<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สถาบันบำราศนราดูร ออกประกาศ &#039;ลดการบริการผู้ป่วยนอก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - สถาบันบำราศนราดูร ออกประกาศเรื่อง&amp;nbsp;ลดการบริการผู้ป่วยนอกนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยบุคลากรของสถาบัน ฯ ติดเชื้อไวรัส COVID-19และสถาบันฯ ดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันบำราศนราดูรจำเป็นต้องลดการบริการผู้ป่วยนอกทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยที่มีนัด ขอให้รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ เพื่อแจ้งการเลื่อนนัดและการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดการเดินทางมายังสถาบันบำราศนราดูร หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนและติดตามประกาศจากสถาบันบำราศนราดูร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณผู้รับบริการทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111609</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันบำราศนราดูร, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61036dafdcac3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ข้องใจ&#039;วัคซีนพาสปอร์ต&#039;ทำไมต้องทำที่กทม.แห่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า วัคซีนพาสปอร์ต ทำไมต้องทำที่กรุงเทพฯแห่งเดียว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีหนังสือรับรองว่า ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว สถานที่ติดต่อทำวัคซีนพาสปอร์ต เดิมกำหนดไว้ 4 แห่ง ต่อมายกเลิกไป 1 แห่ง ( ที่สนามบินสุวรรณภูมิ) คงเหลือ 3 แห่ง คือ ที่สถาบันบำราศนราดูร, กรมควบคุมโรค และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ทั้ง 3 แห่ง อยู่ใน กทม.ทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมมุติว่า ผู้เดินทางจะบินออกจากสนามบินต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต หรือ เชียงใหม่ ก็ต้องบินมากรุงเทพก่อน เพื่อทำวัคซีนพาสปอร์ต เสียค่าทำ 50 บาทต่อเล่ม จากนั้น ต้องบินกลับภูเก็ต หรือ เชียงใหม่เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมสนามบินที่เป็น international airport หรือต่างจังหวัดสถานที่ฉีดวัคซีน จึงออกหนังสือรับรองให้ไม่ได้ ต้องบินมาขอหนังสือรองที่กทม.แห่งเดียว ผมไม่ทราบ เพราะนี่คือ ประเทศไทย !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, วัคซีนพาสปอร์ต, สถาบันบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d92b251d574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันบำราศฯ แจ้งฉีดวัคซีนตามกำหนดการเดิม ข้อมูลก่อนหน้าคลาดเคลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26พ.ค.64-เพจ กระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่ข้อมูลในนามของสถาบันบำราศนราดูร ความว่า&amp;nbsp;
ตามที่เคยเสนอข้อมูลก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 พุ.ค. 2564 และมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลนั้น ทางสถาบันบำราศฯขอแจ้งว่าทุกท่านที่ได้นัดหมายการฉีดวัคซีนกับทางสถาบันฯ จะได้รับการฉีดตามกำหนดการ(26 w.ค. 2564) หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่ สถาบันบำราศนราดูร โทร.02-9511170-9&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104240</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, สถาบันบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adf26ee179b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บำราศนราดูร’ย้ำไม่เลื่อนฉีดวัคซีน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26​ พ.ค.2564 - &amp;nbsp;​สถาบันบำราศนราดูร​ ได้ชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์และโลกโซเชียลที่มีการนำเสนอข่าวว่าสถาบันบำราศฯ เลื่อนการฉีดวัคซีนจากเดือน มิ.ย.ไปเป็นเดือน ก.ค.ว่า​ เป็นการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน​ พร้อมกับยืนยันว่าทุกท่านที่ได้รับการนัดหมายกับสถาบันฯ จะได้รับการฉีดตามกำหนดการเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน​ ศบค.