<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส เหน็บบางพรรคชูปชต.แต่มีเจ้าของคนเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยะใส หนุน ปชป.หยั่งเสียงหัวหน้า ต่างกับพรรคที่ชู ปชต.แต่โครงสร้างพรรคยังมีเจ้าของคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิตและผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยว่า ผมเห็นว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจัดให้มีกระบวนการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อหาหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น แม้กระบวนการดังกล่าวจะไม่ไปไกลถึงขั้นให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรคและ กรรมการบริหารพรรคใด้โดยตรง ยังเป็นเพียงระเบียบภายในพรรคไม่ใช่ส่วนหนึ่งในข้อบังคับ พรรคเฉกเช่นกรณีของพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญต่อ ปชป.และบรรดาพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคเก่าแก่และพรรคใหญ่ๆให้หันมาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและกระบวนการประชาธิปไตยในพรรคมากขึ้น เราต้องยอมรับว่าการเมืองที่ล้มเหลวที่ผ่านมานั้น เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถ สะท้อนเจตนารมณ์และยึดโยงกับผลประโยชน์ ของประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายพรรคพยายามโฆษณาชวนเชื่อว่าพรรคตัวเองยึดโยงกับประชาชน แต่ก็มักจะยึดโยงเฉพาะตอนหาเสียงเลือกตั้ง แต่พอมีอำนาจก็ไปยึดโยงกับนายทุนเจ้าของพรรคลืมประชาชนไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสนับสนุนและเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ ปชป.พยามปรับตัวต่างกับบางพรรคที่ยังมีเจ้าของคนเดียวยังไม่มีความพยามจะปฏิรูปพรรค และขยันพูดเรื่องประชาธิปไตย แต่โครงสร้างในพรรคยังเป็นเผด็จการหรือเจ้าของคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพรรคการเมืองต้องยอมรับว่ามีส่วนสำคัญในการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง การตั้งต้นปฏิรูปพรรคแข่งกันทำให้พรรคมีโครงสร้างมีกลไกลที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงจัง จะเป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การคลายล็อคของ คสช. ถือเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคการเมืองจะใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปพรรคของแต่ละพรรคอย่างจริงจังก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศการหาเสียงกับประชาชนในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17690</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สุริยะใส กตะศิลา, เลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส ชี้กรณีวีดีโอทักษิณ เข้าข่ายขัดพรป.พรรคการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยะใส แนะนักการเมืองอ่าน รธน.จริงจัง ระวังตายน้ำตื้น จี้ กกต.สร้างบรรทัดฐานกรณีทักษิณเข้าข่ายขัด พรป.พรรคการเมือง หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิตและผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของคุณทักษิณ ชินวัตรและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถี่ขึ้นและบ่อยขึ้นกระทั่งล่าสุดในงานเลี้ยงวันเกิดคุณยิ่งลักษณ์ซึ่งเห็นการวิดีโอคอล และการพูดคุยในงานเลี้ยง คุณทักษิณได้แสดงให้เห็นว่ายังเป็นผู้ที่ยุ่งเกี่ยวและมีอิทธิพลที่สามารถครอบงำและชี้นำพรรคเพื่อไทยได้ เหมือนเดิม แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในขณะนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้จึงอาจเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 - 29 ที่ห้ามผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคหรือคนนอกพรรคยุ่งเกี่ยว แทรกแซง ครอบงำ ชี้นำพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ตามมาตรา 92 ซึ่งมาตราดังกล่าวเป็นมาตราที่บัญญัติขึ้นใหม่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าใจว่าเจตนารมย์ของกฎหมายมาตรานี้เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นอิสระดำเนินกิจกรรมการเมืองตามเจตจำนงค์ของพรรคและสมาชิกพรรคไม่ใช่กลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน กลุ่มผลประโยชน์เหมือนที่ผ่านมา จนทำให้พรรคการเมืองขาดความเป็นสถาบันและไม่ตอบโจทย์ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งที่รับและไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องอ่านและศึกษาให้ถ่องแท้เพราะกลไกที่กำกับนักการเมืองและพรรคการเมืองมีกลไกใหม่ๆหลายมาตรการ ถ้าจะใช้แค่ความเก๋าหรือพึ่งพาประสบการณ์เดิมๆ ระวังจะตายน้ำตื้นได้ คำพูด ภาพและเสียงของคุณทักษิณได้ปรากฎไปทั่วสาธารณะแล้ว จนสังคมตั้งคำถามว่าพฤติกรรมดังกล่าวขัดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายนี้จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องให้ใครไปร้องเรียนและเร่งหาข้อยุติเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับทุกพรรคการเมืองต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, พรป.พรรคการเมือง, วีดีโอคอลทักษิณ, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สุริยะใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039;หนุนยุทธศาสตร์ชาติแต่ต้องไม่ผูกขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงทัศนะเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล ว่าเห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้นควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหนอย่างไรและจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือการมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไปหรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช.ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคมว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติหรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น และถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติก็ควรอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อนแล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ผมได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ ซึ่งน่าเสียดายนักการเมืองหรือพรรคการเมืองอาจจะไม่ชอบและรังเกียจแผนยุทธศาสตร์ชาติเพราะอำนาจที่เขากำลังจะแย่งชิงจากการเลือกตั้งจะถูกตัดตอนและถูกแบ่งปันไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติจนใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11513</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรังสิต, ยุทธศาสตร์ชาติ, รัฐบาล, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;เชียร์เต็มสูบไพรมารีโหวต หวั่นกลับวงจรแฟมิลีโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561- นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงความเห็นถึงกรณีพรรคการเมืองมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเว้นการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ว่ามีข้ออ้างสารพัดโดยเฉพาะการเตรียมตัวไม่ทันของพรรคการเมือง &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองก็พบว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับระบบไพรมารีโหวตหรือการสรรหาผู้สมัครของพรรคโดยให้ประชาชนหรือสมาชิกพรรคมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไพรมารีโหวตในสายตาของพรรคการเมืองยังมองว่าเป็นหอกข้างแคร่ที่เป็นอุปสรรคต่อวิถีหรือการบริหารจัดการพรรคการเมืองแบบเก่าๆ หรือพรรคการเมืองที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวหรือตระกูลเดียวหรือกลับไปที่ระบบแฟมิลีโหวต ซึ่งประชาชนต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบ เพราะการยกเว้นหรือตัดกลไกไพรมารีโหวตออกไป เท่ากับเป็นการตัดตอนบทบาทและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและจะส่งผลให้การปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน และสุดท้ายพรรคการเมืองก็จะกลายเป็นแค่แหล่งรวมกลุ่มผลประโยชน์ที่ใช้พรรคการเมืองเข้ามาเป็นเครื่องมือตักตวงผลประโยชน์และอำนาจรัฐเหมือนที่ผ่านๆ มาเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า การประชุมร่วมกันระหว่าง คสช.และบรรดาพรรคการเมือง ต้องไม่มีภาพของความคลางใจหรือตกลงกันโดยเอาผลประโยชน์ความสะดวกสบายของพรรคการเมืองเป็นตัวตั้ง แต่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนตามเจตนารมย์ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11066</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช., มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา, แฟมิลีโหวต, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;ชี้การเมืองอึมครึม ทำปฏิรูปส่อเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มองสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่าอุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับจนมีข้อสงสัยของหลายฝ่ายจะมีเลือกตั้งหรือไม่ หรือการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่ใครจะคาดการณ์หรือยืนยัน แม้แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ใช้วิธีพูดแบบคลุมๆเครือๆไปเท่านั้น รวมทั้งพรรคการเมืองหลายพรรคก็เริ่มไม่แน่ใจในโรดแมปเลือกตั้งเท่าไหร่นัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นแต่พรรคใหม่ๆ ที่เริ่มขยับตัวแต่พรรคเก่าดูเหมือนออกอาการโลเล บรรยากาศแบบนี้อาจส่งผลให้สังคมการเมืองดูอึมครึม ยากจะคาดการณ์ แม้อยู่ในยุคอำนาจพิเศษแต่ก็ไม่ได้ประกันถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและฝ่ายบริหารได้ ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้การจัดวาระประเทศไม่ว่าจะเป็นการปรองดองและการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือการปฏิรูปผ่านและหลังการเลือกตั้ง อาจะกลายเป็นข้อเสนอที่ดูไร้พลังสะเปะสะปะ หรือไม่ได้สร้างโมเมนตัมให้กับการเมืองเท่าที่ควร&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า สถานภาพของการปฏิรูปประเทศ และการปรองดองไม่ว่าจะก่อนเลือกตั้ง ผ่านการเลือกตั้ง หรือหลังตั้ง ก็ยังดูเหมือนขาดเจ้าภาพมี่แน่นอน และคาดหวังได้ยากขึ้น ถ้าช่วงเลือกตั้งวาระปฏิรูปไม่ชัดเจน พรรคการเมืองไม่จริงจัง แค่ใช้หาเสียง อนาคตการการเมืองไทยก็ยังไร้ความสดใสใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปฏิรูป, มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา, โรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;กระตุกสังคมต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงวาระครบรอบ 4 ปีของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็นเรื่องปกติที่ภาคส่วนต่างๆ ออกมาประเมินผลงานของ คสช. และรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้นถือเป็นประเด็นที่มีการประเมินเป็นพิเศษ เพราะสังคมคาดหวังการปฏิรูปสูง ซึ่งเป็นผลพวงจากคลื่นมวลมหาประชาชน ซึ่งก็มีความเห็นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่ คสช. ก็ควรน้อมรับคำวิจารณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ คสช.ควรประมวลผลงานที่เป็นรูปธรรมแถลงหรือรายงานต่อประชาชนว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ คสช. ได้ปฏิรูปไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ โดยเอาข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมมาพูดกันมากกว่าจะใช้โวหารวาทกรรมตอบโต้กันไปมา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสยอมรับว่าบางเรื่อง คสช.ได้ริเริ่มและวางแนวทางใหม่ๆไว้บ้าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลบางเรื่องก็อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ คสช. ยังไม่ดำเนินการ ถ้าชี้แจงตรงไปตรงมาถึงความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศจะไม่เป็นแค่เกมการเมืองที่ต่างคนต่างพูดเพื่อทำให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ซึ่งการปฏิรูปประเทศแม้มีความจำเป็นต้องคาดหวังกับทุกรัฐบาล แต่บทเรียนที่ผ่านมาเราต้องไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ภาคส่วนต่างๆ ต้องร่วมกันแสดงพลังขับเคลื่อนเสนอแนะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องทำกันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวในรัฐบาลเดียวแล้วจบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคการเมืองก็เช่นกันต้องจริงจังกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ถ้าวาระเรื่องปฏิรูปประเทศไม่มีความชัดเจนหรือเป็นแค่เกมชิงอำนาจ การเมืองก็อาจจะวนกลับสู่ความล้มเหลวอีกครั้ง
ทุกฝ่ายต้องเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องได้รับการผ่าตัดหรือปฏิรูปในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง บางคนอาจมองว่าการปฏิรูปประเทศอาจจะเสียของในรัฐบาลหนึ่งหรือล้มเหลวในยุคสมัยหนึ่ง แต่ต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย หรือทำให้ประชาชนสิ้นหวังเพราะไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีอนาคต&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9577</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปี, คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ, คสช., มหาวิทยาลัยรังสิต, รัฐบาล, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
