<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ เผยผลสรุปพลทหารผูกคอดับ ไม่พบรอยฟกช้ำ-บาดแผลร่างกาย แม่ร่วมดูใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 พ.ย.63 - พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการชันสูตรพลิกศพ พลทหาร พิชวัฒน์ เวียงนนท์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกส่งร่างจาก จ.ร้อยเอ็ดเข้าตรวจพิสูจน์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับร่างของพลทหารพิชวัฒน์ เมื่อเวลา 07.50 น. ของวันที่ 8 พ.ย. ซึ่งสภาพศพนั้นแช่แข็งมาเป็นอย่างดี ไม่พบการเน่าเปื่อยตามที่เป็นข่าว ซึ่งสถาบันฯ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ&amp;nbsp; น.พ.ชัยธวัช หาญคุณากร และ น.พ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ร่วมตรวจผ่าชันสูตรศพพลทหารพิชวัฒน์ โดยมีมารดาและญาติ เข้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด สำหรับรายงานผลชันสูตร ระบุว่า ไม่พบการบาดเจ็บภายในลำคอ หรือกล่องเสียง ขณะที่สภาพร่างกายไม่พบรอยฟกช้ำ หรือร่องรอยการบาดเจ็บภายนอก&amp;nbsp; ทำให้แพทย์ลงความเห็นว่า&amp;nbsp; การกดรัดจากการแขวนคอ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรตามเมื่อได้ผลการพิสูจน์แล้ว เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (10 พ.ย.) มารดาของพลทหารพิชวัฒน์ได้รับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่าการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น ซึ่งปรากฎเป็นข่าวว่า ญาติของพลทหารพิชวัฒน์ติดใจการเสียชีวิต สภาพศพเน่า และพบข้อโต้แย้งเรื่องสถานที่ผ่าพิสูจน์พลิกศพนั้น ในรายละเอียด คือ พลทหารพิชวัฒน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย. และทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ วันที่ 8 พ.ย. โดยสภาพศพเมื่อมาถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สภาพสด ไม่เน่า เพราะมีกระบวนการแช่งแข็งอย่างดี ทั้งนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ แต่เมื่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ประสานเข้ามา ต้องพร้อมให้บริการและการตรวจสอบนั้น เป็นไปตามมาตรฐานและอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;แม่ผู้ตายและญาติเข้าไปดูการผ่าพิสูจน์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ทั้งนี้แพทย์ได้ตรวจสอบสิ่งที่แม่พลทหารพิชวัฒน์ ติดใจ เช่น การถูกซ้อมที่บริเวณหลัง&amp;nbsp;ทั้งนี้การเข้าสังเกตการณ์ของแพทย์นั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ เพื่อให้การตรวจพิสูจน์ของทีมแพทย์ได้รับความเชื่อถือ และเกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตเคยเข้าสังเกตการณ์การผ่าพลิกศพ แล้ว สมัยคดีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของสถาบันฯ ยังมีรายละเอียดที่ต้องรอผลการตรวจสอบทางพยาธิ และทางเคมี อื่นๆ อีกประมาณ 6-8 สัปดาห์ เช่น ดีเอ็นเอ, สารในร่างกาย ซึ่งตรวจได้จากน้ำในลูกตา ปัสสาวะ อาหารในกระเพาะอาหาร เส้นขน&amp;nbsp; เส้นผม และส่งชิ้นเนื้อตรวจสอบ&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลตรวจสอบที่แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบของทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถสรุป หรือ ยืนยันถึงเหตุการณ์เสียชีวิตที่เกิดขึ้นตามที่มีหลายฝ่าย ตั้งคำถามว่า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นก่อน หรือ ถูกวางยาก่อนแขวนคอ&amp;nbsp; หรือนำผลของแพทย์ชี้ว่าใครกระทำความผิดหรือเป็นการกระทำความผิดของใครได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะนำรายละเอียดไปดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงการเสียชีวิต ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83385</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พลทหารผูกคอตาย, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa5ac2a1dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติร่างเอ็มโอยู &#039;ไทย-จีน&#039; ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ยกระดับพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วยไบโอเมตริกซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - เวลา&amp;nbsp;13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงความมั่นคงของจีน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและความร่วมมือทางนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากจีนมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วยไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

สำหรับสาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เป็นการมุ่งเน้นความร่วมมือในด้าน 1.การพัฒนาวิชาชีพ ผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการฝึกอบรม และ 2.การพัฒนาเทคนิค โดยเน้นการพัฒนาฐานข้อมูลไบโอเมตริกซ์และการตรวจเปรียบเทียบ การพัฒนาเทคนิค วิธีการ เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพันธุกรรม (DNA) และสมรรถนะห้องปฏิบัติการตรวจ DNA รวมถึงการพัฒนาความรู้ สมรรถนะ เทคโนโลยี มาตรฐานการตรวจด้านนิติวิทยาดิจิทัล (Digital Forensics) หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกความเข้าใจแล้ว จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี และได้รับการต่ออายุอีก 5 ปี เมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอมร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษาความลับเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลง โดยไม่เปิดเผยหรือถ่ายทอดแก่บุคคลอื่นหรือต่อสาธารณชน เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พัฒนาฐานข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือแห่งชาติ ข้อมูลสารพันธุกรรม (DNA) และเพิ่มศักยภาพสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82075</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิติวิทยาศาสตร์, มติ ครม., รัชดา ธนาดิเรก, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, ไบโอเมตริกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f8444ffaa635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร.แจงยิบเหตุพลทหาร&#039;สห.ทร.&#039;เสียชีวิตกลางดึก รอผลสอบอีกรอบทางนิติวิทยาศาสตร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63 - ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวการเสียชีวิตของพลทหาร เจษฎากร เนตรแสงสี สังกัดกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 กรมสารวัตรทหารเรือ โดยมีประเด็นการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตว่า พบสารพิษในกระเพาะอาหารผู้ตาย และประเด็นที่ไม่มีกำลังพลไปร่วมในงานฟังสวดศพนั้น พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือและโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ในนามกองทัพเรือรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลทหารคนดังกล่าว ซึ่งเป็นลูกหลานของประชาชนที่เข้ามาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ พร้อมกันนี้ในส่วนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยสั่งการด่วนตั้งแต่รับทราบเหตุการณ์ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ ที่ยังรอผลยืนยันการตรวจตามมาตรฐานแพทย์นิติเวช จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่นำเสนอข่าว อย่าเพิ่งละเมิดสิทธิของผู้ป่วย ส่วนข้อจำกัดของหน่วยที่ไม่ได้ไปร่วมฟังสวดที่จังหวัดพิษณุโลกในวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.63 แต่ก็ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการเป็นฝ่ายดำเนินการจ้างรถมูลนิธิเคลื่อนศพ ไปส่งยังจังหวัดพิษณุโลกแล้ว พร้อมแสดงความตั้งใจจะร่วมเดินทางไปในวัน ฌาปนากิจเดิมในวันที่ 2 พ.ค.63 นั้น ก็สืบเนื่องจากมีข้อจำกัดการเดินทางไปต่างพื้นที่ในห้วงสถานการณ์ ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งก็อาจทำให้ส่งผลกระทบกับความรู้สึกของครอบครัวและญาติ ของผู้เสียชีวิตตามที่ปรากฎในข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ประชาชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดเหตุการณ์ ขอชี้แจงให้ทราบถึงประเด็นต่างๆในเบื้องต้นดังนี้ในวันเกิดเหตุ (27 เม.ย.63) เวลา 22.30 น. พลทหารเจษฎากร เนตรแสงสี ได้กลับเข้ากรมกอง ภายหลังเสร็จภารกิจการ เข้าเวรจุดตรวจ และได้เข้านอนในเวลา 00.30 น.หลังจากรับประทานอาหารในช่วงดึก ต่อมาในเวลา 01.50 น. เพื่อนนอนเตียงติดกันได้ลุกไปเข้าห้องน้ำและพบว่า พลทหารเจษฎา น้ำลายฟูมปาก จึงได้แจ้ง นายเวร รีบนำส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยทีมแพทย์ได้พยายามช่วย อย่างเต็มความสามารถแต่พลทหารเจษฎาได้เสียชีวิต ในเวลา 02.24 น. จึงได้รีบแจ้งให้ทางบ้านของพลทหารเจษฎาได้รับทราบในการนี้ กองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 ได้สรุปเหตุการณ์เบื้องต้นรายงานด่วนถึงกองทัพเรือ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ประชาชาติ ระบุว่า ในส่วนของการช่วยเหลือในเบื้องต้นนั้น กองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 ได้ รวบรวมเงินช่วยเหลือ และจ้างรถมูลนิธิเคลื่อนศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนาที่จังหวัด พิษณุโลก พร้อมจัดพวงหรีดในนามหน่วย ทั้งนี้ ในเรื่องที่เป็นข่าวว่า ไม่มีผู้บังคับบัญชา หรือ ตัวแทนหน่วยไปร่วมงานฟังสวดศพ เลยนั้น หน่วย ชี้แจงว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งได้มีการประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเรื่องการเดินทางข้ามพื้นที่ อีกทั้งเป็นช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้หน่วยงานต้นสังกัดของพลทหารเจษฎา คือกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 พิจารณาว่าจะจัดกำลังพลไปร่วมในพิธีฌาปนกิจศพ โดยต้องมีการทำหนังสือรับรองการกักกันตัวในหน่วย คัดเลือกกำลังพล เพื่อเดินทางไปร่วมงาน ของพลทหารเจษฎา ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนของการตรวจโรค เพื่อรับใบรับรองแพทย์ รวมทั้งต้องเสนอหนังสือขออนุญาตถึง ฐานทัพเรือสัตหีบ ในการ ไปราชการจำเป็น เป็นกรณีพิเศษ ในการเดินทางข้ามจังหวัด และผ่านช้วงเวลาเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือ ระบุด้วยว่า ในส่วนข้อมูลเรื่องสารพิษ ที่มีการนำเสนอว่าป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของพลทหารเจษฎานั้น จากผลการชันสูตร ในเบื้องต้น ทราบว่า ผลปัสสาวะไม่มีสารเสพติด , ผลเลือดและผลน้ำในกระเพาะอยู่ระหว่างการส่งไปตรวจLAB ภายนอก ต้องรอคอยเวลาแจ้งผลกลับมาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ซึ่งขัดแย้งกับข่าวที่นำเสนอออกมาเรื่องสารฆ่าแมลงที่ทราบผลแล้ว จึงขอให้มีความชัดเจนในเรื่องผลการชันสูตรอีกครั้งหนึ่ง และหากผลตรวจพบว่ามีการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ หรือความผิดไปจากปกติแต่ประการใด ทางกองทัพเรือจะได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสาเหตุ และแจ้งข่าวให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64938</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, สห.ทร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eae6f88d82a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอปัดจัดฉากจับ&#039;ชัยวัฒน์&#039; ยันมีหลักฐานมัดคดีฆ่าบิลลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ให้สัมภาษณ์ว่ามีการจัดฉากให้ร้าย โดยใช้นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นหนึ่งในตัวละครว่า ดีเอสไอทำคดีนี้ตามที่มีพยานหลักฐานปรากฏ ส่วนที่ถูกกล่าวหาจัดฉากไม่ขอตอบโต้ แต่ยืนยันว่าดีเอสไอมีหลักฐานเพียงพอจึงขอศาลออกหมายจับ และหากสื่อติดตามการสอบสวนของดีเอสไอย้อนหลังก็จะเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า กระดูก 9 ชิ้น ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีไมโทคอนเดรีย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ากระดูก 9 ชิ้นเป็นกระดูกมนุษย์แน่นอน แต่ก็ต้องนำไปสกัดดีเอ็นเอเพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ และเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง จากนั้นจึงจะนำไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมารดาของนายบิลลี่ แต่จะสามารถสกัดดีเอ็นเอได้มากพอจนวิเคราะห์เปรียบเทียบได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่อง เพราะกระดูกบางชิ้นอาจจะสกัดดีเอ็นเอไม่ได้ เนื่องจากมีปริมาณไม่มากพอหรือมีความเสียหายมากจากการถูกเผาด้วยความร้อนสูงและทิ้งในน้ำเป็นเวลานาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะทราบผลตรวจชัดเจนและจะส่งผลตรวจให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งรายละเอียดต้องรอให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้เปิดเผย เพราะเป็นหลักฐานทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทำทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด โดยตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีไมโทรคอนเดีย ซึ่งเป็นหลักสากล และตรวจจากกระดูกที่มีคุณภาพสมบูรณ์ มาตรการการตรวจของเรามีมาตรฐานสากลรองรับไม่แตกต่างจากต่างประเทศ&amp;nbsp; ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีการจัดฉากสร้างหลักฐานเท็จ เพราะกระดูกที่พบไม่ใช่กระดูกของนายบิลลี่นั้น ผมมั่นใจผลการตรวจวัตถุพยานที่ดีเอสไอส่งมา ซึ่งมีปริมาณเพียงพอที่จะวิเคราะห์เปรียบเทียบได้ และยืนยันไม่ว่าจะนำกระดูกส่งตรวจที่ไหนผลการตรวจก็ออกมาเหมือนเดิม เพราะใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าดีเอสไอก็มีหลักฐานอื่นที่มากกว่าวัตถุพยานที่ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์&amp;rdquo; พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์, ดีเอสไอ, บิลลี่, ปัดจัดฉาก, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcce694a379d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิติวิทย์ผ่าชันสูตรศพ&#039;ลัลลาเบล&#039;รอบ2รู้ผลไม่เกิน21ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 - ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เข้ารับเรื่องร้องทุกข์จากนายพงษา ราตรี ทนายความ พร้อมนายชวลิต และนางศุภมาส นรพันธพิพัฒน์ บิดาและมารดาของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลัลลาเบล ที่ร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ ในการตรวจชันสูตรศพของอีกครั้ง เนื่องจากยังมีความสงสัยในประเด็นการเสียชีวิต โดยรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; จะมีการพูดคุยกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่าเรื่องไหนที่จะต้องมีการตรวจสอบซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่าได้เชิญครอบครัวของ &amp;quot;ลัลลาเบล&amp;quot; มาพูดคุยกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพูดคุยในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยให้เข้าใจตรงกัน รวมทั้งจะมีการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมบางอย่าง เช่น ชิ้นเนื้อบางส่วน หรือ ถูกกระทำชำเราหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ มีกรอบระยะเวลาการดำเนินการไม่ให้เกินวันที่ 21 ต.