ยังได้ชี้แจงกรณีมีข่าวว่ามีนักการทูตอินเดียในไทยติดโควิด-19​ ว่า​กระทรวงการต่างประเทศได้รับการยืนยันจากเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยว่า ไม่มีนักการทูตอินเดียในไทย ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;แต่ที่ป่วยคือคนไทยที่มาจากอินเดีย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104220</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, สถาบันบำราศนราดูร, อินเดีย, เลื่อนฉีด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60add36f91f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงได้ใจ!ตู่นพพลบอกผมเชื่อหมอไม่เชื่อหมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - ตู่ - นพพล โกมารชุน นักแสดงและผู้กำกับละครรุ่นใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปหลังเข้ารับการฉีดวัคซีน ที่สถาบันบำราศนราดูร ว่า &amp;ldquo;ขอบคุณแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ทุกท่านที่ให้การดูแลผู้ที่เข้ามาฉีดวัคซีนทุกคนเป็นอย่างดีครับ ผมเชื่อในวัคซีนครับ ผมฉีด AstraZeneca สำหรับผู้สูงอายุครับ ผมเชื่อหมอครับ และผมไม่เชื่อหมาครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103427</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพพล โกมารชุน, นักแสดง, ผู้กำกับละครรุ่นใหญ่, วัคซีน, สถาบันบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4b382f0e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14 ส.ส.ก้าวไกล รับวัคซีนแล้ว จี้รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนให้เร็วทันต่อสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.64 - ที่สถาบันบำราศนราดูร นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล กว่า 14 ชีวิต ได้แก่ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์, นายวุฒินันท์ บุญชู, นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, นายธีรัจชัย พันธุมาศ และธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ที่ไม่อยู่ในช่วงกักตัวเพื่อสังเกตอาการและไม่มีความเสี่ยง เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการรณรงค์และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย กล่าวว่า จากการที่ตนติดตามเรื่องนโยบายการบริหารจัดการวัคซีน และติดตามการบริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาโดยตลอด&amp;nbsp;ณ วันนี้ การฉีดวัคซีน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันเฉพาะตนเองเท่านั้น แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้รับการคลี่คลาย ประชาชนสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน และทำมาหากินประกอบอาชีพ ได้ใกล้เคียงกับสภาพปกติ รวมทั้งการไม่เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขเมื่อเกิดการติดเชื้อด้วย เพราะวัคซีนมีผลทำให้ลดความหนักของอาการจากโรคโควิด ดังนั้น ทุกๆ ภาคส่วน ในวันนี้ หากได้รับหมาย หรือได้รับการประชาสัมพันธ์ให้ไปรับการฉีดวัคซีน ควรต้องให้ความร่วมมือด้วยการไปรับการฉีดวัคซีน เพื่อให้การฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขดำเนินไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริกัญญา ย้ำว่า รัฐบาลยังคงจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนให้เกิดความสมดุลอย่างเร่งด่วน โดยสำรองวัคซีนทางเลือกต่างๆ ให้มีความหลากหลายกว่าที่เป็นอยู่ เพราะหากเกิดอุบัติการณ์จากการฉีดวัคซีน ขึ้นกับวัคซีนยี่ห้อใด ที่มีสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และมีความจำเป็นต้องระงับการฉีดวัคซีนยี่ห้อนั้นไว้ก่อน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างเช่น กรณีการเชื่อมโยงกับภาวะการเกิดลิ่มเลือด จนทำให้หลายประเทศในยุโรปกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับอายุ (Age Limit) ของผู้รับวัคซีน AstraZeneca หรือในกรณีประเทศเดนมาร์ก ที่ถึงกับยกเลิกการฉีดวัคซีน AstraZeneca ทั้งหมดไปเลย หรือกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าสหภาพยุโรปจะไม่ต่อสัญญากับผู้ผลิตวัคซีนชนิด Viral Vector ซึ่งได้แก่ AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ประเทศจะได้มีวัคซีนทางเลือกอื่น ในการฉีดให้กับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การฉีดวัคซีนในวันนี้มีความจำเป็นอย่างมาก ในเมื่อวัคซีนที่รัฐบาลมีอยู่ มีกระจุกอยู่เท่านี้ ประชาชนก็จำเป็นต้องฉีด เพราะทั้งในมุมของเราและสังคมโดยรวม การฉีดดีกว่าการไม่ฉีด แต่หากว่ารัฐบาลสามารถกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนที่ดีกว่านี้ มีวัคซีนทางเลือกที่หลากหลายในปริมาณที่สมดุลเพียงพอ ความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนที่ประชาชนต้องแบกรับก็จะลดลง ประชาชนก็จะมีโอกาสได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคที่สูงขึ้น ในขณะที่รัฐบาลก็จะสามารถบริหารการฉีดวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับอุปัทวเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมั่นใจ&amp;rdquo;

