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์, นางวนิชยา ทองแนบ, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, สนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, สพฉ., ส่งกำลังใจ..สู้ไปด้วยกัน, เปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น, แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131d1b123aa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จิตอาสา กฟผ.’ พลังเล็ก ๆ ที่ทำด้วยใจ เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นแต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า &amp;lsquo;จิตอาสา กฟผ.&amp;rsquo; จากหน่วยงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ใช้ใจที่มุ่งมั่นเอาชนะความกลัว ออกจากบ้านไปสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ลดละ เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังความช่วยเหลือในการร่วมบรรเทาวิกฤตด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่สุดและมีชีวิตเป็นเดินพันคือการเข้าถึงการรักษาและเตียงที่เพียงพอ &amp;lsquo;จิตอาสา กฟผ. จึงได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนหนุนจัดตั้งศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม&amp;rsquo; โดยจิตอาสา กฟผ. จำนวนมากได้เข้าไปช่วยงานสร้างโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ เช่นที่โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี ณ คลังสินค้า 4 สนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานครที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยประมาณ 2,000 เตียง จิตอาสา กฟผ. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมจัดตั้ง ตั้งแต่การวางระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนามทั้งหมดขนสิ่งของ ประกอบเตียงสนาม จัดวางเตียง ฟูกนอน หมอนและสิ่งจำเป็นต่าง ๆ รวมไปถึงการสร้างห้องน้ำ 300 ห้อง ซ่อมแซมหลังคาและบริเวณที่ชำรุด ตลอดจนสนับสนุนของกิน ของใช้ หรือสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้พร้อมรองรับผู้ป่วยที่จะเข้ามารับการรักษา และล่าสุด กฟผ. ยังได้ร่วมกับมูลนิธิเขื่อนยันฮี ชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคสมทบทุนจัดซื้อเตียงสนาม จำนวน 1,000 ชุด เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นให้มีพื้นที่รองรับตั้งแต่แรกเริ่ม เพิ่มโอกาสและทางรอด ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมี &amp;lsquo;จิตอาสาหาเตียงให้ผู้ป่วยโควิด-19 พื้นที่สีแดงเข้ม&amp;rsquo;ทีมจิตอาสา กฟผ. หลายชีวิตได้ร่วมแรงร่วมใจเข้าร่วม&amp;lsquo;โครงการร่วมใจดูแลผู้ป่วย COVID-19&amp;rsquo; ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อเร่งช่วยเหลือในการหาเตียงให้ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเตียงและรอเข้ารับการรักษา ตลอดจนประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้มไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ในจังหวัดใกล้เคียง หรือส่งกลับภูมิลำเนาโดยเร็วที่สุดนอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี (สสจ.นนทบุรี) ภายใต้โครงการคน กฟผ. ร่วมกับ สสจ.นนทบุรี สนับสนุนการประสานงานลงทะเบียนผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดนนทบุรีซึ่งจะช่วยเสริมกำลังการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นรวมทั้ง &amp;nbsp;&amp;lsquo;จิตอาสาติดตามอาการผู้ป่วย&amp;rsquo; ที่ได้ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อาการของผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่ระยะหาเตียง กระทั่งหายดีและกลับไปกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน ต่อที่บ้าน อาทิ ให้คำแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวในช่วงของการกักตัว ตลอดจนส่งมอบอาหารแห้ง น้ำ และของใช้จำเป็นไปให้ผู้ป่วยระหว่างการกักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีกมุมหนึ่งยังมี&amp;lsquo;จิตอาสาหนุนการทำงานสนามฉีดวัคซีน&amp;rsquo; สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นภาครัฐจึงต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากและเร็วที่สุดทีมจิตอาสา กฟผ. ก็ได้เข้าไปมีส่วนช่วยทำงานหลังบ้านในการบันทึกข้อมูลของผู้ที่มาฉีดวัคซีน ณ สนามฉีดวัคซีนต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขให้สามารถบริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง รวดเร็ว ไม่มีสะดุดเพราะยิ่งประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งรักษาชีวิตให้ปลอดภัยได้มากเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึง &amp;lsquo;จิตอาสาให้บริการงานขนส่ง&amp;rsquo; สนับสนุนการจัดส่งทุกสิ่งของจำเป็นต่อการเอาชนะโควิด-19 ไม่ว่าใกล้หรือไกลก็พร้อมออกเดินทางไปทุกหนแห่งทั่วไทย