ค.นี้ เพื่อส่งผลชันสูตรให้พนักงานสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพงษา&amp;nbsp; ทนายความ เปิดเผยว่า จะมีการชันสูตรการศพของลัลลาเบลอีกครั้งในบางประเด็นที่ยังสงสัยอยู่ เช่น สารเคมีบางตัว ซึ่งไม่ใช่การชันสูตรซ้ำกับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ดำเนินการแล้ว โดยในวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะมีการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลรามา และการชี้แจงรายละเอียดขั้นต่างๆ โดยจะเริ่มดำเนินการชันสูตรตรวจชิ้นเนื้อสารเคมีและหาร่องรอยการกระทำชำเราในวันที่ 10 ต.ค. ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบคดีอาญาของกระทรวงยุติกรรมนั้น จะต้องรอเอกสารสรุปสำนวนการสอบสวนและเอกสารรายงานผลการชันสูตรมาประกอบ นอกจากนี้กองทุนยุติธรรม จะมีการนัดหมายมารดาของลัลลาเบลให้ไปกระทรวงแรงงานเพื่อพูดคุยเรื่องการใช้หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และการใช้ผ่อนหนี้บ้านที่ยังอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางศุภมาส กล่าวว่า ยังติดใจเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตรวมถึงสารเคมีที่อยู่ในร่างกาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, ชันสูตรศพ, ลัลลาเบล, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d838fef3e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 9 ปี ผู้บริหาร &#039;บ.เอวิเอ&#039; ขาย GT200 ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์มูลค่า 6.8 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 4 ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษา คดีฉ้อโกงเครื่องตรวจจับอาวุธ GT200 หมายเลขดำ อ.133/2561ที่พนักงานสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ, นางศศกร ปลื้มใจ และ น.ส พันทวีทรัพย์ สุดยาใจ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐาน ฉ้อโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่พวกจำเลยได้ร่วมกันทุจริตหลอกลวง โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จปกปิดข้อความ ซึ่งเป็นข้อความตามจริง โดยเสนอขายเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่น GT 200 แก่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้เสียหาย มูลค่า 6.8 ล้านบาท พร้อมกับอวดอ้างสรรพคุณว่า หน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกก็ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว จนผู้เสียหายหลงเชื่อ แต่เครื่อง GT200 ที่จำเลยเสนอขายกลับไม่ได้มาตรฐาน จนไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด ริบของกลาง และคืนเงินจำนวน 6.8 ล้านบาทแก่ผู้เสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดตามโจทก์ฟ้องฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ให้ลงโทษทุกกรรม โดยปรับบริษัทจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวม 3 กระทง เป็น 18,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 ปี รวม 3 กระทง เป็น 9 ปี ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 รวมกับคดี GT200 ที่กองทัพเป็นผู้เสียหายรวม 2 สำนวนที่ศาลได้พิพากษาแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมให้จำเลยที่ 1-2 ชดใช้ค่าซื้อเครื่อง GT200 แก่ผู้เสียหายรวม 6,800,000 บาท ริบของกลาง ส่วนจำเลยที่ 3-4 เป็นเพียงพนักงานบริษัท พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นตัวการร่วม ให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 680,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายสุทธิวัฒน์ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ จำเลยที่ 2 สู้คดีชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลพิจารณาแล้ว ก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสุทธิวัฒน์ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ จำเลยที่ 2 โดยห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19535</URL_LINK>
                <HASHTAG>GT200, บ.เอวิเอ, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd76e60a49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
