<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำความเข้าใจกันอีกครั้ง &#039;คุ้มครองเงินฝาก&#039; คืออะไร และ ลดวงเงินจะส่งผลอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุ้มครองเงินฝากคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคุ้มครองเงินฝากเป็นนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนผู้ฝากเงินมั่นใจฝากเงินกับสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง และเป็นการดูแลผู้ฝากเงินรายย่อยซึ่งเป็นผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ของแต่ละสถาบันการเงิน ทั้งนี้หากสถาบันการเงินภายใต้ความคุ้มครองถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะได้รับการคุ้มครองภายในวงเงินและระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันคุ้มครองเงินฝากก่อตั้งเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ.2551 โดยมีการกำหนดวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท และเพื่อให้ผู้ฝากเงินเข้าใจและปรับตัวกับระบบการคุ้มครองเงินฝากแบบจำกัดจำนวน จึงได้กำหนดให้ปรับวงเงินคุ้มครองลดหลั่นลงตามลำดับ (จากความคุ้มครองเต็มจำนวน 50 25 15 10 5 และ 1 ล้านบาทตามลำดับ) โดยในวันที่ &amp;nbsp;11 สิงหาคม พ.ศ.2564 จะถึงกำหนดการคุ้มครองเงินฝากที่ 1 ล้านบาทตามที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทมีผลอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ฝากเงินทุกรายได้รับการคุ้มครองภายใต้วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท โดยผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทจะได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน (ผู้ฝากเงินร้อยละ 98.03 ของผู้ฝากเงินทั้งหมดเป็นผู้ฝากเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท) ทั้งนี้ในส่วนของผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากเกินกว่าวงเงินคุ้มครองในสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะได้รับความคุ้มครองตามวงเงิน คือ 1 ล้านบาท โดยในส่วนเกินจากวงเงินคุ้มครองจะอยู่ภายใต้การดำเนินการชำระบัญชีของสถาบันคุ้มครองเงินฝากต่อไป ทั้งนี้การเฉลี่ยทรัพย์ที่ได้จากการชำระบัญชีจะขึ้นกับมูลค่าทรัพย์ที่ได้รับการจัดการและตามระยะเวลาที่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับการคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ฝากเงินทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยการคุ้มครองผู้ฝากเงินแต่ละราย (รวมกันทุกบัญชี) ต่อ 1 สถาบันการเงิน คำนวนจาก เงินต้น ดอกเบี้ย ทุกบัญชี ทุกสาขา รวมกัน หักหนี้ที่เกินกำหนดชำระ (ของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเท่านั้น) ภายใต้วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินฝากประเภทไหนที่ได้รับความคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินฝากเงินสกุลบาทและเป็นบัญชีเงินฝากภายในประเทศ ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก และ 5.ใบรับฝากเงิน
&amp;nbsp;
ฝากเงินกับสถาบันการเงินไหนได้รับความคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันการเงินภายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ณ ปัจจุบัน ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ไทย 19 แห่ง สาขาธนาคารต่างประเทศ 11 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 35 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564) สามารถตรวจสอบรายชื่อสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองได้ที่ https://www.dpa.or.th/articles/view/list-of-insured-financial-institutions&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันการเงินปัจจุบันเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน สถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยฐานะที่เข้มแข็ง มีเงินกองทุน และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112925</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 ล้านบาท ต่อธนาคาร, ลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd5e5e2cf92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ไม่ห่วงลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน ยันแบงก์ไทยแข็งแกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ในวงเงินไม่เกิน 1ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน เหลือ 1 ล้านบาทในวันที่ 11 ส.ค. 2564 นี้ว่าธนาคารของประเทศไทยในขณะนี้ไม่ได้มีจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจก็ไม่ได้ดุเดือด ต่างจากต่างประเทศที่มีจำนวนธนาคารมากและการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ศักยภาพและสถานะของธนาคารทุกธนาคารในประเทศก็ค่อนข้างแข็งแรงไม่มีด้านไหนที่สื่อถึงความอ่อนแอหรือไร้ความมีเสถียรภาพออกมา จนทำให้ผู้บริโภคไปฝากเงินแล้วเป็นกังวลได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในระบบธนาคารของประเทศไทยอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวก็มีการส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้วที่มีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 5 ล้านบาทจนมาถึงปัจจุบัน ที่จะมีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท ก็มั่นใจว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็รับรู้และอาจจะลดความกังวลในส่วนนี้ไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเข้ามารับภาระในส่วนนี้ด้วย ถ้าจะมีความกังวลน่าจะเป็นกลุ่มผู้ที่ มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาทซึ่งมีสักลดส่วนที่น้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เดิมที่ต้องมีการค้ำประกันเงินฝาก เนื่องจากประเทศไทยเปิดวิกฤติด้านการเงิน หลังจากที่มีวิกฤตต้มยํากุ้งสถาบันการเงินในประเทศไทยมีการปรับตัวจนเกิดความแข็งแรงขึ้นมาก และปัจจุบันวิกฤติต่าง ๆ ก็น้อย น้อยลง จนถึงไม่มีแล้ว จึงทำให้มั่นใจในศักยภาพของธนาคารในประเทศได้ว่าจะแข็งแรงและอยู่ได้อีกยาวนาน&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดคุ้มครองเงินฝาก, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ฝากเงินเตรียมพร้อม 11 ส.