บรรทุกสิ่งของไม่ว่าจะหนักหรือจะใหญ่แค่ไหนที่ กฟผ. ต้องการส่งต่อด้วยใจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของจำเป็นทางการแพทย์ต่าง ๆ เจลแอลกอฮอล์ ชุด PPE หมวกคลุมผม ถุงมือทางการแพทย์ ถุงคลุมเท้า และหน้ากากอนามัยจำนวนมากมาย หมวก PAPR และตู้เก็บตู้เก็บสิ่งส่งตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวนหลายร้อย เตียงกระดาษและชุดเครื่องนอนนับพัน สิ่งของจำเป็น ถุงยังชีพและน้ำดื่มน้ำใจ กฟผ. นับหมื่น ตลอดจนการให้ความร่วมมือกับภายนอกขนส่งสิ่งของต่าง ๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงจะไปถึงมือผู้รับปลายทางโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยที่ขาดแคลนทุกภูมิภาคทั่วไทยอย่างทันท่วงทีไม่ได้เลย หากขาดศักยภาพด้านการขนส่งและทีมจิตอาสา กฟผ. ที่ออกเดินทางส่งต่อการช่วยเหลือและความห่วงใยอย่างไม่ลดละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดจน &amp;lsquo;จิตอาสารวมพลังแพ็คถุงยังชีพ&amp;rsquo; ตั้งแต่เริ่มการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กฟผ. ได้ส่งมอบ&amp;nbsp;ถุงยังชีพที่เต็มไปด้วยสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ อาทิ น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค อาหารกล่อง และเวชภัณฑ์ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ด้วยการสนับสนุนด้านแรงกายและแรงใจของทีมจิตอาสา กฟผ.ทำให้การแพ็คถุงยังชีพในปริมาณมากเสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถส่งมอบถึงมือประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วยังมี &amp;lsquo;จิตอาสาผลิตเจลอนามัย &amp;ldquo;น้ำใจ&amp;rdquo; กฟผ.&amp;rsquo; เจลแอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อโรคเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้น ๆ ที่ขาดไม่ได้ใน&amp;nbsp;การรักษาสุขอนามัยท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 กฟผ. ได้เปิดพื้นที่โรงผลิตขึ้นภายในสำนักงานใหญ่ โดยควบคุมการผลิตและคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี ซึ่งผลิตตามสูตรที่ผ่านมาตรฐานสากลภายใต้การร่วมให้คำปรึกษาจากทีมแพทย์ของ กฟผ. ความต้องการใช้ที่มาก ย่อมส่งผลให้กำลังการผลิตและการบรรจุมากตามไปด้วย จิตอาสา กฟผ. หลายร้อยชีวิตจากทุกหน่วยงาน ต้องพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าประจำการในแต่ละตำแหน่ง เพื่อเร่งมือประกอบร่างเจลอนามัย &amp;ldquo;น้ำใจ&amp;rdquo; กฟผ. ให้แล้วเสร็จและพร้อมส่งมอบถึงมือบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ &amp;lsquo;จิตอาสาผลิตนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เสริมแกร่งด่านหน้า&amp;rsquo; ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกจิตอาสา กฟผ. ที่มีทักษะวิชาชีพช่างและความชำนาญในการประดิษฐ์นวัตกรรมได้ริเริ่มพัฒนาหมวกป้องกันเชื้อ PAPR ขึ้นภายใต้การดูแลมาตรฐานโดย นพ.อนวัช เสริมสวรรค์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นตามคำแนะนำจากการนำไปทดลองใช้งานจริงของแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี จนได้เป็นต้นแบบหมวก PAPR รุ่นล่าสุดที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน โดย กฟผ. วางแผนผลิตและส่งมอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศรวม 1,000 ชุด เพราะตระหนักดีว่านวัตกรรมนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศบริสุทธิ์ปลอดเชื้อมีประโยชน์ต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องสวมชุดPPE ตลอดชั่วโมงการทำงานที่หนักหน่วงเพื่อดูแลรักษาชีวิตผู้ป่วยโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นจิตอาสา กฟผ. ยังได้ผลิตตู้เก็บสิ่งส่งตรวจเชื้อโควิด-19ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสสาร คัดหลั่งและจำกัดพื้นที่การฟุ้งกระจายสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เสริมความปลอดภัยระหว่างการตรวจโรคของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด &amp;lsquo;จิตอาสา กฟผ.&amp;rsquo;พร้อมทุ่มเทแรงกายและแรงใจ ที่แม้มีเงินมากมายก็หาซื้อไม่ได้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม จากพลังเล็ก ๆ รวมกันเป็นพลังสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ กฟผ. จะทำอย่างสุดกำลังพร้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคียงข้างคนไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113845</URL_LINK>