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา โดยในมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นและไลน์ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อลงคิวเข้ารับการฉีดวัคซีน พรรคก้าวไกลจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกท่านไปลงทะเบียนและเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุดเพื่อพลิกฟื้นประเทศกลับสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99656</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วัคซีนโควิด, สถาบันบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607931d5b0ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์สถาบันบำราศนราดูร เตือนหน้าฝนนี้ ต้องระวังไข้หวัดใหญ่ พร้อมกับโควิด หากเป็นซ้ำซ้อนสองโรค จะมีความรุนแรงมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค. 63- นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบัน กลุ่มแผนปฏิบัติการชาติฯ สถาบันบำราศนราดูร เสวนา &amp;nbsp;ในหัวข้อ &amp;ldquo;ความร้ายแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ ในภาวะการระบาดของโควิด-19&amp;rdquo; เพื่อเป็นความรู้และแนวในการดูแลรักษาป้องกันจากไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วีรวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า โรคไข้หวัดใหญ่ที่มักระบาดในหน้าฝน &amp;nbsp;ซึ่งมีความน่ากังวลเพราะมาในช่วงที่มีการการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งอาการของไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 มีความคล้ายคลึงกันมาก &amp;nbsp;คือมีอาการไข้ 38-40 องศา &amp;nbsp;ไอ ปวดศีรษะเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ร่างกายอ่อนเพลีย ในทางการแพทย์ที่วินิจฉัยในการแยกโรคนั้นค่อนข้างยาก แต่ก็มีอาการที่แตกต่างกันเล็กน้อยคือ น้ำมูก เพราะโควิด-19 จะมีน้ำมูกไม่เยอะ ซึ่งยังต้องอาศัยการเช็คประวัติและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังมีการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นเมื่อมีการไอหรือจาม การสัมผัสทางตรงหรือทางอ้อม &amp;nbsp;ทำให้มีความสามารถในแพร่การเชื้อจาก 1 คนไปสู่ 2 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของอัตราการเสียชีวิตของไข้หวัดใหญ่ในทั่วโลกอยู่ที่ 1-2% โดยสถิติย้อนหลังไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยย้อนหลัง 5 ปี พบว่าทั้งในปี 2561-2562 จะพบว่าช่วงที่เป็นไข้หวัดใหญ่มากสุดในฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน และในปี 2563 ที่มีการสำรวจพบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงในเดือนมกราคม และลดลงมาโดยหลังจากเดือนเมษายน(ยังไม่ครบเดือน) มีตัวเลขที่ลดลงมา จะเห็นว่าในไทยที่มีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่สูงกว่าโควิด-19 ถึง 33 เท่า เพราะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกคนมีความใส่ใจในการดูแลป้องกัน และให้ความสนใจในเฝ้าระวัง การคัดกรองโรค รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ดังนั้นโควิด-19 อาจจะระบาดขึ้นอีกในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่ควรต้องระวังคือการติดเชื้อร่วมกันทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าคนที่ติดโควิด-19 มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสอื่นได้ถึง 20% ส่วนข้อมูลจากประเทศจีน พบว่าประมาณ 80% มีโอกาสติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอื่นๆ โดยสามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ได้ถึง 60% ซึ่งการติดเชื้อซ้ำ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงถึง 29-55% ซึ่งทางสถาบันฯ ก็เจอเคสที่มีอาการใกล้คล้ายกับไข้หวัดใหญ่มาตรวจโควิด-19 และตรวจเจอเคสที่เป็นการติดเชื้อร่วม คือเป็นทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 &amp;nbsp;ซึ่งต้องมีการรักษาและใช้ยาทั้ง 2 โรคพร้อมกัน ให้เร็วที่สุด เพราะคนไข้อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น&amp;rdquo; นพ.วีรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วีรวัฒน์ กล่าวเสริมว่า ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นไข้หวัดใหญ่ อาทิ หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ที่จะมีความรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ และกลุ่มบุคคากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย อย่างกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นถึง 26 เท่า โดยวิธีจัดการกับไข้หวัดใหญ่ แบ่งเป็น 1.การป้องกันก่อนเกิดเหตุ คือการการรักษาสุขอนามัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ การใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ที่เหมือนกับการป้องกันโควิด-19 &amp;nbsp;และฉีควัคซีนประจำปีที่มี 3 สายพันธุ์และ 4 สายพันธุ์ &amp;nbsp;แต่การฉีดวัคซีนอาจจะป้องกันได้ประมาณ 40-60% &amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในแต่ละปี ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ก็มีให้บริการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน 2.การรับยาต้านไวรัส เพราะสามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกาย บรรเทาอาการไข้หวัดใหญ่ และลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสสู่คนรอบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในประเทศไทย นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า ในปัจจุบันมี 3 ชนิด คือ บาลอกซาเวียร์ ที่ช่วยลดเชื้อไวรัสใน 24 ชั่วโมง รับประทานครั้งเดียว( 2-4 เม็ด ตามน้ำหนักตัว) อาจจะมีอาการข้างเคียงและข้อควรระวัง คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หลอดลมอักเสบ ฯลฯ , โอเซลทามิเวียร์ จะช่วยลดเชื้อไวรัสใน 72 ชั่วโมง รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน มีอาการข้างเคียงและข้อควรระวัง คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียประสาทหลอน และซานามิเวียร์(ชนิดสูดพ่น) จะช่วยลดเชื้อไวรัสใน 96 &amp;nbsp;ชั่วโมง ต้องพ่นวันละ 2 ครั้ง 5 วัน อาการข้างเคียงและข้อควรระวัง คือ ไซนัสอักเสบ มึนงง มีไข้ หนาวสั่น ฯลฯ ทั้งนี้การทานยาจะดีที่สุดเมื่อรับประทานใน 48 ชั่วโมงหลังจากมีอาการ และหากจะซื้อยาทานเองควรมีใบสั่งยาจากแพทย์ แต่ทางที่ดีคือการเข้าพบแพทย์ เพื่อป้องกันการภาวะแทรกซ้อน ส่วนโอเซลทามิเวียร์และบาลอกซาเวียร์ อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัยว่าจะมีผลต่อการรักษาโควิด-19 หรือไม่ แต่ในปัจจุบันยาทั้ง 2 ตัวนี้ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้รักษาโควิด-19 แต่ในประเทศญี่ปุ่นได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ และใช้รักษาโควิด-19 เป็นประเทศแรก ซึ่งก็ใช้รักษาโควิด-19 ในไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับสถาณการณ์โควิด-19 ของทางสถาบันฯดีขึ้น จากการที่มีผู้ป่วยเข้ามารักษาจำนวน &amp;nbsp;214 &amp;nbsp;ราย ซึ่งมีการรักษาหายหมดแล้ว &amp;nbsp;เหลือเพียง 1 ราย ที่อยู่ในระยะพักฟื้น ซึ่งในภาพรวมของประเทศสถานการณ์ของคนไข้โควิด-19 ก็เป็นในทิศทางที่ดีขึ้นในผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในเฟสแรก แต่ทั้งนี้ก็ต้องคอยจับตาดูในเฟสที่ 2 เพราะไทยเข้าสู่ฤดูฝนพอดี ซึ่งจะมีการคลายล็อคในส่วนต่างๆ ทั้งการเดินทาง การใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ ทั้งการทำงาน สัมนา ท่องเที่ยว แต่ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้งได้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อจำกัดของทรัพยากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด&amp;rdquo; นพ.วีรวัฒน์ ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65819</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ, สถาบันบำราศนราดูร, หน้าฝน, โรคไข้หวัดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebba010e6cb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