ค.นี้ ลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2564 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564นี้เป็นต้นไป ผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากจะได้รับความคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝากในวงเงินไม่เกิน 1ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นวงเงินที่กำหนดตามกฎหมายทั้งนี้ วงเงินคุ้มครองที่ 1 ล้านบาท มีผู้ฝากที่ได้รับความคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน 82.07 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 98.03 ของผู้ฝากทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลเงินฝาก ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ผู้ฝากในระบบสถาบันการเงินภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันมีจำนวนทั้งหมด 83.72 ล้านราย เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อน พบว่าจำนวนผู้ฝากเพิ่มขึ้น 1,337,334 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.62 โดยจำนวนผู้ฝากที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผู้ฝากรายย่อยซึ่งมีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 97 ของจำนวนผู้ฝากที่เพิ่มขึ้นและเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองมีจำนวนทั้งสิ้น 15.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 347,940 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.33 จากสิ้นปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ DPA มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองเงินฝากแก่ผู้ฝากทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่ฝากเงินเป็นสกุลเงินบาทกับสถาบันการเงินของไทยภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากซึ่งประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ไทย 18แห่ง สาขาธนาคารต่างประเทศ 12 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 35 แห่ง ซึ่งจะคุ้มครองทันทีในลักษณะ 1 รายชื่อผู้ฝากต่อ 1 สถาบันการเงิน โดยคุ้มครองบัญชีเงินฝาก 5 ประเภท&amp;nbsp; ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก และ 5.ใบรับฝากเงิน โดยบัญชีเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากได้ที่www.dpa.or.th,&amp;nbsp; ศูนย์บริการข้อมูลคุ้มครองเงินฝาก โทร1158 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/dpathailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112338</URL_LINK>
                <HASHTAG>11 ส.ค., คุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bd66f64c91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะยืดคุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาท/บัญชีถึงส.ค.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2563 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 เมษายน 2563 ได้มีมติให้ความเห็นชอบในการขยายระยะเวลาบังคับใช้วงเงินการคุ้มครองเงินฝาก จำนวน 5 ล้านบาท จากเดิมถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นขยายระยะเวลาถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลก และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อนานาประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุน และระบบการเงินทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงินไว้ อันจะเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงต่อระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงขยายระยะเวลาการบังคับใช้วงเงินคุ้มครองเงินฝาก โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กำหนดวงเงินความคุ้มครองเงินฝาก ปัจจุบัน จำนวน 5 ล้านบาท ถึงวันที่ 10 ส.ค. 2564 และตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป คุ้มครองจำนวน 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขยายวงเงินคุ้มครองเงินฝากครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ฝากเงิน ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน และทำให้ผู้ฝากเงิน มีความมั่นใจต่อการใช้บริการของสถาบันการเงินเป็นปกติ โดยวงเงินคุ้มครองที่ 5 ล้านบาทต่อคนต่อสถาบันการเงิน ครอบคลุมผู้ฝากถึงร้อยละ 99.65 ของจำนวนผู้ฝากเงินทั้งระบบ (ณ 31 ธ.ค. 62) และในปัจจุบันสถาบันการเงินของไทยได้รับการกำกับดูแลจากทางการอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;การขยายวงเงินคุ้มครองในครั้งนี้ เป็นการดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนผู้ฝากเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะดูแลผลประโยชน์ของผู้ฝากอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62406</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c4ce67435b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