                <HASHTAG>hospitel, กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, จิตอาสา กฟผ, จิตอาสาติดตามอาการผู้ป่วย, จิตอาสาผลิตนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เสริมแกร่งด่านหน้า, จิตอาสาผลิตเจลอนามัย “น้ำใจ” กฟผ., จิตอาสารวมพลังแพ็คถุงยังชีพ, จิตอาสาหนุนการทำงานสนามฉีดวัคซีน, จิตอาสาหาเตียงให้ผู้ป่วยโควิด-19 พื้นที่สีแดงเข้ม, จิตอาสาให้บริการงานขนส่ง, นพ.อนวัช เสริมสวรรค์, น้ำใจ, บริจาคสมทบทุนจัดซื้อเตียงสนาม, ภาครัฐและเอกชน, มุ่งมั่นเอาชนะความกลัว, มูลนิธิเขื่อนยันฮี, ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, สพฉ., หมวกป้องกันเชื้อ PAPR, โรงพยาบาลสนาม, โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611ded3674f64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฉ.หนุนพรก.เหมาเข่ง 30ส.ค.ลุ้นคดีฟ้องนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ สพฉ.สนับสนุนการออกกฎหมายคุ้มครองผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกระดับ แต่เพื่อไทยไม่ยอม ยืนยันรัฐบาลต้องการนิรโทษกรรมตัวเอง โยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำ นายกสมาคมทนายความรับลูกสร้างไทย ยื่น 7 แสนชื่อฟ้อง ม.157 &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง &amp;nbsp;นัดฟังคำสั่ง 30 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากที่เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ได้มีผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข นำโดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมาเสนอให้รัฐบาลพิจารณาออกกฎหมายเพื่อหาทางป้องกันและคุ้มครองผู้ปฏิบัติการ ตลอดจนนักวิชาการที่ทำงานในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.นพ.อัจฉริยะกล่าวว่า สพฉ.ในฐานะที่ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายต่างๆ ด้านการปฏิบัติการฉุกเฉิน ซึ่งดูแลผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกระดับ เห็นด้วยที่ควรจะต้องมีการออกมาตรการในการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ปฏิบัติการเหล่านี้ เนื่องจากการทำงานในขณะนี้เป็นการทำงานแข่งกับเวลา โรคโควิด-19 เป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ บางเรื่องไม่ได้เขียนไว้ในกฎระเบียบหรือมาตรฐานเดิมว่าจะต้องทำอย่างไร มีแค่ข้อมูลความเห็นทางวิชาการ แต่ก็ต้องทำ เพื่อรักษาผู้ป่วยและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สพฉ.กล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในห้องฉุกเฉินขณะนี้มีผู้ป่วยมากเกินทรัพยากร เมื่อไม่สามารถรับผู้ป่วยได้ แม้อยากจะรักษา แต่แพทย์พยาบาลที่ทำงานอาจต้องจำใจปฏิเสธ หรืออาสามัครที่เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 แล้วพบว่าหัวใจหยุดเต้น กฎหมายเดิมบอกว่าต้องช่วยปั๊มหัวใจ แต่ทำให้เสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของละอองฝอย ถ้าไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมก็ไม่แนะนำให้ทำ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจจะขัดต่อกฎหมายเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีอาสาสมัครจำนวนมากที่มาร่วมปฏิบัติการกับ สพฉ.ในการขนส่งผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ป่วยติดเชื้อเข้าข่ายบางคนมีแค่ผลยืนยันด้วย Rapid Antigen test Kit ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าติดเชื้อ แต่มีความต้องการเดินทางไปรักษาหรือกลับภูมิลำเนาก็ต้องจัดรถเดินทางไปส่ง และเสี่ยงต่อการปะปนกับผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ทำงานก็อาจถูกฟ้องร้องทางกฎหมายได้ในภายหลัง ผมจึงสนับสนุนให้มีมาตรการในการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมถึงอาสาสมัครของทุกหน่วยงานที่เสียสละมาทำหน้าที่ตรงนี้&amp;rdquo; เลขาธิการ สพฉ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านยังเชื่อว่าฝ่ายการเมืองต้องการนิรโทษกรรมความผิดของตนเอง โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดเหมือนการสารภาพผิด และยอมรับว่าการแก้ไขสถานการณ์ไวรัสโควิดผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเจตนาของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีวัตถุประสงค์ในการใช้บุคลากรทางสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า ที่ทำงานหนักในการดูแลรักษาผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือในการล้างผิดให้กับตัวเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังโยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำรับผิดชอบความผิดแทนฝ่ายนโยบาย ที่บริหารผิดพลาด โดยเฉพาะการบริหารวัคซีน ส่งผลให้แพทย์และพยาบาลต้องทำงานหนัก บางคนเจ็บป่วยและเสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วก็ตาม ซึ่งการทำงานในภาวะไม่มีความพร้อม อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มารับบริการ อาจจะถึงขั้นมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ควรออกพระราชบัญญัติคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรออกเป็นพระราชกำหนด&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดจากรัฐบาลกว่า 700,000 คน ที่ได้ลงชื่อในแคมเปญของพรรคไทยสร้างไทย ในการร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 165 จากกรณีปล่อยปละละเลย เเละบริหารผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิดถึง 4 ระลอก รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนี้มีตัวเเทนพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ เเละนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดการประกวดเวทีนางงามชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทก์ที่ยื่นฟ้อง ร่วมเดินทางมายื่นฟ้องวันนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรินท์พงศ์กล่าวว่า วันนี้ได้รวบรวมรายชื่อบุคคลที่รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องขอบคุณพรรคไทยสร้างไทยที่ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อทั้ง 7 เเสนคน ทำให้ตนได้มีโอกาสนำความเดือดร้อนของประชาชนมาทวงความยุติธรรมต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งรายชื่อทั้ง 7 เเสนคนจะอยู่ในสำนวนคดีทั้งหมด โดยในวันนี้จะยื่นฟ้องในความผิดฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในฐานะที่นายกฯ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นประธานของหลายหน่วยงานที่บริหารจัดการเรื่องโควิดในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังการยื่นฟ้อง นายนรินท์พงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดี อท.117/2564 เเละศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 30 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งถ้าศาลมีคำสั่งรับคดี ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งเราเตรียมพยานเป็นผู้ได้รับผลกระทบขึ้นไต่สวน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาสืบพยานในชั้นพิจารณาคดีต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ขั้นตอนจะมากกว่าการดำเนินคดีในศาลอาญาปกติ เเต่สิ่งต่างๆ ที่ประชาชนเหล่านี้ได้รับผลกระทบได้อยู่ในสำนวนที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตเเล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณวัฒน์กล่าวว่า ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปล่อยปละละเลยในหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายกับตนค่อนข้างชัดเจน เพราะเพิ่งเป็นโควิด และต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตเลือกอะไรไม่ได้เลย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เคยร้องขอวัคซีนจาก พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ เลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตั้งแต่การประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล เนื่องจากมีนางงามภายในกองประกวดจากประเทศแอฟริกาติดโควิด ซึ่งเรารักษาเขาจนหาย แต่ก็ไม่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่เห็นว่านายกฯ ไปทำให้มีปัญหาอะไร ท่านก็แก้ไขสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มที่ ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจอย่างหนัก ประชาชนเกิดปัญหาท่านก็ทุกข์ใจ และท่านก็ทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่แล้ว คนที่จะไปยื่น ไปฟ้อง ไปกล่าวหา ก็ว่ากันไปเรื่อย แต่ความจริงก็คือความจริง ตนย้ำหลายครั้งว่า ทองแท้ไม่กลัวไฟ และขอเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคณะ ว่า ระวังจะโดนฟ้องกลับ เพราะตนได้คุยกับปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายแล้วเช่นกัน ท่านนายกฯ ไม่ได้ทำผิดอะไร พยายามทุกอย่างในการแก้ปัญหาโควิด-19 การฟ้องคดีอาญา ตามมาตรา 157 นั้นไม่น่าจะฟ้องได้ เพราะจะต้องมีเจตนาพิเศษ แต่ท่านนายกฯ มีแต่เจตนาบริสุทธิ์ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ตนเชื่อว่าระดับมือกฎหมายชั้นเซียนอย่างนายโภคินเองก็คงทราบดี แต่กลับพยายามทุกทางในการทำลาย พล.อ.ประยุทธ์เพื่อหวังผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งคนที่มาฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์อย่างนายวัฒนา เมืองสุข นั้น ก็เป็นจำเลยคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุกนายวัฒนาถึง 99 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งถ้าเป็นรัฐธรรมนูญเก่าคงติดคุกไปแล้ว ดังนั้นควรเอาเวลาที่เหลือไปสู้คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทรจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนไม่แปลกใจเลย หากพรรคไทยสร้างไทยมีแต่แกนนำแบบนี้ แล้วจะเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนจะฝากความหวังไว้ได้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113212</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อัจฉริยะ แพงมา, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำยืนยันรัฐบาลต้องการนิรโทษกรรมตัวเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbefbffee73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
